Only in Thailand
เรื่องที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในห้วงหลายปีมานี้ นับว่าเป็นปรากฏการณ์อันแปลกประหลาดระดับโลกได้เลยทีเดียว ค่าที่เป็นกรณีอันไม่มีใครเหมือนแลไม่เหมือนใคร สำนวนหนังฮอลลีวู้ดเรียกว่า “Only in Thailand” อันอาจจาระไนได้ดังนี้
1) เป็นประเทศเดียวในโลกจริง ๆ ที่มีการขับไล่รัฐบาลอันมาจากการเลือกตั้ง ด้วยการกวักมือเรียกทหารให้มาทำการปฏิวัติ ครั้นก่อการสำเร็จ ก็มีคนนำเอาดอกไม้ไปคล้องปากกระบอกปืนรถถัง จนเป็นภาพข่าวฮือฮาไปทั่วโลก
2) เป็นประเทศที่ไม่มีปัญหาเรื่องชนกลุ่มน้อย ให้ปวดสมองเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างพม่า อันมีทั้งไทยใหญ่ มอญ กะเหรี่ยง คะฉิ่น คะยา ฯลฯ ซึ่งเป็น potential problem ที่รัฐบาลของเขาเองก็กังวลอยู่ไม่น้อย
ครั้นปัญหาไม่มี จึงแบ่งกลุ่มกันเองโดยใช้สีเสื้อเป็นสัญญลักษณ์ เริ่มจาก “เหลือง” ก่อน แล้วก็มา “แดง” บางครั้งก็มี “ขาว” โผล่มาแจม หลังสุดมาแรงคือ “น้ำเงิน” เหมือนประเทศมีมหกรรมกีฬาสี
เพียงแต่เป็นกีฬาสีที่กะเอากันถึงตาย แต่ละกลุ่มจึงออกแนวอาฆาตมาดร้ายกันสุดๆ ทั้งที่ต่างก็ถือบัตรประชาชนออกโดยกระทรวงมหาดไทยใบเดียวกันแท้ ๆ เป็นกีฬาสีมาราธอนที่ไม่รู้จะจบลงเมื่อไร และอย่างไร นับว่าเป็นปรากฏการณ์ Only in Thailand จริงๆ
3) เป็นประเทศที่มีรัฐบาล แต่บริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ รัฐบาลชุดหนึ่ง นายกฯ ถูกให้ออก เพราะไปสอนทำกับข้าวทางโทรทัศน์ รัฐบาลชุดต่อมาต้องด่วนลงโรง เพราะพรรคถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบ ทั้งที่ประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกเข้ามามากสุด (เป็นเรื่องประหลาดซ้อนประหลาด – ผู้เขียน)
รัฐบาลหลังสุดก็ยิ่งบริหารลำบาก เพราะเป็นพรรคร่วมเสียงปริ่มน้ำ ต่างเกรงใจกันไปเกรงใจกันมา นายกฯ เองลงพื้นที่แต่ละที ต้องมีกำลังอารักขาเป็นเรือนพัน ครั้นจะจัดงานประชุมนานาชาติ ก็ต้องใช้กองกำลังจาก 3 เหล่าทัพมาดูแลโรงแรมที่พักของอาคันตุกะ โรงแรมละ 1 เหล่าทัพ
อย่างนี้ ไม่เรียก “Only in Thailand” จะให้เรียกว่าอะไรหนอ ? !
