ต้องยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. แถลงเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ศกนี้ว่า สถานการณ์ขณะนี้ ยังไม่น่าไว้วางใจ มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร มีการปลุกระดมมวลชนในท้องถิ่นต่าง ๆ ไม่มีการส่งคืนอาวุธทางราชการให้กับเจ้าหน้าที่ ศอฉ. ประชุมพิจารณาเหตุดังกล่าว
จึงมีมติเอกฉันท์ว่า มีความจำเป็นต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นเครื่องมือในการดูแลพื้นที่ทั้ง 24 จังหวัดต่อไป ซึ่งในวันที่ 6 ก.ค.นี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะนำข้อเสนอนี้ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย 24 จังหวัดที่เสนอให้ต่ออายุประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้แก่
จังหวัดกรุงเทพ มหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดน่าน จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดศรีษะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดสกลนคร จังหวัดกาฬสินธิ์ และ จังหวัดมุกดาหาร ทั้งนี้ตามรายงานข่าวจาก ไทยรัฐออนไลน์
ตาม มาตรา 5 ของ พ.ร.ก. ว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 บัญญัติให้ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มีอายุใช้บังคับตามที่กำหนด แต่ไม่เกิน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่ประกาศ แต่นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี อาจขยายอายุประกาศฯดังกล่าวออกไปได้คราวละไม่เกิน 3 เดือน
เจตนารมย์ของกฎหมายฉบับนี้ ก็เพื่อให้รัฐมีอำนาจพิเศษ เป็นการชั่วคราว เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง เช่น เกิดภัยพิบัติสาธารณะ จลาจล การก่อการร้าย เป็นต้น ตามหมายเหตุท้าย พรก.ที่ว่า
" มีปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ ซึ่งมีความร้ายแรงมากยิ่งขึ้น จนอาจกระทบต่อเอกราชและบูรณภาพแห่งอาณาเขต และก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในประเทศ รวมทั้งทำให้ประชาชนได้รับอันตรายหรือเดือดร้อน จนไม่อาจใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุข และไม่อาจแก้ไขปัญหาด้วยการบริหารราชการในรูปแบบปกติได้ สมควรต้องกำหนดมาตรการ ในการบริหารราชการสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินไว้เป็นพิเศษ เพื่อให้รัฐสามารถรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยและการรักษาสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั้งปวง ให้กลับสู่สภาพปกติได้โดยเร็ว "
รัฐบาลอภิสิทธิ์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงฯ ตั้ง ศอฉ. เพื่อใช้อำนาจพิเศษ ตาม พรก.ฉุกเฉินฯ จัดการกับคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมอย่างสันติ เพื่อเรียกร้องให้นายกฯอภิสิทธิ์ยุบสภา เป็นการประกาศฯ ที่ถูกโต้แย้งมาโดยตลอดว่า ลุแก่อำนาจ อ้างเหตุฉุกเฉินลอยๆ ไม่ใช่เหตุตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน พรก. เป็นการใช้อำนาจเผด็จการ โดยไม่ชอบธรรมทางการเมืองและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพื่อกำจัดศัตรูทางการเมืองของฝ่ายตน
ผลจากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐ ลุแก่อำนาจ เนื่องจากได้รับความคุ้มครองจาก พรก.ฉุกเฉินฯว่า ไม่ต้องรับผิดทางปกครองและทางอาญา เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ ใช้รถหุ้มเกราะและอาวุธสงครามจำนวนมาก เข้าสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พค. ศกนี้ ทำให้ประชาชนตาย 90 กว่าคน และได้รับบาดเจ็บเกือบ 2 พันคน
ปัจจุบัน เหตุการณ์ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว แทบไม่ปรากฎเหตุฉุกเฉินรุนแรงใด ๆ แต่ศอฉ. ก็ยังคงอ้างเหตุเดิมๆ เพื่อคงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงทั้ง 24 จังหวัดไว้ต่อไป โดยไม่เข้าใจว่า การคงประกาศฯไว้ คือการที่ไทยประกาศยอมรับต่อชาวโลกว่า ไทยเป็นประเทศที่มีอันตรายร้ายแรงต่อ การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุนของชาวต่างชาติ
ถ้ายกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ศอฉ.ที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้อำนาจตามประกาศฯ ก็จะต้องถูกยุบ เจ้าหน้าที่ กิจการงาน รวมทั้งงบประมาณ ก็จะถูกโอนไปให้หน่วยงานราชการตามปกติดำเนินการ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็ไม่มีอำนาจพิเศษ ตามพรก.ฉุกเฉินฯ อีกต่อไป
แต่ดูเหมือนว่า ศอฉ. ไม่ต้องการถูกยุบและรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็ไม่ต้องการสูญเสียอำนาจพิเศษดังกล่าว จึงพยายามอ้างเหตุผลต่างๆ ข้างต้น ศอฉ.และรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้เสพติดอำนาจ เหมือนคนขี่หลังเสือ ไม่กล้าลงจากหลังเสือ เพราะกลัวเสือกัด
ลืมไปว่า อำนาจเหมือนดาบสองคม ยิ่งมีอำนาจที่ไม่มีการตรวจสอบ โอกาสที่จะเกิดหายนะจากการใช้อำนาจนั้น ก็ยิ่งสูงตามไปด้วย
ประชาชนผู้รักเสรีภาพและประชาธิปไตย จึงต้องร่วมมือกัน เรียกร้องต่อสู้ให้ ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯโดยเร็วที่สุด เรียกร้องให้ตรวจสอบการประกาศฉุกเฉินฯ และการใช้อำนาจตามประกาศฉุกเฉิน นำตัวผู้ใช้อาวุธสังหารและทำร้ายประชาชนมาลงโทษตามกฎหมาย
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น
บทความ
ข่าวน่าสนใจ
นักวิชาการเหนือ-อีสาน-ใต้ เสนอผลสรุปวิจัย พลเมืองไทยต้องการประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์
เขียนโดย admin เมื่อ 8 กุมภาพันธ์, 2012 - 23:13 tags:
วันที่ 8 ก.พ. 2555 โครงการสร้างสำนึกพลเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในท้องถิ่น จัดการสัมมนาสรุปผลการวิจัย ซึ่งทำการวิจัยในพื้นที่อิสาน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยะลา
เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:42 tags:3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:28 tags:3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

