<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>บทบรรณาธิการ</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial</link>
 <description></description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20110920/2020</link>
 <description>&lt;p&gt;
กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554  ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;
	&lt;b&gt;แถลงการณ์คณะนิติราษฎร์&lt;br /&gt;
	เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์&lt;br /&gt;
	&lt;/b&gt;
	&lt;/div&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;ประเด็นที่ ๑ &lt;br /&gt;
	การลบล้างผลพวงของรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	รัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทำลายนิติรัฐ-ประชาธิปไตย และยังเป็นต้นเหตุของปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ คณะนิติราษฎร์จึงเสนอให้มีการลบล้างผลพวงของรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๑. ประกาศให้รัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และการกระทำใดๆที่มุ่งต่อผลในทางกฎหมายของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ เสียเปล่าและถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นและไม่เคยมีผลในทางกฎหมาย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๒. ประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ เสียเปล่าและถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นและไม่เคยมีผลในทางกฎหมาย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๓.  ประกาศให้คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่อาศัยอำนาจตามประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	และคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่เป็นผลต่อเนื่องจากรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาคำวินิจฉัยและคำพิพากษาที่เกิดจากการเริ่มกระบวนการโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)  เสียเปล่าและถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นและไม่เคยมีผลในทางกฎหมาย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๔. ประกาศให้เรื่องที่อยู่ในกระบวนพิจารณาในชั้นเจ้าหน้าที่ และเรื่องที่อยู่ในกระบวนพิจารณาในชั้นศาล ที่เกิดจากการเริ่มเรื่องโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เป็นอันยุติลง &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๕. การประกาศความเสียเปล่าของบรรดาคำวินิจฉัยและคำพิพากษาตามข้อ ๓ และการยุติลงของกระบวนการตามข้อ ๔ ไม่ใช่เป็นการนิรโทษกรรมหรือการอภัยโทษหรือการล้างมลทินแก่บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด  และไม่ใช่เป็นการลบล้างการกระทำทั้งหลายทั้งปวงของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ดังนั้น หากจะเริ่มดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวใหม่ก็สามารถกระทำไปตามกระบวนการทางกฎหมายปกติได้&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๖. เพื่อความชอบธรรมทางประชาธิปไตย คณะนิติราษฎร์เสนอให้นำข้อเสนอดังกล่าวข้างต้นไปจัดทำเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและนำไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;ประเด็นที่ ๒ &lt;br /&gt;
	การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	ตามที่คณะนิติราษฎร์ได้จัดทำข้อเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และนำเสนอสู่สาธารณะตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๔ แล้วนั้น&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๑. คณะนิติราษฎร์ยังยืนยันว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ มีปัญหาทั้งในแง่ตัวบทกฎหมาย การบังคับใช้ และอุดมการณ์ และจำเป็นต้องแก้ไข บุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ควรปฏิเสธว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ไม่มีปัญหาและไม่จำเป็นต้องแก้ไข ทั้งที่ยังไม่มีการศึกษาและอภิปรายในวงกว้างอย่างจริงจัง&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๒. คณะนิติราษฎร์เห็นว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นเรื่องความสมดุลระหว่างความร้ายแรงของการกระทำอันเป็นความผิดกับโทษที่ผู้กระทำความผิดนั้นควรได้รับ จึงไม่เป็นไปตามหลักความพอสมควรแก่เหตุซึ่งได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๙&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๓. คณะนิติราษฎร์เสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในประเด็นประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ เพื่อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีต่อไปตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ.๒๕๕๓ มาตรา ๑๙ (๓)&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;ประเด็นที่ ๓ &lt;br /&gt;
	กระบวนการยุติธรรมกับผู้ต้องหาหรือจำเลย&lt;br /&gt;
	และการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายภายหลังรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	สืบเนื่องจากการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ประเทศไทยต้องตกอยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองเรื่อยมา มีการชุมนุมของฝ่ายต่างๆ  มีการใช้ความรุนแรง มีผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด และมีผู้ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ดังนั้น เพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย และเพื่อบรรเทาความเสียหายของประชาชน คณะนิติราษฎร์จึงเสนอให้ดำเนินการดังต่อไปนี้โดยเร่งด่วน และเป็นรูปธรรม&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๑.  คณะนิติราษฎร์ไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่มีเป้าหมายแอบแฝงเพื่อยุติกระบวนการพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา  &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	อย่างไรก็ดี สิทธิของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดโดยมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง หรือมีประเด็นทางการเมืองเป็นองค์ประกอบอย่างมีนัยสำคัญ ต้องได้รับการประกันตามกระบวนการที่ถูกต้องและเป็นธรรม (Due Process) ในลักษณะที่ไม่แตกต่างจากผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในกรณีทั่วไป &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	สิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวต้องถูกพิจารณาโดยเคร่งครัดและอย่างเป็นภาวะวิสัย ในขณะที่การเรียกประกันหรือหลักประกันก็ต้องไม่เกินความจำเป็นแก่กรณี ตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๐ วรรคท้าย แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	ซึ่งสอดคล้องกับหลักให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหรือจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ (Presumption of Innocence) และก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ ตามที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๓๙   &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๒. โดยอาศัยหลักความรับผิดของรัฐ คณะนิติราษฎร์เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาออกมติคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความช่วยเหลือหรือจ่ายค่าทดแทนแก่ผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นภายหลังรัฐประหาร ๑๙ กันยายน  ๒๕๔๙ อย่างไม่เลือกปฏิบัติ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	โดยอาจแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมารับผิดชอบโดยเฉพาะ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราค่าทดแทน สามารถอาศัยแนวทางตามกฎหมายที่มีอยู่แล้ว เช่น พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	หรือพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติหรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ.๒๕๔๓ เป็นต้น และการได้รับค่าทดแทนดังกล่าวไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ผู้เสียหายพึงได้ตามกฎหมายอื่น&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๓. คณะนิติราษฎร์เสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติติดตามตรวจสอบการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยองค์กรต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพื่อเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๘ &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;ประเด็นที่ ๔ &lt;br /&gt;
	การยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ 
	และการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นผลพวงต่อเนื่องจากรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จึงมีปัญหาความชอบธรรมทางประชาธิปไตย แม้ว่ารัฐธรรมนูญดังกล่าวผ่านการออกเสียงประชามติก็ตาม แต่กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ และกระบวนการจัดให้มีการออกเสียงประชามติไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย   &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๑. คณะนิติราษฎร์เสนอให้คณะรัฐมนตรีเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม “หมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่” &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๒. คณะนิติราษฎร์เห็นว่ารัฐธรรมนูญที่จะนำมาใช้เป็นต้นแบบในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ สมควรเป็นพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช ๒๔๗๕, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๘๙ &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	และอาจนำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ในส่วนของการประกันสิทธิและเสรีภาพ ตลอดจนโครงสร้างสถาบันการเมืองและองค์กรทางรัฐธรรมนูญเท่าที่สอดคล้องกับพัฒนาการในยุคร่วมสมัยมาเป็นแนวทางในการยกร่าง    &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๔. เพื่อมิให้การรัฐประหารทำลายหลักการอันเป็นรากฐานของนิติรัฐ -ประชาธิปไตยจนหมดสิ้น คณะนิติราษฎร์เสนอให้มีการจัดทำ  “&lt;b&gt;คำประกาศว่าด้วยคุณค่าอันเป็นรากฐานของระบอบเสรีประชาธิปไตย&lt;/b&gt;” แม้คำประกาศดังกล่าวจะไม่มีสถานะเป็นกฎหมาย แต่คำประกาศดังกล่าวเป็นวิญญาณของระบอบเสรีประชาธิปไตยที่ไม่มีบุคคลใดหรือไม่มีวิธีใดทำลายหรือทำให้สูญสิ้นไปได้ &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๕. คำประกาศว่าด้วยคุณค่าอันเป็นรากฐานของระบอบเสรีประชาธิปไตย ยืนยันว่ามนุษย์ทั้งปวงเกิดมามีอิสระและเสมอภาคกันในศักดิ์ศรีและสิทธิอำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทั้งหลาย ไม่มีผู้ใดและไม่มีวิธีใดที่จะพรากไปจากราษฎรได้ การปกครองโดยกฎหมายที่ยุติธรรมเป็นคุณค่าพื้นฐานของรัฐ และการแบ่งแยกอำนาจเป็นอุดมการณ์ในการจัดรูปการปกครองที่ต้องธำรงไว้ให้มั่นคงตลอดกาล&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	๖. หลังจากสภาร่างรัฐธรรมนูญให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ให้นำร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบ &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;วรเจตน์ ภาคีรัตน์&lt;br /&gt;
	จันทจิรา เอี่ยมมยุรา&lt;br /&gt;
	ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล&lt;br /&gt;
	ธีระ สุธีวรางกูร&lt;br /&gt;
	สาวตรี สุขศรี&lt;br /&gt;
	ปิยบุตร แสงกนกกุล&lt;br /&gt;
	ปูนเทพ ศิรินุพงศ์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;คณะนิติราษฎร์ : นิติศาสตร์เพื่อราษฎร &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	ท่าพระจันทร์, ๑๘ กันยายน ๒๕๕๔  
	&lt;p&gt;
	&amp;nbsp;
	&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.enlightened-jurists.com/download/56&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;เว็บนิติราษฎร์ 
&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20110920/2020#comments</comments>
 <pubDate>Tue, 20 Sep 2011 23:54:06 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">2020 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน </title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20110905/2011</link>
 <description>&lt;p&gt;
มติชนรายงานข่าวว่า &lt;a href=&quot;/news/20110905/2010&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว&lt;/a&gt; แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า &lt;b&gt;น่าผิดหวังยิ่งนัก&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังภาษิตที่ว่า &amp;quot; &lt;b&gt;งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข&lt;/b&gt;&amp;quot; ฉันใด &lt;b&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน&lt;/b&gt; ฉันนั้น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในบรรดารายชื่อ กสทช. 11 คนปรากฎว่า เป็นอดีตนายทหารถึง 6 คน คือ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;พล.อ.อ.ธเรศ ปุณณศรี &lt;/b&gt;&lt;b&gt;พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง &lt;/b&gt;&lt;b&gt;พ.อ.นที ศุกลรัตน์ &lt;/b&gt;&lt;b&gt;พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ &lt;/b&gt;&lt;b&gt;พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ &lt;/b&gt;&lt;b&gt;พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร &lt;/b&gt;และตำรวจอีก 1 คน คือ&lt;b&gt; พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
