บทเรียนจากการเมืองในยุโรป ปี 2009
พรรคแรงงานอังกฤษ อยู่ในขั้นตอนวิกฤต เพราะคะแนนเสียงลดลงเป็นประวัติศาสตร์ พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยฝรั่งเศส (PS)และเยอรมัน (SPD) เสียคะแนน และพรรคฟาสซิสต์เพิ่มคะแนนเสียงและที่นั่งในสภายุโรปอย่างน่ากลัว เช่น ในประเทศ ฮังการี่ เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ
ปรากฏการณ์นี้มีบทเรียนอะไรสำหรับนักสังคมนิยมไทย และคนเสื้อแดง ?
ถ้าเราจะเข้าใจชัดขึ้น เราต้องย้อนกลับไปดูสถานการณ์ทางการเมืองเมื่อ 13 ก่อน เพราะมันเป็นช่วงที่ โทนี่ แบลร์ (Tony Blair) ขึ้นมานำพรรคแรงงานอังกฤษ (Labour) และแปรรูปพรรคเป็น “พรรคแรงงานใหม่” (New Labour) ภายใต้แนวความคิดเสรีนิยมกลไกตลาด (Neo-liberalism) ซึ่งเป็นการรับแนวคิดของฝ่ายนายทุนมาเต็ม ๆ
มีการสนับสนุนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (privatization) มีการประกาศว่ารัฐไม่ควรเข้ามากำหนดนโยบายเศรษฐกิจ มีการพยายามลดสวัสดิการและการคุ้มครองแรงงาน และมีการพยายามแยกพรรคออกจากสหภาพแรงงาน ซึ่งเป็นองค์กรที่ก่อตั้งพรรคแรงงานแต่แรก
ขณะเดียวกันมีการเปลี่ยนลักษณะส.ส.พรรค จากผู้แทนของคนจนและแรงงาน ไปเป็นนักการเมือง “มืออาชีพ” ที่มาจากชนชั้นกลาง ส.ส.ที่เคยเป็นผู้นำแรงงานเปลี่ยนไปเป็นส.ส.ที่เป็นทนายหรือนักธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับพรรคแรงงานอังกฤษ เกิดขึ้นกับพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยฝรั่งเศสและเยอรมันด้วย เพราะพรรคเหล่านี้ มองว่ายุคแห่งสังคมนิยมหมดไปแล้ว และเขาเสนอว่า เราต้องยอมรับว่า ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแนวกลไกตลาดเสรี
บางครั้งการเปลี่ยนจุดยืนนี้ทำไปภายใต้การโกหกสร้างภาพว่าเขากำลังเดินหน้า ไปสู่ “แนวทางที่สาม” (Third Way) ที่ไม่ใช่ทุนนิยมและสังคมนิยม แต่จริงๆ แล้วเป็นการรับแนวเสรีนิยมกลไกตลาดมาเต็ม ๆ
ในไทย พรรคมหาชน ของ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ก็ชื่นชม “แนว ทางที่สาม” ดังกล่าว และองค์กร เอ็นจีโอ รับแนวเสรีนิยมมา โดยไม่ตั้งคำถามเลย เช่น การเสนอว่า รัฐไม่ควรให้สวัสดิการประชาชนแทนชุมชน การยอมรับกลไกตลาดในระบบสาธารณสุขและระบบสวัสดิการ หรือการเชิดชูการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ “เพื่อเพิ่มการแข่งขัน” เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เอ็นจีโอ ยังมีการคัดค้านการค้าเสรีในภาคเกษตรและในเรื่องยารักษาโรค ส่วนพรรคไทยรักไทย ก็ผสมผสานแนวกลไกตลาดเสรี กับแนวที่ใช้รัฐพัฒนาสังคมตามแนว “คู่ขนาน” (Dual Track) คือ รัฐเพิ่มบทบาทในระบบสุขภาพอนามัย แต่เป็นระบบที่มีตลาดภายใน และรัฐบาลสนับสนุนการค้าเสรีและการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
ในภาพรวมกระแสหลักในไทยมองว่า “รัฐสวัสดิการ” และการเก็บภาษีก้าวหน้าจากคนรวยในรูปแบบต่างๆ “หมดยุคหรือทำไม่ได้” ต่อมาหลังรัฐประหาร 19 กันยา รัฐเผด็จการ อำมาตย์ และพรรคประชาธิปัตย์ ยิ่งใช้แนวกลไกตลาดเสรีมากขึ้นภายใต้เสื้อคลุมของเศรษฐกิจพอเพียง มีการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญทหารปี 50 อีกด้วย
ผลของการหักหลังฐานเสียงเดิมของพรรคแรงงานหรือพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยในยุโรป ซึ่งทำให้สภาพความเป็นอยู่และสวัสดิการต่าง ๆ ของคนจนและคนทำงานแย่ลง ทำให้ชนชั้นกรรมาชีพอันเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคม หมดกำลังใจที่จะลงคะแนนเสียงให้พรรคเหล่านี้
มีคนจำนวนมากนั่งเฉย ไม่ออกมาลงคะแนน ซึ่งเปิดโอกาสให้พรรคนายทุนเข้ามาตั้งรัฐบาล เช่นในฝรั่งเศส อิตาลี่ และเยอรมัน (และอังกฤษในอนาคต?) ในกรณีอังกฤษ มีปัญหาสุดขั้วอีกอันหนึ่งคือ การสร้างพรรคแรงงานใหม่ภายใต้นักการเมืองมืออาชีพ ที่ไม่ใช่ผู้แทนของคนรากหญ้า ทำให้เกิดวัฒนาธรรมโกงกินผ่านการเบิกค่าใช้จ่ายหรือเบี้ยเลี้ยงของ ส.ส. ในระดับที่เหลือเชื่อ
