ดูไบ : การพัฒนาชายฝั่งทะเลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

tags:

ดูไบเมื่อ ค.ศ. 1990 ก่อนการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง

ถนนสายเดียวกันเมื่อ ค.ศ. 2003

เมื่อปีที่แล้ว

กล่าวกันว่าจำนวนปั้นจั่นในดูไบ มีถึงร้อยละ 15 ถึง 25 ของจำนวนปั้นจั่นทั้งหมดในโลก

ชายฝั่งทะเลดูไบ เมื่อพัฒนาแล้วเสร็จจะเป็นโครงการฟัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ทั้งหมดนี้สร้างขึ้นในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งเกาะที่ดูเหมือนต้นปาล์มเกาะนี้ด้วย

ได้มีการนำเทคโนโลยีการขุดลอกแบบใหม่ของเนเธอร์แลนด์มาใช้เพื่อสร้างเกาะขนาดใหญ่โตเหล่านี้ เกาะเหล่านี้เป็นเกาะเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลกและสามารถมองเห็นได้จากอวกาศ เกาะรูปต้นปาล์มเหล่านี้จะสร้างขึ้นด้วยกันสามเกาะ โดยเกาะสุดท้ายจะมีขนาดใหญ่ที่สุด

รีสอร์ตแห่งนี้เมื่อสร้างแล้วเสร็จจะประกอบด้วยบ้านพักตากอากาศ 2,000 หลัง โรงแรมชั้นหรู 40 โรง โรงภาพยนตร์ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ คาดว่ารีสอร์ตแห่งนี้จะรองรับประชากรได้ราว 500,000 คน เจ้าของโครงการโฆษณาว่ารีสอร์ตแห่งนี้สามารถเห็นได้จากดวงจันทร์

กลุ่มเกาะโลก : เกาะเทียมจำนวนราว 300 เกาะซึ่งสร้างเป็นรูปร่างแผนที่โลก ประมาณการว่าค่าก่อสร้างเกาะแต่ละเกาะอยู่ที่ 25 ถึง 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ

โรงแรม Burj al-Arab ในดูไบ : โรงแรมที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้ถือกันว่าเป็นโรงแรม 7 ดาวเพียงแห่งเดียวและเป็นโรงแรมที่หรูหราที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะเทียมในทะเล

Hydropolis : โรงแรมใต้น้ำแห่งแรกของโลก สร้างขึ้นทั้งหมดในเยอรมนีแล้วจึงนำมาประกอบที่ดูไบ มีกำหนดแล้วเสร็จใน ค.ศ. 2009 หลังจากเลื่อนกำหนดการมาแล้วหลายครั้ง

Burj Dubai : เริ่มก่อสร้างเมื่อ ค.ศ. 2005 และคาดว่าจะแล้วเสร็จใน ค.ศ. 2008 ด้วยความสูงมากกว่า 800 เมตร อาคารหลังนี้จะกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ และจะสูงกว่าตึกที่สูงที่สุดในโลกขณะนี้ (ไทเป 101) เกือบร้อยละ 40

นี่คือทิวทัศน์ของดูไบในอนาคตอันใกล้ ราว ค.ศ. 2008-2009 ปัจจุบัน Burj Dubai สร้างคืบหน้าไปแล้วมากกว่า 140 ชั้นและได้กลายเป็นสิ่งก่อสร้างโดยมนุษย์ที่สูงที่สุดในปัจจุบันแล้ว Burj Dubai จะยังไม่มีกำหนดการแล้วเสร็จไปอีกอย่างน้อยหนึ่งปี

Al Burj : อาคารหลังนี้จะกลายเป็นจุดศูนย์กลางของชายฝั่งทะเลดูไบ เมื่อแล้วเสร็จจะกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกแทนที่ Burj Dubai

เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการประกาศว่าอาคารหลังนี้เมื่อแล้วเสร็จจะสูง 1,200 เมตร ซึ่งทำให้อาคารหลังนี้สูงกว่า Burj Dubai ถึงร้อยละ 30 และสูงเป็นสามเท่าของตึกเอมไพร์สเตต

Burj al Alam หรือหอโลก (World Tower) : เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในโลก คาดว่าจะแล้วเสร็จใน ค.ศ. 2009 ด้วยความสูง 480 เมตร โรงแรมนี้จะเตี้ยกว่าไทเป 101 เพียง 28 เมตร

