จดหมายเปิดผนึก ถึงเพื่อนๆเสื้อแดงและผู้รัก ประชาธิปไตย
คำถามคาใจสำหรับมิตรสหายเสื้อแดงและผู้รักประชาธิปไตยเป็นจำนวนมาก คือ "ก้าวต่อไปของ การต่อสู้กับรัฐประหารเงียบ ที่แต่งตั้งประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลคืออะไร?"
เราในฐานะองค์กรเลี้ยวซ้าย ซึ่งเป็นองค์กรที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสังคมนิยม และรณรงค์ให้ไทยเป็นรัฐสวัสดิการครบวงจรและถ้วนหน้า ขอเสนอข้อคิดกับเพื่อนๆด้วยความเคารพ
เราคงไม่ต้องอธิบายมากมายว่า ทหาร พันธมิตรฯ ศาล ประชาธิปัตย์ สส.หักหลังประชาชน พวกอำมาตยาธิปไตย ได้ทำรัฐประหารรอบที่สองเรียบร้อยไปแล้ว ซึ่งถือเป็นการ "ขโมยสิทธิเสรีภาพของคนส่วนใหญ่" พวกนี้ไม่เคยเห็นด้วยกับระบบประชาธิปไตย ไม่เคยเคารพเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนคนยากคนจน สิ่งที่เขาต้องการ คือหมุนนาฬิกากลับไปสู่ ระบบการเมืองน้ำเน่าแบบเก่า ที่ไม่เห็นหัวและเคารพความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันของคนจน
พวกนี้สบายใจเมื่อมีโอกาสที่จะกอบโกยขูดรีดเอารัดเอาเปรียบประชาชนส่วนใหญ่ ตั้งแต่ยุคไทยรักไทย เมื่อพลเมืองสามัญชน เรียกร้องการมีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจ พวกนี้ก็เริ่มตื่นตระหนก ประเด็นปัญหาที่เราจะต้องร่วมกันคิดร่วมกันเคลื่อนไหว คือ เราจะต้องต่อสู้ต่อไปข้างหน้าอย่างไร ?
แน่นอนเราต้องโจมตีรัฐบาลเถื่อนนี้ว่า เป็นรัฐบาลที่ถูกบงการโดยอำนาจของทหารเผด็จการ เป็นรัฐบาลจัดตั้งร่วมระหว่างหลายพรรค ที่ไม่มีอุดมการณ์เพื่อประชาชน แต่แค่นั้นไม่พอ พวกเราต้องยืนยันว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่หลักการนามธรรมเท่านั้น เราต้องต่อสู้เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง เราต้องการกำหนดและสร้างสังคมที่มีความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ
พรรคประชาธิปัตย์มีประวัติอันอัปยศอดสูมาอย่างยาวนาน ในการเสนอนโยบายเศรษฐกิจเสรีนิยม กลไกตลาด "วินัยทางการคลัง" ที่ระบุว่าคนจน ควรจะต้องพอเพียงในความยากจนของตัวเอง ในวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 พรรคนี้ใช้ภาษีของพวกเรา คนยากคนจน ในการอุ้มหนี้เสียของคนรวยและอุ้มสถาบันการเงิน ในขณะที่ไม่มีนโยบายอะไรเลยสำหรับคนยากคนจน นอกจากจะบอกให้คนจน "กลับบ้าน" ไปเป็นภาระกับครอบครัวที่ยากจนอยู่แล้ว แถมยังเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มและกดค่าจ้างอีกด้วย
พรรคนี้จะท่องสูตร "วินัยทางการคลัง" เหมือนนกแก้ว แต่ไม่เคยใช้มาตรฐานนี้กับงบประมาณทหาร หรืองบประมาณที่เป็นประโยชน์กับ อภิสิทธิชน พูดง่ายๆ พวกนี้คือ "ศัตรูของประชาชนส่วนใหญ่" และนี่คือสาเหตุที่พวกอภิสิทธิชนเหล่านี้ ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลผ่านกลไกประชาธิปไตยในยามปกติได้เลย
ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติเศรษฐกิจอันร้ายแรงสองวิกฤติซ้อนกัน คือ วิกฤติเศรษฐกิจโลกที่ไม่เคยเห็นมาในรอบ 80 ปีที่ผ่านมา และวิกฤติที่มาจากการปิดสนามบินนานาชาติโดยกลุ่มพันธมิตรฯและ สส.พรรคประชาธิปัตย์ วิกฤตินี้กำลังทำให้ประชาชนชาวไทยตกงานเป็นจำนวนมาก และประชาชนที่เหลือ จะเดือดร้อนจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ
