สมการสะท้านโลก
P = i+t+k
P = Power (อำนาจ)
i = information (ข่าวสาร)
t = tecnology (เทคโนโลยี)
k = knowledge (ความรู้)
ทฤษฎีนี้ อธิบายว่า อำนาจในโลกยุคใหม่ ไม่ได้อยู่ที่ ปืน กำลังทหาร
หรือเงินทุนจำนวนมหาศาลอีกต่อไป
หากแต่อยู่ที่ ใครครอบครองข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องมากกว่า
อยู่ที่ใครครอบครองเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายิ่งกว่า
อยู่ที่ใครครองครองความรู้และวิทยาการที่ถูกต้องยิ่งกว่า
บางคน อาจเข้าใจว่า ๓ คำนี้เหมือนกัน ความจริง ต่างกันมาก
มีอีกคำที่ทำให้สับสน คือ คำว่า ข้อมูล หรือ data
เอาตัวอย่างดีกว่า ๓๓ บาทแลกได้ ๑ ดอลล่าสหรัฐ คือข้อมูล
เมื่อเอาข้อมูลนี้ ไปเปรียบเทียบกับข้อมูลในอดีตเมื่อไม่นานมานี้
ที่ว่า ๓๖ บาท แลกได้ ๑ ดอลล่าห์สหรัฐ ก็เกิดความหมายขึ้นมาว่า
บาทแข็ง นี่เป็น ข้อมูลข่าวสาร หรือ เป็นข้อมูลที่มีคุณค่าความหมายขึ้นมา
ส่วนความรู้ เป็นความรับรู้ขั้นเหตุผล ขั้นทฤษฎี
ที่ไม่เพียงสามารถอธิบายเรื่องราวได้อย่างถูกต้อง
รอบด้านและเป็นประวัติศาสตร์
แต่ยังเสนอทางแก้ปัญหาได้อีกด้วย
สำหรับเทคโนโลยี หมายความรวมถึงอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือของมนุษย์
และความรู้ความสามารถในการใช้เครื่องไ้ม้เครื่องมือเหล่านั้นด้วย
บางคนก็ไปใช้ควบกับคำว่า วิทยาศาสตร์
กลายเป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไป
ทฤษฎีนี้ อธิบายต่อไปว่า ในสังคมมนุษย์ยุคโบราณ ยุคทาส
และยุคเจ้าขุนมูลนาย กลุ่มไหน มีกำลังทหาร อาวุธและวิชาการต่อสู้เอาชนะ
ที่เข้มแข็งเกรียงไกรกว่า ก็เป็นกลุ่มที่มีอำนาจมากกว่า
ขึ้นเป็นเจ้า ขึ้นเป็นมหาอำนาจ
เมื่อสังคมมนุษย์ พัฒนาก้าวเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยุคทุนนิยม
ทุนก็ค่อยๆทวีความสำคัญขึ้นตามลำดับ จนในที่สุด
ผู้แทนของทุนใหญ่ๆ ก็เข้าควบคุมอำนาจรัฐ ทำให้ทหารถอยออกไปจากการเมือง
กลายเป็นสถาบันวิชาชีพหนึ่งเช่นเดียวกับสถาบันข้าราชการพลเรือน
และสถาบันข้าราชการตุลาการ บงการให้ทหารและปืน
เป็นเพียงเครื่องมือในการปกป้องและขยายทุนให้เติบโตไปทั่ว
สังคมมนุษย์ได้พัฒนาต่อไป เข้าสู่ยุคปัจจุบันซึ่งเรียกว่ายุคทรัพย์สินทางปัญญา
บ้างก็เรียกว่ายุคข้อมูลข่าวสาร บ้างก็เรียกว่ายุคโลกาภิวัฒน์
หรือโลกความจริงเสมือนไร้พรมแดน (virtual cyber space)
ในโลกยุคใหม่นี้ เงินทุนยังคงมีความสำคัญ แต่เมื่อเปรียบเทียบ
กับทรัพย์สินทางปัญญา เงินทุนก็มีความสำคัญลดลงไป
เพราะต่อให้ไม่มีเงินเลยหรือมีเพียงเล็กน้อย แต่ถ้ามีความรู้และโครงการที่ดี
ก็จะสามารถ ระดมเงินทุนจำนวนมหาศาลได้ทันที
กูเกิ้ล (Google) แอพเปิ้ล (Apple) คือตัวอย่างจริงที่ได้เกิดขึ้นแล้ว
ตรงกันข้าม ต่อให้มีเงินทุนที่หน้าตัก ตั๋งขนาดไหน
ถ้าพ่ายแพ้ในเรื่องความรู้วิทยาการ ใหญ่ขนาดไหน ก็ล้มมาให้เห็นแล้ว
ถึงวันนี้ ใครยังจำบริษัทเวิร์ดเพอเฟ็ค (WordPerfect) หรือ
โอเอสทู (OS/2) กับไมโครแชนแนล (Micro Channel) ของไอบีเอ็มได้
ทฤษฎีนี้ จึงอธิบายว่า อำนาจ (P) ในโลกยุคใหม่ได้เคลื่อนไปอยู่ที่
กลุ่มคนที่ครอบครองข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องมากกว่า
มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายิ่งกว่า และความรู้และวิทยาการที่ถูกต้องยิ่งกว่า
ไม่ได้ชี้ขาดที่ผู้ถือครองเงินทุนหรือถือปืน อีกต่อไป
ดูจากพวกคมช.ที่ถือปืน เก้ๆ กังๆอยู่ เจอปัญหาค่าเงินบาทแข็งเข้าไป
เจอปัญหาสามจังหวัดภาคใต้เข้าไป ไม่รู้ว่าควรทำอะไรดี ก็ได้แต่สมเพชเวทนา
กลุ่มคน ที่ว่านี้ คือใคร ?
พวกเขา คือ คนงานปกเสื้อสีขาว (white collar / wc)
พวกเขา คือ คนงานที่ทำงานด้วยความรู้ (knowledge worker)
พวกนี้ เติบโตขึ้นทุกที ทั้งทางปริมาณและคุณภาพ
ทวีบทบาทความสำคัญ ไปทั่วทุกปริมณฑลของสังคม
ชนเสรีรุ่นใหม่ ได้มาถึงแล้ว !
ขอผองเรา จงมาร่วมกันต้อนรับพวกเขาด้วยความยินดีเถิด !
ไท


ศรศิลป์
อืมมมม
สมการนี้สะท้านโลกพอๆ กับ E = mc2 เชียวนา