คำ ผกา : เมื่อข้าพเจ้าเสียจริต

tags:

"การขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศไทย ราษฎรอาวุโส กล่าวว่า ควรให้ทำพร้อมกัน 10 เรื่อง คือ การสร้างจิตสำนึกใหม่คนไทย, สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่,ทำให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง, สร้างระบบการศึกษาที่พาชาติออกจากวิกฤต, สร้างธรรมาภิบาลการเมืองการปกครอง, สร้างระบบสวัสดิการสังคมที่ก้าวหน้า, สร้างดุลยภาพสิ่งแวดล้อมและพลังงาน, ปฏิรูประบบสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล, ทำการวิจัยยุทธศาสตร์ชาติ และทำระบบการสื่อสารที่ผสานการพัฒนาทั้งหมด"

http://www.thaireform.in.th/news-communications/1464--8-.html

พักนี้ เวลาฉันเครียด ๆ จะเข้าไปหาอ่านความคิดของหมอประเวศน์ อ่านทีไรอมยิ้ม คิกคัก อารมณ์ดีทุกที รัฐบาลเราท่านก็ช่างใจดีจริงๆ คงรู้ว่าช่วงนี้ไพร่ เอ๊ย ประชาชนคนไทยออกจะเครียดกันอยู่หลายเรื่อง ทั้งข้าวแพง ไข่แพง แรงงานถูก

อดีตคนเสื้อแดงที่เคยออกไปต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตยซมซานกลับบ้านพร้อมบาดแผลทั้งทางกายและใจก็มาโดนคนชั้นกลางมีการศึกษากระทืบซ้ำว่าเป็นพวกพรมเช็ดเท้าบ้าง เป็นพวกโรคจิต ขี้หงุดหงิด ขี้อิจฉา เป็นพวกก้าวร้าว รักความรุนแรงบ้าง เป็นพวกเด็กกระทืบเต้นเอาแต่ใจตนเองบ้าง

อ่านแล้วเครียด นะนั่น

ชะรอย รัฐบาลจะเห็นใจว่าประชาชนเครียด เลยปล่อยมุขขำ ๆ ออกมาเป็นข่าวกันหลายมุข นอกเหนือไปจากการ ปิดถนนขายของ จัดคอนเสิร์ต จัดงานแบบ "ฝันกลางไฟ" แหม ชอบชื่องานนี้จัง ลองนึกภาพกรุงเทพฯ ตกอยู่ในทะเลเพลิง แล้วพวกเราจะไม่มีวันหยุดฝัน ไม่มีวันท้อ (ดูเอเอฟมากไปหรือเปล่าน๊า) เราจะเกาะกุมมือกัน ฝ่าฟันเปลวไฟ เราจะฝันถึงวันคืนแสนงามที่รอเราอยู่ข้างหน้า

ไม่ให้ขำได้อย่างไรอยู่ ๆ ก็ออกมาแถลงเรื่อง ไซเบอร์ สเกาต์ อ่านแว่บแรกนึกว่า เป็นเด็กพันธุ์ใหม่ น้องชายสะก๊อย อะไรอย่างนั้น เอามือเคาะหัวตัวเองอีกรอบ ถึงนึกขึ้นได้ว่า หมายถึง ลูกเสือไซเบอร์ ที่จะสอดส่องสังเกตตรวจตราเว็บไซต์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

อ่านแล้วร้อง อู๊ววว

อยากเอาหัวไปโขกกำแพงสักสามสี่ที เพื่อจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แล้วมั่นใจว่า ตนเองไม่ได้อยู่ในนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออเวล ชะรอยที่หนังสือพิมพ์เกาหลีแซวพี่มากของเราว่า ในชั่วโมงเรียนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ที่อ๊อกสะฝอดนั้น นายมากของเราคงนั่งหลับเป็นแน่แท้

แต่ละไอเดียโปรเจ็กต์ของท่าน จึงชวนให้เชื่อว่า ท่านไปฝึกตนและรับประกาศณียบัตรมาจาก คณะกายกรรมเปียงยางมากกว่ามหาวิทยาลัยอ๊อกสะฝอด

ฉันคงไม่จำเป็นต้องเขียนไปในที่นี้นะว่า ทำไมถึงขำ?

