วิจารย์ตัวละครสำคัญบนเวทีการเมืองไทย

tags:
โดย: 
ใบตองแห้ง

เรียน คุณใบตองแห้ง

ขอยืมเนื้อที่ของคุณใบตองตอบคุณอำภา เรื่องสนธิ (ลิ้ม) ว่า ผมคิดว่าสนธิ (ลิ้ม) เป็นคนอย่างไร อันที่จริง ผมเคยให้ความเห็นหลายครั้งแล้วว่า ธาตุแท้ของสนธิ (ลิ้ม) นั้นชั่วร้าย

ที่ออกมาไล่ทักษิณเพราะตนเองเสียประโยชน์ หรือไม่ได้ประโยชน์เท่านั้น ต่างจากสุริยะใสหรือรสนา เหตุผลคือถ้า คุณอำภาพอจะเชื่อเกี่ยวกับโหราศาสตร์บ้าง ลักษณะของสนธิ (ลิ้ม) นั้นบอกได้เลยว่าเป็น คนฉลาด แกมโกง นัยน์ตา ส่อถึงการเป็นคนราคะจัดและโมโหร้าย ซึ่งต่างจากรสนาหรือจำลอง

ลักษณะของจำลองเป็นคนที่เชื่อมั่นตนสูง ขณะที่ไม่มีความสามารถที่แท้จริงและชอบทำตนลึกลับ เพราะไม่ ต้องการ ให้ใครเท่าทันความคิดของตน คนที่เป็นตัวของตัวเอง จึงยากจะทำงานด้วยเพราะจำลองมี ego สูง ไม่ฟังใคร ขณะที่ รสนาเป็นคนใจร้อนไม่ยอมใคร ถ้าเชื่อว่าสิ่งที่ตนทำถูกต้อง ก็จะยืนกรานตามความคิดของ ตนเองจนถึงที่สุด เช่นเดียวกับจำลอง แต่ทั้งจำลองและรสนาต่างจากสนธิ (ลิ้ม) ตรงที่จะยืนอยู่ข้างความถูกต้อง ขณะที่สนธิ (ลิ้ม) ยืนอยู่ข้างที่มีประโยชน์ เมื่อไม่ได้ประโยชน์ก็ออกมาไล่ทักษิณก็เท่านั้น

ส่วนทักษิณนั้น ถ้าคุณอำภา เคยอ่านหรือดูเรื่องสามก๊กที่ฉายใน TPBS ขณะนี้ ผมบอกได้ว่าลักษณะของทักษิณ คล้ายโจโฉ กล่าวคือทักษิณนั้นเป็นคนที่ฉลาด, กล้าตัดสินใจ, รู้จักใช้คน, ใจเหี้ยมทำทุกวิถีทางเพื่อความสำเร็จ เพื่อ ความสำเร็จแล้วทักษิณทำทุกทาง โดยไม่คำนึงถึงความถูกผิดชั่วดี ทักษิณรู้จักใช้คน ถ้าใครทำดีมีผลงาน ก็จะให้ บำเหน็จตอบแทนสูง เช่น พวก นปก.หรือนพดล ที่ได้ทั้งเงิน, ตำแหน่ง, เมีย ครบถ้วน

ขณะที่ฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะเป็น อำมาตยาธิปไตย หรือ ปชป.ที่นอกจากไม่รู้จักใช้คนยังทำให้คนดีเจ็บช้ำน้ำใจ เช่น พล.อ.สพรั่ง ถ้าเป็นทักษิณ ผมเชื่อว่า ทักษิณจะปูนบำเหน็จให้เป็น ผบ.ทบ. แต่อำมาตย์แก่ๆ กลับเป็นคนที่เลือก ที่รัก มักที่ชัง เหมือนอ้วนเสี้ยว กล่าวคือที่ใกล้ก็ได้ดี ส่วนที่ไกลก็ตกอับ นอกจากไม่ใช้และเชิดชูคนดีอย่างสพรั่ง แต่กลับใช้ แต่พวกสอพลอ เช่น มีชัย, อารีย์ วงศ์อารยะ นานเข้าก็คงเหมือนอ้วนเสี้ยว คือถึงมีทหาร 70 หมื่นก็ต้อง พ่ายแพ้

