<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>บทบรรณาธิการ</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial</link>
 <description></description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>คัดค้านการอ้างสถาบันกษัตริย์ ก่อความแตกแยกภายในชาติ</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20080503/439</link>
 <description>&lt;p&gt;
ดังที่บทความ&lt;a href=&quot;/sansab/20080503/437&quot;&gt; โชติศักดิ์ อ่อนสูงกับข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ&lt;/a&gt; ได้กล่าวว่า  สนธิและกลุ่มผู้จัดการ กำลัง&lt;b&gt;ดำเนินแผนการร้าย โดยการใช้สถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือ
ในการทำร้ายและทำลายฝ่ายตรงกันข้ามทางการเมืองของกลุ่มตน
ด้วยการกล่าวหาฝ่ายตรงกันข้ามว่า ไม่จงรักภักดีและทำผิดข้อหาหมิ่นสถาบันฯ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt&quot;&gt;
แม้ว่าศาลยุติธรรม ได้เคยมีคำพิพากษาว่า &lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;b&gt;การแยกประชาชนคนไทยที่จงรักภักดีบางส่วน
ให้เป็นฝ่ายตรงข้ามสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;และการ&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;พยายามดึงสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพ
เทิดทูนสูงสุดของประชาชนทุกหมู่เหล่า
&lt;b&gt;มาเป็นเครื่องมือในการกำจัดโจทก์(พตท.ทักษิณ ชินวัตร)กับพวกในทางการเมือง&lt;/b&gt; &lt;b&gt;เป็นความผิดที่มีลักษณะร้ายแรง&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt&quot;&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt&quot;&gt;
แต่พวกเขา ก็หาได้สำนึกไม่ พวกเขาได้ทำเช่นนี้มาแล้วในปี 2549 และกำลังทำอยู่ทุกในปัจจุบัน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พวกเขาอ้างว่า &lt;b&gt;เทิดฟ้าไว้เหนือเกล้า&lt;/b&gt; &lt;b&gt;แท้จริงพวกเขาใช้ฟ้าเป็นเครื่องมือ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พวกเขาอ้างว่า &lt;b&gt;ใช้ธรรมนำหน้า แท้จริงพวกเขาใช้ความเกลียดชังปลุกปั่นยั่วยุ สร้างความแตกแยกในชาติมาโดยตลอด&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;b&gt;เมื่อความร้อนแห่งความเกลียดชัง ถูกจุดขึ้นในสังคมไทยและเพิ่มเชื้อเข้าไปเรื่อยๆ วันหนึ่ง เมื่อถึงจุดสันดาป
ก็ย่อมลุกขึ้นเป็นเปลวเพลิงไหม้ลามสังคมไทย &lt;/b&gt;
&lt;p&gt;
ที่ทุกคนไม่ทราบคือ &lt;b&gt;เพลิงแห่งความเกลียดชังที่กำลังจุดกันขึ้นนี้ จะกลืนกินชีวิตคนไทยไปกี่คนและจะเผาไหม้บ้านช่องทรัพย์สินของสังคมไทยไปเท่าไหร่ &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผลจากความไม่พอใจและความเกลียดชังของฝูงชน เมื่อยกระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ย่อมนำไปสู่&lt;b&gt;ความแตกแยก&lt;/b&gt;ของคนไทยภายในชาติ นำไปสู่การใช้ความรุนแรงและการทำลายล้างกัน ดังที่เคยเกิด&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;ขึ้นใน&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;การฆ่าหมู่ที่สยดสยองและเหี้ยมโหดที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ ที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปลุกระดมยั่วยุของพวกขวาจัดโดยใช้&lt;a href=&quot;http://www.suanboard.net/view.php?p=view&amp;amp;kid=39249&quot;&gt;วิทยุยานเกราะและนสพ.ดาวสยาม&lt;/a&gt;เป็นเครื่องมือในยุคนั้น&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กรณีโชติศักดิ์ อ่อนสูงและเพื่อนๆ ไม่ยืนในขณะที่มีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง เป็นเพียง&lt;b&gt;เหยื่อและตัวละคร&lt;/b&gt;ที่ถูกใช้ในการปลุกระดม
ยั่วยุคนไทยจำนวนมากที่จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ ให้เกลียดชังศัตรูทางการเมืองของพวกเขา
ดังที่สามารถเห็นได้จากอารมย์ความรู้สึกของประชาชนที่แสดงออกผ่านสื่อต่างๆ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ล่าสุด  คณะผู้จัดรายการ&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt; Metro Life &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;ทางคลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน&lt;b&gt; &lt;/b&gt;ถึงกับบังอาจ&lt;a href=&quot;/news/20080503/438&quot;&gt;ปลุกปั่นยั่วยุให้ผู้ฟังรายการ ทำร้ายร่างกาย&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href=&quot;/news/20080503/438&quot;&gt;โชติศักดิ์ อ่อนสูง&lt;/a&gt;ในงานสัมนา ดั่งบ้านเมืองไม่มีขื่อแป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความเกรงกลัวและความละอายต่อบาปของคนเหล่านี้ หายไปไหนกันหมด?
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราขอประณามคณะผู้จัดรายการ&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;Metro Life &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;คลื่นยามเฝ้าแผ่นดินและกลุ่มผู้จัดการ&lt;b&gt; ที่อ้างสถาบันกษัตริย์ ก่อความแตกแยกในชาติและปลุกปั่นยั่วยุให้ใช้ความรุนแรงดังกล่าว&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราขอเรียกร้องให้ คณะผู้จัดรายการ&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;b&gt; Metro Life&lt;/b&gt; &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;b&gt;คลื่นยามเฝ้าแผ่นดินและกลุ่มผู้จัดการ แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยการขอโทษนาย&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;โชติศักดิ์ อ่อนสูงและเพื่อนๆอย่างเป็นทางการและยุติการอ้างสถาบันกษัตริย์ ก่อความแตกแยกภายในชาติทันที
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินคดีกับคณะผู้จัดรายการ&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;Metro Life &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;คลื่นยามเฝ้าแผ่นดินและกลุ่มผู้จัดการ ที่บังอาจปลุกระดมยั่วยุให้ประชาชนทำผิดกฎหมายบ้านเมือง และยับยั้งการอ้างสถาบันกษัตริย์ ก่อความแตกแยกภายในชาติในทันที&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20080503/439#comments</comments>
 <pubDate>Sat, 03 May 2008 22:31:01 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">439 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ความแตกแยกและการเผชิญหน้ารอบใหม่</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20080317/411</link>
 <description>&lt;p&gt;
   
รัฐบาลผสมที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำ ได้บริหารประเทศมาเดือนกว่าแล้ว&lt;br /&gt;
เวลานี้ นโยบายและ โครงการประชานิยมสำคัญๆ ที่พรรคไทยรักไทยเคยทำ เช่น พักหนี้เกษตรกร กองทุนหมู่บ้าน  ๓๐ บาทรักษาโรคหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล (OTOP) ธนาคารประชาชน สารพัดโครงการเอื้ออาทร ฯลฯ ล้วนได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินการต่อไป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
รมต.มหาดไทย ประกาศว่า จะรื้อฟื้นนโยบายผู้ว่าซีอีโอและนโบายการปราบยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล(ฝ่ายอื่น)อย่างเฉียบขาดมาดำเนินการต่อไป&lt;br /&gt;
นายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะเร่งผลักดันโครงการรถไฟฟ้าในกทม.และชานเมืองสายสารพัดสี ที่เป็นโครงการเดิมของพรรคไทยรักไทย และจะทำโครงการเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ(หรือสถานกาสิโนถูกกฎหมาย)ที่รัฐบาลไทยรักไทยเคยเสนอไว้แต่ยังไม่(กล้า)ทำ มาทำให้สำเร็จในรัฐบาลนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นับวันสังคมไทยจะเห็นชัดขึ้นทุกทีว่า รัฐบาลนี้แท้ที่จริงแล้ว  คือ&lt;b&gt; ตัวแทนของกลุ่มทุนใหญ่ของไทยที่นำโดยครอบครัวชินวัตร-ดามาพงษ์ และจะสืบทอดแนวทางนโยบายทั้งหลายของพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบไปแล้ว&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
แม้กระนั้น เมื่อประชาชนไทยส่วนใหญ่ ได้เลือกพรรคพลังประชาชนเข้ามาเป็นแกนนำรัฐบาล&lt;br /&gt;
ทุกฝ่ายในสังคมไทยจึงควรต้อนรับ สนับสนุนและให้โอกาสรัฐบาลใหม่ ที่นำโดยพรรคพลังประชาชน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราเคยเตือนพปช.ว่า เมื่อปวงชนชาวไทยให้โอกาสพวกท่านแล้ว ขอให้ยืนหยัดมั่นคง ภายใต้ร่มธงสมานฉันท์ ตั้งหน้ากอบกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติ เยียวยาแก้ไขความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนผู้ยากไร้ทั่วประเทศ เร่งปฏิรูปประเทศไทยให้ทันสมัย ก้าวหน้าและเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงโดยเร็ว ขอให้สรุปบทเรียนและข้อผิดพลาดต่างๆของรัฐบาลไทยรักไทยในอดีต &lt;br /&gt;
อย่าได้ทำความผิดพลาดซ้ำรอยอีก โดยเฉพาะคือ อย่าได้แทรกแซงขัดขวางกระบวนการยุติธรรม &lt;br /&gt;
