คิดถึงพ่อ คิดถึงคนชื่อป๋วย
หมายเหตุไทยอีนิวส์ : หลายหน่วยงาน จะจัดกิจกรรมครบรอบ 10 ปีการจากไปของดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ไทยอีนิวส์ได้ขอให้ รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ กรุณาเขียนบทความเผยแพร่ในวาระนี้ ซึ่งท่านผู้อ่านจะได้พบความงดงามและสัจจะอันเรียบง่าย
หลังจากที่พ่อผมตาย มีเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวังติดต่อมา เพื่อทวงคืนเครื่องราชฯ ของพ่อ ผมอธิบายว่า พ่อผมต้องออกจากประเทศอย่างเร่งด่วน ในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ และของแบบนี้หายไปหมดแล้ว.. ตอน ๖ ตุลาฯ พ่อผมถูกกล่าวหาว่าเป็น “คอมมิวนิสต์ และต้องการล้มสถาบัน ”
ในยุคนี้มีคนกลับคำว่า พ่อผมนิยมเจ้ามาก ๆ ทั้งที่พ่อผมไม่ชอบการหมอบคลาน และต้องการสังคมที่เป็นธรรม และเล่าให้ลูกฟังว่า สถาบันเบื้องบนใกล้ชิดกับทหารที่ไม่รักประชาธิปไตย นี่คือสาเหตุที่พ่อผม เสนอรัฐสวัสดิการ “ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ”
ผมจำไม่ได้ว่า พ่อผมเสียชีวิตในวันที่เท่าไร ปีไหน จำเหตุการณ์ได้ จำงานศพได้ และจำได้ว่า ผมไปซื้อต้นลั่นทมดอกสีขาวมาปลูกไว้ เพื่อระลึกถึงพ่อที่บ้านซอยอารี ซึ่งเป็นบ้านที่เขากับแม่อาศัยอยู่หลายปี มันเป็นบ้านที่ผมเกิดด้วย เพราะตอนนั้นแม่ไม่อยากไปคลอดที่โรงพยาบาล
บ้านซอยอารีนี้ เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวงดงาม แต่คนอย่างจอมพลสฤษดิ์ เผด็จการทหารจอมโกงกิน มองว่า “ เล็กไป ไม่หรูพอ ” เลยอาสาจะซื้อบ้านใหม่ให้ พ่อไม่ยอม
ผมจำงานศพพ่อผมได้ ที่จัดที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ผมมีหน้าที่พาอัฐิของพ่อที่พี่ชายนำมาจากอังกฤษไปงานนี้ ผมขับรถนิสสันเก่าของผม มาที่ประตูหน้าธรรมศาสตร์ ยามและเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้า !
เพราะมองว่ารถเก่าแบบนี้ ไม่มีทางนำอัฐิ ดร.ป๋วยมาได้ แต่เขาลืมว่า พ่อผมขับรถธรรมดา ๆ มาตลอด ไม่ชอบอะไรที่แพงเกินเหตุ
วันนั้นผมใส่เสื้อผ้าไหมไทยตัวที่ดีที่สุดที่ผมมีมางานนี้ บังเอิญสีแดงเข้ม ๆ นสพ.ไทยรัฐ ด่าผมว่า ผมเอาการเมืองตัวเองมาสร้างภาพ !