บรรดานายทหาร 6 คนนี้ ยกเว้น &lt;b&gt;พ.อ.นที ศุกลรัตน์ &lt;/b&gt;ซึ่งเป็นผู้มีการศึกษาถึงระดับปริญญาเอกด้านกิจการโทรคมนาคมจากสหรัฐ และเป็นผู้เชี่ยวชาญโดยตรงแล้ว ที่เหลือ จัดว่าเป็นบรรดาผู้ที่ใกล้ชิดกับกลุ่มอภิชนมาช้านาน รวมถึงพลเรือนอีก 2 คนด้วย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คงเหลือ &lt;b&gt;น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ และ &lt;/b&gt;&lt;b&gt;นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา &lt;/b&gt;ซึ่งน่าจะมีความเป็นกลาง แต่ก็คงทำอะไรแทบไม่ได้ นอกจาก&lt;b&gt; การเป็นเพียงดอกไม้ประดับมูลโค&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พล.อ.&lt;b&gt;สมเจตน์ บุญถนอม&lt;/b&gt; นายทหารที่ร่วมก่อการรัฐประหารเมื่อ กันยายน 2549 และได้เป็น ส.ว.จากการสรรหา กล่าวว่า &lt;a href=&quot;http://news.sanook.com/1053062-%E0%B8%9E%E0%B8%A5.%E0%B8%AD.%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%B8%8A.%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%C3%A0.html&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;การที่วุฒิสภาเลือกทหารถึง 5 นาย จาก 11 คน ไม่ใช่เรื่องแปลก &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ความจริง นอกจากไม่ใช่เรื่องแปลกแล้ว ควรกล่าวว่า &lt;b&gt;วุฒิสภาได้เลือก กสทช. ชุดนี้ ออกมาตามที่คณะรัฐประหารได้ตั้งใจไว้ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;เหมือนที่ พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล สมใจคณะรัฐประหาร ตามแผนบันได 4 ขั้น นั่นเอง &lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กสทช.ชุดนี้ นอกจาก&lt;b&gt;มิได้มาจากตัวแทนของประชาชน 
ขัดกับหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยแล้ว 
ยังถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชนอย่างเห็นได้ชัดเจน  &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ประชาชนจึงยากที่จะฝากความหวังกับ กสทช. ชุดนี้ได้ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ขอประชาชน จงร่วมกันจับตาดูผลงานที่ กสทช.ชุดนี้ จะทำออกมาเถิด แล้วจะรู้เห็นเองว่า ประชาชนจะผิดหวังกับ กสทช.ชุดนี้หรือไม่&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20110905/2011#comments</comments>
 <pubDate>Mon, 05 Sep 2011 22:35:21 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">2011 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ข้อเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ของคณะนิติราษฎร์  </title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20110403/1924</link>
 <description>&lt;p&gt;
หลังจากมีผู้เสนอและอภิปรายเกี่ยวกับปัญหา ทั้งด้านสารบัญญัติ วิธีสบัญญัติ&lt;br /&gt;
อุดมการณ์และแบบแผนการใช้บังคับกฎหมายกฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญาตลอดมา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
บัดนี้ คณะนิติราษฎร์ซึ่งนำโดยอาจารย์นิติศาสตร์ 5 ท่าน ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง &lt;a href=&quot;http://www.enlightened-jurists.com/download/24&quot;&gt;ข้อเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ &lt;/a&gt;และได้เสนอ &lt;a href=&quot;http://www.enlightened-jurists.com/download/25&quot;&gt;ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา พศ...&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยในแถลงการณ์ ฯ ได้อารัมภบทว่า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot; โดยตระหนักว่ามนุษย์ ไม่ว่าจะชาติกำเนิดใด ดำรงตำแหน่งสถานะใด&lt;br /&gt;
ย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีเสรีภาพ มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน&lt;br /&gt;
มีเหตุผล มีความสามารถอดทนอดกลั้น ต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง&lt;br /&gt;
และในสังคมประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น&lt;br /&gt;
เป็นเสรีภาพที่จะขาดเสียมิได้ หากจะมีการจำกัดเสรีภาพดังกล่าว&lt;br /&gt;
รัฐต้องกระทำเท่าที่จำเป็นและจะจำกัดจนถึงขนาด กระทบต่อสารัตถะแห่งเสรีภาพนั้น มิได้ ...&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สำหรับคนไทยบางกลุุ่ม บางพวกอาจเห็นว่า ข้อเสนอและร่าง พรบ.ฯ ดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่บังควรด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตาม แต่ทุกคนก็ควรยอมรับว่า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ข้อเสนอที่ตรงไปตรงมา ซึ่งประกอบด้วยเหตุผลตามหลักนิติรัฐของคณะนักวิชาการกลุ่มนี้  มีคุณค่าควรแก่การรับฟังและพิจารณา เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยและพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัติริย์เป็นประมุขของไทย ให้วัฒนาสถาพรสืบไป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20110403/1924#comments</comments>
 <pubDate>Sun, 03 Apr 2011 20:56:44 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1924 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>การต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการอภิสิทธิ์ ปกป้องคุ้มครองเสรีภาพสื่อมวลชน จะต้องดำเนินต่อไป</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20100926/1851</link>
 <description>&lt;p&gt;
การจับกุม น.ส.&lt;b&gt;จีรนุช เปรมชัยพร&lt;/b&gt; ผอ.เว็บไซต์ประชาไท ของตำรวจ สภอ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 24 กันยายน ศกนี้ โดยตั้งข้อหาว่า กระทำผิด มาตรา 14 และมาตรา 16 ของ พรบ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นการใช้อำนาจเผด็จการของรัฐบาลอภิสิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อบีบคั้นคุกคามสื่อมวลชนแบบใหม่ (New media) ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในสังคมไทย โดยเฉพาะในแวดวงคนรุ่นใหม่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เว็บไซต์ประชาไท เป็นเว็บสื่อทางเลือกชั้นนำ ในความหมายที่ไม่ใช่สื่อกระแสหลัก เว็บนี้นำเสนอข่าวและบทความเกี่ยวกับแนวคิดกระแสรอง ปัญหาและการเคลื่อนไหวของพลเมือง โดยเฉพาะกลุ่มคนด้อยโอกาสกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งสื่อกระแสหลักมักไม่ค่อยนำเสนอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การบีบคั้นคุกคาม น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผอ.เว็บไซต์ประชาไท ครั้งนี้ เป็นการ &amp;quot; เชือดไก่ ให้ลิงดู&amp;quot; โดยหวังให้การกดดันบีบคั้นประชาไท เป็นการป้องปรามเว็บไซท์ทางเลือกอื่น ๆ โดยเฉพาะเว็บกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ในขณะเดียวกัน ก็ได้เผยธาตุแท้รัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่เป็น &amp;quot;&lt;b&gt;ประชาธิปไตยจอมปลอม แต่เป็นเผด็จการทหาร จริง ๆ&lt;/b&gt; &amp;quot; ออกมาให้ชาวโลกเห็นกันอย่างล่อนจ้อน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สื่อมวลชนจำนวนมาก โดยเฉพาะเว็บข่าวทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ร่วมมือกัน เผยแพร่ข่าวการจับกุม น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ครั้งนี้ ไปทั่วทั้งโลกอย่างรวดเร็ว &amp;quot;&lt;b&gt;ดั่งไฟลามทุ่ง&lt;/b&gt; &amp;quot; กระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวจากบรรดาผู้รักเสรีภาพทั่วโลก ต่อต้านการใช้อำนาจเผด็จการของรัฐบาลอภิสิทธิ์ คุกคามสื่อมวลชนอย่างรวดเร็วและรุนแรง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อเห็นว่า เรื่องทำท่าจะลุกลามใหญ่โต รัฐบาลอภิสิทธิ์ จึงได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน รีบให้ประกันตัว น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผอ.เว็บไซต์ประชาไท อย่างรวดเร็วในคืนวันเดียวกัน ผลจากเหตุการณ์นี้ แสดงให้เห็นว่า การร่วมมือเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอภิสิทธิ์ จากสื่อมวลชนทั่วโลก มีน้ำหนักและมีผลต่อการปล่อยตัวชั่วคราว ดังกล่าว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราเชื่อว่า การใช้อำนาจเผด็จการของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เพื่อคุกคามสื่อมวลชน ยังจะดำเนินต่อไป &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สื่อทางเลือกโดยเฉพาะบรรดาเว็บไซ้ท์ จึงควรต้องเตรียมตัวให้พร้อมและร่วมมือกัน ต่อสู้กับการใช้อำนาจเผด็จการของรัฐบาลอภิสิทธิ์ คุกคามสื่อมวลชน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;การเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แก้ไข พรบ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่คุกคามปิดกั้นเสรีภาพของสื่อและประชาชน จะต้องดำเนินต่อไป 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;
การต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการอภิสิทธิ์ ปกป้องคุ้มครองเสรีภาพสื่อมวลชน จะต้องดำเนินต่อไป 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20100926/1851#comments</comments>
 <pubDate>Sun, 26 Sep 2010 02:41:27 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1851 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ต้องยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20100705/1790</link>
 <description>&lt;p&gt;
พ.อ&lt;b&gt;.สรรเสริญ แก้วกำเนิด&lt;/b&gt; โฆษก ศอฉ. แถลงเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ศกนี้ว่า สถานการณ์ขณะนี้ ยังไม่น่าไว้วางใจ มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร มีการปลุกระดมมวลชนในท้องถิ่นต่าง ๆ ไม่มีการส่งคืนอาวุธทางราชการให้กับเจ้าหน้าที่ ศอฉ. ประชุมพิจารณาเหตุดังกล่าว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จึงมีมติเอกฉันท์ว่า มีความจำเป็นต้องมี 
พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นเครื่องมือในการดูแลพื้นที่ทั้ง 24 จังหวัดต่อไป ซึ่งในวันที่ 6 ก.ค.นี้ นาย&lt;b&gt;สุเทพ 
เทือกสุบรรณ&lt;/b&gt; จะนำข้อเสนอนี้ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย 24 จังหวัดที่เสนอให้ต่ออายุประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้แก่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;จังหวัดกรุงเทพ
มหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม 
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย 
จังหวัดลำปาง จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดน่าน จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี
จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดศรีษะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี 
จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดสกลนคร 
จังหวัดกาฬสินธิ์ และ จังหวัดมุกดาหาร&lt;/b&gt; ทั้งนี้ตามรายงานข่าวจาก &lt;a href=&quot;http://www.thairath.co.th/content/pol/94034&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ไทยรัฐออนไลน์&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตาม มาตรา 5 ของ &lt;a href=&quot;http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%A1119/%A1119-20-2548-a0001.pdf&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;พ.ร.ก. 
ว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548&lt;/a&gt; บัญญัติให้ 
ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มีอายุใช้บังคับตามที่กำหนด แต่ไม่เกิน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่ประกาศ 
แต่นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี อาจขยายอายุประกาศฯดังกล่าวออกไปได้คราวละไม่เกิน 3 เดือน
&lt;/p&gt;
&lt;b&gt;&lt;/b&gt;
&lt;p&gt;
เจตนารมย์ของกฎหมายฉบับนี้ ก็เพื่อให้รัฐ&lt;b&gt;มีอำนาจพิเศษ เป็นการชั่วคราว เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง&lt;/b&gt; เช่น เกิดภัยพิบัติสาธารณะ จลาจล การก่อการร้าย เป็นต้น ตามหมายเหตุท้าย พรก.ที่ว่า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot; &lt;i&gt;มีปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ ซึ่งมีความร้ายแรงมากยิ่งขึ้น จนอาจกระทบต่อเอกราชและบูรณภาพแห่งอาณาเขต และก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในประเทศ รวมทั้งทำให้ประชาชนได้รับอันตรายหรือเดือดร้อน จนไม่อาจใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุข และไม่อาจแก้ไขปัญหาด้วยการบริหารราชการในรูปแบบปกติได้ สมควรต้องกำหนดมาตรการ ในการบริหารราชการสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินไว้เป็นพิเศษ เพื่อให้รัฐสามารถรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยและการรักษาสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั้งปวง ให้กลับสู่สภาพปกติได้โดยเร็ว &lt;/i&gt;&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รัฐบาลอภิสิทธิ์ &lt;a href=&quot;http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&amp;amp;directory=1779&amp;amp;contents=43747&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงฯ&lt;/a&gt; ตั้ง ศอฉ. เพื่อใช้อำนาจพิเศษ 
ตาม พรก.ฉุกเฉินฯ จัดการกับคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมอย่างสันติ 
เพื่อเรียกร้องให้นายกฯอภิสิทธิ์ยุบสภา เป็นการประกาศฯ 