ที่กำลังดำเนินการกับอดีตนายกทักษิณ และอดีตรัฐมนตรีพรรคไทยรักไทยเป็นอันขาด &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบคดีความของครอบครัวชินวัตร เช่น อธิบดีกรมดีเอสไอ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฯลฯ ทำให้สังคมไทยกังขาว่า รัฐบาลใหม่กำลังแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ยังไม่นับการที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และประประกาศทบทวนซีแอล จนเป็นชนวนนำไปสู่การต่อต้านและเคลื่อนไหวให้ถอดถอนอยู่ในขณะนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้วยเหตุดังกล่าว กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงได้ประกาศรวมตัวขึ้นใหม่และจะเริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ศกนี้ ชูธงต่อต้านระบอบทักษิณ&amp;quot;&lt;b&gt;จนถึงที่สุด&lt;/b&gt;&amp;quot;ด้วยการต่อสู้ทาง  สันติวิธี &amp;quot; &lt;b&gt;ในทุกรูปแบบ&lt;/b&gt; &amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในขณะที่กลุ่มนปก.และกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนพปช. ก็ประกาศจะไม่ยอมให้ &amp;quot;กฎหมู่ อยู่เหนือกฎหมาย&amp;quot;และจะนำม๊อบไปต่อต้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯอย่างถึงที่สุด เช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นั่นเท่ากับ&lt;b&gt; สถานการณ์การเผชิญหน้าของคนไทยสองกลุ่มใหญ่ๆ &lt;/b&gt;ดังที่เคยเกิดขึ้นในปลายสมัยของรัฐบาลทักษิณ &lt;b&gt;ได้หวนกลับคืนมาสู่สังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง&lt;/b&gt; หลังจากทั้งสองฝ่ายได้ถอนกลับที่ตั้งของฝ่ายตนโดยสงบหลังการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินทางสากลที่เลวร้ายลงตามลำดับ &lt;br /&gt;
ทำให้ชาวไทยวิตกกังวลในความยากลำบากเบื้องหน้าที่เกิดจากราคาน้ำมันสูงขึ้นเรื่อยๆ &lt;br /&gt;
และการผลิต การค้าขาย ฝืดเคืองยิ่งขึ้นทุกที&lt;br /&gt;
การเผชิญหน้ารอบใหม่ ก็ยิ่งทำให้ ประชาชนวิตกกังวลเพิ่มขึ้น &lt;br /&gt;
ห่วงว่าเหตุการณ์ อาจรุนแรงเสียหายและบานปลายยิ่งกว่ารอบที่แล้วมา&lt;br /&gt;
ทั้งไม่มีใครรู้แน่ว่า ผลจากการเผชิญหน้ารอบนี้  จะนำไปสู่อะไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราเห็นว่า เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐบาลใหม่&lt;br /&gt;
ที่จะต้องป้องกันและแก้ไข&lt;b&gt;ปัญหาความแตกแยกการเผชิญหน้าครั้งนี้&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
อย่าได้ปล่อยปละละเลย โดยเฉพาะคือ อย่าเติมเชื้อเพลิงเข้าไปเพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;
โดยการไปสนับสนุนฝ่ายหนึ่ง จัดการปราบปรามอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่เป็นธรรม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอจงตระหนักว่า&lt;br /&gt;
พวกท่านต้องไม่เคลื่อนไหว&amp;quot;&lt;b&gt;ล้ำหน้า&lt;/b&gt;&amp;quot;ความรู้สึกนึกคิดของปวงชนชาวไทย&lt;br /&gt;
มิฉะนั้น พวกท่านจะไม่ได้รับความสนับสนุนจากปวงชนและโดดเดี่ยวตนเอง ทั้งกลุ่มของท่านก็มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผชิญหน้าครั้งใหม่นี้ด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ความขัดแย้งแตกแยกของคนไทย ภายในชาติ มีแต่จะทำให้ไทยโดยส่วนรวมอ่อนแอลง&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;มีแต่ความถูกต้องชอบธรรมต่อทุกฝ่าย &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;จึงสามารถนำความสมานสามัคคีและศานติสุข กลับคืนสู่สังคมไทยได้&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังโศลกใน &amp;quot;มหาภารตะ&amp;quot; ที่ว่า &amp;quot;&lt;b&gt;ธรรมย่อมก่อให้เกิดความสงบสุข แต่ไฉนไม่มีผู้ปฏิบัติธรรม?&lt;/b&gt;&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20080317/411#comments</comments>
 <pubDate>Mon, 17 Mar 2008 00:01:12 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">411 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ขอต้อนรับรัฐบาลใหม่ที่นำโดยพรรคพลังประชาชน</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20080207/357</link>
 <description>&lt;p&gt;
   บัดนี้ รัฐบาลใหม่ที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำและมีนายสมัคร สุนทรเวชเป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้งขึ้นสำเร็จแล้ว !
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   อุปสรรคต่างๆและการขัดขวางใดๆ จากกลุ่มปฏิปักษ์ประชาธิปไตย ได้ล้มเหลวลงแล้ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   นี่คือ ชัยชนะของกลุ่มอำนาจเก่าพรรคไทยรักไทย ที่มีเหนือกลุ่มอำนาจที่เก่ายิ่งกว่า ซึ่งนำโดย กลุ่มเจ้าและกลุ่มอมาตยาที่เป็นพวกอภิสิทธิชนของสังคมไทยมาช้านาน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   นี่คือ ชัยชนะของกลุ่มทุนยุคใหม่ที่นำโดยครอบครัวชินวัตร-ดามาพงษ์ ที่มีเหนือกลุ่มทุน อนุรักษ์นิยม กลุ่มทุนขุนนางนายหน้าและกลุ่มทุนอื่นๆที่ล้าหลังกว่าในสังคมไทย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   นี่คือ ชัยชนะของพลังชนชั้นผู้ยากไร้ในชนบทและในเมือง ที่มีเหนือพลังของชนชั้นกลางในกทม. และในเมืองใหญ่ทั้งหลาย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   เวลานี้ เริ่มมีเสียงเพลงเก่าๆ แบบที่เคยได้ยินจากลุ่มพันธมิตรฯ(เพื่อการรัฐประหาร) เริ่มดังขึ้นอีก แล้ว ทำนองว่าประชาธิปไตยมิได้มีความหมายแค่การเลือกตั้ง จอมเผด็จการฮิตเล่อร์ ก็มาจากการ เลือกตั้ง เป็นต้น ยิ่งเป็นเสียงที่มาจากคนที่มีชื่อเสียง เช่นนายอานันท์ ปันยารชุน สังคมไทยก็ย่อม เงี่ยหูรับฟัง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   การพูดแบบที่ว่า ไม่มีวันผิด เพราะระบอบประชาธิปไตย แท้จริงมิได้มีความหมายแค่การเลือกตั้ง เท่านั้น แต่ถ้าใช้คำพูดดังกล่าว มาต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของปวงชนชาวไทย ที่พวก ตัวไม่ชอบใจ  นั่นก็เป็นการบิดเบือนหลักการอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยเช่นเดียวกัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   แม้รายชื่อรัฐมนตรีที่ประกาศออกมา อาจมีหลายรายชื่อที่ถูกวิพากษ์วิจารย์ว่าไม่เหมาะสม ด้วย เหตุต่างๆนานา กระทั่งนายกฯสมัครก็ยังยอมรับว่า &amp;quot;อาจมีขี้เหร่บ้าง&amp;quot; แต่เมื่อคำนึงว่า ในระบอบ ประชาธิปไตย &amp;quot;&lt;b&gt;เสียงของประชาชาชน คือเสียงสวรรค์&lt;/b&gt;&amp;quot; ดังที่เราเคยได้เรียกร้องให้ &lt;a href=&quot;/editorial/20071226/321&quot;&gt;เคารพปวงชน เคารพประชาธิปไตย&lt;/a&gt; ดังนั้น สังคมไทยจึงควร&lt;b&gt;ต้อนรับ สนับสนุนและให้โอกาส รัฐบาลใหม่ ที่นำโดยพรรคพลังประชาชน&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   เราขอเตือนกลุ่มพันธมิตรประชาชนฯ(เพื่อการรัฐประหาร) กลุ่มเจ้าและกลุ่มอมาตยาให้ &lt;b&gt;ยอมรับผลการเลือกตั้ง ยอมรับเจตจำนงของปวงชนชาวไทย สงบสำรวมตัวในที่ตั้ง อย่าได้ออกมากระโดดโลดเต้น โหวกเหวกโวยวาย ต่อต้านรัฐบาลใหม่แบบข้างๆคูๆ เช่นที่แล้วมา&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   สำหรับรัฐบาลใหม่ ขอจงตระหนักว่า ปวงชนชาวไทยได้ให้โอกาสพวกท่านแล้ว &lt;b&gt;ขอให้ยืนหยัดมั่นคง ภายใต้ร่มธงสมานฉันท์ ตั้งหน้ากอบกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติ เยียวยาแก้ไขความทุกข์ยาก เดือดร้อนของประชาชนผู้ยากไร้ทั่วประเทศ เร่งปฏิรูป ประเทศไทยให้ทันสมัย ก้าวหน้าและเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงโดยเร็ว &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;   &lt;/b&gt;ขอให้พวกท่านสรุปบทเรียนและข้อผิดพลาดต่างๆของรัฐบาลไทยรักไทยในอดีต อย่าได้ทำ ความผิดพลาดซ้ำรอยอีก โดยเฉพาะคือ อย่าได้แทรกแซง ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ที่กำลัง ดำเนินการกับอดีตนายกทักษิณ และอดีตรัฐมนตรีพรรคไทยรักไทยเป็นอันขาด มิฉะนั้น เรื่องนี้อาจ ก่อชนวนแห่งความหายนะครั้งใหม่ก็ได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   ภายใต้สถานการณ์ที่ระบอบทุนนิยมของโลกที่นำโดยสหรัฐอเมริกา เผชิญหน้ากับวิกฤติซับไพร์ม ที่อาจนำไปสู่ความถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ที่ส่งผลระบาดไปทั่วโลก ไทยต้องการรัฐบาล ใหม่ที่สามารถ &lt;b&gt;ชูธงสมานฉันท์ แก้ไขความแตกแยก มีความเข้มแข็ง มั่นคง ก้าวหน้า ทันสมัย และเป็นประชาธิปไตย &lt;/b&gt;ซึ่งกาลเวลาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลเต่าที่นำโดย พล.อ.สุรยุทย์ของกลุ่มอภิสิทธิชน ไม่อาจเป็นและไม่อาจทำให้ได้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
    &lt;b&gt;ขอผองเราจงมาร่วมกัน ต้อนรับและสนับสนุนรัฐบาลใหม่ที่นำโดยพรรคพลังประชาชน เถิด&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20080207/357#comments</comments>
 <pubDate>Thu, 07 Feb 2008 02:17:46 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">357 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>เคารพปวงชน เคารพประชาธิปไตย</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20071226/321</link>
 <description>&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ได้ประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่างๆ ก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการต่อไป ดังนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
1) พรรคพลังประชาชน           สัดส่วน 34 ที่นั่ง แบ่งเขต 199 ที่นั่ง รวม 233 ที่นั่ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