เหตุการณ์แบบนี้ ทำให้ผมระลึกถึงประโยคหนึ่งของ เลนิน นักปฏิวัติรัสเซีย ตอนต้น ๆ ของหนังสือ รัฐกับการปฏิวัติ เลนินเขียนไว้เกี่ยวกับ คาร์ล มาร์คซ์ ว่า
ในยุคที่นักปฏิวัติหรือนักต่อสู้มีชีวิต ฝ่ายชนชั้นปกครอง จะคอยปราม ด่า ทำร้าย อย่างต่อเนื่อง แต่พอตายไปแล้ว ก็นำความคิดมาบิดเบือนให้เป็นเรื่องตรงข้าม
พ่อผมไม่ใช่มาร์คซิสต์ ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ ผมพูดบ่อย บางครั้งออกโทรทัศน์ ผมก็พูดอย่างนี้ แต่ผมเองเป็นมาร์คซิสต์ประเภทที่คัดค้านเผด็จการ สตาลิน-เหมาเจ๋อตุง พ่อผมเป็นแนวสังคมนิยมประชาธิปไตย (Social Democrat)
หลายคนในขบวนการเสื้อเหลืองพันธมิตรฯ มักจะขึ้นเวทีแล้วอ้างว่า เคารพพ่อผม แล้วด่าผมว่า ไม่เหมือนพ่อ บางคนก็มองว่า ผมชิงหมาเกิด
คนอย่างบรรจง นะแส นักเอ็นจีโอจากสงขลา หรือพิภพ ธงไชย อ้างว่าชื่นชม ดร.ป๋วย แต่เขาเองไปจับมือกับเผด็จการ ชื่นชมรัฐประหาร และดูถูกคนจนที่ลงคะแนนให้ ไทยรักไทย พฤติกรรมของคนแบบนี้ ทำให้ผมคิดถึงคำเขียนของเลนิน
ผมเกิดและเติบโตที่เมืองไทย ที่บ้านซอยอารี ขณะกินอาหารเย็น ก็จะฟังพ่อแม่ วิจารณ์เผด็จการทหารและการคอร์รับชั่นของพวกนี้เป็นประจำ แม่ผมเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตยและคนที่เกลียดสงครามและทหาร พ่อผมเคยเป็นทหารเสรีไทย แต่เกลียดเผด็จการทุกรูปแบบ และคัดค้านรัฐประหารอย่างสม่ำเสมอ
ผมได้ยินคนพูดซ้ำ ๆ ว่า พ่อผมรับใช้เผด็จการสฤษดิ์กับถนอม ไม่จริงครับ
พ่อผมอธิบายว่า ได้โอกาสไปเรียนที่อังกฤษจากทุนรัฐบาล ทุนนี้มาจากการทำงานและการเสียภาษีของชาวไร่ชาวนายากจน พ่อผมมองว่า ต้องใช้คืนโดยการทำงานภาครัฐ แต่ชัดเจนมากว่า ไม่มีวันรับตำแหน่งทางการเมืองหรือตำแหน่งรัฐมนตรี
และในขณะที่พ่อผมทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธรรมศาสตร์ พ่อผมไม่เคยกลัวที่จะวิจารณ์เผด็จการสฤษดิ์ ถนอมหรือทหารอื่น ๆ ตรง ๆ และอย่างเปิดเผย
นอกจากนี้ พ่อผมชัดเจนในอีกเรื่องคือ จะไม่รับเงินเดือนจากหลายแห่ง ทั้ง ๆ ที่อาจถูกเชิญไปทำงานหลายที่ เงินเดือนเดียวเพียงพอ โดยเฉพาะในยุคที่คนไทยยากจนมาก
รัฐไทยได้ก่ออาชญากรรมต่อนักประชาธิปไตย และนักสังคมนิยมไทยในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ตอนนั้นพ่อผมถูกกล่าวหาโดยฝ่ายอำมาตย์ (รวมถึงสมัคร สุนทรเวช) ว่าเป็น “คอมมิวนิสต์ และต้องการล้มสถาบัน”
ใครที่มีสติปัญญาและความซื่อสัตย์ จะรู้ว่า ไม่จริง
ในยุคนี้ มีคนกลับคำว่าพ่อผมนิยมเจ้ามาก ๆ นั้น ก็ไม่จริงด้วย พ่อผมไม่ชอบราชาศัพท์ ไม่ชอบระบบลำดับชั้น การหมอบคลานและต้องการสังคมที่เป็นธรรม และเล่าให้ลูกฟังว่า สถาบันเบื้องบนใกล้ชิดกับทหารที่ไม่รักประชาธิปไตย
