จาก 'ม็อบไข่แม้ว' ถึง 'ดาวกระจุย' จรรยาบรรณสื่อมวลชนหายไปไหน
ดูการพาดหัวข่าวในเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ :
ดาวกระจุยบุกมหาดไทย
กลุ่มแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) โดยมี น.พ.เหวง โตจิราการและผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 100 คน ที่บริเวณกระทรวงมหาดไทย เพื่อเรียกร้องให้หยุดสกัดกั้นการชุมนุมของกลุ่มนปก.ในต่างจังหวัด
เราไม่มีปัญหาอะไรกับนักข่าวภาคสนามแทบทุกฉบับ จะเห็นว่าเขียนรายงานข่าวตรงไปตรงมา เท่าที่สังเกตได้แม้แต่ผู้จัดการเองก็ตาม (อ่านตรงส่วนเนื้อข่าว)
แต่เมื่อดูตรงส่วน "พาดหัวข่าว" หรือ "โปรยข่าว" จะเห็นคำที่ใช้บ่งบอกออกไปในโทน "เชิงลบ" ต่อกลุ่มมวลชนที่มาเคลื่อนไหวเหล่านี้
ทำไม กรุงเทพธุรกิจ หรือ ผู้จัดการ ไม่ใช้คำว่า "พันธมาร" กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" กันบ้างล่ะ ตลอดช่วงปี 2548 - 2549 เราแทบไม่เคยเห็นถ้อยคำในเชิงลบแบบที่ใช้แบบนี้
ความรับผิดชอบของบรรณาธิการข่าวอยู่ที่ไหน พวกเขามีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจให้กลุ่มมวลชนเหล่านี้เป็น "ม็อบไข่แม้ว" หรือ "ดาวกระจุย"?
เหรือเพราะเขาเห็นว่าคนเหล่านี้ ชื่นชมและชื่นชอบ อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร?
หรือเพราะเขาคิดว่าคนเหล่านี้ รับเงินจากท่อน้ำเลี้ยง ซึ่งเป็นเงินสกปรก?
แน่ใจได้อย่างไร มีหลักฐานชัดเจนหรือ?
ทุกคนในมวลชนกลุ่มนั้น ชื่นชมและชื่นชอบ พ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตรกันหมดหรือ?
มองในภาพใหญ่กว่านั้น เราคงเคยได้ยินเหตุผลที่ว่า เราจะต้องรับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อให้เดินหน้าเลือกตั้งต่อไปได้ ส่วนการอ้างว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 เป็นเพราะว่ามาจากการรัฐประหารนั้น พวกเขาคนที่บอกให้สนับสนุนร่างฯ บอกว่าพวกเรามองภาพไม่ครบถ้วน พวกเรามองไม่เห็นว่ารัฐบาลของ พ.ต.ท ทักษิณนั้นเลวร้ายขนาดไหน
ดังนั้นจึงถูกต้องชอบธรรม ที่ทหารจะออกมาทำการรัฐประหารเพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญ และขับไล่รัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย
ส่วนคนที่ออกมารณรงค์ไม่รับร่างฯ เป็นพวกกลุ่มอำนาจเก่าที่จ้องทำลายความสงบสุขของประเทศไทย?