ที่ถูกโต้แย้งมาโดยตลอดว่า &lt;b&gt;ลุแก่อำนาจ อ้างเหตุฉุกเฉินลอยๆ ไม่ใช่เหตุตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน พรก. เป็นการใช้อำนาจเผด็จการ โดยไม่ชอบธรรมทางการเมืองและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพื่อกำจัดศัตรูทางการเมืองของฝ่ายตน&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผลจากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐ ลุแก่อำนาจ เนื่องจากได้รับความคุ้มครองจาก พรก.ฉุกเฉินฯว่า ไม่ต้องรับผิดทางปกครองและทางอาญา เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ ใช้รถหุ้มเกราะและอาวุธสงครามจำนวนมาก เข้าสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พค. ศกนี้ ทำให้ประชาชนตาย 90 กว่าคน และได้รับบาดเจ็บเกือบ 2 พันคน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ปัจจุบัน เหตุการณ์ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว แทบไม่ปรากฎเหตุฉุกเฉินรุนแรงใด ๆ  แต่ศอฉ. ก็ยังคงอ้างเหตุเดิมๆ เพื่อคงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงทั้ง 24 จังหวัดไว้ต่อไป โดยไม่เข้าใจว่า การคงประกาศฯไว้ คือการที่ไทยประกาศยอมรับต่อชาวโลกว่า&lt;b&gt; ไทยเป็นประเทศที่มีอันตรายร้ายแรงต่อ การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุนของชาวต่างชาติ&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ถ้ายกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ศอฉ.ที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้อำนาจตามประกาศฯ ก็จะต้องถูกยุบ เจ้าหน้าที่ กิจการงาน รวมทั้งงบประมาณ ก็จะถูกโอนไปให้หน่วยงานราชการตามปกติดำเนินการ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็ไม่มีอำนาจพิเศษ ตามพรก.ฉุกเฉินฯ อีกต่อไป  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ดูเหมือนว่า ศอฉ. ไม่ต้องการถูกยุบและรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็ไม่ต้องการสูญเสียอำนาจพิเศษดังกล่าว จึงพยายามอ้างเหตุผลต่างๆ ข้างต้น ศอฉ.และรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้&lt;b&gt;เสพติดอำนาจ  เหมือนคนขี่หลังเสือ ไม่กล้าลงจากหลังเสือ เพราะกลัวเสือกัด &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ลืมไปว่า อำนาจเหมือนดาบสองคม ยิ่งมีอำนาจที่ไม่มีการตรวจสอบ โอกาสที่จะเกิดหายนะจากการใช้อำนาจนั้น ก็ยิ่งสูงตามไปด้วย&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประชาชนผู้รักเสรีภาพและประชาธิปไตย จึงต้องร่วมมือกัน เรียกร้องต่อสู้ให้ &lt;b&gt;ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯโดยเร็วที่สุด เรียกร้องให้ตรวจสอบการประกาศฉุกเฉินฯ และการใช้อำนาจตามประกาศฉุกเฉิน นำตัวผู้ใช้อาวุธสังหารและทำร้ายประชาชนมาลงโทษตามกฎหมาย &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20100705/1790#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/284">politics</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/474">ศอฉ</category>
 <pubDate>Mon, 05 Jul 2010 22:07:40 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1790 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>โปรดช่วยกันหยุดความรุนแรงตอนนี้ ก่อนที่มันจะสายเกินไป</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20100502/1728</link>
 <description>&lt;p&gt;
หลังจากที่ทหารและตำรวจนับพันได้หลั่งไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ มันคงไม่แปลกที่ผู้คนต่างสงสัยว่า การนองเลือดครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และในขณะเดียวกัน คนเสื้อแดง ผู้ซึ่งรัฐบาลตราหน้าว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” และ “ขบวนการล้มเจ้า” ก็ไม่มีทีท่าว่าจะถอยหนี หากกลับเตรียมพร้อมรับมือกับการสลายอย่างเต็มที่ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในสภาวะเช่นนี้ คนไทยทุกคนควรช่วยกันคิดว่า จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด worst case scenario (สถานการณ์ที่เป็นไปได้อย่างที่แย่ที่สุด)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับตัวผู้เขียนนั้น worst case scenario คือ สงครามกลางเมืองที่ยาวนานถึงสามวันสามคืน โดยมีผู้บาดเจ็บล้มตายจากทั้งสองฝ่ายเป็นพันคน ห้างสรรพสินค้าและโรงแรมหรูย่านราชประสงค์ ที่ซึ่งคนเสื้อแดงปักหลักชุมนุมอยู่ ก็อาจจะกลายเป็นซากปรักหักพังดังที่เราเคยได้เห็นที่เมืองคาบูล &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลังสิ้นสุดวันและคืนอันยาวนานแห่งสงครามกลางเมือง คนเสื้อแดงก็คงจะแปลงสภาพไปเป็นขบวนการใต้ดิน ตามด้วยสงครามกลางเมืองหลายเดือน หรือไม่ก็เป็นปี เหล่าอนาคิสต์ทั้งหลายก็คงจะยึดพื้นที่ตามต่างจังหวัด เป็นฐานที่มั่นเพื่อต่อสู้กับรัฐต่อไป &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในขณะเดียวกัน เหล่าชายชุดดำลึกลับก็คงจะพยายามทำ “หน้าที่” ของเขา ในการทำให้เกิดการสูญเสียมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะความสูญเสียในฝั่งรัฐบาล &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความเกลียดชังระหว่างคนเสื้อแดง ทหารและพันธมิตรฯ (หรือคนเสื้อชมพู หรือสีเสื้ออะไรก็ตามแต่ที่สนับสนุนรัฐบาล) อาจจะถึงจุดที่ทำให้เกิดการฆ่าแขวนคอ ดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และถึงแม้ว่าจะมีรัฐประหารเกิดขึ้นในช่วงนี้ มันก็ไม่น่าที่จะสามารถทำให้ประเทศกลับสู่ความสงบสุขได้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พม่าอาจจะกลายเป็นประเทศที่ปลอดภัยกว่าประเทศไทย และเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่รวันดา ก็จะมีการถูกนำมาฉายซ้ำที่นี้ เศรษฐกิจจะพังทลาย เหล่าคนเสื้อแดงก็จะไม่เหลือความศรัทธาและวางใจ ในระบบการเมืองที่เหลืออยู่อีกเลย และก็คงจะพยายามล้มล้างระบบการเมืองใดๆ ที่มีอยู่ด้วยการปฏิวัติประชาชน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมก็ไม่รู้ว่า worst case scenario ของคุณเป็นอย่างไร หากแต่ถ้ามันจะใกล้เคียงกับที่ผมทำนายไว้ เราก็น่าจะมาช่วยกันใช้สามัญสำนึกสำนึกที่มีอยู่ ทำทุกๆ ทางเพื่อหยุดยั้งไม่ให้สิ่งที่ทำนายไว้เป็นจริง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และถึงผู้นำในทุกกลุ่มอำนาจ: มันไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเจรจา หยุดเสียแต่วันนี้ก่อนที่มันจะสายเกินไป มาช่วยกันอย่าให้เลือดของใครต้องไหลนองแผ่นดินอีกเลย ยกเว้นแต่ว่าคุณจงใจที่จะให้เป็นเช่นนั้น ก็ขอให้คุณใช้เลือดของคุณเองแทนก็แล้วกัน ขอเสนอนี้รวมถึงนายอภิสิทธิ์และคนในรัฐบาล รวมถึงแกนนำเสื้อแดงด้วย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และสำหรับพวกเราคนธรรมดาที่ไม่ว่าคุณจะอยู่สีไหนก็ตาม โปรดอย่าให้อะไรมาบดบังมโนสำนึกแห่งความเป็นมนุษย์ของคุณ มิฉะนั้นคุณอาจต้องเสียใจในภายหลัง ซื่อสัตย์ต่อตัวเองในวันนี้ และ&lt;b&gt;ถ้าคุณสู้เพื่อสันติสุขและประชาธิปไตย ก็โปรดลองดูว่า คุณจะสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราคงจะไม่สามารถไปเปลี่ยนจุดยืนและความคิดของแกนนำในกลุ่มต่างๆ ได้ หากแต่สำหรับพวกเราแต่ละคน เราควรจะถามตัวเองตอนนี้ว่า &lt;b&gt;เราจะสามารถทำอะไรเพื่อสันติภาพและประชาธิปไตยได้บ้าง และอย่าลืม ที่อย่าให้สามัญสำนึกของคุณถูกเรื่องการเมืองบดบัง &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาชี้นิ้วหาคนผิด หากแต่เป็นเวลาที่เราต้องคิดถึงสังคมส่วนรวม ทำตามสามัญสำนึกของคุณ และจำให้ขึ้นใจว่า &lt;b&gt;ทุกคนในสังคมคงไม่สามารถที่จะเห็นด้วยเหมือนกันไปเสียทุกเรื่อง &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่สิ่งที่เราควรทำตอนนี้คือ&lt;b&gt; การทำให้แน่ใจว่า สังคมนี้จะสามารถเห็นต่างกันได้อย่างมีวุฒิภาวะ และไม่ตกหลุมพรางของการแก้ปัญหาโดยใช้ความรุนแรง 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประวิตร โรจนพฤกษ์ &lt;br /&gt;
แปลจาก Stop now before it’s too late ใน The Nation วันที่ 28 เมษายน 2010
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.prachatai.net/journal/2010/05/29259?utm_source=feedburner&amp;amp;utm_medium=feed&amp;amp;utm_campaign=Feed%3A+prachatai+%28%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97+Prachatai.com%29&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ประชาไท 
&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20100502/1728#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/284">politics</category>
 <pubDate>Sun, 02 May 2010 21:08:27 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1728 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>การปฏิวัติของประชาชนในประเทศไทย</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20100131/1659</link>
 <description>&lt;p&gt;
บัดนี้ ฝ่ายเผด็จการอำมาตยาธิปไตย ได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า &lt;b&gt;พร้อมแล้วที่จะแตกหักกับฝ่ายประชาธิปไตย &lt;/b&gt;เพราะพวกเขาหมดเวลารอคอย และหมดทางเลือกที่จะเดิน &lt;b&gt;การปราบปรามผู้รักประชาธิปไตยที่กำลังจะมาถึง จะนำไปสู่ “การปฏิวัติของประชาชน” &lt;/b&gt;ที่มวลชนผู้รักสันติไม่ได้ต้องการ แต่ฝ่ายเผด็จการนั่นแหละที่จะเป็นผู้ก่อขึ้น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผลลัพธ์จะไม่ขึ้นอยู่กับเจตจำนงส่วนตัวของผู้ใด แต่จะกำหนดโดยพลวัตของประวัติศาสตร์ที่การเปลี่ยนแปลงอย่างถึงราก จะต้องมาถึง ไม่ช้าก็เร็ว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;1. รัฐประหาร 19 กันยายน ที่ยังไม่เสร็จสิ้น &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในตลอดกว่าสามปีมานี้ ความผิดพลาดสำคัญที่สุดของฝ่ายอำมาตยาธิปไตยคือ การก่อรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549 อันนำมาซึ่งผลที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้ถึงปัจจุบัน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นับแต่รัฐประหารปี 2500 เป็นต้นมา พวกเขาได้สถาปนา&lt;b&gt;ระบอบเผด็จการจารีตนิยม&lt;/b&gt; ขึ้นมาอย่างมั่นคง โดยมีเปลือกนอกที่สลับกันระหว่าง&lt;b&gt;เผด็จการทหารที่เปิดเผย กับระบอบรัฐสภาที่มีรัฐบาลเลือกตั้งเป็นหุ่นเชิด &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกเขาเผยโฉมหน้าที่แท้จริง ที่เป็นเผด็จการและก่อรัฐประหารแต่ละครั้ง เมื่อพวกเขาต้องใช้กำลังรุนแรง เพื่อแก้ไขความขัดแย้งกันเองในกลุ่มปกครอง หรือเพื่อปราบปรามประชาชน (เช่น รัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หรือเพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่บังเอิญมีนายกรัฐมนตรีที่พวกเขาไม่พึงประสงค์ (รัฐประหาร 2534 และ 2549)หลังจากนั้น พวกเขาก็จะยอมให้มีระบอบรัฐธรรมนูญและรัฐสภา ใช้เป็น&lt;b&gt;หน้ากากปกปิดใบหน้าปีศาจ&lt;/b&gt;ที่แท้จริงของพวกเขา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เพื่อหลอกลวงทั้งประชาชนไทยและชาวโลก โดยเนื้อในอำนาจรัฐ ก็ยังคงเป็นการใช้อำนาจแฝงเร้น ของเผด็จการอำมาตยาธิปไตยอยู่เหมือนเดิม &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในอดีต พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง ในการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลในระบอบรัฐสภา ภายหลังรัฐประหารแต่ละครั้ง พวกเขาก็ร่างรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อในเป็นเผด็จการ 
ให้มีการเลือกตั้งและได้รัฐบาลหุ่นเชิดของตน ในขณะที่อดีตผู้นำรัฐบาลที่ถูกโค่นล้มไปแล้ว 
ล้วนหมดอำนาจและสถานะทางการเมือง โดยไม่สามารถย้อนกลับมา ท้าทายอำนาจเผด็จการแฝงเร้นได้อีก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พวกเขาจึงเชื่อมั่นว่า &lt;b&gt;รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จะเป็นเหมือนทุกครั้งในอดีต &lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
แต่การณ์กลับไม่เป็นไปตามคาด เนื่องจากผู้นำรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ยังคงได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากประชาชนชั้นล่าง ทั้งในเมืองและชนบท อีกทั้งผลสะเทือนของรัฐธรรมนูญ 2540 และผลสำเร็จของรัฐบาล ช่วงปี 2544-2548 ทำให้เกิดการตื่นตัวทางประชาธิปไตย อย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชนชั้นล่างจำนวนมาก ก่อตัวเป็นการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารขึ้นมาอย่างช้า ๆ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฝ่ายเผด็จการอำมาตยาธิปไตยไม่เข้าใจว่า โครงสร้างเศรษฐกิจและดุลกำลังทางชนชั้นของไทย ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ตั้งแต่เหตุการณ์พฤษภาคม 2535 เป็นต้นมา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกเขาจึงประเมินศักยภาพของอดีตผู้นำพรรคไทยรักไทย และการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารต่ำเกินไป หลังจากยัดเยียดรัฐธรรมนูญเผด็จการฉบับ 2550 แล้ว ก็ให้มีการเลือกตั้ง โดยเชื่อมั่นว่า ด้วยการหนุนช่วยอย่างทั่วด้านจากกองทัพ หน่วยราชการ และองค์กรหุ่นตามรัฐธรรมนูญ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พรรคประชาธิปัตย์ อันเป็นตัวแทนเผด็จการจารีตนิยม จะชนะเลือกตั้งเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลได้ตามประสงค์ แต่การณ์กลับเป็นว่า พรรคพลังประชาชน ภายใต้การสนับสนุนของฝ่ายประชาธิปไตย ชนะเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาได้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกเขาจึงต้องส่ง&lt;b&gt;กลุ่มอันธพาลการเมืองเสื้อเหลือง&lt;/b&gt; ออกมาสร้างสถานการณ์จลาจลบนท้องถนน ยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบิน สร้างสถานการณ์วุ่นวาย เพื่อบั่นทอนรัฐบาล ประสานกับพรรคประชาธิปัตย์ และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ทำลายพรรคพลังประชาชนและคณะรัฐบาล &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แล้วให้กองทัพก่อรัฐประหารเงียบ จัดตั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเป็นหุ่นเชิดได้สำเร็จในที่สุด อันเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของรัฐประหาร 19 กันยายน การเคลื่อนไหวของเผด็จการอำมาตยาธิปไตย โดยใช้เครือข่าย “&lt;b&gt;สี่ขาหยั่ง&lt;/b&gt;”อันได้แก่ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;กลุ่มอันธพาลการเมืองเสื้อเหลือง พรรคประชาธิปัตย์ องค์กรรัฐธรรมนูญ และคณะนายทหาร&lt;/b&gt; ประสานร่วมมือกันทำลายรัฐบาลพรรคพลังประชาชน บรรลุเป็นรัฐประหารเงียบ 