2) พรรคประชาธิปัตย์              สัดส่วน 33 ที่นั่ง แบ่งเขต 132 ที่นั่ง รวม 165 ที่นั่ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
3) พรรคเพื่อแผ่นดิน               สัดส่วน 7 ที่นั่ง แบ่งเขต 17 ที่นั่ง รวม 24 ที่นั่ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
4) พรรคชาติไทย                   สัดส่วน 4 ที่นั่ง แบ่งเขต 33 ที่นั่ง รวม 37 ที่นั่ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
5) พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา สัดส่วน 1 ที่นั่ง แบ่งเขต 8 ที่นั่ง รวม 9 ที่นั่ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
6) พรรคประชาราช                 สัดส่วน 1 ที่นั่ง แบ่งเขต 4 ที่นั่ง รวม 5 ที่นั่ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
7) พรรคมัชฌิมาธิปไตย           สัดส่วน 0 ที่นั่ง แบ่งเขต 7 ที่นั่ง รวม 7 ที่นั่ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา-&lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/10695&quot;&gt;ประชาไท&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สำนักข่าวและองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก ที่ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ได้ยอมรับว่า การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ โดยทั่วไป เป็นการเลือกตั้งที่เป็นกลางและยุติธรรม แม้กกต.ก็ยอมรับว่า มีเรื่องร้องเรียนเพียงเล็กน้อย ถึงเวลานี้ กกต.มีมติให้เลือกตั้งใหม่เพียงเขตเดียว สำหรับใบแดง ก็อาจมีไม่มาก ดังนั้น คาดว่าผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ จะไม่แตกต่างจากผลการเลือกตั้งข้างต้นอย่างมีนัยสำคัญ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การที่ผลการเลือกตั้งออกมาเช่นนี้ ได้สร้างความผิดหวัง กลัดกลุ้มใจและนอนไม่หลับไปหลายคืน  สำหรับพลพรรคที่ได้ร่วมกันต่อต้านทักษิณและพรรคพลังประชาชน อาทิ คมช. รัฐบาลย์สุรยุทย์ ปชป. กลุ่มผู้จัดการ ฯลฯ พวกเขาได้แต่ด่าทอและตำหนิโทษกันไปมา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ไม่ว่าใครจะไม่ชอบใจหรือไม่ถูกใจผลการเลือกตั้งดังกล่าวเพียงใด ขอจงตระหนักว่า ปวงชนชาวไทยได้แสดงเจตนารมย์ออกมาแล้วว่า &lt;strong&gt;ต้องการให้พรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำของรัฐบาลใหม่&lt;/strong&gt;  &lt;strong&gt;เพื่อกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศ เพื่อฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยและเพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในสังคมไทย &lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;นี่คือความมุ่งหวังของปวงชนชาวไทย &lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;นี่คือ คือความมุ่งหวังของเสียงส่วนใหญ่ตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย&lt;/strong&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราหวังว่า ทุกฝ่ายควรเคารพต่อเจตนารมย์ของปวงชนชาวไทย ควรเคารพต่อเสียงข้างมากตามระบอบประชาธิปไตย ด้วยการไม่ขัดขวาง ไม่ต่อต้าน และสนับสนุนพรรคพลังประชาชน ให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ เพื่อไปทำงานตามที่ปวงชนมอบหมาย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สังคมไทยควรต้องต่อต้านการแอบอ้างใช้สถาบันฯมาทำร้ายศัตรูทางการเมืองของตน การใช้กฎหมายแบบศรีธนญชัย และการวิ่งเต้นซื้อสส.ให้ขายตัวแบบกรณีงูเห่าของพรรคประชากรไทย ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพราะนั่นคือความชั่วร้ายน้ำเน่าของการเมืองไทยทั้งเป็นการสร้างความแตกแยกในชาติ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราขอเตือนพลพรรคที่ได้ร่วมกันต่อต้านทักษิณและพรรคพลังประชาชนว่า ความพยายามใดๆ ที่จะบิดผันเจตนารมย์ของปวงชนชาวไทยดังกล่าว จะชักนำมาซึ่ง&lt;strong&gt;วิกฤติและความหายนะ&lt;/strong&gt;ที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าผลจะออกมาอย่างไร จึงขอให้ฝ่ายต่อต้านฯ พึงรักษาความสงบในที่ตั้ง อย่าได้ออกมาสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายอีกเลย ให้โอกาสฝ่ายพรรคพลังประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาลและทำงานตามที่ได้รับมอบหมายเถิด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราขอเตือนพรรคพลังประชาชนและกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณว่า ควรสรุปบทเรียนจากความผิดพลาดจากในอดีต สะสางเนื้อร้ายในขบวนของตน แก้ไขป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นและป้องกันการใช้อำนาจอิทธิพลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต พึงตระหนักว่า ไม่ว่าพรรคท่านจะได้รับเสียงสส.มากเพียงใด แต่หากใช้อำนาจที่ได้มาโดยไม่ถูกต้องชอบธรรม ก็จะนำไปสู่ความหายนะ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังคำของท่านเหลาจื๊อ ที่ได้เขียนไว้ในหนังสือเต๋าเต็กเก็งว่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;“&lt;strong&gt;บ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า &lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;ไม่อาจครองด้วยกำลัง &lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;ไม่อาจยึดถือเป็นของส่วนตัวได้ &lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;ผู้ที่ใช้กำลังเข้าครอง จะต้องพ่ายแพ้ &lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;ผู้ที่ยึดถือเป็นส่วนตัว จะต้องสูญเสียอำนาจไป&lt;/strong&gt;” 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อ ทางแยกสำคัญอีกครั้งหนึ่งแล้ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จะยอมรับผลการเลือกตั้ง ยืนหยัดในระบอบ&lt;strong&gt;ประชาธิปไตย&lt;/strong&gt; หรือจะล้มกระดาน ถอยหลังเข้าคลองแบบเผด็จการทหารพม่า? 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จะ&lt;strong&gt;ปฏิรูป&lt;/strong&gt;ประเทศครั้งใหญ่ กอบกู้เศรษกิจของไทยตามหนทางโลกาภิวัฒน์ หรือจะยักแย่ยักยันแบบรัฐบาลเต่าของคมช.? 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จะปรองดอง&lt;strong&gt;สมานฉันท์&lt;/strong&gt;กันบนรากฐานของประชาธิปไตยและการปฏิรูปประเทศ หรือจะแตกแยก ชนกันจนพังกันไปหมด ? 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ขอปวงชนชาวไทย จงตั้งสติ เลือกอย่างชาญฉลาด และก้าวเดินไปบนหนทางที่ถูกต้องเถิด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20071226/321#comments</comments>
 <pubDate>Wed, 26 Dec 2007 13:52:26 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">321 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>สามัคคีพลังประชาธิปไตยทั้งปวง ต่อต้านการรัฐประหารครั้งใหม่</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20071125/300</link>
 <description>&lt;p&gt;
&lt;img border=&quot;0&quot; align=&quot;top&quot; width=&quot;500&quot; src=&quot;/files/2007-11-21_PostPoll.jpg&quot; height=&quot;700&quot; /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   จากโพลนี้ ถ้าเป็นพรรคพวกของทักษิณและไทยรักไทย หรือเป็นประชาชนที่นิยมพวกเขา คงจะดีใจจนหัวใจพองโต เหมือนเพลงเก่าเพลงหนึ่งที่ว่า &amp;quot;เรารอวันนี้ วันเผด็จศึก ใจมันฮึก ไม่นึกหวาดหวั่น &amp;quot; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   แต่เมื่อดูจากที่ พล.อ.สนธิ พูดไว้เมื่อเร็วๆนี้ ว่า ทหารอาจทำการปฏิวัติอีกครั้ง ถ้าพรรคพลังประชาชนได้รับเสียงข้างมากจากการเลือกตั้ง 23 ธค. ศกนี้ &lt;a href=&quot;/forum/arayachon/294&quot;&gt;จากกระทู้นี้ &lt;/a&gt; ก็น่าเป็นห่วงระบอบประชาธิปไตยของไทยว่า &lt;strong&gt;จะถอยหลังเข้าคลองอีกแล้วละหรือ?&lt;/strong&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   บางคนอาจคิดว่า พล.อ.สนธิ หมดอำนาจไปแล้ว ถึงพูดเช่นนี้ ก็คงไม่มีน้ำยาไปทำอะไรได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   ที่หลายคนไม่รู้ก็คือ คมช.และพวกอภิสิทธิชนที่ค้ำจุนสนับสนุนพวกเขา ยังควบคุมอำนาจรัฐอยู่ และไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะถอยออกจากอำนาจรัฐ ทั้งยังวางแผนการสารพัดที่จะสืบทอดอำนาจของพวกเขาต่อไป แม้ภายหลังการเลือกตั้ง 23 ธค. ศกนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องตัวบุคคล พล.อ.สนธิไป ก็มีพล.อ.อนุพงษ์เข้ามา ตัวบุคคลเป็นแค่ปลายยอดภูเขาน้ำแข็ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   ความจริง แผนการของพวกเผด็จการอภิสิทธิชนกลุ่มนี้ ก็ไม่ได้เป็นความลับอะไร  หลายเรื่องพวกเขาก็เผลอเผยออกมาบ้างแล้ว เพียงแต่หลายเรื่องยังไม่กล้าพูดออกมา อาจกลัวถูกคนโห่ไล่เอา  จึงขอสรุปเพื่อทบทวนความจำอีกครั้ง ดังนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
๑.หาเรื่อง ยุบพรรคพลังประชาชนอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้ยุบพรรคไทยรักไทยไปแล้ว ที่ตั้งเรื่องรอไว้แล้วตอนนี้ก็มีตั้งแต่  เป็นพรรคนอมินีของทักษิณและอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ๑๑๑ คนที่ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง  ตั้งข้อหาใช้เงินซื้อเสียง ฯลฯ ถ้าพรรคพลังประชาชน ทำอะไรผิดพลาด เผยจุดอ่อน ก็จะเข้าทางพวกนี้ ที่ตั้งท่า จ้องตาเป็นมันอยู่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