สำหรับอภิสิทธิ์ ผมคิดว่าเขาเป็นคนดีแต่ไม่มีความสามารถ ถึงแม้จะอยากทำดีแต่ก็ไม่กล้ายืนหยัด ทำในสิ่งที่ตน คิดว่าควรทำ อภิสิทธิ์เหมือนเล่าเจี้ยง กล่าวคือ เล่าเจี้ยงรักคนดีมีความสามารถ เกลียดชังคนเลว แต่ครั้นเจอคนดี มีความสามารถก็ไม่รู้จักใช้ เกลียดชังคนเลวแต่ไม่กล้าขับไล่ ตัวอย่างก็เห็นได้หลายๆ ข้อ เช่นกรณีของ ดร.เกรียงศักดิ์ เป็นคนโลเลไปตามกระแสไม่ใช่ผู้นำที่ดี เช่นตอนแรกบอกไม่เอา ม.7 ตอนหลังก็บอกว่าผมพร้อม เป็นนายกฯ คนเช่นนี้จึงไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำ

เหมือนที่รสนาพูดว่า "อภิสิทธิ์ก็ยังไม่ใช่ความหวังของคนไทย" เพียงแต่ที่คนชอบและเชื่อว่า อภิสิทธิ์ต้องเป็น นายกฯ ก็เพราะมาจากความประทับใจส่วนตัวในบุคลิกและหน้าตาที่หล่อเหลา เป็นลูกผู้ดีมีตระกูล เรียนจบ ป.โท oxfofd แต่ไม่เคยบอกได้เลยว่า อภิสิทธิ์นั้นจริงๆ มีความสามารถหรือผลงานอะไร ใช้แค่ความประทับใจส่วนตัว ตัดสินชะตากรรมของประเทศ แต่คนชอบอภิสิทธิ์ก็จะไม่ยอมรับความจริงข้อนี้แน่นอน

ขณะที่ทักษิณแม้จะมีความสามารถกว่า แต่ก็เป็นคนชั่วและเป็นทรราชที่ต้องขับไล่ เพราะทักษิณแม้เหมือนโจโฉ คือรู้จักใช้คน แต่ก็ต่างจากโจโฉ คือโจโฉแม้มีเล่ห์เหลี่ยม แต่ก็รักคนที่สัตย์ซื่อถือคุณธรรม แม้ไม่ได้ตัวแต่ก็ไม่คิด ทำร้าย เช่น ไม่ส่งคนไปจับกวนอู และไม่ให้ใช้ธนูฆ่าจูล่ง แต่ต้องการให้จับเป็นด้วยนับถือในความซื่อสัตย์ และอยากได้ มาใช้งาน แต่ทักษิณนั้นแม้มีคนดีอย่างจำลอง, ปุระชัย, ประพัฒน์ (ไอ้ก้านยาว), จาตุรนต์ แต่ทักษิณก็ไม่รู้จักรักษาไว้ บีบคั้นจนต้องจากไป ยกเว้นแต่จาตุรนต์ที่ไม่รู้จะไปไหนเท่านั้น

โจโฉไม่ใช้คนใกล้ชิด แต่ทักษิณชอบเอาญาติพี่น้องมาร่วมงาน และเป็นการร่วมกันทำชั่วมากกว่าทำดี เหมือน นโปเลียนที่ตีได้ประเทศใดก็ให้พี่น้องของตนเป็นกษัตริย์ เป็นการเพาะศัตรูเพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ และที่สำคัญโจโฉอ้าง โองการสวรรค์บีบคั้นฮ่องเต้ แต่ก็ไม่เคยคิดจะล้มล้างและตั้งตนเป็นฮ่องเต้แทน แต่สำหรับทักษิณนั้นต่างกัน ส่วนต่างกันอย่างไรก็คิดกันเอง

อาจจะตอบยาวไปแต่ก็หวังว่าคงจะพอใจ ส่วนคุณใบตองอาจบอกว่าผมไม่เชื่อโหราศาสตร์ ผมก็ไม่ว่าอะไร เพราะ จริงๆ ก็อย่างที่คุณใบตองคิดนั่นแหละ คือคนที่เรียนโหราศาสตร์รุ่นใหม่ๆ จะใช้หลักวิชาอื่นมาร่วมด้วย แต่อย่างหนึ่ง ที่คุณ ใบตองต้องตระหนักคือ ถ้าวิชานี้เหลวไหล แล้วทำไมคนสำคัญๆ รวมถึงทักษิณถึงเชื่อถือ เพราะผมบอกได้เลยว่า ทักษิณ-พจมาน ผัวเมียคู่นี้บ้าโหราศาสตร์มากกว่าที่เห็น และนอกจากนั้นยังบ้าไสยศาสตร์ด้วย