เมื่อเดือนธันวาคม 2551 จึงเป็นการต่อเนื่องของรัฐประหาร 19 กันยายนที่ยังไม่เสร็จสิ้นนั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;2. รัฐบาลเลือกตั้งที่อ่อนแอและทุจริตคือ ความจงใจของอำมาตยาธิปไตย &lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
ระบอบรัฐธรรมนูญ 2550 และรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เป็นกรณีตัวอย่างรวบยอด ที่แสดงถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงในการใช้ประโยชน์จากระบอบรัฐสภา โดยพวกเผด็จการอำมาตยาธิปไตย &amp;gt;
สิ่งที่พวกเขาต้องการคือ รัฐสภาที่ประกอบด้วยพรรคการเมืองขนาดเล็กที่อ่อนแอ ให้มีรัฐบาลหุ่นเชิดไร้อำนาจที่แท้จริงในการบริหารแผ่นดิน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ต้องอยู่ภายใต้อำนาจแฝงเร้นของเผด็จการอำมาตยาธิปไตย เป็นรัฐบาลที่ไร้ความสามารถและไม่อาจแก้ปัญหาของประชาชนได้ เต็มไปด้วยการทุจริตคอรัปชั่น ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่า ระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้งนั้น เป็นสิ่งชั่วร้าย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นักการเมืองคือต้นเหตุแห่งปัญหาและความเลวร้ายทั้งปวง ประชาชนไม่อาจหวังพึ่งตนเอง 
ด้วยการใช้สิทธิทางประชาธิปไตย ไปเลือกนักการเมืองที่มีความสามารถเข้ามาแก้ปัญหาของพวกเขา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สิ่งที่เผด็จการอำมาตยาธิปไตยต้องการคือ ประชาชนไทยที่เอาแต่ชูสองมือ เงยหน้าชะเง้อรอคอยความเมตตา “&lt;b&gt;หยาดฝนจากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน&lt;/b&gt;” จากพวกเขาที่เป็นผู้ปกครองอันเปี่ยมไปด้วยความกรุณา คุณธรรม จริยธรรม สุจริตขาวสะอาด และสูงส่งตลอดไปเท่านั้น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราจึงได้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นหุ่นเชิดของเผด็จการ เป็นรัฐบาลที่ไร้ความสามารถทางบริหาร เต็มไปด้วยวาทศิลป์ที่เป็นเท็จ การกอบโกยผลประโยชน์และทุจริตคอรัปชั่น ทั้งหมดนี้ นอกจากจะแสดงให้ประชาชนเห็นถึง ความล้มเหลวของระบอบประชาธิปไตยและรัฐสภานั้น ล้มเหลวดังกล่าวแล้ว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จุดประสงค์อีกประการหนึ่งของพวกเขาก็คือ ในเงื่อนไขที่เหมาะสม พวกเขาก็จะใช้ความล้มเหลวในการบริหารและทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาล เป็นข้ออ้างก่อรัฐประหารได้อีกครั้ง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;พวกเผด็จการอำมาตยาธิปไตยนั่นแหละ&lt;/b&gt; ที่เป็นต้นเหตุที่แท้จริงของความล้มเหลวของประชาธิปไตย และระบอบรัฐสภาในประเทศไทย เป็นที่มาของรัฐบาลเลือกตั้งที่ล้มเหลวและทุจริต นักการเมืองทรยศขายตัว และความเลวร้ายทั้งปวง ที่ผู้คนหลงเข้าใจว่า 
เกิดจากระบอบประชาธิปไตยเสรีนิยม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และ ในท้ายสุด พวกเขานั่นแหละที่เป็นรากเหง้าของรัฐประหารทุกครั้ง ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2500
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;3. อำมาตยาธิปไตยมาถึงทางตัน &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หนึ่งปีของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่เต็มไปด้วยความล้มเหลวและทุจริตคอรัปชั่น ตลอดจนความอยุติธรรมเลือกข้างของกระบวนการยุติธรรม ที่กระทำกัน&lt;b&gt;อย่างโจ่งแจ้งไร้ยางอาย&lt;/b&gt; 
ทำให้ประชาชน ที่มีธรรมชาติที่รักความยุติธรรม ไม่อาจทนนิ่งเฉยอยู่ได้ และกระตุ้นให้การเรียกร้องประชาธิปไตย และความเป็นธรรมแผ่ขยายออกไปทั่วประเทศ ในหมู่ชนชั้นล่างทั้งในเมืองและชนบท &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณี “สงกรานต์นองเลือด” มีผลเพียงทำให้ขบวนประชาธิปไตย ชะงักงันไปช่วงสั้น ๆ
แต่ก็สามารถฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำความอยุติธรรม ที่รัฐบาล กองทัพและกระบวนการยุติธรรม รวมหัวกันภายใต้การบงการของเผด็จการอำมาตยาธิปไตย ทำการกดขี่ประชาชน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เปิดเผยเนื้อแท้ของระบอบอำมาตยาธิปไตยว่า พวกชนชั้นปกครองและสมุนของพวกเขานั้นคือ &lt;b&gt;ผู้บัญญัติและใช้กฎหมายที่แท้จริง &lt;/b&gt;กฎหมายสำหรับพวกเขา จึงมิได้มีไว้เพื่อทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในขณะที่กองทัพ ก็มิใช่กองทัพของชาติและประชาชน หากแต่เป็นเพียง “&lt;b&gt;กอง
กำลังอาวุธส่วนตัว&lt;/b&gt;” ของกลุ่มเผด็จการอำมาตยาธิปไตย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งหมดนี้ ได้ยกระดับความตื่นตัวรับรู้ และสร้างความโกรธแค้นในมู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง ขบวนการประชาธิปไตย ยิ่งขยายตัว ประชาชนได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญว่า &lt;b&gt;ประชาธิปไตยและความเป็ธรรม ไม่อาจได้มาด้วยการวิงวอนร้องขอ แต่ต้องได้มาด้วยการต่อสู้ของประชาชนเอง &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม้กระทั่งกรณี “การถวายฎีกา” ก็เป็นการแสดงเจตจำนงของประชาชนว่า ต้องการประชาธิปไตยและความเป็นธรรม &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รัฐบาลประชาธิปัตย์ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ในการแย่งชิงมวลชนไปจากฝ่ายประชาธิปไตย ทุกวันนี้ รัฐบาลประชาธิปัตย์และนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด เป็นที่ดูถูก เยาะเย้ย 
เกลียดชังอยู่ทั่วไป ในขณะที่ความเรียกร้องต้องการรัฐธรรมนูญ 2540 และอดีตผู้นำไทยรักไทยให้กลับคืนมา กลับดังก้อง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จึงเป็นที่แน่ชัดแก่พวกเผด็จการอำมาตยาธิปไตยว่า จะให้มีการเลือกตั้งในขณะนี้ไม่ได้เป็นอันขาด พวกเขาจะต้องไม่ยุบสภา และหากจำต้องยุบสภา ก็จะต้องไม่ให้มีการเลือกตั้ง 
บัดนี้ ฝ่ายเผด็จการอำมาตยาธิปไตยได้มาถึงทางตันแล้ว พวกเขาได้ใช้เครื่องมือ ในการปราบปรามฝ่ายประชาธิปไตยมาจนเกือบหมดสิ้น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งอันธพาลการเมืองเสื้อเหลือง กลไกตำรวจ ราชการ นักการเมืองทรยศขายตัว 
ในขณะที่การใช้กลไกกระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมา ก็มีข้อจำกัดคือ มีลักษณะ&lt;b&gt;จำกัด
ขอบเขต เชื่องช้า และไม่แม่นยำ &lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
ในขณะที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ที่เป็นหุ่นเชิด ก็อ่อนแอ ไร้ความสามารถ และขาดเอกภาพ 
ที่จะต่อกร กับอดีตผู้นำไทยรักไทยและขบวนประชาธิปไตยได้อย่างมีประสิทธิภาพ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประการสำคัญคือ พวกเขาตระหนักว่า “เวลาใกล้หมดแล้ว” ขณะที่ “เวลา” เป็นของฝ่ายประชาธิปไตย หากพวกเขาปล่อยให้ สถานการณ์ประชาธิปไตยคลี่คลายไปดังเช่นหนึ่งปีที่ผ่านมา พวกเขาก็จะมีโอกาสน้อยลงเรื่อย ๆ ที่จะขจัดขบวนการประชาธิปไตยให้หมดไป &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ผ่านมา ได้มีสัญญาณบ่งชี้มาเป็นลำดับว่า ฝ่ายเผด็จการอำมาตยาธิปไตย กำลังเตรียมแผนการกันอย่างขมักเขม้น เพื่อปราบปรามประชาชนในขั้นเด็ดขาด พวกเขาให้บรรดานักการเมืองและนักวิชาการขายตัว ที่เป็นสมุนรับใช้ของพวกเขา เรียงหน้ากันออกมาป่าวร้องกันอย่างเปิดเผยว่า “&lt;b&gt; ประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง &lt;/b&gt;” &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ให้สื่อสารมวลชนกระแสหลักทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ที่เป็นสมุนเผด็จการ ปลุกปั่นโฆษณาชวนเชื่อ ใส่ร้ายป้ายสีอันเป็นเท็จว่า ขบวนการประชาธิปไตยเสื้อแดงเป็น “พวกโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์” และ “ขบวนการสาธารณรัฐ” &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การรื้อฟื้นกลุ่มอันธพาลเสื้อเหลือง การเคลื่อนไหวนอกสภาของนักการเมืองบางคนในพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้ง การเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยขององคมนตรีบางคน และคณะนายทหาร เป็นต้น พวกเขาพลาดโอกาสที่จะขุดรากถอนโคน ขบวนการประชาธิปไตยไปแล้วครั้งหนึ่ง 
เมื่อสงกรานต์ปี 2552&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่คราวนี้ พวกเขาจะไม่พลาดโอกาสนั้นอีกแล้ว ! &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;4. “การต่อสู้เพื่อเสรีภาพของประชาชน” &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เบื้องหน้าภัยจากการปราบปรามของเผด็จการอำมาตยาธิปไตย ฝ่ายประชาธิปไตย จะต้องไม่ประมาท หากแต่ตระเตรียมรับมือกับการรุกของเผด็จการ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การทำงานมวลชนขั้นพื้นฐาน ยังคงเน้นขยายฐานมวลชน จัดตั้งมวลชน เพิ่มจำนวนสมาชิก ก่อรูปคณะแกนนำหลัก และตระเตรียมคณะแกนนำสำรองในสถานการณ์ฉุกเฉิน เชื่อมต่อและสร้างความเข้มแข็ง ให้กับเครือข่ายทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ร่วมมือสามัคคี เน้นจุดร่วมที่มุ่งสร้างประชาธิปไตย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สร้างแนวร่วมกับกลุ่มคนที่เห็นต่าง ที่ไม่ใช่สมุนอำมาตยาธิปไตย บริหารจัดการทรัพยากรคน 
วัสดุและการเงินที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้มีโครงสร้างการจัดตั้งและแผนงานสำรอง สำหรับสถานการณ์สู้รบที่กำลังมาถึง
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ในขณะที่ขบวนการประชาธิปไตย กำลังเคลื่อนเข้าสู่ “สถานการณ์สู้รบ” การเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตย ต้องยึดเป้าหมายทางการเมืองเฉพาะหน้าให้ชัดเจน คือ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;โค่นล้มระบอบเผด็จการอำมาตยาธิปไตย นำเอารัฐธรรมนูญ 2540 กลับคืนมา ขจัดอำนาจและกลไกรัฐธรรมนูญของอำมาตยาธิปไตย ที่เป็นอิทธิพลแฝงเร้นคุกคามรัฐบาลเลือกตั้ง 
และเป็นรากเหง้าของรัฐประหารมาทุกยุคสมัย &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในด้านยุทธวิธีการเคลื่อนไหว การรุกทางการเมืองจะต้องดำเนินไป พร้อมกับการตระเตรียม “รับ” ในสถานการณ์ที่ฝ่ายเผด็จการตัดสินใจใช้ความรุนแรง เพื่อจำกัดและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด และเพื่อ “การรุกตีโต้กลับ” เมื่อฝ่ายเผด็จการดำเนินจังหวะก้าวที่ผิดพลาด &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คณะแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) “แดงทั้งแผ่นดิน” ที่นำโดยประธานวีระ มุสิกพงศ์ ได้พิสูจน์ตนเอง ท่ามกลางการต่อสู้ที่ยืดเยื้อและเสี่ยงอันตรายแล้วว่า พวกเขาเป็นแกนนำที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยว อดทน ชาญฉลาด ยืดหยุ่นพลิกแพลง 
ไว้วางใจได้ และเสียสละอย่างสูง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมควรอย่างยิ่งที่ได้รับความรักและเชื่อมั่นศรัทธาอย่างเหนียวแน่น จากมวลชนประชาธิปไตยทั่วประเทศ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประชาชนไม่ว่าในที่ใดในโลก ล้วนต้องการสันติและประนีประนอม เพราะพวกเขามีแต่สองมือเปล่า ไม่มีอาวุธ ไม่มีกองทัพ กฎหมาย และกลไกยุติธรรมเป็นเครื่องมือ ประชาชนจึงปฏิเสธความรุนแรงเสมอมา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ข้อเท็จจริงชี้ว่า ผลของความรุนแรงใด ๆ ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง ในประวัติศาสตร์ในแต่ละประเทศทั่วโลกคือ การบาดเจ็บสูญเสียของฝ่ายประชาชนล้วน ๆ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่พวกเผด็จการอำมาตยาธิปไตยของไทย ก็เหมือนกับพวกเผด็จการในประเทศอื่น ๆ 
คือ แม้จะเห็นประสบการณ์ ซึ่งเผด็จการในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ในท้ายสุดล้วนต้องพ่ายแพ้ต่อประชาธิปไตย แต่เผด็จการในทุกประเทศ ก็ล้วนเชื่อเหมือน ๆ กันว่า ประเทศตนเป็นข้อยกเว้น และจะสามารถฝืนกระแสประวัติศาสตร์ไปได้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกเขาจึงกระทำผิดพลาดซ้ำ ๆ เหมือนกัน ด้วยการปฏิเสธความต้องการของประชาชนและเชื่ออย่างผิด ๆ ว่า หากใช้กำลังเด็ดขาด เข้าปราบปรามฝ่ายประชาธิปไตยอีกสักครั้ง ใช้ความโหดเหี้ยมสยดสยองของอำนาจรัฐ ก็จะกำราบให้ประชาชนหวาดกลัวยอมจำนน และยืดอายุอำนาจเผด็จการของพวกตนออกไปได้อีก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เผด็จการอำมาตยาธิปไตยไทย จึงเชื่อว่า พวกเขาจะฝ่าวิกฤตคราวนี้ไปได้ เช่นเดียวกับที่เขาทำสำเร็จมาแล้วจากการปฏิวัติ 2475 และกระแสประชาธิปไตยหลัง 14 ตุลาคม 2516 พวกเขาไม่ได้ตระหนักว่า ในเวลานี้ เงื่อนไขของสังคมไทยและสังคมโลก ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างสิ้นเชิง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วันเวลาและ “สวรรค์” ของพวกเขาใกล้หมดแล้ว การลงมือปราบปรามประชาชนที่กำลังจะเกิดขึ้น จะเป็นความผิดพลาดของพวกเขา และอาจจะลุกลามออกไปเป็น “การปฏิวัติของประชาชน” ที่พวกเขาไม่อาจเอาชนะได้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การปฏิวัติของประชาชนที่จะเกิดขึ้น จะดำเนินไป “จนถึงที่สุด” เพียงใดนั้น มิใช่ฝ่ายประชาชนเป็นผู้กำหนด หากแต่ขึ้นอยู่กับการกระทำของฝ่ายเผด็จการเอง หากพวกเขาไม่ยินยอมที่จะถอยออกไปแต่โดยดี และยังใช้กำลังรุนแรงต่อประชาชน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การต่อสู้ของประชาชน ก็จะดำเนินไปจนถึงที่สุดโดยตัวมันเอง โดยไม่มีแกนนำคนใด หรือแม้แต่อดีตผู้นำไทยรักไทย จะคาดหมายและควบคุมได้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นักปรัชญาเมธีผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งกล่าวไว้เมื่อสองร้อยปีมาแล้วว่า “ &lt;b&gt;ประวัติศาสตร์ ไม่ขึ้นอยู่กับเจตจำนงส่วนตนของปัจเจกชนคนใด&lt;/b&gt; ” ไม่ว่าผู้นำจะคิดอย่างไร มีเจตจำนงทางอัตวิสัยอย่างไร มีความปรารถนาในทาง “&lt;b&gt;สายกลางและประนีประนอม&lt;/b&gt;” สักเพียงใด &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หากไม่เป็นไปตามทิศทางของประวัติศาสตร์ และความต้องการที่แท้จริงของมวลชน ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงราก &lt;b&gt;ผู้นำเหล่านั้น ก็จะตกขบวนในที่สุด
