พรรคจันทร์ส่องหล้า

tags:
โดย: 
ประชา บูรพาวิถี

ความชุลมุนวุ่นวายในพรรคพลังประชาชนที่สงบลงชั่วคราว ก็เพราะ "นายใหญ่" สายตรงมาจากลอนดอน ขอให้ทุกแก๊งทุกก๊วนสมัครสมานสามัคคี

พร้อมกับร้องเพลงสุดฮิต "…ต้องมีสักวัน ต้องมีสักวัน จะเดินตามฝัน ไม่ท้อไม่หวั่น มีแรงสู้ไป" ปลอบขวัญลูกพรรค ถ้าไม่ใช่วันนี้ ก็ต้องเป็นวันหน้า ถ้าไม่ใช่วันหน้า ก็ต้องเป็นวันโน้น…เอาน่า มันก็ต้องมีสักวันแหละที่เป็น "วันของผม"

ถึงอย่างไร ประเด็นเรื่อง "พรรคใหม่" ของลูกพรรคพลังแม้ว ก็ยังเป็นหัวข้อที่คอข่าวตั้งวงวิเคราะห์กันให้แซด ไม่ว่าจะเป็น พรรคเพื่อไทย หรือพรรคของแก๊งออฟโฟร์ แต่จะชื่ออะไรก็ช่างเถิด หากไม่มี "พรรคจันทร์ส่องหล้า" เป็นดั่ง "พรรคเงา" ก็ยากจะกุมชัยชนะในขอบเขตทั่วประเทศ

ขณะนี้ พรรคจันทร์ส่องหล้าก็มีการขยับปรับขบวนใหม่แล้ว หลังจาก "นายใหญ่-นายหญิง" ต้องนิราศร้างห่างบ้านไปอยู่เกาะ (สิงโตคำราม) เมื่อตระกูลชินวัตรได้ขอเปลี่ยนชื่อการจดทะเบียนบริษัท ประไหมสุหรี พรอพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้ถือหุ้นหลักของสโมสรแมนฯซิตี้ เป็นบริษัท แมนเชสเตอร์ซิตี้ เอฟซี ไทยแลนด์ จำกัด และมอบหมายให้ ชานนท์ สุวสิน และ ดวงฤทัย กสิโสภา เป็นผู้บริหารบริษัทดังกล่าว

มิเพียงเท่านั้น "ชานนท์-ดวงฤทัย" ยังได้รับความไว้วางให้ดูแลธุรกิจของตระกูลชินวัตร ที่มีมูลค่ารวม 1.9 หมื่นล้าน หลายคนอาจคุ้นชื่อชานนท์ สุวสิน เพราะมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการพรรคไทยรักไทย ในคณะกรรมการบริหารชุดที่ถูกตัดสินยุบพรรค

สำหรับดวงฤทัย กสิโสภา คนวงนอกไม่มีใครรู้จักเธอมากนัก แต่คนวงในอย่างลูกพรรคพลังแม้วไม่รู้จักเธอไม่ได้ ในเมื่อเธอ คือ "เจ้ากรมสรรพาวุธ" ตัวจริง และมีหน้าที่จัดการเรื่องกระสุนดินดำ เรื่องอาวุธหนักอาวุธเบา ดวงฤทัย หรือ "พี่แดง" ของเหล่า ส.ส. เป็นเพื่อนรักร่วมก๊วน โรงเรียนเซนต์โยเซฟ คอนแวนต์ ของ "คุณหญิงอ้อ" พจมาน ชินวัตร จึงได้รับความไว้วางใจให้มาช่วยงานในบริษัทชินวัตรตั้งแต่ยุคแรกๆ

ถ้าเปรียบกาญจนาภา หงส์เหินเป็นแขนขวา ดวงฤทัย กสิโสภาก็เป็นแขนซ้ายของคุณหญิงอ้อ

เมื่อ "กาญจนาภา" ติดบ่วงคดีเลี่ยงภาษี คุณหญิงจันทร์ส่องหล้า ก็มอบหมายให้ดวงฤทัย เข้ามาเป็นกรรมการบริษัทต่างๆ แทนกาญจนาภา ครั้งที่ "ทักษิณ" สวมหัวโขนหัวหน้าพรรคพลังธรรม คุณหญิงอ้อ ก็ส่งดวงฤทัยไปช่วยงานในพรรค โดยรับผิดชอบบริหารจัดการเรื่องกระสุนดินดำ

ต่อมาเมื่อทักษิณ ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ปี 2542 ดวงฤทัยก็ได้รับตำแหน่ง "ผู้อำนวยการพรรค" คนแรก ต้องอธิบายสักนิด โครงสร้างพรรคไทยรักไทยในแบบฉบับของเสี่ยแม้วนั้น ผู้อำนวยการพรรคคือ เลขาธิการพรรคตัวจริง ฉะนั้น ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2544 ผู้อำนวยการพรรคในสถานการณ์สู้รบ ก็เปลี่ยนจากดวงฤทัย เป็น "เฮียเพ้ง" พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล

ครั้นสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ตำแหน่งผู้อำนวยการพรรค จึงตกเป็นของชานนท์ สุวสิน จนถึงช่วงยุบพรรค ชานนท์ เป็นศิษย์เก่าอัสสัมชัญลำปาง ม.ต้น ศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียน ม.ปลาย รุ่นเดียวกับ "เสธ.ดุง" ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์และเรียนจบนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์

ชานนท์ จึงเข้ามาทำงานด้านกฎหมายให้ "ทักษิณ-พจมาน" ตั้งแต่ยุคชินคอร์ป ยังเป็นบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ บทบาทของชานนท์ในพรรคไทยรักไทย ถือได้ว่าอยู่ใน "ศูนย์กลางอำนาจจันทร์ส่องหล้า" เช่นเดียวกับ "หมอมิ้ง" น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์

เมื่อไทยรักไทยถูกยุบ ชานนท์ก็พลอยติดบ่วงคดี ต้องเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี ครั้นพรรคพลังประชาชนอุบัติขึ้นมาในสถานการณ์การเลือกตั้ง 2550 ชื่อของดวงฤทัย จึงโผล่เข้ามาเป็นกรรมการในสำนักเลขานุการผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคพลังประชาชน นั่นหมายความว่า "นาย" ส่งเธอเข้ามาบริหารจัดการด้านกระสุนดินดำ อันเป็นภารกิจเฉพาะกิจ ก่อนจะกลับคืนที่ตั้งวังจันทร์ส่องหล้า

ฉะนั้น โปรดจดจำชื่อ "ดวงฤทัย" ไว้ดีๆ…ถ้าโผล่ไปอยู่แก๊งไหน รับประกันแก๊งนั้นเลือดแท้แน่นอน!

ที่มา - กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้