นี่คือสาเหตุที่พ่อผมเสนอ รัฐสวัสดิการ “ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ” และนี่คือสาเหตุที่พ่อผมเคารพรักอาจารย์ปรีดีเป็นพิเศษ
ผมจำได้ว่า พ่อผมต้องออกจากประเทศไทยอย่างเร่งด่วนในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เพราะมีอันธพาลทางการเมืองที่จะฆ่าพ่อ เขาฆ่านักศึกษาที่ธรรมศาตร์ไปแล้ววันนั้น และลูกเสือชาวบ้าน ก็ตามพ่อไปที่สนามบิน แต่หาไม่เจอ
ตำรวจฝ่ายขวาและอาจารย์ธรรมศาสตร์ฝ่ายขวา ด่าและพยายามทำร้ายพ่อที่สนามบิน แต่ไม่เจ็บ พ่อผมรีบออกจากประเทศ จนไม่มีเสื้อนอกใส่ ต้องรออยู่ที่เยอรมันท่ามกลางความหนาวเพื่อมาอังกฤษ
ผมจำได้เพราะ ไปรับพ่อที่สนามบินลอนดอน ตอนนั้น มีใครบ้างในสังคมไทยที่ออกมาสนับสนุนพ่อผมอย่างเปิดเผย ?
มีนักศึกษา มีนักเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์ มีอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์และพรรคพวก และมีปัญญาชนที่รักความเป็นธรรมไม่กี่คน ที่เหลือเงียบสนิท ดังนั้น ในหมู่คนที่ปัจจุบันอ้างว่า ชื่นชมดร.ป๋วย มีคนหน้าไหว้ หลังหลอกจำนวนมาก
ในหนังสือคำให้การเรื่อง ๖ ตุลาคม ของพ่อผม พ่อผมเขียนว่า พวกมีอำนาจและอภิสิทธิ์ชนหัวเก่ากลัวว่า ประชาธิปไตยจะทำลายผลประโยชน์ของเขา เขาเลยก่ออาชญากรรมที่ธรรมศาสตร์
พ่อผมพูดต่อว่า...ชนชั้นปกครองไทยไม่เปิดโอกาสให้นักศึกษาเคลื่อนไหวอย่างสันติ เขาเลยไปเข้ากับ พ.ค.ท. แต่พ่อผมไม่ได้สนับสนุน พ.ค.ท.
ประมาณหนึ่งหรือสองอาทิตย์หลังจากที่พ่อผมตาย มีเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวังติดต่อมาที่จุฬาฯ เพื่อทวงคืนเครื่องราชฯ ของพ่อ ผมอธิบายว่า พ่อผมต้องออกจากประเทศอย่างเร่งด่วนในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ และของแบบนี้หายไปหมดแล้ว
แต่ทั้งๆ ที่ผมยังเศร้าใจที่พ่อเพึ่งตาย เจ้าหน้าที่ก็ขู่ผมว่า ถ้าไม่คืน จะถูกปรับเงินเป็นพัน ๆ ผมไม่เชื่อว่า ในหลวงสั่งให้คนพวกนี้ มีพฤติกรรมแบบนี้ แต่มันเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการที่คนอ้างกษัตริย์เพื่อฝ่าฝืนจิตใจประชาชน รัฐประหาร ๑๙ กันยา ก็เช่นกัน
หลายคนพูดว่า พ่อผมมีชีวิตเรียบง่าย คงจะจริงบ้าง แต่ก็มีฐานะดีกว่าคนยากคนจนจำนวนมาก ความเรียบง่ายของพ่อผม ไม่เหมือนแนวคิด “พอเพียง” เพราะพ่อผมเชื่อมั่นว่า ต้องมีการกระจายรายได้ จากคนรวยไปให้คนจน
พ่อแม่ผมสอนให้ผมคัดค้านรัฐประหารและอิทธิพลของทหาร สอนให้ผมรักประชาธิปไตย สอนให้ผมรักความเป็นธรรมในสังคม และสอนให้ผมเป็นคน “สากล” ไม่ใช่คนที่ “รักชาติ” ต้องรักเพื่อนมนุษย์แทน
เวลามีคนมาด่าผมในเรื่องส่วนตัว ผมจะจำคำพูดของพ่อ ที่ถ่ายทอดจากแม่เขาอีกที..