&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การต่อสู้ของประชาชน เพื่อไปบรรลุประชาธิปไตยนั้น ไม่ว่าในยุคใดสมัยใดและถิ่นฐานใด ล้วนแต่ยืดเยื้อยาวนาน ยากลำบากทั้งสิ้น การเคลื่อนไหวคืบหน้าไปแล้ว ก็ถดถอย แล้วก็คืบหน้าอีก สู้แล้วแพ้ ก็กลับมาสู้ใหม่ เป็นกระแสขึ้นและลง การชะงักหรือถดถอย อาจเป็นเพียงชั่วครู่ ไม่กี่เดือนกี่ปี ไปจนถึงยาวนานหลายสิบปี &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในระหว่างนั้น เแม้ประชาชนจะถูกสกัดกั้น ถูกกดขี่ ถูกใช้กำลังรุนแรงปราบปราม บาดเจ็บล้มตาย กระทั่งนองเลือดอย่างสาหัส แต่การต่อสู้ของประชาชน ก็ฟื้นกลับมาเป็นกระแสใหญ่ได้อีกทุกครั้ง จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การต่อสู้ของประชาชนในสังคมและยุคสมัยที่ต่างกัน อาจมีสาเหตุเฉพาะหน้าที่ต่างกัน แต่เหตุผลสำคัญที่สุดมีเพียงประการเดียวคือ
“&lt;b&gt;ประชาชนต้องการเสรีภาพ&lt;/b&gt;”
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดย รศ.ดร.&lt;b&gt;พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
25 มกราคม 2553  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา  &lt;a href=&quot;http://thaienews.blogspot.com/2010/01/blog-post_25.html&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ไทยอีนิวส์&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20100131/1659#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/284">politics</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/306">revolution</category>
 <pubDate>Sun, 31 Jan 2010 03:35:43 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1659 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ชาวอาเชี่ยน ทั้งหลาย จงรวมกันเข้า ! </title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20090602/1339</link>
 <description>&lt;p&gt;
&lt;a href=&quot;/news/20090602/1338&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;การลงนามในข้อตกลงเปิดการค้าเสรีทั้งสินค้า-บริการ-ลงทุน
ระหว่างอาเซียน-เกาหลีใต้&lt;/a&gt; เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2552 เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เป็นหลักไมล์
ของประเทศในกลุ่มอาเชี่ยนซึ่งมีประชากร รวมกันถึง 650 ล้านคน อีกครั้งหนึ่ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังที่ ประธานาธิบดี&lt;b&gt; ลีม ยองบัค&lt;/b&gt;แห่งเกาหลีใต้ ได้กล่าวว่า ในปี 2015 อันเป็นปีที่อาเซียนบรรลุเป้าหมาย ในการรวมกันเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว
&amp;quot;&lt;b&gt;กลุ่มเศรษฐกิจอาเซียน น่าจะมีความสำคัญและมีขนาดล้ำหน้าสหภาพยุโรปเสียอีก&lt;/b&gt;
&amp;quot; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มันบ่งบอกว่า ทิศทางและอนาคตของประเทศในกลุ่มอาเชี่ยนคือ
การยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้เป็นเอกภาพกันมากขึ้น
จากการรวมกันเป็นตลาดเดียวกัน ไปสู่ฐานการผลิตเดียว
ไปสู่ระบบการเงินเดียวกัน ไปสู่เอกภาพทางการเมืองและการต่างประเทศ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คือ
ก้าวไปสู่การสถาปนา &lt;b&gt;สหพันธรัฐอาเชี่ยน&lt;/b&gt; ซึ่งเป็น&lt;b&gt; อภิรัฐอาเชี่ยน&lt;/b&gt; ในที่สุด ตามแบบอย่างการรวมตัวของประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ที่ได้เกิดขึ้นแล้ว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แน่นอนว่า เส้นทางสายนี้ อาจยาวไกล และยังเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม
นานัปการ ไม่ว่าจะเป็น ความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา
ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ความแตกต่างของระบอบเศรษฐกิจ การเมือง
และระดับการพัฒนา
ลัทธิชาตินิยมคับแคบของชนชั้นปกครอง การต่อต้านจากกลุ่มหัวรุนแรงคับแคบ ในแต่ละประเทศ ฯลฯ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พัฒนาการของระบอบทุนนิยมของโลกและโลกาภิวัฒน์ ในหลายสิบปีมานี้
ได้ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งและยาวไกล ต่อทุกชนชั้นในประเทศเหล่านี้
บัณฑิตและผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในประเทศเหล่านี้ ตระหนักรู้ ร่วมกันว่า การที่ประเทศในกลุ่มอาเชี่ยน จะสามารถเผชิญหน้ากับ วิกฤติครั้งแล้ว ครั้งเล่าของระบอบทุนนิยมโลก สามารถพัฒนาไปสู่ความทันสมัย ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรได้ตลอดรอดฝั่ง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประเทศในกลุ่ม จะต้องสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือกัน ดำเนินการปฎิรูปครั้งใหญ่
และพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของแต่ละประเทศให้ทันสมัย นอกจากทางสายนี้
ก็ไม่มีหนทางอื่นให้เลือกเดินอีก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ธง 3
ผืนตามคำขวัญของเราคือ &lt;b&gt;ประชาธิปไตย ปฏิรูป สมานฉันท์ ยังคงถูกต้อง&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ชาวอาเชี่ยน ทั้งหลาย จงรวมกันเข้า ! &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เรื่องเดิมที่เกี่ยวข้อง &lt;a href=&quot;/news/20070811/187&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;สิงคโปร์เร่งเครื่องอภิรัฐอาเซียน
&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20090602/1339#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/319">asean</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/418">intergation</category>
 <pubDate>Tue, 02 Jun 2009 23:43:00 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1339 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ต้องยุบสภา คืนอำนาจอธิปไตยให้ปวงชนชาวไทย</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20081228/982</link>
 <description>&lt;p&gt;
ในที่สุด พรรคประชาธิปัตย์โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้นำชุดใหม่ ก็เดินซ้ำรอยเส้นทางการเมืองดั้งเดิม เก่าแก่ ที่สกปรกและน่าอับอายของบรรพชน คือ การอาศัยกลยุทธงูเห่า การอาศัยอำนาจเผด็จการทหารและการอาศัยอำนาจอิทธิพลของพวกเจ้า เพื่อเข้าครองอำนาจรัฐ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพื่อเป็นรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเอาใจพรรคร่วมและกลุ่มเนวิน ด้วยการยกกระทรวงสำคัญๆให้ไปแทบหมดสิ้น ต้องเอาใจกลุ่มเผด็จการทหาร ด้วยการยกกระทรวงกลาโหมและสำนักงานตำรวจตำรวจแห่งชาติให้ไป และต้องเอาใจกลุ่มเจ้า ด้วยการสวามิภักดิ์และคำสัญญาว่าจะปกป้องปราบปรามสื่อมวลชนและเว็บหมิ่นฯทั้งหลาย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แม้กระนั้น รัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ขาดเอกภาพและขาดเสถียรภาพอย่างร้ายแรง วาระประชาชนที่พรรคประชาธิปัตย์เคยประกาศไว้ตอนหาเสียง กลายเป็นเพียงคำสัญญาที่ว่างเปล่า เพราะพรรคประชาธิปัตย์ แทบจะไม่ได้รับผิดชอบกระทรวงสำคัญๆเลย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แม้นายอภิสิทธิ์ จะเป็นคนรูปหล่อ พูดจาดี แต่เมื่อได้อำนาจรัฐมาโดยไม่ชอบธรรม ฝ่าฝืนเจตจำนงของปวงชนชาวไทย ที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 โดยสยบยอมต่ออำนาจนอกกฎหมายของพวกเจ้า พวกทหารและพวกพันธมิตรฯ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รัฐบาลอภิสิทธิ์ จึงเป็นรัฐบาลที่อ่อนแอ ไร้น้ำยา เปรียบดั่งเสือกระดาษ ไหนเลยจะสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน ไหนเลยจะสามารถต้านทานพลังของประชาชนชาวไทยผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย และไหนเลยจะสามารถทานทนแรงบีบคั้นกดดัน จากความขัดแย้งภายในและภายนอกรัฐบาลได้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;รัฐบาลของอภิสิทธิชน เพื่ออภิสิทธิชน โดยอภิสิทธิ(ชน) จะต้องพินาศ ! ! !&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ทั้งจะพินาศลง ในเวลาอันรวดเร็วยิ่ง ! ! ! &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทางออกของประเทศไทยทางเดียวที่คงเหลืออยู่ คือ รัฐบาล &lt;b&gt;ต้องยุบสภา คืนอำนาจอธิปไตยให้ปวงชนชาวไทย ให้ปวงชนชาวไทย แสดงเจตนารมย์ ผ่านการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เวลานี้ ประชาชนคนเสื้อแดง ผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย ได้ก่อการเคลื่อนไหว ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา รัฐบาลประชาธิปัตย์ กำลังเผชิญหน้ากับการท้าทายแล้ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จะยุบสภาหรือจะดื้อรั้น ยืนกรานบริหารประเทศโดยขาดความชอบธรรม ต่อไป ? 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ชะตากรรมของไทย อยู่ที่การตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ทั้งประวัติศาสตร์ชาติไทย จะจดจารึกการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้อย่างแน่นอน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คนเสื้อแดงและประชาชนไทยผู้รักประชาธิปไตย  จะต้องตระหนักว่า การได้เป็นรัฐบาล จะต้องไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายอีกต่อไป แต่จะต้องก้าวรุดหน้าต่อไป สู่การบดขยี้กลไกรัฐเผด็จการของกลุ่มอภิสิทธิชน ตั้งแต่กลุ่มทหาร ตำรวจ ตุลาการ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลาย ซึ่งเป็นเครือข่ายสมุนบริวารของพวกเจ้า ที่ปลูกฝังบ่มเพาะ เป็นเครือข่ายอมาตยามาช้านานแล้ว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จนกว่าจะสามารถกำจัดเสี้ยนหนามประชาธิปไตยเหล่านี้ ออกไปจากกลไกรัฐ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจได้สำเร็จ ระบอบประชาธิปไตยของปวงชนชาวไทย จึงจะสามารถงอกงามบนผืนแผ่นดินไทยได้อย่างแท้จริง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;จะต้องเกิดขึ้นและสถิตย์สถาพร บนผืนแผ่นดินไทย ! ! !&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;&amp;quot; ฟ้ามืด เมื่อมีได้             ก็ฟ้าใหม่ ย่อมคงมี      &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;  แสงทอง เหนือธรณี       จะท้าทาย อย่างทรนง&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;  เมื่อนั้น และคนนี้            จะยืดตัว ให้หยัดตรง    &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;  ประกาศ อย่างอาจอง      กูใช่ทาส หากคือไท&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;quot;*&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;        ...ใช่แล้ว...กูใช่ทาส....หากคือไท.... &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ประชาชนชาวไทยผู้รักประชาธิปไตยทั่วไทย จงรวมกันเข้า ! ! !&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;หมายเหตุ&lt;/b&gt; * เป็นบทกวีของ จิตร ภูมิศักดิ์  
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20081228/982#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/320">democrat</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/284">politics</category>
 <pubDate>Sun, 28 Dec 2008 22:44:30 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">982 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>รบเถิด..อรชุน*</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20081128/862</link>
 <description>&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ยุทธการเผด็จศึกม้วนเดียวจบ&lt;/b&gt; ของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เผยออกมาแล้วว่า
คือการปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ
การปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวที่ดอนเมือง
การปิดล้อมรัฐสภาและการยืนกรานยึดทำเนียบรัฐบาลต่อไป &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วัตถุประสงค์ของยุทธการนี้ คือ การใช้กำลังฝูงชน
บีบบังคับให้รัฐบาลลาออกและรัฐสภาทำหน้าที่ไม่ได้ คือก่อความวุ่นวายเดือดร้อน
จนประชาชน ภาคธุรกิจและองค์กรอื่นๆในสังคมไทย ทนไม่ไหว และคือการเรียกร้องยั่วยุให้ทหารก่อการรัฐประหารครั้งใหม่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผลแท้จริงของยุทธการนี้ คือ
การทำลายและซ้ำเติม การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจทุกภาคส่วน