คุณใบตองอาจจะ หัวเราะว่าไร้สาระ แต่ผมเชื่อและมั่นใจว่า ลักษณะราศีของพจมานนั้นออกไปทางคนชอบเล่น พวกคุณไสย และลักษณะของผู้หญิงคนนี้ผมบอกได้เลยว่า ทะเยอทะยานและใจเหี้ยม ดังนั้นผัวเมียคู่นี้จึงถือว่าเป็น บุคคลอันตราย หากปล่อยไปส่วนรวมจะเป็นภัยและเดือดร้อนไม่สิ้นสุด

ส่วนถ้าจะถามว่าใครเป็นคนที่เหมาะกับการเป็นนายกฯ ผมมองว่ามีหลายคน เช่น อดีตนายกอานันท์, ดร.ศุภชัย เป็นต้น เพราะนอกจากมีลักษณะที่ดีตามหลักโหราศาสตร์แล้วยังมีความรู้ความสามารถจริงๆ แต่อย่างที่เรียนว่า ผมเชื่อใน หลักการเมืองภาคประชาชน, หลักการมีส่วนร่วมมากกว่า หากระบบดีตัวบุคคลที่ดีก็จะถูกคัดเลือกได้โดยอัตโนมัติ

ดังนั้น หากพันธมิตรจัดเวทีขึ้น ผมก็ขอเชิญชวนทุกท่านไปร่วมเพื่อแสดงการเมืองภาคประชาชนและหลักการมีส่วนร่วม ซึ่งพันธมิตรควรจะสรุปบทเรียนว่าที่ผ่านมาผิดพลาดอย่างไร จึงต้องทำให้เป็นการเมืองภาคประชาชนจริงๆ มิใช่การ เตะหมูเข้าปากหมาไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตาม โดยเฉพาะคุณสมบัติ บุญงามอนงค์ และกลุ่ม 19 กันยาฯ เพราะผมอาจจะ ไม่รู้จักโดยส่วนตัว แต่ผมเชื่อสายตาผมว่าเขาเป็นคนดีจากที่ผมเคยฟังม็อบ นปก. ผมมองว่าเขาต่างจาก นปก.คนอื่น จึงหวังว่าสุดท้ายเขาจะเข้าร่วมกับพันธมิตร และร่วมกันสร้างความเจริญให้กับประเทศชาติในที่สุด

ขอแสดงความนับถือ
คนชอบอ่านไทยโพสต์

ตอบ คุณคนชอบอ่านไทยโพสต์เอ๊ะ-ตกลงผมจะรอคุณอำภาตอบมาเองดีไหม ขอตอบเองก่อนดีกว่า เผื่อคุณอำภาไปแล้วไปลับไม่กลับมาหาตา คุณกางตำราโหราศาสตร์มองสนธิเลวร้ายพอๆกับทักษิณเลยนะครับ เพียงแต่อยู่ผิดข้างกันเท่านั้น โห-โชคดีที่ผมไม่เชื่อโหราศาสตร์ ไม่ได้บ้าโหราศาสตร์ตามบุคคลสำคัญทั้งหลาย (ไม่เฉพาะทักษิณหรอก คมช.ก็ดูหมอเหมือนกัน)

ผมเชื่อโหงวเฮ้งบางส่วน เชื่อว่ามันเป็นวิทยาศาสตร์ เช่น สีหน้าท่าที แววตา ริ้วรอยบนใบหน้า มันน่าจะมา จากอุปนิสัยที่สั่งสม เช่น คนเจ้าเล่ห์ก็จะยิ้มแบบเจ้าเล่ห์จนเคยตัว ผัวเมียบางคู่อยู่ด้วยกันนานๆ หน้าตาคล้ายกันแฮะ เพราะกิริยาอาการพยักเพยิดมันเชื่อมติดกันโดยไม่รู้ตัวแต่บางข้อก็อธิบายไม่ได้ เช่นผู้หญิงโหนกแก้มสูง บอกว่าร้าย นี่จริงแฮะ เห็นมาเยอะแล้ว ไม่รู้ว่ามาจากอะไร