๒.ถ้ายุบพรรคพลังประชาชนไม่ได้ เพราะไม่มีเรื่องให้หาได้จริงๆ  ก็จะเดินแผนสอง ที่เรียกว่า &amp;quot;เมื่อจมเรือทั้งลำไม่ได้ ให้ยิงคน&amp;quot; คือการหาเรื่องกับผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน ด้วยข้อหาสารพัด เพื่อหาทางแจกใบเหลือง ใบแดงกับพวกนี้ให้มากที่สุด อย่างไรก็จะพยายามสกัดไม่ให้พรรคนี้ ได้เสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
๓.สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ชาติไทย เพื่อแผ่นดินไทย ประชาราช ฯลฯ ให้ร่วมมือกันหาเสียง และรวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่  สวามิภักดิ์กับพวกเขา ดังที่นายสุรเกียรติ์ได้เผยความออกมา การสนับสนุนกลุ่มพรรคฝ่ายค้านเดิมนี้ จะกระทำทุกวิถีทาง ทั้งการใช้อำนาจรัฐและการส่งกระสุนดินดำ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
๔.ถ้าแผนการตาม ๑ ๒ ๓ ไม่สำเร็จ ยังไม่สามารถสกัดพรรคพลังประชาชนได้  พวกนี้ ก็จะใช้แผนสุดท้าย คือ ล้มกระดาน ทำรัฐประหารครั้งใหม่ ซึ่งอาจทำก่อนหรือหลังการเลือกตั้งก็ได้ ตัวอย่างของพม่า ที่นางอองซานและพรรคฝ่ายค้าน ชนะเลือกตั้งท่วมท้นแต่ถูกปล้นอำนาจรัฐโดยพวกเผด็จการทหารพม่ามาจนถึงบัดนี้ อย่าไปประมาทว่า พวกเผด็จการของไทย จะไม่กล้าทำหรือทำไม่ได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   เหตุผลง่ายๆ ก็คือ หัวเด็ดตีนขาด ก็จะไม่ยอมให้ทักษิณ กลับมาเป็นอันขาด ตามคำพูดตรงไป ตรงมาของ   พล.อ.อนุพงษ์ ที่ว่า   &lt;strong&gt;&amp;quot;ถ้าทักษิณกลับมา ผมก็อยู่ไม่ได้&amp;quot;&lt;/strong&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   เราจึงขอเตือนทักษิณและพลพรรคพลังประชาชน ว่า อย่าเพิ่งกระหยิ่ม ยิ้มย่องกับผลโพลดังกล่าวข้างต้น อุปสรรคที่ทอดตัวอยู่ข้างหน้า ยังมีอีกหลายด่านนัก อย่าได้ทอดทิ้งการสมัครสมานกับประชาชนผู้รักประชาธิปไตยกลุ่มอื่นๆ  พึงต้องตระหนักว่าพวกเผด็จการอภิสิทธิชนยังควบคุมอำนาจรัฐอยู่ พวกนี้จะไม่ยอมลงจากเวทีอำนาจรัฐอย่างง่ายๆ แม้ว่าจะอ่อนแอเพียงใด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;   มีแต่การชูธงประชาธิปไตย สมานฉันท์และปฏิรูปประเทศให้สูงเด่น สมานสามัคคีกับประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตยอย่างกว้างขวาง จึงจะสามารถมีพลังที่เข้มแข็งเกรียงไกร สู้กับพวกเผด็จกาอภิสิทธิชนกลุมนี้ได้&lt;/strong&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
 ดูจากการดันทุรัง ผลักดันร่างกฎหมายความมั่นคงภายใน ที่เป็นกฎหมายเผด็จการฟาสซิสต์ชัดๆ จนผ่านสนช.วาระแรกไปแล้ว ทั้งๆที่เผชิญหน้ากับเสียงต่อต้านคัดค้าน ที่ดังระงมไปทั้งบ้านทั้งเมือง ก็พอจะมองเห็นความโง่ บ้า และอุกอาจก้าวร้าวของ  พวกเผด็จการอภิสิทธิชนกลุ่มนี้ได้  ถ้าพวกเขาสามารถผลักดันกฎหมายนี้ออกมาได้สำเร็จ การเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญก็จะไร้ความหมาย นั่นเท่ากับเป็น &lt;strong&gt;การทำรัฐประหารเงียบอย่างถูกต้องกฎหมายไปเรียบร้อยแล้ว &lt;/strong&gt;โดยไม่ต้องออกแรงลากรถถังและออกแถลงการณ์อะไรให้มันวุ่นวาย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   พวกนี้ดูหมิ่นพลังประชาธิปไตยของสังคมไทย  คิดว่าจะเหยียบประเทศไทยไว้ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาได้อย่างง่ายๆ  เมื่อครั้งทำรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙  ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต่อต้าน จึงมีใจกำเริบเสิบสาน โอหังลำพอง คิดการอุกอาจ เตรียมการจะก่อรัฐประหารครั้งใหม่     การที่พล.อ.อนุพงษ์ ผบ.ทบ.ออกคำสั่งย้ายผู้บังคับกองพัน ล่าสุด  ๘๔ ตำแหน่ง  คือการเดินซ้ำรอยเดียวกับ  พล.อ.สนธิ เมื่อปี ๒๕๔๙ ทีย้าย ผบ.พันครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมการ ก่อนที่จะก่อรัฐประหาร ๑๙ กันยาฯ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   เราจึงขอประกาศให้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ให้ตื่นตัว ลุกขึ้นมา ร่วมมือกับพลังประชาธิปไตยทั้งปวง คัดค้านกฎหมายความมั่นคงภายใน และเตรียมการต่อต้านการรัฐประหารครั้งใหม่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   งานนี้ ขอชี้หน้า กาหัว ฟันธงล่วงหน้าไปได้เลยว่า คนที่ผลักดันกฎหมายความมั่นคงภายในคือ พล.อ.อนุพงษ์ และคมช.          และคนที่จะทำการรัฐประหารครั้งใหม่ ก็คือ คนนี้และกลุ่มนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   เราจึงขอเรียกร้องต่อประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ว่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;&lt;strong&gt;เร็วลุกขึ้นเถิด เร็วลุกขึ้นเถิด ทุกชั้นชนไทย &lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;ชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย จงสามัคคีกัน &lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;ต่อสู้กับกับพวกเผด็จการอย่างสุดกำลัง&lt;/strong&gt;&amp;quot; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20071125/300#comments</comments>
 <enclosure url="http://www.arayachon.org/files/2007-11-21_PostPoll.jpg" length="324605" type="image/pjpeg" />
 <pubDate>Sun, 25 Nov 2007 02:50:48 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">300 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>คัดค้านกฎหมายความมั่นคงภายใน</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20071107/288</link>
 <description>&lt;p&gt;
ตามที่คณะกรรมการวิปรัฐบาลของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน กลับไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาใหม่เพื่อแก้ไขปรับปรุง ปรากฎว่า มีการแก้ไขเพียงเล็กน้อยและได้มีมติให้ส่งร่างฯกลับไปที่สนช.เพื่อพิจารณา ในวันพุธที่ ๗ พฤษจิกายน ศกนี้ เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ทั้งเป็นเรื่องที่ผู้รักประชาธิปไตยในสังคมไทย ต้องร่วมกันคัดค้านอย่างถึงที่สุด
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;br /&gt;
สาระสำคัญของ ร่างพ.ร.บ.ความมั่นคงภายในฯ ดังกล่าว คือ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
1. ตามมาตรา ๑๕ ให้อำนาจกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแบบครอบจักรวาล  มีอำนาจออกข้อกำหนดห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทำหรือไม่กระทำเรื่องใด ห้ามประชาชนเข้าหรือออกจากพื้นที่ใด สั่งห้ามออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนด สั่งห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ (มาตรา ๑๗) ซึ่งนั่นเท่ากับว่า กอ.รมน.มีอำนาจนิติบัญญัติ สามารถออกกฏหมายบังคับประชาชนได้ตามที่เห็นสมควร
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
2. นายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ กอรมน.(จากร่างเดิมที่ให้ ผบทบ.เป็น) แต่ยังให้แม่ทัพภาคเป็น ผอ.รมน.ภาคเหมือนเดิม(มาตรา ๑๐)  มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้าย บรรดาข้าราชการ ลูกจ้างและเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งปวงในพื้นที่ของแต่ละภาค นั่นเท่ากับเป็นการสร้างรัฐซ้อนรัฐ โดยมีนายทหารในแต่ละภาคและในแต่ละพื้นที่ เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
3. บรรดาข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตามพระราชบัญญัตินี้ ศาลปกครองไม่มีอำนาจ ตรวจสอบการใช้อำนาจของกอ.รมน.ได้ (มาตรา ๒๒) และพนักงานเจ้าหน้าที่ของกอรมน.หรือที่ได้รับคำสั่งจากกอรมน.ในการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายนี้ ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย (มาตรา ๒๓) นั่นเท่ากับว่ากอ.รมน.ไม่ต้องถูกตรวจสอบการใช้อำนาจหน้าที่จากฝ่ายตุลาการ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตเลขานุการ คณะกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีปัญหาสามประเด็น คือ เป็นกฎหมายครอบจักรวาล เป็นกฎหมายที่ทำลายหลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพและระบบตรวจสอบ และเป็นกฎหมายที่ทำลายระบบราชการโดยปกติ ถือว่าร้ายแรงยิ่งกว่าระบอบทักษิณเสียด้วยซ้ำ เพราะระบอบทักษิณไม่ได้ห้ามคนอื่นตรวจสอบ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก รายงานการเสวนาโต๊ะกลม เรื่อง รวมพลังคัดค้าน พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ พ.ย. ศกนี้ ที่ &lt;a href=&quot;http://prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&amp;amp;ContentID=10128&amp;amp;SystemModuleKey=HilightNews&amp;amp;System_Session_Language=Thai&quot;&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ประชาชน องค์กรต่างๆของไทยและสากล ต่อต้านคัดค้านอย่างหนักเช่น คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (&lt;a href=&quot;http://thailand.ahrchk.net/mainfile.php/2004pr/49/&quot;&gt;AHRC&lt;/a&gt;) ได้กล่าวว่า การออกกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงภายใน “เป็นการนำประเทศไปสู่ความหายนะ” และเป็น“การใช้อำนาจแบบเผด็จการ” และได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยล้มเลิกความตั้งใจดังกล่าว &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พลังที่ผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ คณะนายทหารคมช.โดยเฉพาะพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบทบ.คนใหม่ ที่มุ่งมั่นจะสร้างรัฐทหารขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ชักนำไทยให้ถอยหลังเข้าคลองครั้งใหญ่ เดินตามรอยพวกเผด็จการทหารของพม่า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พวกนี้ รู้จักและมองเห็นแต่เรื่อง&amp;quot;ความมั่นคง&amp;quot; เห็นว่าทุกอย่าง ทุกเรื่อง ต้องขึ้นต่อ&amp;quot;ความมั่นคง&amp;quot; ทั้งสิ้น ไม่เข้าใจว่า การละเมิดหลักนิติธรรม การละเมิดหลักการแบ่งอำนาจและตรวจสอบอำนาจ และการละเมิดหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชน คือการทำลายความมั่นคงของประเทศอย่างถึงราก คือการฉีกรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ทั้งฉบับทิ้ง และคือการสืบทอดอำนาจเผด็จการของคมช.และพวกอภิสิทธิชนต่อไปชั่วกัลปวสาน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อหลายพันปีก่อน ขงจื๊อ ปราชญ์ชาวจีน กล่าวว่า ถ้าจำเป็นต้องเลือก ระหว่าง กองทหารเพื่อความั่นคง กับความอยู่ดีกินดีของราษฎร ต้องเลือกอย่างหลัง เพราะ เมื่อราษฎรอยู่ดีกินดี ก็จะสามัคคีกันปกป้องประเทศ แม้นไม่มีกองทหาร ก็สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ เปรียบเทียบดูแล้ว พวกอภิสิทธิชนที่นิยมเผด็จการพวกนี้ ล้าหลังกว่าคนโบราณอีกเยอะ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อ้างว่า ประเทศไหนๆ ก็มีกฎหมายความมั่นคงภายในทั้งนั้น ถูกต้อง แต่ที่ไม่รู้หรือไม่ยอมพูด คือมีแต่ประเทศที่เผด็จการปกครอง ไม่กี่ประเทศ เช่น พม่า ปากีสถานฯ ที่จะมีกฎหมายความมั่นคงที่ล้าหลังแบบของไทยที่ให้อำนาจพวกทหารขนาดนี้ ทีกับประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยส่วนใหญ่ของโลก ที่มีกฎหมายความมั่นคงที่ก้าวหน้า ทันสมัย ไม่รู้จักไปศึกษาเอาอย่าง เรียกว่า &lt;b&gt;&amp;quot;คนมันชั่ว(คมช.) จึงชอบอ้างและเอาอย่างแต่เรื่องชั่วๆ จากประเทศชั่วๆ &amp;quot;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การเลือกตั้งทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ จะมีขึ้นในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ศกนี้ เหลือเวลาเพียงเดือนเศษ รัฐบาลสุรยุทย์ เป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ ไม่มีความชอบธรรมใดๆที่จะผลักดันเรื่องใหญ่ขนาดนี้  จึงขอเตือนสติ ให้มีความยั้งคิด ถอนร่างกฎหมายความมั่นคงภายในดังกล่าวออกจาก สนช.ทันที มิฉะนั้น เท่ากับรัฐบาลนี้ กำลังผลักดันไทยเข้าสุ่กลียุคครั้งใหม่ แผ่นดินไทย จะเดือดเป็นไฟ ที่อาจลามไหม้ไปเผาผลาญผู้คนและสถาบันต่างๆของสังคม แบบที่เคยเห็นมาแล้วในประเทศอื่นๆ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
หรือถ้าเห็นว่า ไทยยังมีวิกฤติและความเดือดร้อนวุ่นวายต่างๆไม่พอ ก็ไสช้างออกมาเถิด แล้วจะได้รู้กันไปว่า ปวงชนชาวไทยจะยอมให้พวกทหารบ้าอำนาจพวกนี้ ครองอำนาจต่อไปหรือไม่ ทั้งงานนี้ จะได้กลายเป็นไม้บรรทัดวัดระดับประชาธิปไตยของบรรดาพรรคการเมืองและกลุ่มชนทั้งหลายในสังคมไทย ให้เป็นที่ประจักษ์ชัดต่อไป
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20071107/288#comments</comments>
 <pubDate>Wed, 07 Nov 2007 05:52:57 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">288 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ต้องยกเลิกกฏอัยการศึกทันที</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20070910/269</link>
 <description>&lt;p&gt;   รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ประกาศใช้บังคับแล้ว แต่คมช.และรัฐบาลสุรยุทย์ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยกเลิก กฎอัยการศึกที่ได้ประกาศใช้บังคับใน ๓๕ จังหวัดใน ประเทศไทย ทั้งๆที่ บรรดาพรรคการเมือง ต่างๆได้เรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก ในหลายพื้นที่เพื่อความสะดวกในการหาเสียงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ศกนี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินประธานคมช.ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว&lt;br /&gt;
หนังสือพิมพ์เนชั่น ยืนยันว่าจะยังไม่ยกเลิกกฏอัยการศึก เพราะพรรคการเมืองยังมีเสรีภาพในการออกหาเสียงได้ตามปกติ เชื่อว่า ไม่เป็นปัญหากับการหาเสียงของพรรคการเมือง การประกาศกฎอัยการศึกต่อไปจึงไม่มีผลกระทบกับคนดี ส่วนพล.อ.สุรยุทย์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;http://palawat.com/files/20_052035_83.jpg&quot;  align=&quot;smiddle&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
(&lt;strong&gt;&lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/&quot;&gt;ภาพจากเว็บประชาไท&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; )&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ตาม พระราชบัญญัติกฎอัยการศึกพุทธศักราช ๒๔๕๗  มาตรา ๒ และมาตรา ๔ การประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ใด     จะต้องปรากฎว่า ในพื้นที่นั้น &lt;b&gt;มีเหตุที่จำเป็น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง หรือเกิดสงครามหรือการจลาจลขึ้น&lt;/b&gt;  เวลานี้ พื้นที่ซึ่งมีเหตุจำเป็นดังกล่าวคือ พื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ได้แก่ จังหวัด ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และบางส่วนของจังหวัดสงขลา นอกจากพื้นที่ดังกล่าวแล้ว คมช.และรัฐบาลสุรยุทย์ ก็ไม่เคยชี้แจงกับสาธารณชนเลยว่า มีเหตุจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ในบ้านเมืองในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ อย่างไร &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   พรรคการเมือง ผู้สมัครผู้แทน และผู้นำของแต่ละจังหวัด จึงควรตั้งคำถามต่อคมช.และรัฐบาลสุรยุทย์เป็นรายจังหวัด ว่า จังหวัดนั้นๆมีสงครามหรือการจลาจลหรือไม่? จังหวัดนั้นๆ มีเหตุจำเป็นอะไร เช่น จังหวัดเชียงใหม่มีสงครามหรือการจลาจลหรือไม่ มีเหตุจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ตรงไหน? เป็นต้น &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ผลจากการประกาศกฎอัยการศึกในเขตพื้นที่ใด คือ ในเขตพื้นที่นั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารจะมี&lt;br /&gt;
อำนาจหน้าที่เหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวกับการรบ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อยและศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาบางอย่าง&lt;br /&gt;
ที่ประกาศระบุไว้ แทนศาลพลเรือน  &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจเต็ม ที่จะตรวจค้น ที่จะเกณฑ์    ที่จะห้าม ที่จะยึด ที่จะเข้าอาศัย ที่จะ ทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ และที่จะขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่ใดๆ  โดยไม่ต้อง&lt;br /&gt;
รับผิดใดๆ ไม่ว่าผู้ใดจะฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารใน การใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ดังนี้ จึงเห็นได้ว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกในเขตพื้นที่ใด เป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารให้สามารถใช้อำนาจ ละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชนได้ ตามที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเห็นสมควร โดยประชาชนในเขตพื้นที่นั้น ไม่อาจโต้แย้ง ตรวจสอบทัดทานการใช้อำนาจดังกล่าวได้เลย &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ที่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน กล่าวว่า กฎอัยการศึกไม่มีผลกระทบกับคนดี นั้น ก็เป็นการพูดแบบเอาแต่ได้ ไม่เคารพและให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพราะ ประชาชนคนไหน เป็นคนดี หรือคนไม่ดี เป็นเรื่องที่ต้องให้ศาลสถิตยุติธรรม พิจารณาตัดสินตามกฎหมายของบ้านเมือง ไม่ใช่ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร มาพิจารณาตัดสินคนตามอำเภอใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   เหตุที่คมช.และรัฐบาลสุรยุทย์ อ้างว่ายังมีความจำเป็นในการคงการประกาศใช้กฎอัยการศึก&lt;br /&gt;
ถึง ๓๕ จังหวัดทั่วประเทศคือ เรื่องความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะคือ การก่อความไม่สงบจากกลุ่มอำนาจเก่า ซึ่งหมายถึงกลุ่มพตท.ทักษิณและผู้สนับสนุน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   แต่ความจริง ที่ประชาชนแลเห็นได้ คือ พตท.ทักษิณ อยู่ที่ต่างประเทศและได้ประกาศเลิกเล่น&lt;br /&gt;