ของสังคมไทย&lt;b&gt;แบบม้วนเดียวจบ&lt;/b&gt; คือการทำลายหลักนิติรัฐของสังคมไทยจนพังพินาศ&lt;b&gt;แบบม้วนเดียวจบ&lt;/b&gt; และคือการทำร้ายประเทศไทยและปวงชนชาวไทย&lt;b&gt;แบบม้วนเดียวจบ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังที่เรา &lt;a href=&quot;/editorial/20081026/776&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ได้เคยกล่าวแล้วว่า&lt;/a&gt; การที่กลุ่มพันธมิตรฯยึดทำเนียบรัฐบาล
ตั้งแต่วันที่ 26
สิงหาคม 2551 เป็นต้นมา ไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
แต่เป็นการชุมนุมเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมาย
จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และสาเหตุที่ไม่มีใคร
สามารถจัดการกับกลุ่มพันธมิตรฯ ได้
ก็เพราะกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นพวกอภิสิทธิชน
หรือได้รับการอุ้มชูสนับสนุนจากกลุ่มอภิสิทธิชนของไทย
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มาบัดนี้ เพื่อบรรลุความต้องการและชัยชนะ กลุ่มพันธมิตรฯ โอหังบังอาจ
กำเริบเสิบสานหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ  เคลื่อนไหวก่อความไม่สงบ ปั่นบ้าน
ป่วนเมืองตามอำเภอใจ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนจำนวนมาก ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ยำเกรงขื่อแปใด ๆ
ของบ้านเมือง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กลุ่มพันธมิตรฯ จึงได้เปลี่ยนสี
แปรธาตุกลายเป็น&lt;b&gt; กลุ่มอันธพาลการเมือง เป็นหัวเชื้อของความรุนแรง &lt;/b&gt;ในสังคมไทยอย่างสมบูรณ์แบบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จึงถึงเวลาที่ปวงชนชาวไทย ผู้รักชาติและรักประชาธิปไตย จะต้องลุกขึ้นมา &lt;b&gt;ร่วมใจ ร่วมแรง เคลื่อนไหวต่อสู้ที่เป็นธรรม ต่อต้านคัดค้านและทำลายอันธพาลการเมืองกลุ่มนี้ให้พินาศไป เพื่อสันติสุขและประชาธิปไตยที่แท้จริงของปวงชนชาวไทย 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดั่งมหาสงครามที่ทุ่งกุรุเกษตร ในมหาภารตะยุทธ กองทัพใหญ่สองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ทว่า
แม่ทัพนายกองของทั้งสองฝ่าย ล้วนเป็นญาติ มิตร ครู ศิษย์กันมาก่อน
ทำให้ &lt;b&gt;อรชุน&lt;/b&gt; แม่ทัพฝ่ายปาณฑพ เกิดความสลดใจ ไม่อยากทำสงคราม &lt;b&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;พระกฤษณะ&lt;/b&gt;
ซึ่งเป็นสารถีรถศึกของอรชุน จึงได้สาธยาย&lt;b&gt; ความจำเป็นและคุณูปการของสงครามที่เป็นธรรม &lt;/b&gt;กลายเป็นมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ ดังโศลกบทหนึ่ง ที่ว่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;&lt;b&gt; ข้าพเจ้าชูแขนขึ้น ป่าวประกาศธรรม แต่หามีผู้ใด เชื่อฟังข้าพเจ้าไม่&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;   ธรรม ย่อมนำมาซึ่่งความสงบสุข แต่ไฉน ไม่มีผู้ปฏิบัติธรรม&lt;/b&gt; &amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พิจารณาสภาพการณ์ที่เผชิญหน้ากันมา อย่างยืดเยื้อยาวนาน ระหว่างพลังประชาธิปไตยและพลังเผด็จการในสังคมไทย การเจรจาประนีประนอมระหว่างทั้งสองฝ่าย เป็นไปได้ยากเย็นขึ้นทุกที ทั้งการขัดแย้งยืดเยื้อเรื้อรังต่อไป มีแต่จะทำร้ายสันติสุขและความก้าวหน้าของสังคมไทย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังนี้ พลังประชาธิปไตย ก็ไม่มีหนทางเลือกอื่น มีแต่ต้องยาตราทัพ ใช้การต่อสู้ที่เป็นธรรม เอาชนะการต่อสู้ที่ไม่เป็นธรรม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;รบเถิด..อรชุน !&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะ ธรรมทางการเมือง และธรรมของสังคมไทยในปัจจุบัน คือ &lt;b&gt;ประชาธิปไตยและประโยชน์สุขของประชาชน&lt;/b&gt; ไม่ใช่ศีลธรรมเก่าแก่โบราณ ที่แกนนำพันธมิตรอ้างว่าใช้นำหน้า เพื่อปกป้องระบอบเผด็จการของพวกอภิสิทธิชน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;รบเถิด..อรชุน !&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะสันติวิธีและการพูดจาด้วยเหตุผล ไม่อาจใช้กับกลุ่มอันธพาลการเมืองได้
มีแต่&lt;b&gt;การต่อสู้ที่เป็นธรรม&lt;/b&gt; ด้วยกำลังอำนาจอย่างเด็ดเดี่ยว มีเหตุผล เป็นประโยชน์และเหมาะสมตามสภาพการณ์ จึงจะสามารถปกป้องประชาธิปไตย และประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชนได้อย่างแท้จริง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;รบเถิด..อรชุน !&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะเมื่อการต่อสู้กับกลุ่มอันธพาลการเมือง ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เมื่อจำเป็นต้องเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่ 
เมื่อจำเป็นต้องเสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ความสูญเสียบางส่วน ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ ดั่งมารดาคลอดบุตรน้อย ย่อมต้องเสียเลือด เสียเนื้อไปบ้าง เป็นธรรมดา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ขอเพียงชูธงประชาธิปไตยและประโยชน์สุขของประชาชนให้สูงเด่น&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;สมานสามัคคีกำลังที่ก้าวหน้าทั้งปวงในสังคมไทย &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ปวงชนชาวไทยและประชาธิปไตย จะต้องได้รับชัยชนะ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;เหนือระบอบเผด็จการของพวกอภิสิทธิชน อย่างแน่นอน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
00000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
*ชื่อบทบรรณาธิการนี้ ตั้งขึ้นตามคำแนะนำของ&lt;b&gt;สหายสิกขา&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20081128/862#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/284">politics</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/13">ประชาธิปไตย</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/196">พันธมิตร</category>
 <pubDate>Fri, 28 Nov 2008 03:33:03 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">862 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>พันธมิตรฯยึดทำเนียบ คือความอัปยศของประเทศไทย</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20081026/776</link>
 <description>&lt;p&gt;
กลุ่มพันธมิตรฯเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2551 ตามยุทธการไทยคู่ฟ้า ถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 2 เดือนแล้ว ทั้งไม่มีกำหนดว่าจะออกจากทำเนียบรัฐบาลเมื่อใด กลุ่มพันธมิตรฯ อ้างว่าการชุมนุมและการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มตน เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ก็ดังที่ศาลปกครองได้วินิจฉัยว่า การที่กลุ่มพันธมิตรฯ นำประชาชนไปปิดล้อมรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ไม่ใช่การการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ดังนั้น จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เช่นเดียวกัน การที่กลุ่มพันธมิตรฯ นำประชาชนไปยึดทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2551 เป็นต้นมา ก็เป็นการชุมนุมเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมาย และไม่ใช่การการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถามว่า เมื่อการยึดทำเนียบรัฐบาล เป็นการชุมนุมและการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ไม่ชอบกฎหมาย ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ทำไม จึงไม่มีใคร สามารถจัดการกับกลุ่มพันธมิตรฯให้ออกจากทำเนียบรัฐบาลได้ ?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คำตอบ เพราะกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นกลุ่มอภิสิทธิชน อยู่เหนือรัฐธรรมนูญและกฎหมายของประเทศไทย หรืออีกนัยหนึ่ง คือ กลุ่มพันธมิตรฯ ได้รับการอุ้มชู สนับสนุนจากกลุ่มอภิสิทธิชนของไทย จึงสามารถทำการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง ยืดเยื้อ และไม่ยำเกรงขื่อแปใด ๆ ของบ้านเมือง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เพราะอิทธิพลอำนาจของกลุ่มอภิสิทธิชนของไทย ที่อุ้มชู สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ จึงทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทย ตั้งแต่ ตำรวจ อัยการ ไปจนถึงศาล ไม่สามารถจัดการใดๆกับกลุ่มพันธมิตรฯได้ จึงทำให้กลไกรักษาความสงบเรียบร้อยของรัฐ ตั้งแต่ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองไปจนถึงฝ่ายความมั่นคงเป็นอัมพาต  ไม่สามารถจัดการใดๆกับกลุ่มพันธมิตรฯได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นี่คือ&lt;b&gt;ความอัปยศของประเทศไทย&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นี่คือ &lt;b&gt;ความอัปยศของปวงชนชาวไทย&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และนี่คือ &lt;b&gt;ความน่าอับอายขายหน้าของคนไทยทั้งชาติ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตราบใดที่กลุ่มพันธมิตรฯ ยังสามารถยึดครองทำเนียบรัฐบาล ตราบนั้นคนไทยทั้งชาติ ก็ไม่มีหน้าไปสบตาใครได้ในโลกนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปวงชนชาวไทย เสียภาษีปีละนับล้านๆบาท เพื่อให้กลไกรัฐและกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ทำหน้าที่ของตน เมื่อกลไกรัฐและกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ไม่ยอมทำหน้าที่ ก็ถึงเวลาที่จะตั้งคำถามว่า คนไทยจะเลี้ยงพวกนี้ให้ &amp;quot; เ&lt;b&gt;สียข้าวสุกไปทำไม&lt;/b&gt; &amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราจึงขอเตือนกลุ่มอภิสิทธิชนที่อุ้มชู สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ ให้ละเมิดกฎหมายทั้งหลายให้ทราบโดยทั่วกันว่า ถ้าพวกท่านไม่ยอมกลับตัวกลับใจ เลิกสนับสนุนอุ้มชุพันธมิตรฯ ปวงชนชาวไทย นอกจากจะทำลายพันธมิตรฯแล้ว ยังจะทำลายอภิสิทธิของพวกท่านจนหมดสิ้นด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราขอเตือนผู้คนในกระบวนการยุติธรรม และกลไกรัฐด้านความมั่นคงทั้งหมดว่า เมื่อพวกท่านไม่ร่วมกันรักษากฎหมายขื่อแปของบ้านเมือง เท่ากับพวกท่านได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ที่จะต้องได้รับการแก้ไขสะสางต่อไปในอนาคต ประชาชนไทยจะจดจำพวกท่าน และไม่ยอมเชื่อถือพวกท่านอีกต่อไป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราขอเตือนพวกสื่อมวลชน นักวิชาการและผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ที่สนับสนุน ให้ท้ายพันธมิตรและไม่วิจารณ์พฤติการณ์อภิสิทธิชนและฝ่าฝืนกฎหมายของกลุ่มพันธมิตรฯว่า พวกท่านได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการก่อความแตกแยกในสังคมไทย ทำลายหลักนิติรัฐและประชาธิปไตย ปวงชนชาวไทยจักจดจำบัญชีหนี้ครั้งนี้และจะต้องคิดบัญชีกับพวกท่านอย่างแน่นอน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ถึงเวลาที่ปวงชนชาวไทย จะต้องลุกขึ้นมาตั้งคำถามว่า &lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ทำไม บ้านนี้ เมืองนี้  จึงเกิดเหตุอาเพศ วิปริต ผันแปรไปได้ ถึงเพียงนี้ ?&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;สังคมไทย อดทนให้อันธพาลการเมืองกลุ่มนี้ อาละวาดไปเรื่อยๆตามอำเภอใจได้อย่างไร ?&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถึงเวลาที่ปวงชนชาวไทย จะต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ &lt;b&gt;ทวงคืนอำนาจอธิปไตยให้กลับคืนมาสู่ประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ปล่อยให้พวกอภิสิทธิชน ตัวสั่นงันงกต่อหน้าการลุกขึ้นต่อสุ้ของปวงชนชาวไทยเถิด&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ในที่สุดแล้ว ประชาธิปไตย&lt;/b&gt;&lt;b&gt;และปวงชนชาวไทย&lt;/b&gt;&lt;b&gt; จักได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20081026/776#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/12">การเมือง</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/191">ความมั่นคง</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/196">พันธมิตร</category>
 <pubDate>Sun, 26 Oct 2008 17:20:24 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">776 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>คัดค้านการปลุกปั่นให้เกลียดชัง ก่อความแตกแยกและความรุนแรง</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20081018/758</link>
 <description>&lt;p&gt;
