๑๙ สิงหาฯ เข้าคูหา กาไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐

tags:

คมช.เคยสัญญากับประชาชนไทย หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ว่าจะสร้างระบอบประชาธิปไตยใหม่ที่ก้าวหน้า
ดีขึ้นกว่าเดิม และจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ที่ได้ล้มเลิกไป

บัดนี้ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ว่า ได้จัดทำเสร็จแล้ว แผนผังโมเดล
ระบอบประชาธิปไตยใหม่ของคมช.ได้ขึ้นรูป ขึ้นร่างให้ทุกคนเห็นกันแล้ว
ร่างพรบ.ความมั่นคงภายในก็เตรียมเสนอเข้าสภาฯ ร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็อยู่ระหว่างเสนอให้ประชาชนไทยลงประชามติว่า สมควรจะได้รับความเห็นชอบ หรือไม่

ได้มีนักวิชาการและกลุ่มประชาชนที่ต่อต้านการรัฐประหารหลายคน ได้เคยชี้ ให้เห็นมาก่อนแล้วว่า คมช. ไม่มีทางที่จะทำตามสัญญาที่ว่าได้ ดังคำที่ว่า

“ไม่มีงาช้าง งอกออกมาจากปากสุนัข” เพราะ คมช.เป็นเผด็จการ ของบรรดานายทหารและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่เป็นพวกอภิสิทธิ์ชน
เป็นพวกขุนนางอำมาตย์ ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของพวกจารีต
เป็นพลังปฏิกริยาและล้าหลังของสังคมไทย
ไหนเลยจะสามารถสร้าง ระบอบประชาธิปไตยใหม่ที่ก้าวหน้า
ดีขึ้นกว่าเดิมและเป็นของประชาชนได้

เมื่อได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญปี๕๐ โดยละเอียด ก็จะพบว่า มีบางบทบัญญัติ บางมาตราที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ จริง แต่เมื่อพิจารณาโดยภาพรวม ก็จะพบว่ารัฐธรรมนูญนี้ ได้ละเมิดหลักการพื้นฐานที่สุด ของระบอบประชาธิปไตย

คือหลัก อำนาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทย
โดยการกีดกันจำกัดการทำหน้าที่ของตัวแทนของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง
ให้อำนาจบรรดาพวกข้าราชการชั้นสูงซึ่งเป็นพวกอภิสิทธิ์ชน และไม่ได้มาจากการ เลือกตั้ง อยู่เหนือตัวแทนของประชาชน สามารถสั่งการ ควบคุมและถอดถอนตัวแทน ของ ประชาชนได้ตามแต่จะตั้งข้อกล่าวหาขึ้น

บริวารของคมช.อ้างว่า พวกข้าราชการชั้นสูงเหล่านี้ โดยเฉพาะที่มาจากศาล
เป็นคนดี มีความรู้ มีคุณธรรมสูงส่ง และมีความเป็นกลางทางการเมือง
คำถาม คือ จริงหรือ?
ถ้าปรากฎว่า ความจริง มิได้เป็นไปดังที่อ้าง ใครจะรับผิดชอบ?

สิ่งที่บริวารของคมช.ไม่เคยอธิบาย ทั้งไม่อาจอธิบายได้ คือ
ทำไมพวกข้าราชการชั้นสูงเหล่านี้ จึงมีสิทธิและมีอำนาจ มากกว่า
ประชาชนไทยคนอื่นๆ?
นี่ ใช่เป็น การละเมิดหลักความเสมอภาคของบุคคล
ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิไตย อีกข้อหนึ่งหรือไม่?

ทำไมพวกข้าราชการชั้นสูงเหล่านี้ จึงมีสิทธิและมีอำนาจ มากกว่า
ตัวแทนที่ปวงชนชาวไทยได้เลือกและมอบอำนาจให้
นี่ ใช่เป็นการละเมิดหลักอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยหรือไม่?

พวกคมช.และบริวาร รังเกียจและหวาดระแวงนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง
แต่กลับชื่นชอบและเชื่อถือ พวกข้าราชการชั้นสูงที่เป็นพวกของเขาเอง
รังเกียจและหวาดระแวงพรรคการเมือง แต่กลับชื่นชอบและเชื่อถือสถาบันหน่วยงาน ราชการของพวกเขาเอง
ความคิดความเชื่อแบบนี้ ได้พิสูจน์ตัวตนของพวกเขาออกมา
ว่าแท้จริงแล้ว พวกเขาล้วนเป็นพวกอภิสิทธิ์ชน ทำเพื่อพวกเดียวกัน

สิ่งที่คมช.จะสร้างขึ้น จึงไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่ดีกว่าเดิม
แต่เป็นระบอบเผด็จการของอภิสิทธิ์ชน โดยอภิสิทธิ์ชน และเพื่ออภิสิทธิ์ชน เ็ป็นการชักนำไทยให้ถอยหลังเข้าคลองครั้งใหญ่
ตามคำที่ว่า “ชนชั้นใดร่างกฎหมาย ก็แน่ไซร้เพื่อชนชั้นนั้น”
รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จึงเป็นเสือร้าย”เผด็จการ”
ที่พยายามคลุมตัวไว้ด้วยหนังแกะ”ประชาธิปไตย”

พวกคมช.และบริวาร ได้ใช้เงินของประชาชนหลายพันล้านบาท
รณรงค์ โฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างขนานใหญ่ ต้องการให้ประชาชน
ลงประชามติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญเผด็จการของพวกเขา
แต่พวกนี้ เป็นคนไม่ซื่อ ไม่เคยเห็นประชาชนอยู่ในสายตา
กลับออกมา หลอกลวงประชาชน เรื่องรัฐธรรมนูญ ครั้งแล้ว ครั้งเล่า เช่น