Trump International Hotel & Tower ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางของเกาะ Palm Jumeirah เกาะหนึ่งในบรรดาเกาะปาล์ม

 

Dubailand : ปัจจุบัน สวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ Walt Disney World Resort ในเมืองออร์แลนโด มลรัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นสถานประกอบการที่มีลูกจ้างมากที่สุดในที่แห่งเดียวอีกด้วย โดยมีลูกจ้างจำนวน 58,000 คน แต่ทว่า Dubailand จะมีขนาดเป็นสองเท่าของ Walt Disney World Resort

 

Dubailand จะสร้างขึ้นบนเนื้อที่ 3 ล้านตารางฟุต ด้ายมูลค่าการก่อสร้างประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ฯ ณ ที่ตั้งของ Dubailand จะมีโครงการขนาดยักษ์ 45 โครงการและโครงการระดับรองลงมาอีก 200 โครงการ

Dubai Sports City : สนามกีฬาหลากหลายชนิดกีฬาซึ่งตั้งอยู่ใน Dubailand

ปัจจุบัน Walt Disney World Resort เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในโลก แต่เมื่อ Dubailand แล้วเสร็จ Dubailand จะกลายเป็นอันดับหนึ่งแทนเนื่องจากคาดว่าจะมีผู้มาเยือน Dubailand ราว 200,000 คนต่อวัน

Dubai Marina เป็นโครงการซึ่งมนุษย์สร้างขึ้นล้วน ๆ ซึ่งจะประกอบด้วยตึกระฟ้ามากกว่า 200 หลังเมื่อแล้วเสร็จ โครงการนี้จะเป็นที่ตั้งของสึ่งก่อสร้างเพื่อการอยู่อาศัยที่สูงที่สุดในโลกหลายแห่งด้วยกัน ในรูปนี้เป็นโครงการเฟสแรกซึ่งสร้างเสร็จแล้ว อาคารสูงอื่น ๆ ในโครงการจะแล้วเสร็จใน ค.ศ. 2009-2010

Dubai Mall จะเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยพื้นที่ศูนย์มากกว่า 9 ล้านตารางฟุต และร้านค้าประมาณ 1,000 ร้าน กำหนดแล้วเสร็จ ค.ศ. 2008

Ski Dubai : เปิดให้บริการแล้ว โดยเป็นลานสกีในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภาพนี้เป็นภาพวาดของลานสกีอีกแห่งที่อยู่ในแผนการก่อสร้าง

อาคารที่สูงที่สุดในโลกหลายแห่ง เช่น Ocean Heights และ Princess Tower ซึ่งจะเป็นอาคารพักอาศัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยจำนวนชั้นมากกว่า 100 ชั้น จะตั้งอยู่ใน Dubai Marina

ท่าอวกาศยานยูเออี (UAE Spaceport) จะเป็นท่าอวกาศยานแห่งแรกในโลก หากมีการก่อสร้างขึ้น

ข้อมูลอื่น ๆ

ระบบรถไฟขนส่งมวลชนดูไบ (Dubai Metro) เมื่อแล้วเสร็จ จะเป็นระบบรถบนรางแบบอัตโนมัติทั้งหมดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ท่าอากาศยานดูไบเวิลด์เซนทรัล (Dubai World Central International Airport) จะเป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อสร้างเสร็จ และยังจะเป็นท่าอากาศยานที่มีผู้ใช้มากที่สุดด้วย

AttachmentSize
image0011.jpg23.16 KB
image0022.jpg25.73 KB
image0033.jpg29.93 KB
image0044.jpg24.79 KB
image0055.jpg26.06 KB
image0066.jpg39.34 KB
image0077.jpg48.8 KB
image0088.jpg36.27 KB
image0099.jpg41.56 KB
image01010.jpg22.37 KB
image01111.jpg26.84 KB
image01212.jpg34.2 KB
image01313.jpg34.97 KB
image01414.jpg23.87 KB
image01515.jpg39.37 KB
image01616.jpg35.67 KB
image01717.jpg42.6 KB
image01818.jpg45.88 KB
image01919.jpg13.64 KB
image02020.jpg53.62 KB
image02121.jpg30.43 KB
image02222.jpg50.41 KB
image02323.jpg45.7 KB
image02424.jpg39.73 KB
image02525.jpg39.17 KB
image02626.jpg42.61 KB
image02727.jpg43.17 KB
image02828.jpg37.11 KB
  • ไม่เพียงแต่ดูไบ สภาพการณ์คล้ายคลึงกันกำลังเกิดขึ้นกับเมืองต่างๆ ในจีน เผ่าชนอำนาจใหม่ซึ่งรุ่งเรืองในอดีตก็ล้วนมีอาการเช่นนี้ มหาอำนาจใหม่ที่มั่งคั่งขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ทศวรรษ ย่อมแสดงความทะเยอทะยานในการเร่งฝีก้าวให้ทันมหาอำนาจเดิม