การเมืองแล้ว กลุ่มผู้สนับสนุนคนสำคัญๆ คืออดีตกรรมการบริหาร พรรคไทยรักไทย จำนวน ๑๑๑ คน ก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ปี ผู้สนับสนุนส่วนหนึ่ง ได้มาร่วมกับพรรคพลังประชาชน มุ่งหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปในปลายปีนี้ตามกฎหมายของบ้านเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ดังนี้ จึงเห็นได้ว่า ข้ออ้างของคมช.และรัฐบาลสุรยุทย์ ดังกล่าว เป็นข้ออ้างที่เลื่อนลอย ไม่มีเหตุผลและ เชื่อถือมิได้ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   &lt;b&gt;เราจึงขอเรียกร้องให้ คมช.และรัฐบาลสุรยุทย์ ยกเลิกกฎอัยการศึก ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ไม่มีภาวะ”สงครามและการจลาจล” ทันที&lt;/b&gt; &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ทั้งขอท้าทายว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกใน เขตพื้นที่ส่วนใหญ่ ที่ไม่มีภาวะ”สงครามและการจลาจล”เป็น การประกาศใช้กฎอัยการศึกที่ &lt;b&gt;ขัดกับพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช ๒๔๕๗ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ.๒๕๕๐&lt;/b&gt; &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   สมควรที่จะได้นำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อขอให้ศาลมี คำพิพากษาว่า &lt;b&gt;การประกาศใช้กฎอัยการศึกดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีผลใช้บังคับ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20070910/269#comments</comments>
 <enclosure url="http://www.arayachon.org/files/20_052035_83.jpg" length="151886" type="image/jpeg" />
 <pubDate>Mon, 10 Sep 2007 02:00:55 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">269 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ฝ่ายเป็นกลางจะถูกบดขยี้จากทั้งสองปีกอุดมการณ์ ก่อนสงครามใหญ่เกิด</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20070829/251</link>
 <description>&lt;p&gt;
พึงเข้าใจตรงกันก่อนว่า สงครามในการช่วงชิงอำนาจของ &amp;quot;อภิจักรภพ&amp;quot; น้อย แดนสยาม (อันเป็นกรอบการวิเคราะห์ของนักปรัชญาสายโพสต์โมเดิร์น) &lt;strong&gt;มิใช่เป็นสงครามด้านกายภาพ&lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;เริ่มต้นก็มิใช่การทำสงครามด้านกายภาพ การบรรลุจบลงก็มิใช่ด้วยการทำสงครามกายภาพ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ผลการรัฐประหารเมื่อเกือบหนึ่งปีก่อนนั้น ก็เป็นเพียงการเคลื่อนไหวด้านกายภาพ &lt;strong&gt;ภายหลังจากที่มีการหักโค่นกันใน&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;เชิงอุดมการณ์ได้หมดสิ้นราบคาบลงแล้ว&lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ขานรับการทำรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว และสื่อต่างประเทศต่างก็ขนานนามการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ว่า การทำรัฐประหารที่ปราศจากแม้เพียงเลือดสักหยดเมื่อเวลาผ่านไปจนเกือบครบหนึ่งปี, จะพบว่าหลังจากการปะทะกันของทั้งสองซีกอุดมการณ์ ฝ่ายที่พ่ายแพ้ไปเมื่อปีที่แล้ว เริ่มกลับมารวมกำลังจนสามารถตีโต้ ออกมาเป็นผลการลงประชามติที่ไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2550 ได้ถึง 42% (ทั้งนี้ยังไม่รวมคะแนนจากบัตรเสีย) ในขณะที่ฝ่ายลงประชามติเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2550 มีคะแนนเสียงเพียง 57% หนังสือพิมพ์ สื่อมวลชน หลายฝ่ายพากันประโคมข่าวว่า คะแนนเสียงนั้นห่างกันถึง 15% 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
หากแต่พากันหลงลืม หรือตั้งใจลืมไปว่า คะแนนเสียงของฝ่ายหนึ่งเมื่อถูกช่วงชิงไปเพิ่มเติมให้อีกฝ่ายหนึ่ง ก็ไม่เพียงแต่จะเพิ่มคะแนนเสียงของฝ่ายตน แต่จะเท่ากับการลดคะแนนเสียงของฝ่ายตรงข้ามไปพร้อมกัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นั่นหมายความว่า, หากทอดเวลาให้มีการถกเถียงความชอบธรรมของการลงประชามติรับรัฐธรรมนูญออกไปให้นานขึ้น, หากกระบวนการลงประชามติเป็นไปในลักษณะทางประชาธิปไตยมากขึ้น มิใช่มีแต่การโหมโฆษณาจากฝ่ายรัฐด้วยการช่วงชิงพื้นที่สื่อเพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่ฝ่ายรัฐเองมีอิทธิพลอยู่แล้ว, &lt;strong&gt;ทั้งที่ฝ่ายรัฐได้ทุ่มโฆษณาลงในสื่อแทบทุกช่องทาง&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;ด้วยเม็ดเงินมหาศาลนับพันล้านบาท&lt;/strong&gt; เหนือกว่าฝ่ายต้านรัฐประหาร และประชาชนผู้มีจิตใจรักประชาธิปไตย จนเทียบกันแทบไม่ได้, &lt;u&gt;ยังไม่นับที่มีพื้นที่ของการประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ โดยฝ่ายควบคุมอำนาจรัฐมีเจตจำนงค์มุ่งหมาย&lt;/u&gt;&lt;u&gt;ควบคุมเสียงของฝ่ายตรงข้ามอยู่อีกถึง 35 จังหวัด&lt;/u&gt;, แล้วไซร้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ย่อมเป็นไปได้สูงว่า &lt;strong&gt;หากเสียงของฝ่ายประชาชนผู้รักประชาธิปไตยได้เพิ่มขึ้นอีกเพียง 8% เท่านั้น ก็จะพลิกโฉมหน้า&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;การเมืองไทยครั้งใหญ่&lt;/strong&gt; ว่าประชาชนไทยนั่นเองที่เป็นผู้ตอบคณะรัฐประหารว่า ประชาชนจะไม่ยอมรับการทำรัฐประหารและผลพวงของคณะรัฐประหารอีก &lt;strong&gt;ทั้งยังแสดงจิตวิญญาณมุ่งมั่นต่อสู้เพื่อให้ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดเดี่ยว อย่างกล้าหาญ&lt;/strong&gt; โดยไม่หวาดหวั่นต่อคำขู่ของฝ่ายอำนาจใหม่ หรือลังเลสงสัยเพื่อยอมรับว่าจะไปสู่การเลือกตั้งจอมปลอมที่เหล่าพลังจารีตและอมาตยาธิปไตย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ได้วางแผนเอาไว้ว่าจะให้เกิดขึ้นเมื่อปลายปีกลุ่มอภิชนในฝ่ายพลังจารีตและอมาตยาธิปไตย  &lt;u&gt;ได้ตระหนักความจริงในข้อนี้อย่างชัดแจ้ง และหวั่นเกรงจนตัวสั่นงันงก&lt;/u&gt; พวกเขาหลงเข้าใจผิดคิดไปว่าด้วยการสร้างภาพให้กลุ่มตนเป็นผู้มีศีลมีสัตย์ (ในขณะที่เบื้องหลังก็แสวงหาขูดรีดไม่ต่างไปจากกลุ่มนายทุนกระหายเลือดกลุ่มหนึ่ง) จะทำให้ประชาชนยอมรับการทำรัฐประหาร และการขึ้นมามีอำนาจเหนือการเมืองโดยไม่ผ่านการรับผิดต่อประชาชนได้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังจะเห็นได้จาก พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ ออกมาให้สัมภาษณ์ในสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ในทำนองแสดงความยินดีที่ผลประชามติออกมาเป็นยอมรับ ตั้งแต่หลังกระบวนการลงประชามติเพียงไม่นาน และมีการประกาศผลหยั่งเสียงหลังคูหาลงคะแนน (exit poll) ออกมาตรงกันถึง 3 สำนักว่า ประชาชนจะให้การยอมรับรัฐธรรมนูญชุดใหม่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 แต่ครั้นแล้ว, เมื่อผลการลงคะแนนออกมาจริงๆ คะแนนเสียงไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญใหม่กลับผงาดขึ้นมาถึง 42% จนทำให้กระบอกเสียงของฝ่ายพลังจารีตและอมาตยา ต้องกล้ำกลืนและรีบงุบงิบประกาศความชอบธรรมว่าคะแนนเสียงต่างกันถึง 15% 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว นี่เป็นผลคะแนนที่น่าหวาดเสียวที่สุด&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;นี่เป็นผลมาจากอะไร?&lt;/strong&gt; นี่เป็นผลมาจากผลของการทำ&lt;strong&gt;สงครามเชิงอุดมการณ์ สงครามในระดับจิตสำนึก&lt;/strong&gt; ระหว่างประชาชนฝ่ายผู้รักประชาธิปไตย และฝ่ายอภิชนที่นิยมอำนาจเผด็จการของพลังจารีตและอมาตยาธิปไตย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สงครามครั้งนี้ยังคงดำรงต่อไป  &lt;strong&gt;และเป็นสงครามครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งสั่นสะเทือนอนาคตของประเทศนี้ อย่างลึกซึ้งไปอีก&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;หลายทศวรรษ &lt;/strong&gt;ในยุคของการปฏิวัติฝรั่งเศสนั้น, ประชาชนฝรั่งเศสนึกว่าเมื่อพวกตนโค่นล้ม อำนาจเก่าลงได้ เรื่องราวก็จะจบลงอย่างสงบสันติ ความรุ่งเรืองและความปรองดองจะหวนกลับคืนสู่ประเทศฝรั่งเศส แต่ในความเป็นจริงแล้วหลังการปฏิวัตินั้น กลับได้สร้าง &lt;strong&gt;ยุคสมัยแห่งความหวาดกลัว&lt;/strong&gt; ขึ้นในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส ที่กินเวลานานถึง 10 เดือน มีการกวาดล้างและกดขี่อย่างรุนแรงต่อผู้ต่อต้านรัฐบาลฝ่ายจิรองแดง ซึ่งสนับสนุนการปฏิวัติกลับถูกฝ่ายจาโคแบง ซึ่งเป็นพวกสุดขั้วและนิยมความรุนแรง โค่นล้มและกำจัดออกไปจาก อำนาจผลที่เกิดขึ้นและการแก่งแย่งชิงอำนาจกัน ทำให้มีผู้ถูกประหารและตกเป็นเหยื่อแห่งความปั่นป่วนครั้งนี้มากกว่า 40,000 คน มีการจัดตั้งคณะตุลาการแห่งการปฏิวัติ (Revolutionary Tribunal) ได้ตัดสินประหารผู้คนด้วยกิโยติน ไปหลายพันคน  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ปรากฎการณ์ที่ฝ่ายจิรองแดงถูกโค่นลงไปจากอำนาจ ทั้งที่เป็นฝ่ายที่ไม่มีความคิดสุดขั้วเท่าฝ่ายจาโคแบงนั้น หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ของประเทศไทย (แน่นอนว่าไม่สามารถเปรียบเทียบประวัติศาสตร์กันโดยตรงได้ เพราะบริบทและสภาพแวดล้อมรวมทั้งเงื่อนเวลาที่แตกต่างกัน แต่สามารถให้จินตภาพเพื่อเปรียบเทียบเหตุการณ์ได้) เราจะพบว่า &lt;strong&gt;ฝ่ายที่ประกาศตัวว่าเป็นกลาง&lt;/strong&gt; จะถูกโจมตีจากทั้งสองปีกอุดมการณ์ ขั้วอำนาจข้างหนึ่งก็โจมตีว่า &lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9500000100761&quot;&gt;ให้กำจัดขั้วที่สาม...