“เวลาคนวิจารณ์เรื่องส่วนตัว มันแปลว่า เขาไม่มีเหตุผลเพียงพอ ที่จะวิจารณ์แนวคิดหรือการกระทำทางการเมืองของเรา”
ในแง่ส่วนตัว พ่อผมเคยให้ความเคารพกับผมอย่างที่ผมไม่คาด เพราะเมื่อผมอายุ 17 พ่อถามผมว่า ผมสามารถแนะนำหนังสือเรื่องการเมืองกรีนให้พ่อไปอ่านได้ไหม ?
ตอนนั้น ผมเป็นกรีนที่อยากปกป้องสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะมาเป็นแดงสังคมนิยม ไม่เคยมีผู้ใหญ่ให้ความเคารพกับผมแบบนี้
นอกจากนี้ ตอนที่ผมเรียนที่สาธิตจุฬาฯ พ่อผมจะส่งเสริมความสนใจของผมในการจับผีเสื้อ (เดี๋ยวนี้ไม่จับ แต่ถ่ายรูปแทน) และสอนให้ผมชอบผลไม้ต่าง ๆ รวมถึงทุเรียนด้วย
ในทะเลและในน้ำตก พ่อจะพาผมไปเล่นน้ำ และหลังจากที่เล่นน้ำ ก็พาไปกินปลาทอด และสอนว่าคนจีนชอบกินหางและหัวปลา ผมเลยชอบไปด้วย และพยายามให้ลูกชายผมมีประสบการณ์แบบนี้กับผม
ผมไม่ต้องการให้ใคร ๆ มารักหรือเคารพพ่อผม ถ้าเขาไม่อยากรักหรือเคารพ มองต่างมุมได้ วิจารณ์ได้ มันเป็นเรื่องจุดยืนส่วนตัวของแต่ละคนในสังคม ซึ่งควรจะเป็นเรื่องเสรี แต่ในไทยตอนนี้ ไม่มีเสรีภาพที่จะมองต่างมุม
ใครที่พูดว่า รักและเคารพความคิดพ่ออย่างซื่อสัตย์ จะต้องคัดค้านรัฐประหารและเผด็จการโดยไม่มีเงื่อนไข (เงื่อนไขก็เช่นคำพูดว่า “ผมไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร..แต่...กรณี ๑๙ กันยาเป็นกรณีพิเศษ”)
คุณต้องเห็นด้วยกับการสร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า ครบวงจร และการเก็บภาษีอัตราสูงจากคนรวย และคุณต้องคัดค้านระบบอภิสิทธิ์และการคอร์รับชั่น
นี่คือจุดยืนของพ่อผม และท่านสามารถอ่าน “แถลงการณ์จุดยืน” ของพ่อผม ในบทความ “ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ”
ที่มาของเรื่องและภาพ ไทยอีนิวส์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง : รำลึกครบรอบ 10 ปี การจากไป “อ.ป๋วย” ผ่าน “ศิลปะ ความงาม และความเมตตา”
| Attachment | Size |
|---|---|
| puey.jpg | 37.39 KB |
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น
บทความ
ข่าวน่าสนใจ
นักวิชาการเหนือ-อีสาน-ใต้ เสนอผลสรุปวิจัย พลเมืองไทยต้องการประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์
เขียนโดย admin เมื่อ 8 กุมภาพันธ์, 2012 - 23:13 tags:
วันที่ 8 ก.พ. 2555 โครงการสร้างสำนึกพลเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในท้องถิ่น จัดการสัมมนาสรุปผลการวิจัย ซึ่งทำการวิจัยในพื้นที่อิสาน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยะลา
เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:42 tags:3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:28 tags:3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

