ตามหา White Collars ที่หายไป (อย่างเร่งด่วน ก่อนการล่มสลาย)

tags:

75 ปี เป็นจุดวิกฤต ชี้เป็นชี้ตาย
แต่ทอดตาทั่วแผ่นดิน กลับไม่มีความหวัง
ขุมกำลังต่างๆ แม้ต้องการแย่งชิงความเป็นใหญ่ แต่ไม่มีใครเสนอนโยบายที่ถูกต้องเหมาะสม บางกลุ่มพุ่งเป้าไปที่รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเพียงกระดาษ บางกลุ่มต้องการล้างแค้นทักษิณ บางกลุ่มต้องการศาสนาพุทธ ฯลฯ แต่ไม่มีกลุ่มใดเลยจะครุ่นคิดว่า “ที่แท้จริง เราต้องการอะไร”
ทำให้ทั่วแผ่นดินเกิดความท้อแท้หดหู่ แต่สิ่งที่อัจฉริยะแตกต่างจากคนเก่งทั่วไปคือ “ความแตกต่างเพียงเล็กน้อย” ในขณะที่คนอื่นสิ้นหวัง มองไม่เห็นทางรับมือ คนเก่งงอมืองอเท้า แต่ยอดคนต้องมองเห็น “แสงสว่าง” ที่คนธรรมดามองข้ามไป และต้องรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ ก่อนที่มันจะเลือนหาย
หลิวอวี้ ถูกกดดันบีบคั้นนานา แต่เขามองเห็นแผนการที่คนอื่นมองไม่เห็นเสมอ มีช่วงเวลาที่ท้อแท้สิ้นหวัง แต่เขาปลุกปลอบใจตนเองได้ทันท่วงทีเสมอ เขามองว่า โอกาสที่น้อยนิดนั้น ยังต้องอาศัยความรวดเร็วด้วย ไม่เช่นนั้นโอกาสอาจกลายเป็นวิกฤติ
“โอ...จอมคนแผ่นดินเดือด”
ผมได้รับฟังข่าวของกลุ่มคนที่เสนอทางเลือกไม่เข้าท่าอยู่เรื่อยๆ ทำให้เกิดความสิ้นหวัง แต่เมื่อใจคอสงบนิ่ง กลับพบว่า White Collar อย่างตัวผมที่กำลังหดหู่ อาจไม่ได้มีผมเพียงคนเดียว และ White Collar ที่กำลังตามหาพระผู้มาโปรดไม่ได้มีเพียงคนเดียวWhite Collar ที่คิดจะปฏิบัติการแต่ยังอ่อนด้อย รอผู้นำมาชักจูงเข้าร่วมปฏิบัติการ ไม่ได้มีคนเดียว ท่ามกลางการพัฒนาเศรษฐกิจในรอบ 10 ปี ทำให้ White Collar มีมากขึ้น คุณภาพดีขึ้น รู้จักอ่านหนังสือ ขบคิดใคร่ครวญเพิ่มขึ้น
ณ จุดเปลี่ยน 75 เมืองไทยไม่สิ้นหวัง
ท่ามกลางข้อมูลอันไร้สาระ ท่ามกลางเสียประนามอันโง่เขลา White Collar จึงไม่อยากเข้ามามีบทบาท แต่หากมี White Collar ที่เสนอข้อมูลอันมีคุณภาพ ย่อมเป็นเมือง Oasis กลางทะเลทราย บ่อน้ำจืดท่ามกลางทะเลเค็ม คนจึงพร้อมฝากความหวัง ดุจดังยุค “จอมคนแผ่นดินเดือด” ที่แม้นข่าวลือเรื่อง “หลิวอวี้ยิงธนูจมเรือมังกรซ่อน ประจวบเป็นยามหินลูกไฟตกหล่นจากฟ้า” อาจไม่เป็นความจริงเลย แต่ผู้คนก็อยากจะเชื่อ เพราะหลิวอวี้ แม้ต่ำต้อยด้อยยศถา แต่กอปรด้วยความสามารถบุคลิกยอดคน เป็นความหวังหนึ่งเดียวที่จะช่วยอาณาประชาราษฏร์