ไม่มีประเทศประชาธิปไตยที่ไหนบอกว่า ตัวเองเป็นประเทศประชาธิปไตยภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และแน่นอนว่า ไม่มีประเทศประชาธิปไตย ที่เคารพในสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมือง ออกไประดมเยาวชนให้มาเป็นกลุ่มล่าแม่มดสังเวยรัฐบาลภายใต้ชื่อ "ลูกเสือ"

สำคัญที่สุด ไม่มีรัฐบาลประชาธิปไตยที่ยืนอยู่บน ฐานการรับรองความชอบธรรมจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจะปอดแหก ขี้ขลาดกับการล้อเลียน วิพากษ์ วิจารณ์ ไปจนถึงการปลดปล่อย สำเร็จความใคร่ทางอารมณ์ (ตามประสาพลเมือง ผู้เก็บกดอันมีอยู่ทั่วไปในโลกไซเบอร์ ทั่วจักรวาล) จนถึงขั้นจัดตั้งเยาวชนมาเป็นสายสืบของฝ่ายความมั่นคง

เว้นเสียแต่ว่ารัฐบาลนั้น รู้ดีว่า "อำนาจ" ที่ตนถือครองอยู่ ไม่มีเสียงของ "ประชาชน" รองรับ อำนาจจึงเปราะบาง โงนเงน สุดท้ายไปจบลงที่อาการปอดแหก เป็นนายกฯ แทนที่จะตั้งหน้าตั้งบริหารบ้านเมือง แต่วัน ๆ มานั่งจับประชาชนเข้าคุกหรือกวาดล้างคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐ และเวลาที่เหลือ ก็เอาไปเขียนจดหมายรัก ออดอ้อนแฟนคลับที่กระหายรักพอ ๆ กันใน Facebook ไปวัน ๆ

ขำเรื่องลูกเสือไปแล้ว มาเจองานอีเว้นท์ " 6วัน 63 ล้านความคิด "

เจอแล้วร้องอู๊ววว แบบเกือบถึงจุดสุดยอดอีกรอบ เสียวนะคะ

ในทางวัฒนธรรมศึกษาเขาว่ากันว่า เสียงที่กระซิบอยู่ข้างหู เป็นอะไรที่อีโรติก intimate ม้ากมาก (ในเชิงมารยาทเค้าถึงไม่ให้โทร. หาใครต่อใครพร่ำเพรื่อ ถ้าไม่ใช่ญาติสนิท มิตรสหาย)

ให้อภัยหญิงลามกจกเปรตอย่างฉันเถอะ เพราะนึกภาพการระดมดารา นักร้อง รวมทั้งเกณฑ์นักการเมือง รมต. ขวัญใจสาว ๆ มารอรับโทรศัพท์จากประชาชนแบบนี้

ฉันไม่อาจคิดเป็นอื่นได้เลย นอกจากมหกรรมรวมรักทางโทรศัพท์ของประชาชาติไทย ที่หวังผลปรองดองทางอารมณ์อย่างลึกซึ้ง ฉันขำเรื่องสองเรื่องนี้ยังไม่หนำใจ ต้องไปคว้าแผนปฏิรูปประเทศของหมอประเวศน์ มาขำต่ออีกหนึ่งดอก อารมณ์จึงจะพีคและ "ถึง" จริง

คุณหมอ ก็ช่างพล่ามไปได้เรื่อยเนอะ เราต้องทำสิบเรื่องพร้อมกัน อย่างงี้ อย่างงั้น แล้วเข้าไปดูเว็บไซต์ปฏิรูปประเทศไทย ก็มีแต่หัวข้อในทำนองว่า

" ชู 8 แนวทางสื่อมวลชนพาชาติออกจากวิกฤติ",

ยุทธศาสตร์ 3 ปี สสค. ปูทางประเทศสู่สังคมกากรเรียนรู้,

เผยรายชื่อ ระดมนักวิชาการ สื่อมวลชน ปฏิรูปสื่อภาครัฐฯ, ตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด เดินหน้าลดความเหลื่อล้ำ
แผนพัฒนาความซื่อตรงแห่งประเทศไทย โดย สว.รสนา

(แผนพัฒนาความซื่อตรง ! ?