ทำศึกหน้าเดียว&lt;/a&gt; ในขณะที่ขั้วอำนาจอีกข้างหนึ่งก็ประกาศว่า &lt;a href=&quot;http://www.hi-thaksin.org/contentdetail.php?ParamID=72952&quot;&gt;ฝ่ายเป็นกลางนั้น เป็นนกสองหัว เป็นผู้ทรยศ&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สำนักวิจัยหลักทรัพย์ทิสโก้ ได้วาดฉากภาพเหตุการณ์ในอนาคต (scenario) หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นใน &lt;strong&gt;เงื่อนไขที่ดีที่สุด&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;ต่อพรรคประชาธิปัตย์&lt;/strong&gt; (best case) ซึ่งเป็นตัวแทนของขั้วอำนาจหนึ่ง จะได้คะแนนเสียง ในการเลือกตั้งเพียง 154 เสียง, ในขณะที่พรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นตัวแทนของอีกขั้วอำนาจหนึ่ง หากได้ลงสนามเลือกตั้งจะได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้ง 145 เสียง เหลือคะแนนเสียงสำหรับพวกเป็นกลาง ไว้เพียง 101 เสียง ซึ่งในจำนวนนี้ก็จะมีให้แย่งชิงกันทั้ง พรรคชาติไทย, กลุ่มมัชฌิมา, กลุ่มรวมใจไทย, พรรคประชาราษฎร์, กลุ่มสมานฉันท์, พรรคมหาชน, ฯลฯ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในเบื้องต้นพวกพรรคเล็กพรรคน้อยเหล่านี้มุ่งหวังจะครอบครองคะแนนเสียงอีก 101 เสียงที่เหลือ เพื่อให้ได้เปรียบทางการเมืองและเป็นอะไหล่ทางการเมืองสำหรับการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าจากโดยฝั่งขั้วอำนาจใดก็ตาม ประเหมาะเคราะห์ดีก็อาจจะถึงกับเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลได้เอง ด้วยคิดว่าจะสามารถเสนอให้ประชาชนยอมรับเสียงที่เป็นกลาง, สมานฉันท์ หรือโซ่ข้อกลาง ในทำนองนี้ได้ ก็จะดึงคะแนนออกจากทั้งสองขั้วอำนาจ และผลักดันพวกตนให้เป็นขั้วอำนาจใหม่อันใหญ่โตขึ้นได้เองหากแต่พวกเขาลืมคิดไปว่า &lt;strong&gt;สงครามจากทั้งสองฝ่ายอุดมการณ์, สองขั้วอำนาจครั้งนี้ ยังไม่จบสิ้น&lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อพิจารณาจากทั้งประวัติศาสตร์การปฏิวัติในฝรั่งเศส และจากข้อเท็จจริงที่ได้ยกขึ้นมาให้ดูนี้แล้ว &lt;u&gt;พวกฝ่ายเป็นกลางจะถูกโจมตีขนาบจาก&lt;/u&gt;&lt;u&gt;ทั้งสองขั้วอำนาจ และถูกกวาดเก็บกำจัดออกไปจากเวทีการเมืองเสียก่อนเพื่อน&lt;/u&gt; (และในข้อเท็จจริงแม้ว่าพวกเขาจะหลุดพ้นจากการกวาดเก็บไป ก็ต้องพิจารณาว่าคะแนนเสียง 101 คะแนนเสียงที่เหลือแต่ถูกแบ่งปันกระจัดกระจายไปในหลายกลุ่มหลายเหล่า ทำให้พวกเขามีความสำคัญ เพียงน้อยนิดในเวทีการเมือง -- นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมพวกเขาจึงเห็นความจำเป็นในการเร่งเจรจารวมตัวรวมกลุ่ม เพื่อสร้างความสำคัญทางการเมือง, แต่เนื่องจากความขัดแย้งไม่ลงตัวด้านผลประโยชน ์ทำใหพวกเขาล้มเหลว ครั้งแล้วครั้งเล่าในการเจรจาเพื่อรวมตัวกัน) การหักโค่นกลุ่มเป็นกลางจึงจะเกิดขึ้น &lt;strong&gt;ก่อนที่สงครามใหญ่เพื่อตัดสิน การหักโค่นระหว่างสองอุดมการณ์, สองขั้วอำนาจ&lt;/strong&gt; ให้เบ็ดเสร็จสมบูรณ์ จะบังเกิดขึ้นในอนาคตถัดจากนี้ไป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;และผลสุดท้ายนั้นจะตัดสินโฉมหน้าในอนาคตของประเทศชาติของเราว่า จะบ่ายหน้าออกจากทางแยก&lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;ครั้งนี้ &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;ไปสู่ทิศทางเช่นใด&lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นำมาจาก &lt;a href=&quot;http://www.palawat.com&quot; title=&quot;www.palawat.com&quot;&gt;www.palawat.com&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20070829/251#comments</comments>
 <pubDate>Wed, 29 Aug 2007 17:07:27 +0700</pubDate>
 <dc:creator>sikkha</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">251 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ชัยชนะบนความเสื่อมทรุดเสียหายของสังคมไทย</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20070821/213</link>
 <description>&lt;p&gt;   การจัดให้ประชาชนไทยลงประชามติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐&lt;br /&gt;
เป็นการลงประชามติครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ฝ่ายคมช.และรัฐบาลสุรยุทย์&lt;br /&gt;
ได้ระดมสรรพกำลัง ใช้กลไกรัฐ ทุ่มเทงบประมาณและเครือข่ายพันธมิตรบริวาร&lt;!--break--&gt;&lt;br /&gt;
รณรงค์เคลื่อนไหวอย่างเต็มที่ คาดหวังให้ประชาชนลงคะแนนเห็นชอบ&lt;br /&gt;
กับรัฐธรรมนูญของพวกเขาถึงร้อยละ ๘๐ ถึง ๙๐ ของผู้มาใช้สิทธิ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ส่วนฝ่ายไทยรักไทยและประชาชนผู้รักประชาธิปไตยกลุ่มต่างๆ&lt;br /&gt;
แม้ว่าจะถูกบีบคั้น ขัดขวางจากคมช. แต่ก็ได้ร่วมมือกันรณรงค์ให้&lt;br /&gt;
ประชาชนลงคะแนนไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยคาดหวังว่า&lt;br /&gt;
ประชาชนจะลงคะแนนไม่เห็นชอบเป็นส่วนใหญ่ซึ่งจะมีผลทำให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไป   &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ผลการลงประชามติเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ศกนี้ ปรากฎว่า&lt;br /&gt;
ประชาชนเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ จำนวน๑๔,๗๒๗,๓๐๖ คน&lt;br /&gt;
คิดเป็นร้อยละ ๕๖.๖๙ และไม่เห็นชอบ ๑๐,๗๔๗,๔๔๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๓๗&lt;br /&gt;
(ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง ที่ &lt;a href=&quot;http://www.ect.go.th/&quot; title=&quot;http://www.ect.go.th/&quot;&gt;http://www.ect.go.th/&lt;/a&gt; ) &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   นับว่าเป็นผลคะแนนที่ผิดความคาดหมายของหลายฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;
โดยเฉพาะคือ ผิดความคาดหมายของสองฝ่ายหลักบนเวทีการเมืองไทยดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ผลประชามตินี้ ได้ชี้ให้เห็นว่า &lt;b&gt;ประชาชนไทยส่วนใหญ่&lt;br /&gt;
ต้องการเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ในปลายปีนี้&lt;br /&gt;
เพื่อให้ไทยพ้นจากสภาพที่ถูกปกครองโดยคณะรัฐประหารคมช.&lt;br /&gt;
ต้องการให้บ้านเมืองพ้นจากสภาพความขัดแย้งทางการเมืองที่ปั่นป่วนวุ่นวาย&lt;br /&gt;
กลับคืนสู่ความสงบสมานฉันท์และต้องการให้ไทยพัฒนาไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองสืบไป&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  เรามุ่งหวังว่า ทุกฝ่ายจะ&lt;b&gt;เคารพเจตนารมย์ของปวงชนชาวไทย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
ที่ได้แสดงออกโดยผ่านการลงประชามติในครั้งนี้&lt;br /&gt;
โดยฝ่ายคมช.และรัฐบาลสุรยุทย์  ควรต้องรักษาสัญญาประชาคม&lt;br /&gt;
ที่ให้ไว้กับประชาชน คืนอำนาจอธิปไตยกลับคืนสู่ปวงชนชาวไทย&lt;br /&gt;
โดยผ่านการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมที่จัดขึ้นภายในเดือนธันวาคม ศกนี้ ถอยกลับคืนสู่หน่วยงานดั้งเดิมของตน และอย่ากลับออกมาอีก &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   &lt;b&gt;อย่าทำความผิดพลาดซ้ำรอยคณะรสช. ที่มุ่งหวังจะสืบทอดอำนาจ&lt;br /&gt;
จนเกิดความขัดแย้งรุนแรงในสังคมไทย และนำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ&lt;br /&gt;
เมื่อปี ๒๕๓๕ &lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ฝ่ายไทยรักไทยและประชาชนกลุ่มต่างๆที่สนับสนุน ก็ควรเตรียมการ&lt;br /&gt;
มุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งปลายปี เพื่อเสนอตัวเป็นทางเลือกของประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   สำหรับประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ควรต้องจับตาบทบาทของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ&lt;br /&gt;
ติดตามการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายสำคัญอีกหลายฉบับ&lt;br /&gt;
โดยเฉพาะกฎหมายที่ริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน เช่น กฎหมายความมั่นคงภายใน&lt;br /&gt;
กฎหมายเกี่ยวกับการพิมพ์ ภาพยนต์ วิทยุ โทรทัศน์  เป็นต้น ทั้งจะต้องเคลื่อนไหว&lt;br /&gt;
ปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนต่อไป หากปรากฎว่ามีการสืบทอดอำนาจและ&lt;br /&gt;
ริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนเกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  การที่รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ผ่านประชามติ มิได้หมายความว่า ประชาชนส่วนใหญ่&lt;br /&gt;
เห็นชอบกับข้อความในรัฐธรรมนูญทุกเรื่อง ทุกมาตรา และยิ่งไม่ได้หมายความว่า&lt;br /&gt;
จะแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ได้ ดังนั้น ฝ่ายประชาชนผู้รักประชาธิปไตย จึงควรต้องเคลื่อนไหวเรียกร้องบรรดาพรรคการเมือง ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งทุกพรรค ให้แสดงจุดยืนและแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
ให้ชัดเจนว่า เมื่อได้รับเลือกตั้งแล้ว &lt;b&gt;จะดำเนินการปฎิรูปการเมืองโดยการ&lt;br /&gt;
แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร และเรียกร้องให้ประชาชนใช้เรื่องนี้&lt;br /&gt;
เป็นหัวข้อสำคัญหนึ่งในการพิจารณาลงคะแนนในการเลือกตั้งครั้งหน้า&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ผลจากการแสดงจุดยืนและแนวทางต่อปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว&lt;br /&gt;
จะทำให้สามารถแบ่งบรรดาพรรคการเมืองออกเป็น ๒ ฝ่ายอย่างชัดเจน คือ&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ฝ่ายที่สนับสนุนประชาธิปไตยของประชาชนและฝ่ายที่สนับสนุนเผด็จการ&lt;br /&gt;