ในยามปรกติ หลิวอวี้ เป็นแค่ทหารรับใช้ในกองทัพ ไม่มีคุณค่าอันใด ข้อเสนอให้ช่วยกันดูแลบ้านเมือง เป็นเรื่องระคายหู คร้านที่จะฟัง เป็นคำพร่ำเพ้อ ไร้สาระ แม้แต่สุนัขยังไม่อยากรับฟัง
แต่หากบ้านเมืองมีภัย ทุกคนล้วนได้รับผลกระทบ ย่อมเป็นโอกาสเดียวที่จะพัฒนาการเมืองให้กับประชาชนในวงกว้าง แต่หากละเลยหรือชักช้า พวกด้อยฝีมือ พวกโห่ร้องอ้างคุณธรรมความดี แต่ไม่เคยมีข้อเสนอที่ชัดแจ้ง เอาแต่พูดคลุมๆเครือๆ เอาแต่อ้างมวลชน อ้างฟ้าดิน จะเข้ามาสร้างความหวังให้ประชาชน เมื่อพวกเขาไม่มีทางบรรเทาความเดือดร้อน ย่อมต้องพึ่งพาคนเหล่านี้ เข้าร่วมสัมมนา เข้าร่วมรับฟัง บางคนตกเป็นเครื่องมือหาประโยชน์ บางคนฟังแล้วได้คิด จึงสิ้นหวัง พาลโกรธเกลียดการเมือง สาบานชาตินี้ไม่ขอยุ่งเกี่ยว
บ้านเมืองจึงจมปลักในหล่มโคลน ทุกคนไม่เห็นความหวัง มองไม่เห็น White Collar ที่จะขึ้นมากอบกู้วิกฤติ ที่น่าอับอายคือ บางคนมีความสามารถทุกประการ แต่กลับทำตัวเหมือน คมช. คือ รอ รอ รอ รอจนสถานการณ์บ้านเมืองสงบแล้วค่อยก่อการ แต่หารู้ไม่ว่า มีแต่วิกฤติเท่านั้น จึงสร้างโอกาส หากไม่เร่งให้การศึกษาในช่วงนี้ White Collar จะมีพัฒนาการช้าไป 10 ปี เพราะปัญหาการเมืองจะทำให้ชาติพัฒนาช้า และยังกดให้พวก White Collar หดหู่สิ้นหวัง
หุ้นดีไม่อาจปราศจากเจ้ามือ ยิ่งถ้าเจ้ามือไม่ยอมลากขึ้นด้วยแล้ว เวลาลงคนจะพร้อมใจกันขาย ไม่สามารถรักษาระดับราคาได้ กลายเป็นหุ้นกเฬวราก หรือหญิงงามผู้อาภัพไป
ตู้เฟิ่งซันกล่าวว่า“แต่ละคนล้วนคิดอ่านเพื่อตัวเอง หลิวอี้กับเห่ออู่จี่เป็นเช่นนี้ บุคคลอื่นก็เป็นเช่นนี้ แต่รอจนพวกมันทำความเข้าใจว่า นอกจากติดตามท่านแล้ว ไม่มีช่องทางอื่นอีก ได้แต่เข้าสังกัดร่มธงของท่าน นี่เป็นเรื่องของกำลัง ท่านเองอาจไม่รู้สึก แท้ที่จริงท่านเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของนครเจี้ยนคัง พลังของท่านมองไม่เห็น เมื่อแสดงออกจะคล้ายสายน้ำทลายทำนบ ไม่มีผู้ใดต้านทานได้”
หลิวอวี้เห็นว่าตู้เฟิ่งซันพอมาถึง สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป มันจะช่วยคิดอ่านวางแผนให้กับตนเอง หาได้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวเช่นที่ผ่านมาอีก”
เราต้องไปพ้นโลกแบบเส้นตรง ไม่มองว่า White Collar จะเริ่มสะสมกำลังและเป็นไปเอง แม้แนวโน้มจะเป็นเช่นนั้น แต่หากไม่จัดตั้งรวมตัว จะโดนพวกอำนาจเก่ากดดัน ตัดตอน บอนไซ