พระเจ้าในโลกนี้ มีอะไรอย่างนี้ด้วยหรือ

ซับซ้อนถึงขั้นแบ่งเป็นสามระดับคือ ระดับชุมชน สังคม องค์กร

โห...เป็นสามระดับที่ไม่มีใครคิดได้เลย ลึกซึ้งมาก ไม่ใช่สมองระดับสว.คิดไม่ออก นะเนี่ยะ ใช้เงินระดมสมอง ประชุมกันไปเท่าไหร่ไม่รู้ เพื่อจะได้สามระดับการพัฒนาความซื่อตรงอันนี้ ต้องการไม้บรรทัดเพิ่มไม๊คะ ? )

อ่านแล้วเหนื่อยไหม ?

ไหนจะทำ 10 อย่างพร้อมกัน ไหนจะชู 8 แนวทาง ไหนจะสร้างสังคมการเรียนรู้ ไหนจะทำโร้ดแมปปฎิรูปงานตำรวจ ไหนจะยุทธศาสตร์ 3 ปี

(คราวนี้ ฉันเลยได้รับคำเฉลยว่า ชะรอย นี่เป็นมรดกของคนทำงานทุกภาคส่วนของภาครัฐ โครงการเชียงใหม่เอี่ยมอันโด่งดัง ถึงตั้งธง ทำเชียงใหม่ให้น่าอยู่ภายใน 99 วัน โฮะ โฮะ พวกเค้าชอบกำหนด "ตัวเลข" กันอย่างเอาจริงเอาจังมาก วันหลังคงไปรับจ๊อบกองสลากได้ )

ฉันมีคำถามง่าย ๆ ถึงโครงการปฏิรูปประเทศไทยว่า "จะปฏิรูปไปไหน?"

ไอ้แปดข้อ สิบประการของหมอประเวศน์นั้น เราจะเรียกด้วยภาษาชาวบ้านว่า อะไร มิทราบ ?

นโยบาย?

ข้อเสนอแนะ?

ข้อคิดเตือนใจจากผู้อาบน้ำร้อนมาก่อน ?

ความปรารถนาดีจากราษฎรอาวุโส (เป็นสถานะทางสังคมที่ประหลาดมาก) ?

ถ้าคุณหมอเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล ก็พล่ามพูด หรือเขียนให้รัฐบาลไป ไม่เห็นมีอะไรใหม่น่าตื่นเต้น ต้องเป็นข่าวหรือต้องนำมาเป็นโครงการยิ่งใหญ่จนต้องเรียกว่า "ปฏิรูป" ที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล ที่ส่วนใหญ่คงหมดไปกับค่าเครื่องบิน ค่าเอกสาร ถ่ายอาหาร จัดเลี้ยง สัมนา และประชุมกันไปมา จบด้วยแจกเอกสาร วนเวียนกันไปอย่างนี้ไม่ที่สิ้นสุด

(ภาคส่วนที่จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้มากที่สุดคือ บริษัทสายการบิน โรงแรม ธุรกิจเคเตอริ่งของว่าง บุฟเฟต์ ธุรกิจเครื่องเขียน ขายกระดาษ แฟ้ม ธุรกิจเครื่อถ่ายเอกสาร คนทำถุงผ้าที่ระลึกงานสัมนา หมึกพิมพ์ปรินเตอร์ กระดาษและโรงพิมพ์)

จะ 8 ข้อ หรือ สิบประการของหมอประเวศน์ ล้วนแต่เป็นสามัญสำนึกสามัญพื้นฐานที่สุด ที่รัฐบาลของประเทศ "ดี ๆ" ในโลกนี้ พึงรู้ พึงทำ มิพักต้องคอยบอก เหมือนตื่นเช้า ต้องแปรงฟันแล้วนั่งขี้ สุขภาพจึงดีถ้วนหน้า ทำนองนั้น

ที่เพ้อมาทั้งหมดนี้ (แบบว่าเสียสติมาตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. ถูกทุบกบาลซ้ำ ด้วยอาการยิ้มร่า ท้าพรก.ฉุกเฉินของคนไทยที่ไม่มีใครเดือดเนื้อร้อนใจกับมันเลยมา 3 เดือนเต็ม แถมยังแถว่า together we can -อยากจะต่อว่า yes, we can live under totalitarian dictatorship ไง)

เพื่อจะย้อนจากข้อ 3 เรื่องปฏิรูปฯ ไปหาข้อ2 เรื่อง 6 วัน 63 ล้านเสียงไปถึงข้อ 1 เรื่องลูกเสือไซเบอร์ว่า ประเทศไทยเรามันเข้าข่ายประเทศขำขัน จนยากจะถ่ายถอน

