ทางออกจากวิกฤติ 2551

tags:

ความแตกแยกและการเผชิญหน้า ระหว่างรัฐบาลสมัครและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พันธมิตรฯ) ได้ลุกลามขยายตัวขึ้นจนกลายเป็นวิกฤติที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ประเทศและ
ประชาชนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ

มีแนวโน้มว่าหากไม่แก้ไขอย่างถูกต้องและทันกาล ก็เสี่ยงและล่อแหลม ที่อาจกลายเป็น ความรุนแรงและการทำลายล้างกันของคนไทยภายในชาติ เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่าย ล้วนมีประชาชนและกลุ่มบุคคลจำนวนมากสนับสนุน

เราเห็นว่า การที่ทั้ง 2 ฝ่ายยืนกรานที่จะเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งอย่างเด็ดขาดราบคาบ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทั้งการปล่อยให้ทั้ง 2 ฝ่ายต่อสู้กันต่อไปแบบยืดเยื้อ ก็รังแต่จะสร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชนมากยิ่งขึ้นไปอีก

ดังนั้น จึงถึงเวลาที่ปวงชนชาวไทย ที่ได้รับผลความเดือดร้อนเสียหายจากการต่อสู้ของทั้ง 2 ฝ่าย จะต้องลุกขึ้นมาร่วมกันรับผิดชอบ และร่วมกันกำหนดชะตากรรมของสังคมไทย

โดยตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคมไทย ในฐานะเป็นประชาชนกลุ่มหนึ่ง พวกเราจึงขอแถลงจุดยืนและท่าทีต่อฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวิกฤติครั้งนี้ ดังต่อไปนี้


ข้อ 1. ความขัดแย้งทางการเมือง ต้องแก้ด้วยการเมือง

เราเห็นว่า ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสมัครและกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นความขัดแย้งทางการเมือง ดังนั้น จึงต้องแก้ด้วยวิธีการทางการเมืองตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย นั่นคือ รัฐสภาควรต้องเป็นเจ้าภาพ เป็นคนกลางในการเชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจาตกลงกัน เพื่อหาข้อยุติอย่างสันติวิธี โดยเร็วที่สุด

หลักพื้นฐานของการเจรจา คือ การผ่อนผันและการประนีประนอมกัน เพื่อหาข้อยุติซึ่งเป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่าย บนพื้นฐานของประชาธิปไตย เคารพกฎหมายและประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย

เราสนับสนุนมติของที่ประชุมร่วม 3 ฝ่ายของรัฐสภา ที่ประกอบด้วยผู้แทนวุฒิสภา ผู้แทนสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ที่ให้ผู้แทนของรัฐสภาเป็นคนกลาง เชิญตัวแทนของทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจาตกลงกัน เพื่อหาข้อยุติต่อไป

เราคัดค้านคำประกาศและท่าทีของทั้ง 2 ฝ่ายที่ปฏิเสธการเจรจา หรือตั้งเงื่อนไขก่อนการเจรจา ทั้งเห็นว่า ปวงชนชาวไทยและบรรดาผู้สนับสนุนของทั้ง 2 ฝ่าย ควรต้องผลักดันผู้นำของแต่ละฝ่าย ให้เข้าสู่โต๊ะเจรจาที่มีผู้แทนของรัฐสภาเป็นเจ้าภาพ ทั้งหากผู้นำของฝ่ายใด ดื้อรั้นขัดขืน ก็จะต้องท้วงติงและถอนความสนับสนุน

ข้อ 2.  ต้องสันติวิธีและเคารพกฎหมาย

เราเห็นว่า ความขัดแย้งระหว่าง 2 ฝ่าย เป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างคนไทยด้วยกัน ดังนั้น จึงต้องใช้สันติวิธีและกฎหมายของบ้านเมืองเป็นบรรทัดฐาน