การเบิกค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ถือว่าถูกกฎหมาย และเป็นวัฒนธรรมปกติของพวกผู้ใหญ่ทั่วโลก รวมถึงไทยด้วย แต่ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าผิดศีลธรรม และคนที่เคยสนับสนุนพรรคแรงงานก็มองว่าพรรคนี้น่าจะต่างจากพรรคอื่นในเรื่อง นี้ แต่ต้องผิดหวังไป
ประเด็นสำคัญอีกอันหนึ่งที่เข้ามามีอิทธิพลกับสภาพการเมืองในปี 2009 คือ วิกฤตเศรษฐกิจโลก รัฐต่าง ๆ นำเงินภาษีจำนวนมากมาอุ้มบริษัทและธนาคาร แต่คนธรรมดาตกงานจำนวนมาก และที่เหลือถูกลดค่าจ้างสวัสดิการ สภาพเช่นนี้ ทำให้คนงานจำนวนมาก ผิดหวังกับมาตรการของพรรคแรงงานในอังกฤษ หรือนโยบายของพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยในยุโรปที่หันหลังกับปัญหาคนจน
ในสถานการณ์แบบนี้ คนจนส่วนใหญ่มีสามทางเลือก คือ
1. คนจนหันมาสนับสนุนพรรคซ้าย พรรคคอมมิวนิสต์หรือพรรคมาร์คซิสต์ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤต เราเห็นการขยายตัวของพรรคคอมมิวนิสต์ในญี่ปุ่น และการก่อตั้งพรรคซ้ายใหม่ Die Linke ในเยอรมัน และ NPA ในฝรั่งเศส แต่ถ้าพรรคแบบนี้ ไม่มีหรืออ่อนแอ อย่างเช่น ในอังกฤษหรืออิตาลี่ ประชาชนจะไม่มีทางเลือกอันนี้ (Die Linke ได้7.5% NPA กับพรรคซ้ายอื่นได้ 6.1% ในการเลือกตั้งยุโรป)
2. คนจนหันมาสนับสนุนพรรคฝ่ายขวาสุดขั้ว หรือพรรคฟาสซิสต์ โดยหลงเชื่อว่าทางออกคือการโจมตีคนผิวดำ คนมุสลิม หรือคนยิบซี รวมถึงการขับไล่คนงานต่างชาติออกจากประเทศด้วย สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในฮังการี่ เนเธอร์แลนด์ และเกิดบ้างในอังกฤษ แต่เป็นการหลงผิดจับมือกับนายทุนผ่านการสร้างความแตกแยก
3. คนจนหดหู่ หมดกำลังใจและความหวัง และนั่งเฉยอยู่บ้าน อาจหันไประบายปัญหาโดยใช้ความรุนแรงกับคนรอบข้าง หรือใช้สุราและยาเสพติด
สำหรับไทย มัน แปลว่าพรรคแดงเป็นสิ่งที่เราต้องสร้าง และนักสังคมนิยม ต้องต่อสู้เพื่อประโยชน์คนจนอย่างชัดเจน ไม่ใช่ไปรับแนวคิดเสรีนิยมกลไกตลาด หรือเศรษฐกิจพอเพียงมา
เราต้องเป็นปากเสียงและผู้แทนของคนที่เสียเปรียบในสังคมทุกประเภท
เราต้องมีข้อเสนอและนโยบายที่พัฒนานโยบายเดิมของไทยรักไทย ให้ไปไกลกว่าปัจจุบัน
เราต้องเสนอรัฐสวัสดิการและต้องเรียกร้องให้เก็บภาษีจากคนรวย
เราต้องกลับไปทบทวนนโยบายที่มีปัญหาในอดีตของไทยรักไทย เช่น การแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือการเซ็นสัญญาค้าเสรี
เราต้องไม่แค่ประกาศว่า “ยังคงรักษานโยบายประชานิยม” อย่างที่พรรคภูมิใจไทย หรือพรรคเพื่อไทยประกาศ (ในกรณีภูมิใจไทย มันโกหก) และ
เราต้องวิจารณ์การที่รัฐบาลปล่อยให้คนตกงานและยากลำบาก
ถ้าเราไม่ทำตรงนี้ พวกฟาสซิสต์ฝ่ายขวา (พันธมิตรและพรรคใหม่) หรือพวกอำมาตย์ จะฉวยโอกาสในการขยายความน่าเชื่อถือของเขา ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น
บทความ
ข่าวน่าสนใจ
นักวิชาการเหนือ-อีสาน-ใต้ เสนอผลสรุปวิจัย พลเมืองไทยต้องการประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์
เขียนโดย admin เมื่อ 8 กุมภาพันธ์, 2012 - 23:13 tags:
วันที่ 8 ก.พ. 2555 โครงการสร้างสำนึกพลเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในท้องถิ่น จัดการสัมมนาสรุปผลการวิจัย ซึ่งทำการวิจัยในพื้นที่อิสาน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยะลา
เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:42 tags:3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:28 tags:3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