ประการแรก ท่านๆ ที่มาร่วมสร้างสรรค์การปฏิรูปประเทศไทยทั้งหลาย (องค์กรที่เรียกตัวเองว่า ภาคประชาชนทั้งหลาย ที่ทำท่าออกสตาร์ท รอขม้ำเหยื่อ รอเข้าร่วมงาบกินงบฯ ก้อนนี้ โปรดอย่ากระพริบตา)

ฉันมีคำถามง่าย ๆ ว่า ท่านควรถามตนเองให้เป็นมั่นเป็นเหมาะว่า ท่านเป็นใครมาจากไหน จึงจะโยนแผนปฏิรูปใส่หน้าประชาชนคนไทยทั้งประเทศ อำนาจที่จะมากำหนด 8 ข้อ สิบประการฯลฯ ของท่านมาจากการทำสัญญากับประชาคมที่ไหน อย่างไร?

ถามแบบบ้านๆ ว่า "พวกท่านถืออำนาจใดมาลงมือปฏิรูป?"

พื้นฐานที่สุดของประชาธิปไตย "อำนาจ" ย่อมมากจากการที่ประชาชนไว้วางใจ เลือกผู้แทนของพวกเขา เข้ามาทำหน้าที่ในกระบวนการนิติบัญญัติและบริหาร สิ่งที่ผู้มีสติพึงทำในเวลานี้คือ ใคร่ครวญถึงที่มาของรัฐบาลชุดปัจจุบันและ "เลือด" ที่เปรอะไปทุกหนทุกแห่ง มิใช่การเข้าสังฆกรรมปฏิรูปและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนไทย

ด้วยการบอกว่า "เพราะเขาจน เขาจึงต่อต้านรัฐบาล เราต้องเกลี่ยผลประโยชน์ไปให้เขาบ้าง เขาจะได้ไม่ลูกมาท้าทายเราอีก" เพราะพวกเขาไม่ได้สู้เพราะความจน แต่พวกเขาลุกขึ้นสู้ เพื่อทวงศักดิ์ศรีของพลเมือง ประชาชนไม่ได้อยากได้เงิน ณ ขณะนี้ พวกเขาต้องการสิทธิของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย เมื่อได้สิ่งนั้นมาแล้ว จึงจะไปต่อรองเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องอื่น ๆ

หญิงเสียจริตอย่างฉัน อยากบอกว่า ในสังคมประชาธิปไตย ไม่มีใครมีอาญาสิทธิมาตั้งตนเป็น "ผู้รู้" เหนือกว่าผู้อื่น ท่านจะอาวุโส จะหนุ่ม จะแก่ จะจบ ป.หนึ่ง หรือจบอภิมหาปริญญา ท่านจะเป็นใคร ท่านก็คือประชาชนเท่ากับคนอื่น ๆ

ดังนั้น จึงไม่มีสิทธิมาทำหน้าเปื้อนยิ้ม บอกประชาชนว่า เรามาทำอย่างนี้กันเถอะ เรามาทำอย่างนั้นกันเถอะ เชื่อผมสิ ผมเป็นคนดี ผมหวังดี เอางบประมาณมาให้ผมสิ !!! (???)

อย่างมากที่สุด ที่พวกท่านจะเป็นกันได้คือ "ที่ปรึกษา" ของฝ่ายบริหาร และคงไม่แปลกเท่าไร ถ้าท่านเป็นทีมที่ปรึกษาของฝ่ายบริหารของรัฐบาล เข้าตามตรอกออกทางประตู แต่เมื่อมันไม่ใช่ มิหนำซ้ำ รัฐบาลที่ท่านสังฆกรรมด้วย ยังมีส่วนในการ "ทำร้าย" ประชาชนอย่างสาหัส พวกท่านจึงขาดความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง

ขอให้ใคร่ครวญเรื่องนี้ให้จงหนัก เพราะประวัติศาสตร์ย่อมทำหน้าที่ของมัน พวกท่านคงไม่อยากถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะของ...(ขอเว้นให้เติมเอง เพราะฉันเชื่อว่าพวกท่านย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจตน)

ไม่เห็นแก่ใคร ก็โปรดเห็นแก่ "หน้า" ของลูกหลานของพวกท่านเองในภายภาคหน้า

เฉกเดียวกับงานอีเวนต์ รับโทรศัพท์ระดมความคิด เอิ่ม...เป็นเวลากว่าสองศตวรรษมาแล้ว ที่ทั่วโลกยอมรับกว่า การระดม "เสียง" ของประชาชนในประเทศนั้น กระทำได้โดยผ่าน "การเลือกตั้ง" ค่ะ ทั่นผู้ชม !