ในสถานการณ์แบบนี้ เราต้องเรียกร้องให้รัฐบาล รักษากำลังซื้อของคนจน เพื่อพยุงเศรษฐกิจภายในประเทศ ต้องมีการขึ้นค่าแรง (ค่าจ้างขั้นต่ำต้องขึ้นถึง 300 บาทต่อวันเป็นอย่างน้อย) ต้องมีการยกเลิกการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่คนจนต้องแบกภาระจ่าย ต้องมีมาตรการของรัฐที่เข้าไปแทรกแซงธุรกิจ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเลิกจ้าง แทนการปกป้องนายทุนใหญ่ ต้องมีมาตรการสำหรับเกษตรกรรายย่อย เช่นการยกเลิกหนี้และการช่วยเหลือให้รวมกลุ่ม และรัฐต้องขึ้นภาษีทางตรงให้กับคนรวยและนายทุนเพื่อใช้เป็นงบประมาณ
นี่คือประเด็นที่เราต้องใช้ในการเคลื่อนไหวคัดค้านรัฐบาลเถื่อน ข้อเสนอแบบนี้ของเรา เป็นนโยบายที่มีการยอมรับกันในระดับสากลในยุคนี้
วิกฤติเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศไทย บังคับให้เราต้องทบทวนการต่อสู้ตลอดเวลา องค์กรเลี้ยวซ้ายขอเสนอต่อมิตรสหายเสื้อแดงด้วยความเคารพว่า การนำของนักการเมืองพรรคเพื่อไทยหลายคน มีข้อบกพร่องและขาดประสิทธิภาพ
เนื่องจากไปหวังประนีประนอมกับนักการเมืองในระบบเก่า แถมยังมีการใช้ลัทธิการเมืองของพวกอำมาตยาธิปไตย คือลัทธิ "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรย์" ในการต่อสู้กับพวกนั้นอีกด้วย การใช้ลัทธิการเมืองของพวกอำมาตยาธิปไตย ทำให้บรรดามิตรสหาย ตกอยู่ในสภาพที่ถูกมัดมือชก ต่อสู้กลับไปแทบจะไม่ได้เลย
พวกเราจะต้องเน้นการชูคำขวัญเรื่อง "ประชาธิปไตยและความเป็นธรรมในสังคม" แทนลัทธิของศัตรูประชาชน เราต้องสมานฉันท์กับคนมุสลิมในภาคใต้และคนงานพม่า เพราะเราจะไม่ดูถูกผู้ด้อยโอกาสด้วยกัน อย่างที่พวกอำมาตยาธิปไตยทำเป็นประจำ
เราจึงเสนอว่ามวลชนเสื้อแดงและผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย ควรจะรวมกลุ่มและนำตนเอง เพื่อสร้างเครือข่ายประชาธิปไตยของประชาชนจากข้างล่าง การต่อสู้ในครั้งนี้ จะเป็นการต่อสู้ที่ใช้เวลา เราต้องไม่ประมาทและไม่หาทางลัด พวกเราจะต้องเน้นพลังมวลชนของคนธรรมดา เมื่อใดที่นักการเมืองกระแสหลัก ยอมแพ้ต่อการนำในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เมื่อนั้นเราต้องนำตัวเอง เราต้องใช้สติปัญญาทำความเข้าใจกับสังคม ขออย่าหดหู่กับอคติของสื่อกระแสหลักที่มักจะเข้าข้างอภิสิทธิชนเสมอ เราต้องสร้างสื่อทางเลือกของประชาชนเองขึ้นมาให้ได้
องค์กรเลี้ยวซ้ายขอเป็นหนึ่งในเครือข่ายองค์กรประชาธิปไตยประชาชน เราต้องต่อสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่เสมอภาคกันถ้วนหน้า ให้กลับคืนมาสู่เราองค์กรเลี้ยวซ้าย www.pcpthai.org , ตู้ ป.ณ. 2049 ป.ณ.ฝ.จุฬาลงกรณ์ กรุงเทพฯ 10332 Email : pcpthai@gmail.com
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น
บทความ
ข่าวน่าสนใจ
เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:42 tags:3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:28 tags:3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์
โปรดเกล้าฯ ครม.ยิ่งลักษณ์ 2 แล้ว !
เขียนโดย admin เมื่อ 18 มกราคม, 2012 - 20:14 tags:ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