“ จะดี จะเลว ก็รับไปก่อนเถอะ แล้วค่อยไปแก้ภายหลัง”
ความจริง คือ เมื่อรับไปแล้ว ระบอบเผด็จการของอภิสิทธิ์ชน
ของพวกเขาตั้งมั่นแล้ว ประชาชนจะไม่มีทางใช้สิทธิ ใช้เสียง
ตามระบอบฯ ไปแก้ไข ลดทอนอภิสิทธิ์ ของพวกเขาได้

“รับรัฐธรรมนูญฉบับที่ยื่นให้ข้างหน้าเถอะ เพราะถ้าไม่รับ
คมช.กับครม. อาจจะเอาฉบับที่ซุกไว้ข้างหลัง ซึ่งไม่รู้ว่า
เป็นฉบับไหน อาจแย่กว่าฉบับที่ยื่นให้ข้างหน้า ก็ได้”

นี่ เรียกว่า ขู่ประชาชนให้เกิดความไม่แน่ใจ เกิดความกลัว
เป็นเทคนิคแบบเจ้าเล่ห์ แสนกลที่หลายคนรู้จักกันดี

ความจริง คือ ถ้าปวงชนชาวไทย ไม่เห็นชอบกับร่า่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คมช.และครม. จะไม่มีวันเอารัฐธรรมนูญที่แย่กว่ารัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ มาประกาศใช้บังคับได้ เพราะถ้าขืนทำเช่นนั้น ก็เท่ากับ เป็นการประกาศตัว
เป็นศัตรูกับปวงชนชาวไทย ทั้งแผ่นดิน
พวกเขาจะกล้าหรือ?
แม้นกล้าจริง ก็คงจะได้เห็นดีกัน

“รับไปเถอะ จะได้เลือกตั้งในปลายปีนี้ คมช.ก็จะสลายตัวไป
ถ้าไม่รับ คมช.ก็ยังต้องอยู่ เลือกตั้งก็อาจเลื่อนออกไป ไม่รู้จะได้เลือกกันเมื่อไหร่?”

ความจริง คือ เรื่องเลือกตั้งในปลายปีนี้ เป็นสัญญาประชาคมที่
คมช.และรัฐบาลได้ประกาศต่อปวงชนชาวไทยและนานาประเทศแล้ว
เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ก็ต้องมีการเลือกตั้งในปลายปีนี้อยู่ดี
เรื่อง คมช.สลายตัว ก็เป็นเรื่องลวงโลก
ความจริงคือ คมช.ได้ลงหลัก ปักฐานเตรียมการสืบทอดอำนาจ
ไว้เรียบร้อยแล้ว ตัวองค์กรที่ชื่อ คมช.อาจเลิกไป แต่ตัวบุคคลยังอยู่
ทั้งพวกอภิสิทธิ์ชนทั้งแพค ก็ยังคงอยู่ ทั้งยังอาจเข้มแข็งมั่นคงกว่าเดิมอีกด้วย

ชาวไทยทุกคนที่รักประชาธิปไตย จึงต้องแสดงออกโดยผ่านการลงประชามติว่า

เราไม่ต้องการระบอบเผด็จการของอภิสิทธิ์ชน เราต้องการระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

เราไม่ต้องการให้พวกอภิสิทธิ์ชน มานั่งขี่คอ ชี้นิ้วบงการประชาชนและตัวแทนของประชาชน

เราต้องการให้ทหารและข้าราชการ ถอยกลับเข้ากรมกองของตนและอย่าได้ออกมาอีก

ปวงชนชาวไทย ต้องทำให้การรัฐประหารและคณะรัฐประหาร พ่ายแพ้ ด้วยสันติวิธี โดยผ่านการลงประชามติ จึงจะสามารถกอบกู้ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ให้กลับคืนสู่แผ่นดินไทยได้

ของปวงชนชาวไทย จงพร้อมเพรียงกันในวันที่ ๑๙ สิงหาฯนี้
เพื่อเข้าคูหา กาไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐

AttachmentSize
vote_no.jpg33.05 KB

ศรศิลป์

เห็นด้วยทุกประเด็น ทุกเม็ดในชิ้นงานนี้ของคุณไท
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในใจความตอนที่ว่า

"...ความจริงคือ ถ้าปวงชนชาวไทย ไม่เห็นชอบ
กับร่า่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐
คมช.และครม. จะไม่มีวันเอารัฐธรรมนูญที่แย่กว่า
รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ มาประกาศใช้บังคับได้
เพราะถ้าขืนทำเช่นนั้น ก็เท่ากับเป็นการประกาศตัว
เป็นศัตรูกับปวงชนชาวไทยทั้งแผ่นดิน
พวกเขาจะกล้าหรือ?
แม้นกล้าจริง ก็คงจะได้เห็นดีกัน..."

ก็ขอให้ พวกจารีต+อำมาตยา กล้าจริง
แล้วจะได้เห็นกับตาตนเองว่า
นอกเหนือจากพลัง "ขบวนทักกี้" ที่พวกเขาหวาดกลัวแล้ว
ในแผ่นดินนี้ ยังมี "พลังที่แท้จริง" ของปวงประชามหาชน
ที่ตระเตรียมการปฏิรูปประเทศชาติทั่วด้านครั้งใหม่ในรอบร้อยปี
และรอคอยเวลาปรากฏบทบาทเพื่อบรรลุภารกิจทางประวัติศาสตร์
ซึ่งคั่งค้างยืดเยื้อมากว่า 75 ปีให้เสร็จสิ้น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้