การให้พลเมืองของรัฐทุกคน ออกมาพูดความคิดของตนเองนั้น คาดว่าลองผิด ลองถูกกันมา ตั้งแต่สมัยกรีก ประชาธิปไตยทางตรงกันแล้วป่าวค๊า? (ทำหน้าปัญญาอ่อนหน่อย ๆ ตอนถาม)

ทีนี้ก็เลยไม่เข้าใจว่า อีตอนที่ใคร ๆ เค้ามาขอเพียง "เลือกตั้ง" ใหม่ให้หายสงสัยนั้น ทำไมไม่ทำ ? ดันกลับตาลปัตรมาทำ 63 ล้านเสียง "โทร.เข้ามาครับพี่น้อง เร่เข้ามาครับพี่น้อง"

ตลกจัง ! - พวกท่านกำลังหน้าที่ฝ่ายบริหาร ไม่ใช่ดีเจสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน นะฮ้า

เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ฮัลโหล ฮัลโหล เทสต์ เทสต์ !!! -

ฝ่ายพีอาร์และบริษัทจัดอีเวนต์ที่รัฐบาลจ้างโปรดทราบ มุขนี้ไม่สร้างสรรค์อย่างแรง ประชาชนรู้ทัน โปรดคิดมุขใหม่ให้เนียนและเป็นมืออาชีพกว่านี้หน่อยได้ นะฮ้า (ควรมีพื้นความรู้ทางรัฐศาสตร์และสังคมวิทยาการเมืองมาบ้าง ในการคิดแคมเปญให้รัฐบาลด้วย ฮ่ะ) ที่สำคัญคือ เอิ่ม ...เดี๊ยนยังไม่อยากสำเร็จความใคร่จากเสียง

ขำขันสุดท้าย ลูกเสือไซเบอร์ เอาหัวโขกกำแพงเป็นครั้งที่ร้อย เพื่อความมั่นใจว่า นี่มิใช่ เยาวชน Oceonia สังกัดกระทรวงแห่งความจริง (Ministry of Truth) ในนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวล

เมื่อเรามีคณะปฏิรูปที่มาจากฉันทานุมัติของใครไม่ทราบ แสดงตนเป็น ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้บรรลุถึงความปรารถนาของมวลชนคนไทยทั้งชาติ กระสันจะปฏิรูป เมื่อเรามีฝ่ายบริหารที่เข้าใจการทำงานคือ การสนอง need ประชาชนทางโทรศัพท์ เป็นไปถึงเพียงนี้แล้ว จะแปลกอะไร ถ้าเราจะเพิ่มลูกเสือไซเบอร์ มาเป็นเครื่องประดับ อีกสักชิ้นสำหรับประเทศเผด็จการภายใต้พรก.ฉุกเฉิน

เอ๊ะ หรือเราอยู่ในนิยายเรื่อง 1984 จริง ?

( จากมติชนสุดสัปดาห์ 9-15 กรกฎาคม 2553 )

ที่มา มติชน

เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด

ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ

tags:
บทนี้ มีเนื้อหาสำคัญคือ

1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4.  ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5.  ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์

ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

tags:

กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554  ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้

กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน

tags:

มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก

ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด

กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

ข่าวน่าสนใจ

นักวิชาการเหนือ-อีสาน-ใต้ เสนอผลสรุปวิจัย พลเมืองไทยต้องการประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์

tags:

วันที่ 8 ก.พ. 2555 โครงการสร้างสำนึกพลเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในท้องถิ่น จัดการสัมมนาสรุปผลการวิจัย ซึ่งทำการวิจัยในพื้นที่อิสาน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยะลา

เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

tags:

3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน  “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์"  จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์

วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.

tags:

3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

 

 

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

อ่านต่อ

เว็บเพื่อนบ้าน

อ่านต่อ

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

อ่านต่อ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้