 

  • เฉกเช่นอภิมหาอำนาจล่าสุดของโลก สหรัฐอเมริกา ที่เศรษฐกิจรุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นอย่างรวดเร็วหลังมหาสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (1914-1918) ในขณะที่มหาอำนาจเดิมในยุโรปทรุดโทรมลง เนื่องจากสงครามชิงความเป็นจ้าวบนภาคพื้นทวีป และแย่งชิงกันปักปันเขตอาณานิคมทั่วโลก

 

  • ความรุ่งเรืองเฟื่องฟูดังกล่าวของสหรัฐฯ ในระยะนั้นพาให้ปวงชนมะกันวาดฝันสวรรค์บนดิน ชนทั่วทั้งชาติเปี่ยมล้นด้วยการเล็งผลเลิศ และความเชื่อมั่นในอนาคตอันมั่งคั่งไพบูลย์ ผลที่ตามมาอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้คือ การแตกสลายของฟองสบู่สวรรค์บนดินในวิกฤตปี 1929 ซึ่งได้หลอมละลายระบบเศรษฐกิจในโลกทุนนิยมลงแทบสิ้นเชิงยาวนานนับสิบปี และผลักไสโลกของมวลมนุษยชาติสู่มหาสงครามโลกครั้งที่สอง (1939-1945)

 

  • นับแต่อดีตกาล มหาอาณาจักรและจักรวรรดิทั้งปวงมักทุ่มเทก่อสร้างสถาปัตยกรรมแสนมหัศจรรย์ เพื่อประกาศความรุ่งเรืองที่จะยืนยงคงอยู่ชั่วนิรันดร์ ให้เป็นที่เกรงขามหวาดกลัวของอนารยชนอื่นๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงมักไม่เป็นดังมุ่งมาด สถาปัตย์ทั้งปวงเหล่านั้นเป็นได้ก็แค่เพียงป้ายหน้าหลุมศพของซากอารยธรรมที่สิ้นชาติไปเผ่าชนแล้วเผ่าชนเล่า โรมันก็เป็นเช่นนี้ อัสซีเรียก็เป็นเช่นนี้ อียิปต์ก็เป็นเช่นนี้ ขอมก็เป็นเช่นนี้

 

  • ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง มหาอาณาจักรใดๆ ล้วนเหลือแค่เศษฝุ่นทราย
กลัว สึนามิ

แทบไม่น่าเชื่อว่า การลงทุนขนาดใหญ่ยักษ์มโหฬารขนาดนี้ จะสามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศเล็กๆ ชื่อ ดูไบ

มันเหมือนกับการเนรมิต"เมืองสวรรค์" แบบในเทพนิยาย มากกว่าจะเป็นเรื่องจริง

เรื่องราวที่สามารถทำได้ขนาดนี้ มันน่าจะมีอะไรมากกว่าแค่ การมี"เงินทุนมหาศาล"จากการขายน้ำมัน

โครงการขนาดใหญ่ยักษ์เหล่านี้ เมื่อสร้างเสร็จ ก็ยังน่าคิดว่า จะเอากำลังซื้อ( demand)เช่น ผู้คน บริษัท ห้างร้าน เข้าไปอยู่และทำประโยชน์ มากมายมหาศาลขนาดนั้นมาจากไหน จึงจะสามารถตอบสนองพื้นที่มหาศาลที่สร้างขึ้นมาได้(supply)

ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง การออกแบบ การลงทุน การบริหารด้านตลาดและการบริหารจัดการด้านต่าง ฯลฯ ก็ช่วยแจ้งข่าวสารด้วย

สงสัย พักร้อนครั้งหน้า ต้องวางแผนไปดูไบ  ขอไปเห็นกับตาสักครั้ง แบบว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

เว็บเพื่อนบ้าน

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้