สื่อมวลชนยุคใหม่ ความจริงอยู่ที่ใด
กระแสข่าวที่สื่อในกลุ่มผู้จัดการ โจมตีหนังสือพิมพ์ไทยรัฐว่าบิดเบือนการตัดต่อพระบรมฉายาลักษณ์อย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายวัน ถึงกรณีการตีพิมพ์ภาพนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันเวิลด์โรโบคัพ 2007 ประเภทหุ่นยนต์กู้ภัย ณ เมืองแอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอังคารที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา
จนกระทั่งในที่สุดไทยรัฐก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านบทบรรณาธิการฉบับวันที่ 16 กค. โดยยอมรับว่าได้มีการใช้โปรแกรม Photoshop ทำการลบ "พระบรมฉายาลักษณ์" ออกไปจริง โดยชี้แจงว่าพระบรมฉายาลักษณ์ทั้ง 2 ภาพที่คณะนักศึกษาอัญเชิญนั้น อยู่ในลักษณะที่ผู้อัญเชิญคุกเข่าลง ทำให้มีบุคคลอื่นยืนสูงกว่า ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ไทยรัฐได้ยึดถือมาโดยตลอดว่า การปรากฏภาพพระบรมฉายาลักษณ์ทุกครั้งจะต้องอยู่ในลักษณะที่เหมาะสม นั้น
เป็นที่น่าสังเกตว่า หลักปฏิบัติในการตบแต่งภาพถ่ายบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ กลับกลายเป็นหลักปฏิบัติมาตรฐานไปแล้วหรือไม่ หากนับกรณีตั้งแต่หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจได้มีการตกแต่งภาพถ่าย ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับวันที่ 29 เมษายน 2547 ซึ่งเป็นภาพมีดในกำมือของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะกับตำรวจและทหารที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547
แน่นอนว่าประชาชนไทยบางส่วน อาจตั้งคำถามถึงความไม่บังควรของไทยรัฐที่ได้ทำการตัดต่อพระบรมฉายาลักษณ์ดังกล่าว ดังที่ได้มีผู้แสดงความเห็นในทำนองดังกล่าวในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์เป็นจำนวนมาก
ไทยรัฐอาจจะมองว่าหากปล่อยให้ภาพดังกล่าวถูกตีพิมพ์ออกไป จะเกิดการเข้าใจและตีความผิดกับนักศึกษา 2 คนที่อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ในรูปนั้น จนทำให้นักศึกษาทั้งสองได้รับความเสียหายเดือดร้อนภายหลัง ซึ่งหากเอาเข้าจริงๆแล้ว ไทยรัฐก็น่าจะมีวิธีบอกกล่าวนักศึกษาเกี่ยวกับหลักปฏิบัติต่อพระบรมฉายาลักษณ์ให้เหมาะสมก่อนมีการถ่ายภาพนั้น
แต่คำถามที่น่าสงสัยไม่แพ้กันก็คือ หากเมื่อมีการตัดต่อภาพถ่ายที่ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันหน้าหนึ่งได้เช่นนี้แล้ว ผู้บริโภคและผู้อ่านหนังสือพิมพ์ ยังจะทราบได้อย่างไรว่าภาพใดคือภาพจริง ภาพใดคือภาพที่ไม่ได้ถูกตัดต่อ? แม้นว่าจะมีเหตุผลหรือคำแก้ตัวที่น่ารับฟังอย่างไรก็ตาม
อะไรจะเกิดขึ้น หากในอนาคต สื่อหนังสือพิมพ์ทำการตัดต่อภาพโดยอ้างเหตุผลที่ "น่ารับฟัง" อื่นๆ เช่น "เพื่อศีลธรรมอันดีของประชาชน", "เพื่อความมั่นคงของประเทศ" หรือเหตุผลอื่นๆ
หากมองให้นอกเหนือไปจากการตัดต่อภาพถ่ายแล้ว, เป็นที่น่าสังเกตว่า การนำเสนอข่าวของสื่อในลักษณะที่ข่าวของตนมีความจริง มีความน่าเชื่อถือนั้น เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าข่าวที่ถูกนำเสนอ มิได้มีการบิดเบือน, ตัดต่อ, แก้ไข ด้วยเหตุผล "ที่น่ารับฟัง" ดังที่ได้ยกมาเป็นตัวอย่างแล้ว
ที่น่าวิตกกังวลยิ่งกว่านั้น คือเป็นไปได้หรือไม่ที่สื่อมวลชนกระแสหลักในปัจจุบัน จะด้วยผลประโยชน์ก็ดี จะด้วยความหวาดกลัวต่อสถานภาพของตนเองก็ดี ก็เริ่มมีการ "งด" นำเสนอข้อมูลข่าวสาร หรือ "เซนเซอร์" ตัวเอง หรือ "บิดเบือนข่าวสาร" สำหรับการนำเสนอข่าวบางด้านที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงของผู้กุมอำนาจไม่ว่าจะในยุคสมัยใดก็ตาม
เมื่อเป็นเช่นนั้น ประชาชนที่ตามบริโภคข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ จากสื่อมวลชน จะแน่ใจได้อย่างไรว่า ข่าวสารที่ได้รับจากสื่อมวลชนเหล่านั้นเป็นข่าวสารที่ถูกต้อง เหมาะสมต่อการตัดสินใจ และการตัดสินใจที่ตนได้กระทำลงไปนั้นอยู่บนพื้นฐานของข่าวสารที่รอบด้าน และถูกต้องตรงไปตรงมา
หากประชาชนไม่ต้องการตกอยู่ใต้อิทธิพลของการสื่อสารที่อาจไม่ตรงกับความเป็นจริงของสื่อมวลชนในปัจจุบัน ทางออกที่ดีที่สุด คือประชาชนนั่นเองอาจเป็นผู้นำเสนอข่าวสารเสียเอง ทั้งนี้เพราะ มีแต่การนำเสนอข่าวสารอย่างทั่วถึง จากหลากหลายมุมมองเท่านั้น จึงจะทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความถูกต้องเที่ยงตรงของข่าวสาร
ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจของประชาชนในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์กับสังคมโดยรวม
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
นำมาจาก www.palawat.com