4) เป็นประเทศที่รัฐบาลมีแนวคิดในการจัดการเรื่องใด ๆ ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน ยกตัวอย่าง กรณีการแก้ปัญหาโรคระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แทนที่จะมุ่ง “ออกมาตรการ” ต่าง ๆ มาควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรค กลับไป “แก้ไขตารางการรายงานสถานการณ์ของโรค” โดยเปลี่ยนจากรายงานทุกวัน เป็นอาทิตย์ละหนแทน
เจ้า “หวัดใหญ่” ก็เลยเริงร่า ทำท่าว่าจะลงหลักปักฐานเป็น permanent residence อยู่ในสยามประเทศ ให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย (สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ตัวนี้ที่ประเทศเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกาสงบลง จนแทบจะ ไม่มีใครพูดถึงกันแล้วในตอนนี้ ขณะที่ประเทศไทย ยังคงมีข่าวการแพร่ระบาดและผู้คนเสียชีวิตขึ้นหน้าหนึ่ง หนังสือพิมพ์แทบทุกวัน – ผู้เขียน)
5) เป็นประเทศที่อุดมไปด้วย “โฆษก” เฉพาะฝั่งรัฐบาลเองก็ปาเข้าไปอย่างน้อย 3 หน่อ คือ โฆษกรัฐบาล หรือโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (อาจารย์ ปณิธาน) โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (เป็นหมอชื่อ บุรณัชย์) และโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคปชป. (เป็น สส. ชื่อ เทพไท)
แต่ละท่านก็มีหน้าที่ออกมา “แย่งชิงพื้นที่ข่าว” อันเป็นวิถีทางการเมืองที่เชื่อกันว่าจะทำให้ฝ่ายของตนได้เปรียบคู่แข่งขัน ซีกฝ่ายค้าน (พรรคเพื่อไทย) ที่มีบทบาทเด่นหน่อยก็เห็นจะเป็นโฆษกพรรค (อดีตพระเอกหนังชื่อ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์) แถมให้อีก 1 ก็คือ ส.ส. เชียงใหม่อย่างคุณสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ซึ่งก็ไม่ได้เป็นโฆษกอะไร แต่มีชื่อโลดแล่นอยู่บนกระดานข่าวค่อนข้างมาก
เหตุที่ “โฆษก” มีความสำคัญก็เพราะ บ้านเมืองนี้เขาอยู่กันได้ด้วยกระแส วัน ๆ ผู้มีอำนาจ จึงต้องคิดให้ได้ว่า จะใช้ข่าวอะไรไปกลบข่าวที่กำลังเป็นภัยกับตนเอง อาทิเช่น อาศัยข่าวคดีลอบสังหารแกนนำพันธมิตร กลบข่าวเสื้อแดงถวายฏีกา
แล้วให้ข่าวปลดผู้บัญชาการตำราจแห่งชาติมากลบข่าวคดีลอบสังหารฯ อีกทอดหนึ่ง ที่ฮือฮาสุดก็คือข่าว “หมีแพนด้าตกลูก” บดบังเรื่องรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจไม่เอาไหนเสียอยู่หมัดนานเป็นแรมเดือนเลยทีเดียว
สงครามยึดพื้นที่ข่าวจึงเป็นเรื่อง “Only in Thailand” ที่ชัดเจนอีกเรื่องหนึ่ง
6) เป็นประเทศเดียวในโลก ที่ประชาชนมีความอดทนกับนักการเมืองสูงมาก ๆ ดังตัวอย่าง
(1) ส.ส. ในสภายกมืออนุมัติให้รัฐบาลกู้เงินตั้ง 800,000 ล้านบาท ไปทำอะไรก็ไม่รู้ ... ประชาชนก็ไม่ว่าอะไร
(2) ส.ว. (ซึ่งควรต้องเป็นกลาง) กินเงินเดือนเป็นเรือนแสน วันๆ ทำแต่เรื่องไม่สมานฉันท์ ... ประชาชนก็ไม่ว่าอะไร
(3) คนเป็นรัฐมนตรีสั่งให้ข้าราชการ ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อชาวบ้านมาสู้กับการ เคลื่อนไหวทางการเมืองของภาคประชาชน ... ประชาชนก็ไม่ว่าอะไร
ฯลฯ
เรื่องชวนพิศวงที่เกิดขึ้นกับสยามประเทศ ในห้วงหลายปีมานี้ยังมีอีกมาก แต่ละเรื่องล้วนบั่นทอนการพัฒนาชาติประเทศ ไม่ให้ก้าวรุดไปข้างหน้า เพื่อจะได้ทัดเทียมประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย บางเรื่องก็เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้าง บางเรื่องเป็นปัญหาด้านวัฒนธรรม แต่หลายเรื่องกลับเป็นความอ่อนด้อย ทั้งในทางคุณภาพและทางทัศนคติของผู้คน
เป็น “ปัญหาในองค์รวม” ที่ต้องรีบหาจุดเริ่มต้นเพื่อการแก้ไขโดยเร็ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครควรเป็นเจ้าภาพ แต่ความจริงก็คือ เวลาที่มีอยู่เหลือน้อยลงไปทุกขณะแล้ว
ที่มา ประชาไท
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น
บทความ
ข่าวน่าสนใจ
นักวิชาการเหนือ-อีสาน-ใต้ เสนอผลสรุปวิจัย พลเมืองไทยต้องการประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์
เขียนโดย admin เมื่อ 8 กุมภาพันธ์, 2012 - 23:13 tags:
วันที่ 8 ก.พ. 2555 โครงการสร้างสำนึกพลเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในท้องถิ่น จัดการสัมมนาสรุปผลการวิจัย ซึ่งทำการวิจัยในพื้นที่อิสาน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยะลา
เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:42 tags:3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:28 tags:3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