White Collar เป็นพลังที่น่ากลัวยิ่ง รวมตัวกัน 10 คน ยังก่ออานุภาพน่าตระหนก ดังนั้น การตามหา White Collar ที่มีคุณภาพ จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรชักช้า แต่ควรทำอย่างจริงจังฉับไว เพราะถ้าได้ที่มีคุณภาพเพิ่มมาเพียง 1 คน ย่อมติดปีกให้กองทัพมากหลาย และยิ่งตระเวนสายทั่วทุกซอกมุม จะทรงอานุภาพเพียงใด
การมี White Collar จะยิ่งตามหา White Collar เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบทวีคูณ ไม่ใช่เส้นตรง อาศัยห้วงวิกฤติ เป็นสายลมพัดเปลวไฟ แต่หากช่วงวิกฤติผ่านพ้น White Collar จะหมกมุ่นกับปัญหาเฉพาะตัว เศรษฐกิจเฉพาะหน้า จะไม่มีวันหันหัวให้การเมือง พวกที่มุ่งหวังว่า White Collar ที่มีจิตสำนึกทางการเมือง จะค่อยๆเข้าร่วมแบบเส้นตรงนั้นย่อมคิดผิด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ มีแต่ทวีคูณ หรือไม่ก็ถดถอยนิ่งซึม เพราะโลกเป็นเช่นนี้ เมื่อมีความต้องการจะต้องการพร้อมกัน เมื่อไม่ต้องการก็คือไม่ต้องการ
ควรหรือยังที่เราจะทุ่มกำลังเดินสายเพื่อเก็บเกี่ยวในช่วงนี้ให้ มากที่สุด และยามบ้านเมืองสงบ เราค่อยใช้ White Collar ที่จัดตั้งได้ ให้รวมกลุ่มกันพัฒนาต่อไป
ภาพจาก Flickr.com : Terracotta Warrior โดย David Wilmot
สหายท่านหนึ่งตั้งคำถามว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มีจุดสูงสุดอยู่ที่ไหน มีจุดต่ำสุดอยู่ที่ใด ผมตอบว่า “บอกไม่ได้” เพราะมีตัวแปรที่คำนวณไม่ได้อยู่ ตัวแปรนั้นคือ พวกเรา เพราะหากพวกเราเข้าร่วมเปลี่ยนแปลง สถานการณ์ย่อมเปลี่ยนแปลงไป เรามีส่วนกำหนดบทบาท เราเป็นตัวรวบรวม ไพร่พล White Collar ที่กระจัดกระจาย รอคอยคนมาให้รับใช้ รอคอยจอมคนมาบัญชาการศึก
คนเก่งย่อมรู้ใจกัน คนโง่เขลาย่อมคิดการสั้น ดังนั้น การที่ White Collar ดูมีบทบาทน้อย อาจเพราะยังไม่พอใจต่อกลุ่มกำลังต่างๆที่ช่วงชิงความเป็นใหญ่ในขณะนี้ พวกเขากำลังรอคอยขุมกำลังใหม่ ที่มีข้อเสนอใหม่ ซึ่งมีคุณค่า เป็นอาหารจานโปรด ที่น่าเสพน่าทาน เป็นผู้หญิงหุ่นดี ขาว สวย หมวย อึ๋ม เต็มด้วยความฉลาดน่ารัก ไม่ใช่โสเภณีที่ขายตัวอยู่เกลื่อนกลาด มีสมองโง่ซึมที่เสพแต่สุรา อ้างว่าปลดทุกข์ให้มวลประชา แต่ที่แท้ปลดเปลื้องความใคร่แห่งตน
ควรมีการวางแผนการตลาด ประชาสัมพันธ์ จัดสัมมนาพลวัตเปิด ครั้งที่ 1 พูดถึงทิศทางประเทศไทย พูดถึง ภูมิปัญญาของ White Collar โดยมีศิลปะแห่งการสนทนา มีการจัดเตรียมงานอย่างดี ถือเป็นการหยั่งกำลัง White Collar ทั่วแผ่นดิน หากได้สัก 50 คน เราย่อมเลือกไม้ดอกงามๆมาได้สัก 10-20 ช่อ ให้ได้ชื่นใจ ให้ได้เชยชมกลิ่มหอม ได้ชื่นจิตชื่นใจ