การใช้ความรุนแรงและการฝ่าฝืนกฎหมาย นอกจากไม่อาจแก้ไขปัญหาได้ ยังทำให้ปัญหาขยายตัวลุกลามใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จนก่อความเดือดร้อนเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชนโดยส่วนรวม จึงเป็นหน้าที่ของทั้ง 2 ฝ่าย ที่จะต้องยึดถือหลักสันติวิธีและกฎหมายของบ้านเมืองให้มั่นคง ไม่ฝ่าฝืนหลักสันติวิธีและกฎหมายอีกต่อไป

เราคัดค้านการใช้ความรุนแรงและการฝ่าฝืนกฎหมายของทั้ง 2 ฝ่าย และเราจะตอบโต้กับการใช้ความรุนแรงและการฝ่าฝืนกฎหมายของทั้ง 2 ฝ่ายอย่างเหมาะสม

ข้อ 3. ต้องสนับสนุนประชาธิปไตย คัดค้านรัฐประหารและอำนาจนอกระบบ

เราเห็นว่า ทุกฝ่ายล้วนมีหน้าที่ในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของไทยให้ก้าวไปข้างหน้า ดังนั้น บรรดาปัญหาทางการเมืองของไทยและวิธีแก้ไข จึงควรได้รับเจรจา เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองครั้งใหม่ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย

เราคัดค้านและจะต่อสู้กับการรัฐประหาร การใช้อำนาจนอกระบบ และการชักนำประชาธิปไตยของไทย ให้ถอยหลังเข้าคลองอย่างเต็มที่

เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นและสนับสนุนการแสวงหาข้อยุติด้วยการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่ายด้วยสันติวิธีฉันท์พี่น้องร่วมชาติ 

เราขอเรียกร้องต่อรัฐบาลสมัคร ให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและยกเลิกข้อหากบฏกับแกนนำพันธมิตรทันที

เราขอเรียกร้องต่อแกนนำพันธมิตรฯ ให้มอบตัวตามหมายจับของศาลอาญา ย้ายการชุมนุมออกไปจากทำเนียบรัฐบาล ยุติการปิดสนามบินและการระงับบริการสาธารณูปโภคใดๆ ซึ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อนเสียหายทันที

ถึงเวลาที่ปวงชนชาวไทย จะต้องลุกยืนขึ้น ร่วมกันรับผิดชอบ ร่วมกันกำหนดชะตากรรมของไทยด้วยกำลังของตนเอง ไม่ยอมให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งชักนำประเทศไทยไปตามอำเภอใจอีกต่อไป

เราจึงขอเรียกร้องต่อสื่อมวลชน นักวิชาการและประชาชนทุกวงการ ให้ร่วมกันผลักดันให้ทั้ง 2 ฝ่าย ร่วมกันแก้ปัญหาและแสวงหาทางออกจากวิกฤติตามหลักการดังกล่าวข้างต้น

9 กันยายน 2551

หมายเหตุ

เอกสารนี้เป็นแถลงการณ์ของประชาชนกลุ่มหนึ่ง กองบรรณาธิการได้รับและปรึกษากันแล้ว เห็นว่าตรงกับจุดยืนของกลุ่ม ในสถานการณ์ปัจจุบัน จึงได้ปรับปรุงเล็กน้อยและนำเสนอเป็นบทบรรณาธิการ

มีอีกข้อที่บทความนี้ไม่ได้พูดถึง คืออำนาจของสื่อ  เกิดอะไรขึ้นกับสื่อของประเทศไทย

เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด

ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ

tags:
บทนี้ มีเนื้อหาสำคัญคือ

1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4.  ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5.  ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์

ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

tags:

กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554  ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้

กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน

tags:

มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก

ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด

กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

ข่าวน่าสนใจ

นักวิชาการเหนือ-อีสาน-ใต้ เสนอผลสรุปวิจัย พลเมืองไทยต้องการประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์

tags:

วันที่ 8 ก.พ. 2555 โครงการสร้างสำนึกพลเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในท้องถิ่น จัดการสัมมนาสรุปผลการวิจัย ซึ่งทำการวิจัยในพื้นที่อิสาน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยะลา

เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

tags:

3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน  “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์"  จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์

วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.

tags:

3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

 

 

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

อ่านต่อ

เว็บเพื่อนบ้าน

อ่านต่อ

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

อ่านต่อ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้