อย่างไรก็ดี ผมยังไม่เชื่อโหราศาสตร์ประเภททำนายทายทักวันเดือนปีเกิด เวลาตกฟาก สมัยเด็กๆ พ่อพาผมไปดูหมอ หลายราย ไม่เห็นมีใครบอกว่าผมจะเข้าป่า จะมาเป็นนักหนังสือพิมพ์ ผมจึงไม่เอาเรื่อง พวกนี้มาเป็นหลักเกณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การเมือง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่ทุกคนเลือกข้าง ผมรู้สึกว่า แม้แต่หมอดูก็เลือกข้าง ทิ้งจรรยาบรรณ ผมคิดว่าทั้งทักษิณทั้งสนธิต่างก็ไม่ได้มีแต่ด้านเลวร้าย ที่สำคัญที่ทัศนคติของสังคม เลือกมองคน ด้านเดียว
คุณสนธิแกมีวิญญาณของสื่อนะ ในด้านที่เป็นเจ้าของธุรกิจแกอาจจะทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ แต่ด้านที่เป็นสื่อ แกก็ไม่เคยกลัวน้ำร้อน เห็นมาตั้งแต่สมัย รสช. แกมีผลประโยชน์ด้วยเพราะแกซี้ปึ้กกับทีมบ้านพิษฯ แต่คนเราไม่ใช่ ผลประโยชน์อย่างเดียวหรอกที่จะสู้ได้ขนาดนั้น ผมจำแม่นเลยว่าคุณสนธิเป็นคนที่สู้เพื่อสื่อกันเอง ตอนก่อตั้งผู้จัดการ แกยกฐานเงินเดือนวงการสื่อ พรวดพราด ไม่ใช่แค่ต้องการซื้อตัว แต่คุณสนธิใจนักเลงพอ ที่จะให้ลูกน้อง คุณสนธิก็มาจากสื่อ เป็นหัวหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ ประชาธิปไตยยุคหลัง 14 ตุลา ธาตุแท้ของแก ส่วนหนึ่งเป็นสื่อประชาธิปไตย แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นนักธุรกิจเดนตายผู้พร้อมจะเอาชนะโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ ซึ่งคนที่จะร่วมต่อสู้หรือเดินตามแกต้องเข้าใจ


ส่วนทักษิณเป็นคนฉลาดแต่ใจสั้น ภาษาเหนือเขาเรียกว่าใจฮิ่น ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรแต่ทักษิณเข้าใจ (ฮา) ไม่ใช่แค่ใจร้อนแต่รวมถึงใจเร็ว ใจแคบ ปรวนแปรง่าย ขี้ระแวง ขี้น้อยใจด้วย ทักษิณตายเพราะเหลิงอำนาจ ทั้งที่เริ่มต้นด้วยเจตนาที่จะสร้างประเทศให้ยิ่งใหญ่ตามอุดมการณ์ของตัว (ซึ่งผมเรียกว่าอุดมการณ์ทุนผูกขาด)

การได้มาซึ่งอำนาจไม่ว่ายุคก่อนหรือยุคนี้ มันต้องใช้ทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ใช้เงิน ใช้อิทธิพล ใช้คุณธรรม ใช้นโยบาย ใช้ความเก่งกาจสามารถ ฯลฯ การบริหารจัดการระหว่างด้านมืดกับด้านสว่างเป็นเรื่องสำคัญ โจโฉบริหาร จัดการได้ ทักษิณบริหารจัดการไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อตัวเองเหลิง
แต่ที่คุณมองทักษิณแง่ร้าย (อย่างพันธมิตรทั้งหลาย) ผมว่าเกินไป ไม่มีใครจงใจอย่างนั้น ถ้าจะอธิบาย ปรากฏการณ์ของความขัดแย้ง มันก็คือการขัดกันของอำนาจ ที่เนื่องมาจากความไม่ชัดเจนของ ระบบอำนาจ ประชาธิปไตย เราไม่เคยมีรัฐบาลเลือกตั้งที่เข้มแข็งอย่างนี้มาก่อน ทักษิณก็รู้สึกว่าตัวเองต้องตั้ง ผบ.ทบ.ได้ ทำไมอำมาตย์ต้องเกี่ยวข้อง ขณะที่ฝ่ายอำมาตย์ผู้มีบารมีก็คิดว่าตัวเองกุมระบบคุณธรรม ควรจะสกัดกั้นอำนาจที่น่ากลัว
ย้อนกลับมาที่การเปรียบเทียบทักษิณกับฝ่ายอำมาตย์ เรื่องการเลือกใช้คน ผมคิดว่าปัญหา ไม่ใช่อย่าง ที่คุณพูด แต่ฝ่ายรัฐประหารจริงๆ อ่อนแอ ไม่มีใครกุมอำนาจได้เด็ดขาดเหมือนทักษิณ เป็นเหมือนแนวร่วมที่หลายฝ่าย ส่งตัวแทนมาร่วมกัน คนฝ่ายนั้นบ้างฝ่ายนี้บ้าง
ตัวอย่างที่ยกมาเรื่อง พล.อ.สพรั่งกับ พล.อ.อนุพงษ์ก็ไม่ถูก เพราะ พล.อ.อนุพงษ์มีบทบาทสำคัญกว่า พล.อ.สพรั่งในการรัฐประหาร