หนังสือพิมพ์บางฉบับถึงกับกล่าวหานักวิชาการบางท่าน เช่นกลุ่มของ ศ.ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์ ว่ารับเงินท่อน้ำเลี้ยงจากทักษิณ โดยใช้วิธีคาดเดาแบบเอออวยเอาจากคำสัมภาษณ์ของ ดร. นิธิ
คำถามและข้อสังเกตของเราก็คือ ยังจะเชื่อถืออะไรได้อีก หากแม้แต่การนำเสนอข่าวพื้นฐานของสื่อมวลชนบางกลุ่มยังทำแบบไม่ตรงไปตรงมา ไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องตามที่มันเป็น
สาอะไรกับการที่สื่อมวลชนบางส่วนละเลยกับการนำเสนอข่าวสาร การใช้งบลับ 800 ล้านบาทของ บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ที่ถูกเปิดเผยออกมาโดย นายวุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์
เหตุใดจึงไม่มีการขุดคุ้ยอย่างเอาจริงเอาจังจากสื่อมวลชนที่ยกหูชูหางตนเอง ว่าเป็นสื่อที่กล้าต่อสู้เพื่อความถูกต้อง พร้อมสร้างผลงานจากการขุดคุ้ยการซุกหุ้นของ พ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตร
หรือว่า จรรยาบรรณของสื่อมวลชนในบ้านนี้เมืองนี้ เลือกใช้กับเพียงคนบางกลุ่มบางพวก แบบจริยธรรมสองมาตรฐานที่มีเห็นกันให้เกลื่อนไปทั่วในขณะนี้เท่านั้น
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
นำมาจาก www.palawat.com


สิ่งที่ไม่เข้าใจเลยก็คือว่า ทำไมคนไทยคนหนึ่งจึงไม่มีสิทธิที่จะปกป้องและต่อสู้กับการกระทำย่ำยีที่ทหาร อำมาตย์ ตุลาการและอภิสิทธิชนชั้นสูง รุมกันกระทำต่อตนเองและครอบครัวอย่างน่ารังเกียจในปัจจุบัน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว กลุ่มที่กล่าวมานั้นไม่ได้เข้ามาโดยวิถีทางที่ถูกต้องตามระบอบของสากลโลกเลยสักนิด แต่ใช้การปฏิวัติ รัฐประหาร เป็นหนทาง
คำถามก็คือ คนไทยคนหนึ่งมีสิทธิโดยชอบธรรมหรือไม่ที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องตนเอง ครอบครัว มิตรสหาย และผู้ใต้การบัญชาของเขา
และเป็นสิ่งที่ถูกต้องเป็นธรรมแล้วหรือกับการรุมกระทำย่ำยีเขาลับหลัง โดยไม่ให้โอกาสเขาที่จะชี้แจงตอบโต้ต่อสาธารณชน
ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่มีสิทธิที่จะต่อสู้หรือ เพราะเขาก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง และไม่ใช่คนไทยที่ไม่มีความสามารถ แต่เขาคือผู้ซึ่งทำให้ทั้งประเทศชาติและประชาชนไทยได้รับโภคผลมากมายในช่วงที่เขาเป็นผู้นำประเทศ
เป็นเรื่องน่าอนาถอย่างยิ่งที่สื่อมวลชนปัจจุบันยึดเอาพรรคพวกที่ตนรู้จักเท่านั้นเป็นข้างเดียวกัน รุมกันโจมตีเขาและโจมตีลับหลังด้วย ทำไมไม่มองสถานการณ์ด้วยหลักการแห่งความเป็นกลาง ยุติธรรม และมีศีลสัตย์ของจริยธรรมแห่งสื่อมวลชน
ประเทศนี้มืดมนมากในวันนี้ จนกว่าเงาดำแห่งอภิสิทธิชนจะถูกขับไล่ออกไป การโจมตีทำร้ายประชาชนและคุณทักษิณกระทำมาอย่างต่อเนื่องน่าละอายก็จริง แต่อย่าคิดว่าผู้ศรัทธาต่อคุณทักษิณจะยอมแพ้ง่าย ๆ ผู้คนที่เราเห็นทั่วประเทศที่ออกมาสนับสนุนคุณทักษิณนั้น เขาสู้ต่อแน่ แม้คุณทักษิณเองจะสู้หรือไม่สู้ก็ตาม เพราะวันนี้มันพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า ประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะอำนวยสุขให้กับประชาชนไทย ไม่ใช่อมาตยาธิปไตยและศักดินาที่กำลังภินท์พังลงไปทุกวันจากการกระทำไร้สติของพวกเขาเองต่อประชาชน ไม่เชื่อก็คอยดูกัน พวกนี้เหลือเวลาน้อยลงทุกทีแล้ว
อย่ามาบอกว่า คนไทยคนหนึ่งไม่มีสิทธิเท่าคนไทยคนอื่นในการต่อสู้เพื่อสิทธิอันชอบธรรมของเขา เขาจะทำอะไร สนับสนุนประชาชนแบบไหนไม่ใช่เรื่องที่ต้องสนใจ เขามีสิทธิ เขาก็เป็นคนไทยเหมือนพวกคนที่รุมทำร้ายเขาทุกคนเช่นกัน อย่าทำเขาข้างเดียว เขามีสิทธิสู้