ต้องยกเลิกกฏอัยการศึกทันที
รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ประกาศใช้บังคับแล้ว แต่คมช.และรัฐบาลสุรยุทย์ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยกเลิก กฎอัยการศึกที่ได้ประกาศใช้บังคับใน ๓๕ จังหวัดใน ประเทศไทย ทั้งๆที่ บรรดาพรรคการเมือง ต่างๆได้เรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก ในหลายพื้นที่เพื่อความสะดวกในการหาเสียงเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ศกนี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินประธานคมช.ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว
หนังสือพิมพ์เนชั่น ยืนยันว่าจะยังไม่ยกเลิกกฏอัยการศึก เพราะพรรคการเมืองยังมีเสรีภาพในการออกหาเสียงได้ตามปกติ เชื่อว่า ไม่เป็นปัญหากับการหาเสียงของพรรคการเมือง การประกาศกฎอัยการศึกต่อไปจึงไม่มีผลกระทบกับคนดี ส่วนพล.อ.สุรยุทย์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)
ตาม พระราชบัญญัติกฎอัยการศึกพุทธศักราช ๒๔๕๗ มาตรา ๒ และมาตรา ๔ การประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ใด จะต้องปรากฎว่า ในพื้นที่นั้น มีเหตุที่จำเป็น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง หรือเกิดสงครามหรือการจลาจลขึ้น เวลานี้ พื้นที่ซึ่งมีเหตุจำเป็นดังกล่าวคือ พื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ได้แก่ จังหวัด ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และบางส่วนของจังหวัดสงขลา นอกจากพื้นที่ดังกล่าวแล้ว คมช.และรัฐบาลสุรยุทย์ ก็ไม่เคยชี้แจงกับสาธารณชนเลยว่า มีเหตุจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ในบ้านเมืองในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ อย่างไร
พรรคการเมือง ผู้สมัครผู้แทน และผู้นำของแต่ละจังหวัด จึงควรตั้งคำถามต่อคมช.และรัฐบาลสุรยุทย์เป็นรายจังหวัด ว่า จังหวัดนั้นๆมีสงครามหรือการจลาจลหรือไม่? จังหวัดนั้นๆ มีเหตุจำเป็นอะไร เช่น จังหวัดเชียงใหม่มีสงครามหรือการจลาจลหรือไม่ มีเหตุจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ตรงไหน? เป็นต้น
ผลจากการประกาศกฎอัยการศึกในเขตพื้นที่ใด คือ ในเขตพื้นที่นั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารจะมี
อำนาจหน้าที่เหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวกับการรบ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อยและศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาบางอย่าง
ที่ประกาศระบุไว้ แทนศาลพลเรือน
เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจเต็ม ที่จะตรวจค้น ที่จะเกณฑ์ ที่จะห้าม ที่จะยึด ที่จะเข้าอาศัย ที่จะ ทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ และที่จะขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่ใดๆ โดยไม่ต้อง
รับผิดใดๆ ไม่ว่าผู้ใดจะฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารใน การใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกไม่ได้
ดังนี้ จึงเห็นได้ว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกในเขตพื้นที่ใด เป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารให้สามารถใช้อำนาจ ละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชนได้ ตามที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเห็นสมควร โดยประชาชนในเขตพื้นที่นั้น ไม่อาจโต้แย้ง ตรวจสอบทัดทานการใช้อำนาจดังกล่าวได้เลย
ที่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน กล่าวว่า กฎอัยการศึกไม่มีผลกระทบกับคนดี นั้น ก็เป็นการพูดแบบเอาแต่ได้ ไม่เคารพและให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพราะ ประชาชนคนไหน เป็นคนดี หรือคนไม่ดี เป็นเรื่องที่ต้องให้ศาลสถิตยุติธรรม พิจารณาตัดสินตามกฎหมายของบ้านเมือง ไม่ใช่ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร มาพิจารณาตัดสินคนตามอำเภอใจ
เหตุที่คมช.และรัฐบาลสุรยุทย์ อ้างว่ายังมีความจำเป็นในการคงการประกาศใช้กฎอัยการศึก
ถึง ๓๕ จังหวัดทั่วประเทศคือ เรื่องความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะคือ การก่อความไม่สงบจากกลุ่มอำนาจเก่า ซึ่งหมายถึงกลุ่มพตท.ทักษิณและผู้สนับสนุน
แต่ความจริง ที่ประชาชนแลเห็นได้ คือ พตท.ทักษิณ อยู่ที่ต่างประเทศและได้ประกาศเลิกเล่น
การเมืองแล้ว กลุ่มผู้สนับสนุนคนสำคัญๆ คืออดีตกรรมการบริหาร พรรคไทยรักไทย จำนวน ๑๑๑ คน ก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ปี ผู้สนับสนุนส่วนหนึ่ง ได้มาร่วมกับพรรคพลังประชาชน มุ่งหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปในปลายปีนี้ตามกฎหมายของบ้านเมือง
ดังนี้ จึงเห็นได้ว่า ข้ออ้างของคมช.และรัฐบาลสุรยุทย์ ดังกล่าว เป็นข้ออ้างที่เลื่อนลอย ไม่มีเหตุผลและ เชื่อถือมิได้
เราจึงขอเรียกร้องให้ คมช.และรัฐบาลสุรยุทย์ ยกเลิกกฎอัยการศึก ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ไม่มีภาวะ”สงครามและการจลาจล” ทันที
ทั้งขอท้าทายว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกใน เขตพื้นที่ส่วนใหญ่ ที่ไม่มีภาวะ”สงครามและการจลาจล”เป็น การประกาศใช้กฎอัยการศึกที่ ขัดกับพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช ๒๔๕๗ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ.๒๕๕๐
สมควรที่จะได้นำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อขอให้ศาลมี คำพิพากษาว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีผลใช้บังคับ
| Attachment | Size |
|---|---|
| 20_052035_83.jpg | 148.33 KB |