เดือนตุลาปีนี้เวียนมาถึง ในสถานการณ์ที่สังคมไทยแบ่งขั้วเป็นฝักฝ่ายและแตกแยก ร้าวลึกไปทั่วทุกหัวระแหง แม้กระทั่งในหน่วยครอบครัวเล็กๆ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ความขัดแย้งแตกแยกนี้ ได้ปะทุเป็นความรุนแรงเมื่อ 7 ตุลาคม 2551 ทำให้มีคนตาย 2 คน บาดเจ็บหลายร้อยคน และนำไปสู่การบอยคอต แซงชั่นโดยกลุ่มคนที่กำลังโกรธแค้นกัน จนสังคมไทยปั่นป่วนไปทั่ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ความขัดแย้งระหว่าง 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายสีเหลือง (พันธมิตรฯ) กับ ฝ่ายสีแดง (พลังประชาชน)เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ปัญหาเกิดจาก&lt;b&gt;การวาดภาพ ระบายสี&lt;/b&gt;ความขัดแย้งดังกล่าว ให้กลายเป็นความขัดแย้งระหว่าง&lt;b&gt;เทพกับมาร&lt;/b&gt; ระหว่าง&lt;b&gt;ขาวกับดำ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จากนั้นก็ปลุกปั่นให้เกลียดชังต่อฝ่ายตรงกันข้าม ให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด คือการใส่ร้ายป้ายสีให้ฝ่ายตรงข้าม พ้นจากความเป็นคน กลายเป็น &amp;quot;&lt;b&gt;สัตว์นรก&lt;/b&gt;&amp;quot;ที่เลวทรามต่ำช้า ต้องกำจัด &amp;quot;&lt;b&gt;สัตว์นรก&lt;/b&gt;&amp;quot; ดังกล่าวให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย โดยไม่อาจประนีประนอมต่อรองใดๆ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การกำจัด &amp;quot;&lt;b&gt;สัตว์นรก&lt;/b&gt; &amp;quot; ได้กลายเป็น &lt;b&gt;การทำหน้าที่ การทำความดีและการทำบุญ&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การปลุกปั่นให้เกลียดชัง เช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เราเคยพบเห็นมาก่อนในหลายกรณีทั่วโลก เช่น การปลุกปั่นให้คนเยอรมันเกลียดชังคนยิว จนนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิวหลายล้านคน การปลุกปั่นให้คนเซิร์ฟเกลียดชังคนบอสเนีย จนนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธ์บอสเนียหลายล้านคน เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บรรดานักวิชาการ สื่อมวลชนและผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง จะต้องเลิกให้ท้ายพันธมิตร ต้องวิจารณ์และคัดค้านการปลุกปั่นให้เกลียดชัง ก่อความแตกแยกและการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงของแกนนำพันธมิตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เพราะนี่คือ &amp;quot;&lt;b&gt;เมล็ดพืชแห่งความรุนแรง&lt;/b&gt; &amp;quot; ที่กลุ่มแกนนำพันธมิตรหว่านเพาะ รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นี่คือ &lt;b&gt;หลุมดำแห่งความรุนแรง&lt;/b&gt; ที่กำลังสร้างความแตกร้าวในสังคมไทย และถ้าไม่แก้ไข จะดูดกลืนชีวิตคนไทยและสร้างความเสียหายแก่สังคมไทยอย่างสุดที่จะคาดคะเน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประชาธิปไตย นิติรัฐ ความปรองดองสมานฉันท์ ความสงบเรียบร้อยและการปฏิรูปของไทย ไม่อาจเดินหน้าไปได้   ตราบใดที่สังคมไทย ยังปล่อยให้แกนนำพันธมิตรฯ สามารถเคลื่อนไหวปลุกปั่นได้อย่างเสรีและตามอำเภอใจ เช่นที่ผ่านมา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;สังคมไทย จึงต้องคัดค้านและตอบโต้การปลุกปั่นสร้างความเกลียดชัง ก่อความแตกแยกและการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ของแกนนำพันธมิตรอย่างเด็ดเดี่ยวและถึงที่สุด &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20081018/758#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/247">ความรุนแรง</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/254">ความเกลียดชัง</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/253">ความแตกแยก</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/196">พันธมิตร</category>
 <pubDate>Sat, 18 Oct 2008 02:50:08 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">758 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ทางออกจากวิกฤติ 2551  </title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20080909/648</link>
 <description>&lt;p&gt;
ความแตกแยกและการเผชิญหน้า ระหว่างรัฐบาลสมัครและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พันธมิตรฯ) ได้ลุกลามขยายตัวขึ้นจนกลายเป็นวิกฤติที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ประเทศและ&lt;br /&gt;
ประชาชนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มีแนวโน้มว่าหากไม่แก้ไขอย่างถูกต้องและทันกาล ก็เสี่ยงและล่อแหลม ที่อาจกลายเป็น ความรุนแรงและการทำลายล้างกันของคนไทยภายในชาติ เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่าย ล้วนมีประชาชนและกลุ่มบุคคลจำนวนมากสนับสนุน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราเห็นว่า การที่ทั้ง 2 ฝ่ายยืนกรานที่จะเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งอย่างเด็ดขาดราบคาบ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทั้งการปล่อยให้ทั้ง 2 ฝ่ายต่อสู้กันต่อไปแบบยืดเยื้อ ก็รังแต่จะสร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชนมากยิ่งขึ้นไปอีก
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังนั้น จึงถึงเวลาที่ปวงชนชาวไทย ที่ได้รับผลความเดือดร้อนเสียหายจากการต่อสู้ของทั้ง 2 ฝ่าย จะต้องลุกขึ้นมาร่วมกันรับผิดชอบ และร่วมกันกำหนดชะตากรรมของสังคมไทย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคมไทย ในฐานะเป็นประชาชนกลุ่มหนึ่ง พวกเราจึงขอแถลงจุดยืนและท่าทีต่อฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวิกฤติครั้งนี้ ดังต่อไปนี้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ข้อ 1. ความขัดแย้งทางการเมือง ต้องแก้ด้วยการเมือง &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราเห็นว่า ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสมัครและกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นความขัดแย้งทางการเมือง ดังนั้น จึงต้องแก้ด้วยวิธีการทางการเมืองตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย นั่นคือ รัฐสภาควรต้องเป็นเจ้าภาพ เป็นคนกลางในการเชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจาตกลงกัน เพื่อหาข้อยุติอย่างสันติวิธี โดยเร็วที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลักพื้นฐานของการเจรจา คือ การผ่อนผันและการประนีประนอมกัน เพื่อหาข้อยุติซึ่งเป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่าย บนพื้นฐานของ&lt;b&gt;ประชาธิปไตย เคารพกฎหมายและประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราสนับสนุนมติของที่ประชุมร่วม 3 ฝ่ายของรัฐสภา ที่ประกอบด้วยผู้แทนวุฒิสภา ผู้แทนสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ที่ให้ผู้แทนของรัฐสภาเป็นคนกลาง เชิญตัวแทนของทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจาตกลงกัน เพื่อหาข้อยุติต่อไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราคัดค้านคำประกาศและท่าทีของทั้ง 2 ฝ่ายที่&lt;b&gt;ปฏิเสธการเจรจา หรือตั้งเงื่อนไขก่อนการเจรจา&lt;/b&gt; ทั้งเห็นว่า ปวงชนชาวไทยและบรรดาผู้สนับสนุนของทั้ง 2 ฝ่าย ควรต้องผลักดันผู้นำของแต่ละฝ่าย ให้เข้าสู่โต๊ะเจรจาที่มีผู้แทนของรัฐสภาเป็นเจ้าภาพ ทั้งหากผู้นำของฝ่ายใด ดื้อรั้นขัดขืน ก็จะต้องท้วงติงและถอนความสนับสนุน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ข้อ 2.  ต้องสันติวิธีและเคารพกฎหมาย &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราเห็นว่า ความขัดแย้งระหว่าง 2 ฝ่าย เป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างคนไทยด้วยกัน ดังนั้น จึงต้องใช้&lt;b&gt;สันติวิธีและกฎหมายของบ้านเมืองเป็นบรรทัดฐาน&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การใช้ความรุนแรงและการฝ่าฝืนกฎหมาย นอกจากไม่อาจแก้ไขปัญหาได้ ยังทำให้ปัญหาขยายตัวลุกลามใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จนก่อความเดือดร้อนเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชนโดยส่วนรวม จึงเป็นหน้าที่ของทั้ง 2 ฝ่าย ที่จะต้องยึดถือหลักสันติวิธีและกฎหมายของบ้านเมืองให้มั่นคง ไม่ฝ่าฝืนหลักสันติวิธีและกฎหมายอีกต่อไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราคัดค้านการใช้ความรุนแรงและการฝ่าฝืนกฎหมายของทั้ง 2 ฝ่าย และเราจะตอบโต้กับการใช้ความรุนแรงและการฝ่าฝืนกฎหมายของทั้ง 2 ฝ่ายอย่างเหมาะสม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ข้อ 3. ต้องสนับสนุนประชาธิปไตย คัดค้านรัฐประหารและอำนาจนอกระบบ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราเห็นว่า ทุกฝ่ายล้วนมีหน้าที่ในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของไทยให้ก้าวไปข้างหน้า ดังนั้น บรรดาปัญหาทางการเมืองของไทยและวิธีแก้ไข จึงควรได้รับเจรจา เพื่อนำไปสู่&lt;b&gt;การปฏิรูปการเมืองครั้งใหม่ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราคัดค้านและจะต่อสู้กับการรัฐประหาร การใช้อำนาจนอกระบบ และการชักนำประชาธิปไตยของไทย ให้ถอยหลังเข้าคลองอย่างเต็มที่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นและสนับสนุนการแสวงหาข้อยุติด้วยการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่ายด้วยสันติวิธีฉันท์พี่น้องร่วมชาติ  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราขอเรียกร้องต่อรัฐบาลสมัคร ให้&lt;b&gt;ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและยกเลิกข้อหากบฏกับแกนนำพันธมิตรทันที &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราขอเรียกร้องต่อแกนนำพันธมิตรฯ ให้&lt;b&gt;มอบตัวตามหมายจับของศาลอาญา ย้ายการชุมนุมออกไปจากทำเนียบรัฐบาล ยุติการปิดสนามบินและการระงับบริการสาธารณูปโภคใดๆ &lt;/b&gt;ซึ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อนเสียหายทันที 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ถึงเวลาที่ปวงชนชาวไทย จะต้องลุกยืนขึ้น ร่วมกันรับผิดชอบ ร่วมกันกำหนดชะตากรรมของไทยด้วยกำลังของตนเอง ไม่ยอมให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งชักนำประเทศไทยไปตามอำเภอใจอีกต่อไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราจึงขอเรียกร้องต่อสื่อมวลชน นักวิชาการและประชาชนทุกวงการ ให้ร่วมกันผลักดันให้ทั้ง 2 ฝ่าย ร่วมกันแก้ปัญหาและแสวงหาทางออกจากวิกฤติตามหลักการดังกล่าวข้างต้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
9 กันยายน 2551 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;หมายเหตุ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เอกสารนี้เป็นแถลงการณ์ของประชาชนกลุ่มหนึ่ง กองบรรณาธิการได้รับและปรึกษากันแล้ว เห็นว่าตรงกับจุดยืนของกลุ่ม ในสถานการณ์ปัจจุบัน จึงได้ปรับปรุงเล็กน้อยและนำเสนอเป็นบทบรรณาธิการ
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20080909/648#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/12">การเมือง</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/18">พันธมิตรฯ</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/197">วิกฤติ</category>
 <pubDate>Tue, 09 Sep 2008 13:46:43 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">648 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>สถาบันตุลาการ จะอภิวัฒน์ไปไหน </title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20080820/601</link>
 <description>&lt;p&gt;
สิ่งที่เรียกว่า “&lt;b&gt;ตุลาการภิวัฒน์&lt;/b&gt;”  ในปัจจุบัน คือการเคลื่อนไหวผลักดันให้ศาลและบรรดาผู้พิพากษา เข้าไปมีบทบาทมากขึ้นในการแก้ไขความขัดแย้งและวิกฤติการเมือง ที่กำลังเผชิญหน้ากันในสังคมไทย
ระหว่างกลุ่มการเมือง 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มรักทักษิณและกลุ่มต้านทักษิณ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กลุ่มพันธมิตรฯได้ออกมาเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ตุลาการภิวัฒน์จัดการกับระบอบทักษิณ ในขณะที่พตท.ทักษิณ ก็ออกแถลงการณ์ระบุว่า มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ฝ่าฝืนหลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ตุลาการแสดงบทบาทมากขึ้น ผู้คนในแวดวงตุลาการส่วนหนึ่ง ก็ได้ออกมาขานรับ แสดงความกระตือรือล้นในการเข้าไปมีบทบาทใหม่ๆ ทั้งอ้างว่านั่นคือ ตุลาการภิวัฒน์
ซึ่งเป็นกระแสใหม่ของโลกในยุคปัจจุบัน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผู้คนในสังคมไทย ได้แต่กังขากันว่า สถาบันตุลาการจะอภิวัฒน์ไปไหน จะเข้าไปแก้ไขวิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองได้จริงหรือ ? เพราะการเมือง ไม่ใช่เรื่องการพิจารณาพิพากษาคดี แต่เป็นเรื่องของการแบ่งฝักฝ่าย เป็นเรื่องของความขัดแย้งแตกต่างด้านอุดมการณ์  แนวทางนโยบายและผลประโยชน์ของกลุ่มคนจำนวนมากในสังคม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ต่อไปนี้ คือ ข้อเสนอเรื่องหลักการและทิศทางที่สถาบันตุลาการ ควรจะอภิวัฒน์ไป&lt;br id=&quot;rroc&quot; /&gt;
&lt;br id=&quot;pmkm0&quot; /&gt;
&lt;b id=&quot;n2l3&quot;&gt;1.ศาลคือเสาหลักของนิติรัฐ &lt;/b&gt;&lt;br id=&quot;n2l30&quot; /&gt;
&lt;br id=&quot;npcl&quot; /&gt;
นิติรัฐเป็นหลักการพื้นฐานข้อหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย นิติรัฐ คือ&lt;b id=&quot;kwyt&quot;&gt;รัฐที่ปกครองโดยกฎหมาย ไม่ใช่คน&lt;/b&gt; (&lt;b id=&quot;kwyt0&quot;&gt;rule by law,not by men&lt;/b&gt;)
หลักนี้กำหนดว่า องค์กรใดๆของรัฐ(สภา ครม. ศาล
รวมทั้งบรรดาเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐ)มีอำนาจหน้าที่เพียงเฉพาะเท่าที่กฎหมายให้อำนาจไว้โดยชัดแจ้งเท่านั้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เนื่องจากศาลเป็นองค์กรที่กฎหมายมอบอำนาจให้ตัดสินชี้ขาดข้อพิพาท ดังนั้น
ศาลจึงเป็นเสาหลักของนิติรัฐ แต่ศาลเอง ก็เช่นเดียวกับหน่วยงานอื่นๆ
ใช่ว่าจะสามารถใช้อำนาจตัดสินชี้ขาดข้อพิพาทได้ตามอำเภอใจ ตรงกันข้ามศาลย่อมใช้อำนาจได้เพียงเท่าที่กฎหมายกำหนดให้ไว้เท่านั้น &lt;br id=&quot;gjx_&quot; /&gt;
&lt;br id=&quot;y6ye&quot; /&gt;
ตัวอย่างเช่น กรณี&lt;b id=&quot;u:bb&quot;&gt;ศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/b&gt;วินิจฉัยว่า แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาที่สนับสนุนให้กัมพูชาเสนอจดทะเบียนปราสาทพระวิหาร
เป็นมรดกโลก ที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้  รมว.ต่างประเทศไปลงนาม &lt;b id=&quot;jk6.&quot;&gt;เป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190
วรรคสอง ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา &lt;/b&gt;นั้น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้อำนาจ นอกเหนือจากที่กฎหมายมอบให้ คือ
ก้าวล่วงพ้นขอบอำนาจการตีความวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ เข้าสู่เขตแดนอำนาจนิติบัญญัติของสภา
ทำการแก้ไขหรือเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่เสียเอง
