คัดค้านการเคลื่อนไหวก่อความแตกแยกระหว่างไทย-กัมพูชา

tags:

    การปลุกปั่นลัทธิชาตินิยมอย่างขนานใหญ่และต่อเนื่องยาวนานในสังคมไทย ของกลุ่มพันธมิตรฯกรณีรัฐบาลสมัครฯสนับสนุนกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ได้ส่งผลให้ประชาชนไทยที่ถูกปลุกระดมจนของขึ้น 3 คน จงใจบุกฝ่ารั้วลวดหนาม เข้าไปเพื่อพยายามปักธงไทยที่ปราสาทพระวิหาร

    ทางกัมพูชาได้ควบคุมตัวคนไทย 3  คนไว้ประมาณ 5 ชั่วโมง จึงปล่อยตัวคืนฝ่ายไทยตาม ข่าวกรุงเทพธุรกิจ  ผลจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ไทยและกัมพูชาเพิ่มกำลังทหารฝ่ายละหลายกองพล เข้าไปในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทยและกัมพูชา เฉพาะที่เผชิญหน้ากันในบริเวณพื้นที่ทับซ้อน มีจำนวนฝ่ายละ 200-300 คน

   ทำให้ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทวีเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนล่าสุด ทางการไทย-กัมพูชาได้ตกลงให้จัดประชุมคณะกรรมการเขตแดนขึ้น ในวันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม ศกนี้ ที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อและพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนด้านปราสาทพระวิหาร ตามข่าวบางกอกโพสต์

    ก่อนหน้านี้ พันธมิตรฯเคยปลุกระดมประชาชนในสังคมไทย โดยใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ที่ปวงชนชาวไทยเคารพรัก มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในการทำลายทักษิณและพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นศัตรูทางการเมืองของฝ่ายตน โดยใช้ยุทธการ " ดึงฟ้าต่ำ ทำหินแตก แยกแผ่นดิน " ในที่สุด ผลจาการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ได้นำไปสู่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทำให้ระบอบประชาธิปไตยพังทะลายและสังคมไทยเสียหายอย่างย่อยยับ

    ต่อมา ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาว่า "พฤติการณ์แห่งคดีเห็นว่า จำเลยที่ 1(นายสนธิ ลิ้มทองกุล)..เร่ง เร้าให้เกิดความสับสนวุ่นวายในสังคม ก่อให้เกิดความครอบงำบิดเบือนเนื้อหาข้อมูล ทำให้ขาดดุลความจริง หวังมุ่งสร้างกระแสเพื่อโค่นล้มโจทก์(ทักษิณ ชินวัตร)ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยไม่ใช้วิธีการที่รัฐธรรมนูญขณะนั้นกำหนด การกระทำดังกล่าวกระทบโครงสร้างทางสังคมครั้งใหญ่ เกิดความขัดแย้งอย่างมาก ระหว่างผู้ที่สนับสนุนโจทก์กับฝ่ายตรงข้ามโจทก์ ต่างมุ่งห้ำหั่นล้างผลาญกันทุกวิถีทาง สถานภาพของสังคมไทยเกิดความสูญเสียทั้งทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง "

    ในการต่อสู้โค่นล้มรัฐบาลสมัคร พันธมิตรฯนอกจากไม่ยอมแก้ไขความผิดพลาดที่ผ่านมา ยังคงเดินหน้าปลุกระดมประชาชน โดยใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำลายฝ่ายตรงกันข้ามต่อไปเช่นเดิม ไม่เพียงเท่านั้น  พันธมิตรฯยังใช้กรณีกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกมาเคลื่อนไหว โหมปลุกระดมลัทธิชาตินิยม ปลุกปั่นความเกลียดชังระหว่างไทย-กัมพูชาอย่างคลุ้มคลั่ง

