วีระ มุสิกพงศ์ : 1 ปีเเสื้อแดง ' ผมว่าเราไม่ได้แพ้ '
ถ้ารัฐบาลมีการแถลงผลงาน 1 ปี แล้วทำไมคนเสื้อแดงจะมีผลสรุป 1 ปีบ้างไม่ได้ “ทีมการเมืองเดลินิวส์” ได้สัมภาษณ์ นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง ถึงความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาและความเคลื่อนไหวที่กำลังมา ซึ่งว่ากันจะถึงขั้นแตกหักนั้นจริงหรือ
**อยากให้สรุปบทเรียนคนเสื้อแดงในรอบปี พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา
ผมมองภาพรวมว่า สิ่งที่เราทำต้องการต่อสู้เผด็จการ ถ้าให้พูดตรง ๆ คือพวกที่ยึดอำนาจ 19 ก.ย. 49 เราจึงต้องก่อตัวต่อสู้มาตั้งแต่ช่วงนั้น วันนี้ก็ผ่านมา 3 ปีแล้ว ถ้าหากว่าเราผิดพลาดหรือล้มเหลว มันคงจบลงแล้ว
เพราะเราเป็นกระบวนการของประชาธิปไตย ทุกคนมาด้วยความสมัครใจ มาด้วยความเสียสละ ไม่มีเหตุใดเลยที่ทำให้คนรวมตัวเป็นก้อนเดียวกันและยืนยาวได้ นอกจากความคิดอ่านที่ตรงกัน ผมคิดว่ากระบวนการเสื้อแดงในวันนี้ยิ่งโตขึ้น พี่น้องเสื้อแดงวันนี้มีมากทุกจังหวัด
เวลานี้ไปไม่ทันความต้องการของเขา เวลาที่เขาจัดงานเขาเชิญไป พวกผมไม่สามารถสนองความต้องการพวกเขาได้ครบถ้วน แสดงว่าขบวนการมันยังไม่หยุดโตและยังขยายตัวไปเรื่อย ๆ จะว่าไปเรื่องนี้เกี่ยวกับการเมืองในระบบรัฐสภา มันก็เกี่ยว
แต่ที่เป็นการเมืองภาคประชาชนเป็นส่วนหนึ่งคือหมายความว่า จะมีเลือกตั้ง ประชาชนเลือกพรรคไหนก็เลือกไป แต่ว่าคนเสื้อแดงจะอยู่เป็นกระบวนการต่อ เมื่อเลือกตั้งแล้วใครจะเป็นรัฐบาล คนเสื้อแดงก็ยังอยู่ดูแลประชาชน ถ้ายังไม่ได้ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ คนพวกนี้ก็จะสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป
**มองว่าเหตุการณ์ “เม.ย. เลือด” คนเสื้อแดงไม่ได้แพ้
ถ้าจะมองว่าเราแพ้ ทำไมถึงมีคนมากขึ้น มันน่าจะมีคนหายไปมากกว่าและไม่กลับมาอีก แต่นี่กลับตรงกันข้าม มันเติบโต แสดงว่าเราไม่ได้แพ้และเวลานี้คนพวกนี้ต้องการคุณภาพ ต้องการการอบรม วันนี้เรามีโรงเรียนคนเสื้อแดงครบทุกภาคแล้ว ผมคิดว่ากระบวนการประชาธิปไตยไม่เคยมีครั้งไหนที่เติบใหญ่เท่านี้
เหตุการณ์ 24 มิ.ย. 2475 ไม่มีภาคประชาชน ขณะที่ 14 ต.ค. 16 เป็นเรื่องของนิสิตนักศึกษา ส่วน พ.ค. 35 เป็นเรื่องของชนชั้นกลาง แต่คราวนี้จะเป็นเรื่องของประชาชน มันประหลาดที่ยังโตไม่หยุด ผมยังไม่รู้ว่ามันจะหยุดตรงไหน
**ที่บอกว่าเสื้อแดงไม่ได้แพ้ และยังโตขึ้น เกรงหรือไม่ถ้าไม่มีระบบควบคุมดูแลที่ดีจะนำไปสู่ความรุนแรง
เราคงคุมเขาไม่ได้ เพราะว่าเขามาโดยอิสระเป็นเสรีชน เราจะเอาอะไรไปบังคับเขาล่ะ นอกจากเขามา แล้วเราก็อบรมประชาธิปไตยให้เขาฟังว่า อะไรคือประชาธิปไตย ที่ต้องปรับเข้าหากัน และจะรักษาอุดมการณ์นี้ได้อย่างไร รวมทั้ง แนวทางสันติอหิงสาคืออะไร เราพูดเท่านี้ ถ้าหากเขาฟังเขา ก็ทำ ถ้าเขาไม่ฟัง ก็ไม่ปฏิบัติ ก็ช่วยไม่ได้