เรากำลังต่อสู้กับกาลเวลา เรากำลังต่อสู้กับ พวกกเฬวราก ที่ทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ปลุกระดมมวลชนอย่างบ้าระห่ำ หากเราตัดสินใจรอ ไม่เล่นหมากตานี้ สุดท้าย พวกนี้จะฉวยประโยชน์ไป แต่เนื่องจากพวกนี้ไม่มีคุณค่าให้แผ่นดิน สุดท้าย ด้วยความโง่เขลา กลับจะทำให้แผ่นดินยิ่งเสื่อมทราม White Collar ที่มี Trend แห่งอนาคตจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ กลับถูกมรสุมของสถานการณ์โดยรวมพัดพา ทำให้ล้มหายตายจาก ป่วยไข้ได้เจ็บ
แต่ในทางกลับกัน ถ้า White Collar ลุกขึ้นสู้ รวบรวมไพร่พล สะสมเครือข่าย ย่อมมีคุณภาพสร้างสรรค์ และหากสามารถมีบทบาททางการเมือง กำหนดนโยบายได้ การเปลี่ยนแปลงที่ตามมาย่อมมีคุณต่อ white collar
แต่จะไม่มี White collar แบบกลางๆ ที่เติบโตไปเรื่อยๆ ไม่มีวันมี มันมีแต่ในหัวสมองและพวกจิตนิยมเท่านั้น เพราะโลกไม่ได้เป็นเส้นตรง ได้จะได้ทั้งหมด เสียจะเสียทั้งหมด ทุกอย่างกระทบถึงกัน (ไม่มี White Collar ที่อิสระ แต่ถูกแวดล้อมด้วยปัจจัยทางการเมืองสังคมวัฒนธรรม บ้านเมืองเน่าก็กระทบ White Collar บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงก็ต้อง White Collar เป็นทั้งผู้รับและผู้กระทำ)
เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องลงมือทำ ลงมือทำอย่างเดียวไม่พอ ต้องรวดเร็ว ทันต่อโอกาสที่ผ่านเข้ามา
''“เราทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักสู้หรือไม่ ต่างก็เคยได้รับโอกาสที่เกิดกับตนเองเป็นครั้งคราว แต่ความแตกต่างระหว่างคนธรรมดากับนักสู้ก็คือ นักสู้ตระหนักถึงเรื่องโอกาสได้ดีกว่า และหน้าที่ของเขาอย่างหนึ่งก็คือ การตื่นตัวและตั้งตาคอย เพื่อที่เมื่อโอกาสอันน้อยนิดเกิดขึ้นมา เขาจะได้ฉวยมันไว้ได้ทัน”"
คาร์ลอส คาสทาเนดา
White Collar ทั่วโลกจงสามัคคีกัน
ป.ล. บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก นิยายชื่อดังแห่งศตวรรษที่ 20 In search of lost time ตามหาวันเวลาที่สูญหาย และแถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ เอกสารสำคัญแห่งศตวรรษที่ 19

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นำมาจาก www.palawat.org

 

โดย: 
ฤษณรส

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้