    กล่าวหากรณีดังกล่าวว่า ทำให้ไทยเสียดินแดนและเสียอธิปไตย อ้างตัวเองและผู้ร่วมชุมนุม เป็นทหารเสือพระราชา-ทหารเสือพระราชินี เรียกร้องให้ปิดพรมแดนไทย-กัมพูชา 40 จุดผ่านแดน ให้กองทัพไทยเคลื่อนกำลัง เข้ากดดันประชาชนและทหารกัมพุชาให้ออกไปจากบริเวณพื้นที่ทับซ้อน พวกเขาปลุกเร้ากองทัพและทหารให้เข้าร่วมและสนับสนุนพวกเขา ใครไม่เห็นด้วยกับพวกเขา อย่างเบา ก็กล่าวหาว่าไม่รักชาติ หนักขึ้นก็กล่าวหาว่าขายชาติ

    พันธมิตรฯ ต้องการอะไร ? พวกเขาอ้างว่า พวกเขาไม่ใช่ลัทธิชาตินิยม ไม่ได้คลั่งชาติและไม่ได้ต้องการให้คนไทยเกลียดชังคนกัมพูชา นายสนธิ ลิ้มทองกุลได้เปิดเผยเจตนาที่แท้จริงออกมาว่า  เป้าหมายแท้จริงคือ ต้องการใช้เรื่องนี้ โค่นล้มทำลายรัฐบาลสมัคร - รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของปวงชนชาวไทย

    แต่การปลุกปั่นกรณีปราสาทพระวิหารว่า ทำให้ไทยเสียดินแดน เสียอธิปไตยนั้น เป็นการโกหกหลอกลวงที่สกปรกและเป็นเล่ห์กลทางการเมือง ความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้คือ กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกครั้งนี้เฉพาะตัวปราสาท ซึ่งศาลโลกได้ตัดสินเมื่อปีพศ. 2505 ว่าตั้งอยู่บนดินแดนซึ่งอยู่ในอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาและการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ตามสนธิสัญญามรดกโลก ไม่เกี่ยวและไม่มีผลกระทบต่อข้อพิพาทเรื่องดินแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งจะต้องตัดสินชี้ขาดโดยคณะกรรมการเขตแดนไทย-กัมพูชา (ดูข้อ 4 ในเรื่องกรณีปราสาทพระวิหาร:คำถามและคำตอบ โดย ศรี ดาวเหนือ )

    สถานการณ์ของโลกได้เปลี่ยนไปมากแล้ว สงครามแย่งชิงดินแดนระหว่างไทย-กัมพูชาไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้ ไม่มีใครต้องการสงครามนี้ ทั้งสงครามนี้ ไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเลย การเคลื่อนไหวปลุกระดมลัทธิชาตินิยม จุดไฟความเกลียดชังระหว่างไทย-กัมพูชา สร้างความตึงเครียดทางชายแดนด้านเขาพระวิหาร จะต้องประสบความล้มเหลวอย่างแน่นอน

    ถึงเวลาหรือยังที่ปวงชนชาวไทย จะตั้งสติ พิจารณาปัญหาข้อพิพาทเรื่องดินแดนระหว่างไทย-กัมพูชาอย่างมิตรประเทศ คำนึงถึงสันติภาพและการพัฒนาตามวิสัยทัศน์ "แปรสนามรบ ให้เป็นสนามการค้า" ที่พล.อ.ชาติชายได้ริเริ่มไว้

    ถึงเวลาหรือยัง ที่ปวงชนชาวไทย จักได้พิจารณาบทบาทของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ยังมุ่งมั่นเดินตามแนวทาง "ดึงฟ้าให้ต่ำ ทำหินให้แตก ทำแผ่นดินให้แยก"ต่อไปอย่างบ้าคลั่ง

 

เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด

ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ

tags:
บทนี้ มีเนื้อหาสำคัญคือ

1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4.  ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5.  ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์

ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

tags:

กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554  ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้

กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน

tags:

มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก

ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด

กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

ข่าวน่าสนใจ

นักวิชาการเหนือ-อีสาน-ใต้ เสนอผลสรุปวิจัย พลเมืองไทยต้องการประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์

tags:

วันที่ 8 ก.พ. 2555 โครงการสร้างสำนึกพลเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในท้องถิ่น จัดการสัมมนาสรุปผลการวิจัย ซึ่งทำการวิจัยในพื้นที่อิสาน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยะลา

เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

tags:

3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน  “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์"  จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์

วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.

tags:

3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

 

 

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

อ่านต่อ

เว็บเพื่อนบ้าน

อ่านต่อ

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

อ่านต่อ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้