** แต่การชุมนุมที่เกิดความรุนแรง เป็นเพราะควบคุมกันไม่อยู่
บอกตรง ๆ ผมไม่ถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องคุมคนเหล่านั้น ผมถือว่า เสรีชนมารวมตัวกัน ใครก็บังคับบัญชาไม่ได้ ถ้าเขาไม่ศรัทธาไม่เดินตามคงไม่มีทาง ผมเลยถือว่า ไม่ต้องรับผิดชอบ ใครจะคิดเห็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ผมถือว่าเมื่อมีทางเดินมากมายก่ายกอง ถ้าเขาจะมากับพวกผมก็มา
วันนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่า ประชาธิปไตยดีสำหรับเขา เป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้ ศัตรูพวกเขาคือ เผด็จการ ปัจจุบันเป็นเผด็จการอำมาตยาธิปไตย ต่อมาก็ศรัทธา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ทำประโยชน์ให้เขาจริง เขาจึงหวงแหนและอยากได้กลับคืนมา
เมื่อคนมาอยู่รวมตัวกันบนถนนเยอะ ๆ แรก ๆ อาจไม่เป็นระเบียบ แต่เมื่อเขาศรัทธา เขาก็ต้องมาเดินเป็นระเบียบ ส่วนของผมไม่ได้ถือว่า เราต้องไปถือแส้เพราะเราไม่มีอำนาจ
** ที่ผ่านมาการนำมวลชนของแกนนำหลายครั้ง ไม่ค่อยจะฟังกัน มีภาพขัดแย้งไปคนละทาง
ไม่ว่าจะเละยังไง ผมไม่สนเพราะผมถือว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นตามธรรมชาติตามศรัทธา ใครจะว่าอะไรก็ว่าไป มันเลยเวลาที่จะสนใจเรื่องเหล่านี้ ผมมองข้ามมานานแล้ว โดยเฉพาะสื่อมวลชนโดยทั่วไป เขามองว่าอยากให้เราเป็นกองทหารที่ต้องมีการเข้าแถวเรียงตามลำดับ ถ้าเป็นวิธีนี้ผมไม่เอาด้วย
ซึ่งรูปแบบธรรมชาติมันจะรุนแรง ก็ช่วยไม่ได้ คุณต้องเข้าใจว่าประเทศเป็นของประชาชน ประชาชนอยากจะสงบสันติ ก็สงบ แต่ถ้าประชาชนอยากจะรุนแรง ก็ต้องปล่อยให้รุนแรง เพราะประเทศเป็นของเขา วันนี้มีแต่คนกระทำต่อประชาชน แต่ประชาชนยังไม่ได้กระทำต่อคนอื่นเลย เราต้องให้โอกาสเขาบ้าง
**หลังปีใหม่ แกนนำคนเสื้อแดงคุยว่ามีไม้เด็ดล้มรัฐบาล จะสู้หมดหน้าตักเลยหรือไม่
คนก็มองกันไป ผมไม่เคยคิดอย่างนั้น ผมคิดว่า ขบวนการประชาชนมันก็เดินกันไปและถ้ามันโตไปเรื่อย ๆ อะไรจะเกิด มันก็เกิดเอง ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่ต้องบอกว่า ปีนี้แตกหักหรือปีหน้าแตกหัก การแตกหักหรือไม่แตกหักเป็นธรรมชาติ
ผมมีความเห็นว่า แม่ไก่ฟักไข่ ก็ไม่รู้ว่า วันไหนไข่จะออกเป็นลูกเจี๊ยบ ถ้าเวลาพอเหมาะ ปัจจัย เหตุการณ์แวดล้อมให้ ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้น ถ้ามันจะเกิด ก็ต้องเกิด ถ้ามันจะรุนแรง ก็ต้องรุนแรง ถึงแม้เราจะตั้งเข็มที่สันติอหิงสาเราก็เดินไป แต่ถ้าใครจะประเคนความรุนแรงมาให้ คนเสื้อแดงก็ต้องตอบแทนคืนไปก็ช่วยไม่ได้
**ธรรมชาติของคนเสื้อแดงจะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่
ธรรมชาติเสื้อแดงจะไม่นำไปสู่ความรุนแรง รัฐบาลต่างหากที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ถ้าท่าทีของรัฐบาลดี ก็ไม่มีปัญหา ผมจะบอกให้ ถ้าผมมีความคิดเลวทรามและชอบไปเป็นรัฐบาลกับเขา ผมเอาใจคนเสื้อแดงก็หมดเรื่อง คนเสื้อแดงอยากชุมนุม ก็เชิญเรามีหน้าที่ให้น้ำให้ท่า อำนวยความสะดวกก็จบเรื่อง