ของอภิสิทธิ์ชน&lt;/b&gt; &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   จากนั้น จึงควรรณรงค์เรียกร้องให้ประชาชนใช้การลงคะแนนในการเลือกตั้งครั้งหน้า&lt;br /&gt;
ลงโทษพรรคการเมืองที่สนับสนุนเผด็จการของอภิสิทธิ์ชน ให้สังคมไทยรู้ว่า พรรคไหนที่อาสา จะแก้เรื่องวุฒิสมาชิกที่ไม่ได้มาจากประชาชน &lt;b&gt;ทำให้การลงคะแนนเลือกตั้ง ครั้งหน้า เป็นสมรภูมิใหม่ในการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยของประชาชนกับฝ่ายเผด็จการ&lt;br /&gt;
ของพวกอภิสิทธิ์ชน&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;    รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ จะนำมาซึ่งระบอบการเมืองที่&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ฝ่ายบริหารอ่อนแอ เป็นรัฐบาลผสมและไม่มีเสถียรภาพ&lt;br /&gt;
ฝ่ายนิติบัญญัติที่แตกเป็นพรรคเล็ก พรรคน้อย ไม่มีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;
และฝ่ายตุลาการที่เสื่อมเสียจากการเข้าไปมีและใช้อำนาจหน้าที่&lt;br /&gt;
ทางการเมืองนอกเหนือจากขอบเขตอำนาจตุลาการดั้งเดิมของตน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
ตัวแทนของประชาชน ทุกหมู่เหล่า ไม่มีอำนาจที่จะเจรจา ต่อรอง&lt;br /&gt;
แก้ไขปัญหาและความขัดแย้งในสังคมไทยที่นับวันจะรุนแรง&lt;br /&gt;
สลับซับซ้อน ให้ยุติอย่างสงบสันติได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  ปวงชนชาวไทย จะเรียนรู้ด้วยประสพการณ์ของตนเองว่า&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ระบอบเผด็จการของอภิสิทธิ์ชน โดยอภิสิทธิ์ชน และเพื่ออภิสิทธิ์ชน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
ซึ่งเป็นระบอบการเมืองการปกครองที่ล้าหลัง จะเป็นอุปสรรคขัดขวาง&lt;br /&gt;
การพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทยที่เป็นทุนนิยมอย่างรุนแรง&lt;br /&gt;
ภายใต้แรงกดดันบีบคั้นและผันผวนของปัญหาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ&lt;br /&gt;
ระบบเศรษฐกิจไทย ที่ได้รับความเสียหายจากการรัฐประหาร&lt;br /&gt;
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จะประสบปัญหาวิกฤติอย่างหนักต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ผลประชามติที่ดูเหมือนว่า เป็นชัยชนะของฝ่ายเผด็จการของพวกอภิสิทธิ์ชน&lt;br /&gt;
ที่อยู่ภายใต้การนำของพวกจารีต ครั้งนี้ จึงเป็นเพียง&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ชัยชนะบนความเสื่อมทรุดเสียหายของสังคมไทย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
ที่ปวงชนชาวไทย จะเห็นได้อย่างชัดเจนต่อไป &lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20070821/213#comments</comments>
 <pubDate>Tue, 21 Aug 2007 04:42:07 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">213 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>๑๙ สิงหาฯ เข้าคูหา กาไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20070804/158</link>
 <description>&lt;p&gt;   คมช.เคยสัญญากับประชาชนไทย หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ว่าจะสร้างระบอบประชาธิปไตยใหม่ที่ก้าวหน้า&lt;br /&gt;
ดีขึ้นกว่าเดิม และจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ที่ได้ล้มเลิกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   บัดนี้ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ว่า ได้จัดทำเสร็จแล้ว แผนผังโมเดล&lt;br /&gt;
ระบอบประชาธิปไตยใหม่ของคมช.ได้ขึ้นรูป ขึ้นร่างให้ทุกคนเห็นกันแล้ว&lt;br /&gt;
ร่างพรบ.ความมั่นคงภายในก็เตรียมเสนอเข้าสภาฯ ร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็อยู่ระหว่างเสนอให้ประชาชนไทยลงประชามติว่า สมควรจะได้รับความเห็นชอบ หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ได้มีนักวิชาการและกลุ่มประชาชนที่ต่อต้านการรัฐประหารหลายคน ได้เคยชี้ ให้เห็นมาก่อนแล้วว่า  คมช. ไม่มีทางที่จะทำตามสัญญาที่ว่าได้ ดังคำที่ว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  &lt;b&gt;“ไม่มีงาช้าง งอกออกมาจากปากสุนัข”&lt;/b&gt;  เพราะ คมช.เป็นเผด็จการ ของบรรดานายทหารและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่เป็นพวกอภิสิทธิ์ชน&lt;br /&gt;
เป็นพวกขุนนางอำมาตย์ ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของพวกจารีต&lt;br /&gt;
เป็นพลังปฏิกริยาและล้าหลังของสังคมไทย&lt;br /&gt;
ไหนเลยจะสามารถสร้าง ระบอบประชาธิปไตยใหม่ที่ก้าวหน้า&lt;br /&gt;
ดีขึ้นกว่าเดิมและเป็นของประชาชนได้ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;    เมื่อได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญปี๕๐ โดยละเอียด ก็จะพบว่า มีบางบทบัญญัติ บางมาตราที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ จริง แต่เมื่อพิจารณาโดยภาพรวม   ก็จะพบว่ารัฐธรรมนูญนี้ ได้ละเมิดหลักการพื้นฐานที่สุด ของระบอบประชาธิปไตย &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คือหลัก&lt;b&gt; อำนาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทย &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
โดยการกีดกันจำกัดการทำหน้าที่ของตัวแทนของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง&lt;br /&gt;
ให้อำนาจบรรดาพวกข้าราชการชั้นสูงซึ่งเป็นพวกอภิสิทธิ์ชน และไม่ได้มาจากการ เลือกตั้ง อยู่เหนือตัวแทนของประชาชน สามารถสั่งการ ควบคุมและถอดถอนตัวแทน ของ ประชาชนได้ตามแต่จะตั้งข้อกล่าวหาขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   บริวารของคมช.อ้างว่า พวกข้าราชการชั้นสูงเหล่านี้ โดยเฉพาะที่มาจากศาล&lt;br /&gt;
เป็นคนดี มีความรู้ มีคุณธรรมสูงส่ง และมีความเป็นกลางทางการเมือง&lt;br /&gt;
คำถาม คือ จริงหรือ?&lt;br /&gt;
ถ้าปรากฎว่า ความจริง มิได้เป็นไปดังที่อ้าง ใครจะรับผิดชอบ?&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   สิ่งที่บริวารของคมช.ไม่เคยอธิบาย ทั้งไม่อาจอธิบายได้ คือ&lt;br /&gt;
ทำไมพวกข้าราชการชั้นสูงเหล่านี้ จึงมีสิทธิและมีอำนาจ มากกว่า&lt;br /&gt;
ประชาชนไทยคนอื่นๆ?&lt;br /&gt;
นี่ ใช่เป็น &lt;b&gt;การละเมิดหลักความเสมอภาคของบุคคล&lt;br /&gt;
ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิไตย อีกข้อหนึ่งหรือไม่?&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทำไมพวกข้าราชการชั้นสูงเหล่านี้ จึงมีสิทธิและมีอำนาจ มากกว่า&lt;br /&gt;
ตัวแทนที่ปวงชนชาวไทยได้เลือกและมอบอำนาจให้&lt;br /&gt;
นี่ ใช่เป็นการละเมิด&lt;b&gt;หลักอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยหรือไม่?&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   พวกคมช.และบริวาร รังเกียจและหวาดระแวงนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง&lt;br /&gt;
แต่กลับชื่นชอบและเชื่อถือ พวกข้าราชการชั้นสูงที่เป็นพวกของเขาเอง&lt;br /&gt;
รังเกียจและหวาดระแวงพรรคการเมือง แต่กลับชื่นชอบและเชื่อถือสถาบันหน่วยงาน ราชการของพวกเขาเอง&lt;br /&gt;
ความคิดความเชื่อแบบนี้ ได้พิสูจน์ตัวตนของพวกเขาออกมา&lt;br /&gt;
ว่าแท้จริงแล้ว พวกเขาล้วนเป็นพวกอภิสิทธิ์ชน ทำเพื่อพวกเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   สิ่งที่คมช.จะสร้างขึ้น จึงไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่ดีกว่าเดิม&lt;br /&gt;
แต่เป็น&lt;b&gt;ระบอบเผด็จการของอภิสิทธิ์ชน  โดยอภิสิทธิ์ชน และเพื่ออภิสิทธิ์ชน&lt;/b&gt; เ็ป็นการชักนำไทยให้ถอยหลังเข้าคลองครั้งใหญ่&lt;br /&gt;
ตามคำที่ว่า &lt;b&gt;“ชนชั้นใดร่างกฎหมาย ก็แน่ไซร้เพื่อชนชั้นนั้น”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จึงเป็นเสือร้าย”เผด็จการ”&lt;br /&gt;
ที่พยายามคลุมตัวไว้ด้วยหนังแกะ”ประชาธิปไตย”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  พวกคมช.และบริวาร  ได้ใช้เงินของประชาชนหลายพันล้านบาท&lt;br /&gt;
รณรงค์ โฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างขนานใหญ่ ต้องการให้ประชาชน&lt;br /&gt;
ลงประชามติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญเผด็จการของพวกเขา&lt;br /&gt;
แต่พวกนี้ เป็นคนไม่ซื่อ ไม่เคยเห็นประชาชนอยู่ในสายตา&lt;br /&gt;
กลับออกมา หลอกลวงประชาชน  เรื่องรัฐธรรมนูญ ครั้งแล้ว ครั้งเล่า เช่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;“ จะดี จะเลว ก็รับไปก่อนเถอะ แล้วค่อยไปแก้ภายหลัง”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
ความจริง คือ เมื่อรับไปแล้ว ระบอบเผด็จการของอภิสิทธิ์ชน&lt;br /&gt;
ของพวกเขาตั้งมั่นแล้ว ประชาชนจะไม่มีทางใช้สิทธิ ใช้เสียง&lt;br /&gt;
ตามระบอบฯ ไปแก้ไข ลดทอนอภิสิทธิ์ ของพวกเขาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  &lt;b&gt;“รับรัฐธรรมนูญฉบับที่ยื่นให้ข้างหน้าเถอะ เพราะถ้าไม่รับ&lt;br /&gt;
คมช.กับครม. อาจจะเอาฉบับที่ซุกไว้ข้างหลัง ซึ่งไม่รู้ว่า&lt;br /&gt;
เป็นฉบับไหน อาจแย่กว่าฉบับที่ยื่นให้ข้างหน้า ก็ได้”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
นี่ เรียกว่า ขู่ประชาชนให้เกิดความไม่แน่ใจ เกิดความกลัว&lt;br /&gt;
เป็นเทคนิ