อย่างไรก็ดี ที่คุณเปรียบเทียบอภิสิทธิ์เป็นเล่าเจี้ยง เป็นมุมมองที่แปลกใหม่และถูกใจ (ฮา)


ท้ายที่สุด การเมืองภาคประชาชน ผมรู้สึกหดหู่ เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของพันธมิตร ผมคิดว่าพันธมิตร ก็ยังไม่ทบทวน ความผิดพลาดของตัวเองอยู่ดี พูดอย่างนี้ไม่ได้แปลว่าพันธมิตร ไม่ควรเคลื่อนไหว แต่ควรเคลื่อนไหวใน ระดับ ที่มีเหตุผล รู้ประมาณ คัดค้านพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรมของรัฐบาลในแต่ละเรื่องตามความเหมาะสม ไม่ใช่อะไรนิดอะไรหน่อยก็มิคสัญญี เหมารวมไปหมดโดยที่ประชาชนไม่ได้มีอารมณ์ความรู้สึกร่วม
คือพันธมิตรยังอารมณ์ค้างอยู่ แต่อารมณ์ของสังคมตั้งต้นใหม่แล้ว

ผมเชื่อว่าสังคมเห็นด้วยกับการคัดค้านการย้ายเลขาฯ อย. ย้ายคุณเสรีพิศุทธ์ ล่าชื่อไล่ รมว.สาธารณสุข แต่มิคสัญญีนี่ไกลไปเป้าหมายของพันธมิตรคือทำอย่างไรก็ได้ให้ทักษิณติดคุก ให้ยุบพรรคพลังประชาชน ให้เกิด "มิคสัญญี" จริงๆ ซึ่งประชาชนไม่เอาด้วย แม้จะไม่ชอบไอ้พวกรัฐมนตรีที่ลอยหน้าอยู่นี้

พันธมิตรร้องแรกแหกกระเชอว่ารัฐบาลแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่ผมเห็นว่าหมักพูดถูก 16 เดือน ที่ผ่านมาก็แทรกแซงกันจนเลอะเทอะ เห็นชัดๆ ว่าตุลาการจำนวนไม่น้อยกระโดดมาร่วมมือรัฐประหาร พันธมิตรโวยวาย เรื่องย้ายรองผู้การบุรีรัมย์ ผมอ่านข่าวตอนย้ายไปอยู่บุรีรัมย์ก่อนเลือกตั้ง ก็บอกว่ารองผู้การคนนี้ซี้พันธมิตร ส่งไปล่อ ไอ้ห้อยโดยเฉพาะ แล้วจะเอาไงดีล่ะ


ผมไม่มีคำตอบหรอกครับ แต่ฝากให้คิด เพราะถ้าเล่นกันแบบนี้ ผมว่าพันธมิตรเองจะตกเวทีประวัติศาสตร์ กลายเป็น ขบวนการอะไรที่ไร้สาระ แล้วก็จะกลายเป็นแค่ยามเคาะระฆัง


ขอแสดงความนับถือ
ใบตองแห้ง

ที่มา-คอลัมน์ว่ายทวนน้ำ โดยใบตองแห้ง 13 มีค. 2551

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้