แต่ที่มันเป็นปัญหาคือ รัฐบาลถือว่าคนเสื้อแดงเป็นปฏิปักษ์ ก็เลยเกิดปัญหา เคล็ดลับมันจึงอยู่ที่การมอง รัฐบาลเป็นฝ่ายจัดสร้าง วางแผนก็จะได้พบกันแน่แต่ถ้ารัฐบาลไม่สร้างความรุนแรง คนเสื้อแดงจะไม่ทำอะไรเลย
**หลัง ๆ คุณวีระพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บ่อยไหม
จริง ๆ ไม่บ่อย ผมเป็นคนไม่ไปพบท่าน เพราะผมถือว่าไม่จำเป็นต้องพบ ที่บอกว่าไปพบ มันเชยสะบั้นหั่นแหลกเลย พรรคประชาธิปัตย์บอกว่า ผมไปพบไปรับแผนมา ไปรับเงินมา แผนมันต้องไปรับด้วยตัวเองเหรอ เงินต้องไปแบกมาเหรอ
ถ้าจะเอาน่ะเป็นการพูดเลอะเทอะไปตามประสา ผมถือว่า ถ้าจะพบกันระหว่างคนที่คิดถึง ก็ต้องเยี่ยมเยียนกันบ้าง ในโอกาสที่เหมาะสม เราก็คุยกันธรรมดาไม่มีอะไรมากกว่านั้น
**แต่คนมองว่าคุณวีระ เป็นสายตรงของ พ.ต.ท.ทักษิณ
(หัวเราะ) ผมจะเป็นสายตรงของ พ.ต.ท.ทักษิณได้ยังไง เรามันเป็นสายอ้อมก็ต้องดูตอนที่อยู่พรรคไทยรักไทย ผมอยู่ของผมอย่างไหน ผมก็เป็น ส.ส. ธรรมดา ไม่เคยสร้างปัญหา ตอนนี้ก็พยายามรักษาสถานภาพนี้ไว้ แต่บังเอิญว่าประชาชนรักท่านทักษิณ มันเลยสอดคล้องกับผม
**ข้อเสนอการเจรจา 3 ข้อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถ้าสมมุติว่าเป็นไปในแนวทางนี้ คนเสื้อแดงพร้อมยุติการชุมนุมหรือไม่
ผมมองว่า แนวทางนี้เป็นแนวทางที่คนเสื้อแดงเรียกร้องมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะการนำรัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาใช้ การยุบสภา เลือกตั้ง คืนอำนาจให้ประชาชน ประชาชนจะได้ตัดสินใจว่า จะเลือกพรรคไหน ที่ชูนโยบายว่าจะแก้รัฐธรรมนูญอันนี้เป็นผลโดยตรง
แต่ว่าถ้าเขารับเหตุผลนี้แล้ว คนเสื้อแดงก็ยังไม่เลิกขบวนการของคนเสื้อแดง แต่ว่า ก็ไม่จำเป็นต้องชุมนุมใหญ่
**หมายความว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล การเคลื่อนไหวคนเสื้อแดงยังมีอยู่
คนเสื้อแดงยังมีอยู่แน่นอน และจะกลายเป็นขบวนการการเมืองภาคประชาชนจะอยู่ไปตลอด ซึ่งจะพัฒนาไปสู่จุดนั้นถึงพรรคเพื่อไทยจะเป็นรัฐบาล แนวทางประชาธิปไตยก็ไปกันได้ แต่ถ้าแนวทางพรรคเพื่อไทยกลับไปเป็นอำมาตย์อีก ก็ต้องฟัดกับคนเสื้อแดง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจิตใจคนมันเปลี่ยนได้.
(อ้างอิงจาก เดลินิวส์ ,26 ธันวาคม 2552)
ที่มา ประชาไทเว็บบอร์ด
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น
บทความ
ข่าวน่าสนใจ
เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:42 tags:3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:28 tags:3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์
โปรดเกล้าฯ ครม.ยิ่งลักษณ์ 2 แล้ว !
เขียนโดย admin เมื่อ 18 มกราคม, 2012 - 20:14 tags:ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