โดยที่กฎหมายไม่ได้มอบให้มีอำนาจ
จึงน่าจะไม่สอดคล้องกับหลักนิติรัฐดังกล่าว(ดูความเห็นของวรเจตน์
ภาคีรัตน์เรื่อง &lt;a href=&quot;/article/20080713/542&quot; title=&quot;ศาลเขียนรัฐธรรมนูญใหม่&quot; id=&quot;v6nv&quot;&gt;ศาลเขียนรัฐธรรมนูญใหม่&lt;/a&gt; และความเห็นของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุลเรื่อง &lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/12805&quot; title=&quot;ศาลแก้รัฐธรรมนูญใหม่&quot; id=&quot;ixcm&quot;&gt;ศาลแก้รัฐธรรมนูญใหม่&lt;/a&gt; ) &lt;br id=&quot;gfhx&quot; /&gt;
&lt;br id=&quot;gfhx0&quot; /&gt;
&lt;b id=&quot;dbo-&quot;&gt;2.ศาลมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ&lt;/b&gt;&lt;br id=&quot;k5w4&quot; /&gt;
&lt;br id=&quot;lbtt&quot; /&gt;
สิทธิและเสรีภาพของประชาชน ได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญทุกฉบับ
แต่ประชาชนก็ยังถูกล่วงละเมิดตลอดมา เมื่อเกิดปัญหา
ประชาชนได้แต่ไปขอพึ่งอำนาจของศาล
เพื่อขอให้รับรองและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของตน ผลคือพึ่งได้บ้าง
ไม่ได้บ้าง&lt;br id=&quot;uqa9&quot; /&gt;
&lt;br id=&quot;da0_&quot; /&gt;
ตัวอย่างเช่น กรณีที่&lt;b id=&quot;g_jj&quot;&gt;ศาลแพ่ง&lt;/b&gt;มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ตามคำขอของครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิตมัธยมรวม
10 คน โจทก์ ห้ามแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ 3
ข้อ คือ ให้เปิดพื้นที่บน ถ.พระราม5ไปถึงแยกวัดเบญฯ
ถ.พิษณุโลกถึงแยกสะพานชมัยมรุเชษฐ์
และจากแยกนางเลิ้งทุกช่องทางจราจรตั้งแต่เวลา 05.00-18.00
น.ของวันจันทร์-ศุกร์
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ให้รื้อย้ายเวทีและวัตถุใดๆที่กีดขวางบนช่องทางจราจร(ถ้ามี)ออกไป
และห้ามใช้เครื่องขยายเสียง
ในลักษณะรบกวนการเรียนการสอนของโรงเรียนราชวินิตมัธยม
ตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น. โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม
2551 ตาม &lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/2008/07/07/news_273786.php&quot; title=&quot;ข่าวในกรุงเทพธุรกิจ&quot; id=&quot;o9qa&quot;&gt;ข่าวในกรุงเทพธุรกิจ&lt;/a&gt; &lt;br id=&quot;eu8j&quot; /&gt;
&lt;br id=&quot;vz-e&quot; /&gt;
ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 บัญญัติว่า
&amp;quot;บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะและเพื่อคุ้มครองความสะดวกของ&lt;b id=&quot;sr85&quot;&gt;ประชาชน&lt;/b&gt;ที่จะใช้ที่สาธารณะ
หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม
หรือในระหว่างเวลา ที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ บัญญัติว่า
&amp;quot;การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้ และ&lt;b id=&quot;va43&quot;&gt;เท่าที่จำเป็น และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้ &lt;/b&gt;&amp;quot; &lt;br id=&quot;va430&quot; /&gt;
&lt;br id=&quot;va431&quot; /&gt;
กรณีนี้ ไม่ใช่เรื่องพิพาทกันทางแพ่งหรือพานิชย์
ระหว่างกลุ่มบุคคลกับกลุ่มบุคคล แต่เป็นกรณีที่ประชาชน
ใช้สิทธิและเสรีภาพตาทที่รัฐธรรมนูญรับรองแล้วปรากฎว่า
มีผลกระทบกับบุคคลอื่น การคุ้มครองสิทธิของฝ่านใด
ย่อมกระทบต่อสิทธิของอีกฝ่ายหนึ่ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คำสั่งศาลแพ่งดังกล่าว
แม้ยอมรับเสรีภาพของการชุมนุม แต่การสั่งกำหนดเงื่อนไขไม่ให้ใช้พื้นที่และไม่ให้้ใช้เครื่องขยายเสียงตามกำหนดเวลาข้างต้น
น่าจะกระทบเสรีภาพในการชุมนุม &lt;b id=&quot;dj2e&quot;&gt;เกินจำเป็น&lt;/b&gt;และ&lt;b id=&quot;dj2e0&quot;&gt;กระทบกระเทือนสาระสำคัญขอเสรีภาพ จนถึงขนาดทำให้ไม่อาจชุมนุมในบริเวณทำเนียบรัฐบาลได้&lt;/b&gt; จนกลุ่มแกนนำพันธมิตรฯต้องเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุม จากบริเวณทำเนียบรัฐบาลกลับไปที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;3.ศาลต้องถ่วงดุลอำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติ แต่ต้องไม่ก้าวข้ามไปทำหน้าที่แทน
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตามระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา สภาเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ คณะรัฐมนตรีเป็นผู้ใช้อำนาจบริหารและศาลเป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการ  องค์กรหลักทั้งสาม รวมทั้งองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ จะต้องตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน แต่ต้องไม่ก้าวข้ามไปทำหน้าที่แทนกัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตัวอย่างเช่น กรณีที่&lt;b id=&quot;u:bb0&quot;&gt;ศาลปกครองกลาง&lt;/b&gt;มี&lt;a href=&quot;http://www.admincourt.go.th/attach/news_attach/2008/06/s51-0984-o01.pdf&quot; title=&quot;คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว&quot; id=&quot;vgu4&quot;&gt;คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว&lt;/a&gt; ให้กระทรวงการต่างประเทศและคณะรัฐมนตรียุติการดำเนินการตามมติครม.ที่รับรองการออกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กรณีนี้ น่าจะเป็นการที่ศาลปกครองใช้อำนาจก้าวข้ามเส้นเขตแดนของตุลาการ ในการวินิจฉัยตีความกฎหมายไปสู่การใช้อำนาจบริหารของคณะรัฐมนตรี เพราะถ้าศาลปกครองสามารถสั่งฝ่ายบริหารได้ทุกเรื่อง ก็เท่ากับศาลลงมาบริหารราชการแผ่นดินเสียเอง ซึ่งจะทำให้ศาลเป็นรัฐบาลและฝ่ายบริหารเป็นเพียงลูกน้อง (ดูความเห็นของบวรศักดิ์ อุวรรณโณเรื่อง &lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&amp;amp;ID=12745&amp;amp;Key=HilightNews&quot; title=&quot;เตือนศาลปกครองยึดหลักกฎหมายมหาชน&quot; id=&quot;ze0f&quot;&gt;เตือนศาลปกครองยึดหลักกฎหมายมหาชน&lt;/a&gt; ) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;4. ตุลาการต้องทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลางและเป็นอิสระไม่ถูกแทรกแซงจากอำนาจใดๆ&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เนื่องจากอำนาจในการตัดสินยุติคดีข้อพิพาท เป็นอำนาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดต่อคู่ความในคดี ดังนั้น กฎหมายจึงบังคับว่า ตุลาการต้องทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 
ด้วยความซื่อตรงและเคารพกฎหมาย ไม่ให้อคติเข้าครอบงำ ทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ ไม่ให้มีการแทรกแซงไม่ว่าจากอำนาจใดๆ รวมทั้งต้องวางตัวอยู่นอกเหนือการเมืองด้วย สรุปว่า 
&lt;b&gt;ทำหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่เบี่ยงเบนออกจากกฎหมาย&lt;/b&gt;&lt;br id=&quot;n55q&quot; /&gt;
&lt;br id=&quot;y7b_8&quot; /&gt;
หลังจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ผู้พิพากษาและตุลาการหลายคน ได้เข้าไปทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ สรรหาสมาชิกวุฒิสภา เป็นกรรมการการเลือกตั้ง เป็นกรรมการปปช. เป็นกรรมการคตส. ฯลฯ ซึ่งการเข้าไปทำหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆดังกล่าวเหล่านั้น แม้จะอ้างได้ว่าทำได้ตามกฎหมายเพื่อประเทศชาติ แต่ก็น่าจะกระทบกระเทือนต่อหลักความเป็นกลางและเป็นอิสระของสถาบันตุลาการโดยส่วนรวม โดยเฉพาะการทำหน้าที่ในขณะที่ยังเป็นตุลาการ หรือมีเงื่อนไขให้กลับมาเป็นตุลาการได้อีก &lt;br id=&quot;egu.&quot; /&gt;
&lt;br id=&quot;g8yn&quot; /&gt;
การอ้างว่าไม่สามารถหาคนดี มีฝีมือจากสถาบันอื่น แต่ไปเรียกร้อง กำหนดให้ตุลาการเข้าไปทำหน้าที่ดังกล่าว นอกจากไม่อาจแก้ปัญหาเดิมได้แล้ว ยังเป็นการเพิ่มปัญหาใหม่ขึ้นมา และสร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันตุลาการโดยรวมอีกด้วย&lt;br id=&quot;zran0&quot; /&gt;
&lt;br id=&quot;tc:t&quot; /&gt;
สำหรับเรื่องคดีความที่ผ่านมา ฝ่ายทักษิณ พรรคพลังประชาชนและผู้สนับสนุน ได้ร้องโอดครวญว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากอำนาจตุลาการและกระบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซง ทำให้ประชาชนฝ่ายรักทักษิณจำนวนมาก ทวีความไม่พอใจสถาบันตุลาการมากขึ้นเรื่อยๆ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังที่เห็นได้จากกรณีสส.200 คนเข้าชื่อกัน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสมัคร จัดการกับการเผยแพร่ประกาศจับพตท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน และ &lt;a href=&quot;http://www.naewna.com/news.asp?ID=119094&quot; title=&quot;ที่ประชุมพรรคพลังประชาชนมีมติเป็นเอกฉันท์&quot; id=&quot;igv1&quot;&gt;ที่ประชุมพรรคพลังประชาชนมีมติเป็นเอกฉันท์&lt;/a&gt; ไม่รับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เสนอโดยศาลฎีกาและร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เสนอโดยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันที่ 20 สิงหาคม ศกนี้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นี่คือ&lt;b&gt;สัญญาณอันตรายอย่างยิ่ง เพราะเป็นสัญญาณเปิดศึก ท้าทายอำนาจตุลาการอย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การกระตุ้นและผลักดันให้ตุลาการ เข้าข้างกลุ่มการเมืองฝ่ายหนึ่ง ทำร้ายกลุ่มการเมืองอีกฝ่ายหนึ่ง จึงนอกจากเป็นการทำลาย &lt;b id=&quot;l.iw7&quot;&gt;หลักการความเป็นกลางทางการเมือง หลักการอยู่นอกการเมือง&lt;/b&gt;&lt;b id=&quot;q938&quot;&gt;และหลักการเป็นอิสระ&lt;/b&gt;&lt;b id=&quot;q9380&quot;&gt;ของศาล&lt;/b&gt;แล้ว ยังเป็นการทำลาย&lt;b&gt;ความน่าเชื่อถือของสถาบันตุลาการ&lt;/b&gt;อีกด้วย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;5.ตุลาการใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชน ต้องเคารพและทำเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p id=&quot;aztb0&quot;&gt;
ตามระบอบประชาธิปไตย &lt;b&gt;อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน&lt;/b&gt; ประชาชนเจ้าของอำนาจ ได้มอบอำนาจในการตัดสินคดีข้อพิพาทให้ตุลาการไปทำหน้าที่ ประชาชนยังเป็นคนจ่ายภาษีอากร เพื่อใช้เป็นค่าเงินเดือนและค่าสวัสดิการอย่างดี เพื่อให้ตุลาการทำหน้าที่ได้อย่างสมเกียรติ สมฐานะ 
&lt;/p&gt;
&lt;p id=&quot;aztb0&quot;&gt;
ดังนั้น ประชาชนจึงเป็น&lt;b&gt;เจ้านายและผู้จ่ายค่าจ้างให้ตุลาการที่แท้จริง&lt;/b&gt; ตุลาการจึง&lt;b id=&quot;agiq&quot;&gt;&lt;b id=&quot;agiq0&quot;&gt;ควรต้องเคารพประชาชนและทำเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน &lt;/b&gt;&lt;/b&gt;ตามภาษิตกฎหมายที่ว่า&lt;b id=&quot;v89x2&quot;&gt; ประโยชน์สุขของประชาชนคือกฎหมายสูงสุด&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p id=&quot;aztb2&quot;&gt;
ที่สถาบันศาลได้รับความเคารพจากสังคมไทย เนื่องจากปวงชนชาวไทยเชื่อมั่นว่า
ศาลเป็นที่พึ่งสุดท้ายในการอำนวยความยุติธรรมต่อประชาชนได้ ถ้าประชาชนไม่เชื่อถือ คิดว่าพึ่งศาลไม่ได้ หรือไม่เชื่อว่าศาลจะอำนวยความยุติธรรมให้แก่ตนได้ ประชาชนก็จะไปพึ่งหนทางอื่นๆ ในการแก้ปัญหาข้อพิพาทแทน เช่น ยกพวกตีกัน หรือใช้อาวุธเข้าทำร้ายกัน เป็นต้น  ซึ่งนั่นมีแต่จะทำให้เรื่องราวบานปลายไปใหญ่โตมากขึ้น
&lt;/p&gt;
ที่ผ่านมา สถาบันตุลาการของไทย ได้สั่งสมเกียรติภูมิมายาวนาน บัดนี้
สถาบันนี้ ได้พัฒนามาถึงระยะหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ
เผชิญหน้ากับการท้าทายอย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน  ขอผู้เกี่ยวข้อง&lt;b&gt;พึงใคร่ครวญด้วยความสุขุมถี่ถ้วน ก้าวเดินไปบนหนทางที่ถูกต้องเถิด&lt;/b&gt;&lt;br id=&quot;f5wb&quot; /&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
บทความเดิมที่เกี่ยวข้อง &lt;a href=&quot;/article/20070629/40&quot; title=&quot;ตุลาการวิบัติ&quot; id=&quot;i7nn&quot;&gt;ตุลาการวิบัติ&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20080820/601#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/12">การเมือง</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/64">ตุลาการภิวัฒน์</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/13">ประชาธิปไตย</category>
 <pubDate>Wed, 20 Aug 2008 07:07:03 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">601 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>คัดค้านการเคลื่อนไหวก่อความแตกแยกระหว่างไทย-กัมพูชา</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20080718/553</link>
 <description>&lt;p&gt;
   
การปลุกปั่นลัทธิชาตินิยมอย่างขนานใหญ่และต่อเนื่องยาวนานในสังคมไทย ของกลุ่มพันธมิตรฯกรณีรัฐบาลสมัครฯสนับสนุนกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ได้ส่งผลให้ประชาชนไทยที่ถูกปลุกระดมจนของขึ้น 3 คน จงใจบุกฝ่ารั้วลวดหนาม เข้าไปเพื่อพยายามปักธงไทยที่ปราสาทพระวิหาร 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   
ทางกัมพูชาได้ควบคุมตัวคนไทย 3  คนไว้ประมาณ 5 ชั่วโมง จึงปล่อยตัวคืนฝ่ายไทยตาม &lt;a href=&quot;http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=329378&quot; zid=&quot;4&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #0066cc&quot;&gt;ข่าวกรุงเทพธุรกิจ&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt;  ผลจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ไทยและกัมพูชาเพิ่มกำลังทหารฝ่ายละหลายกองพล เข้าไปในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทยและกัมพูชา เฉพาะที่เผชิญหน้ากันในบริเวณพื้นที่ทับซ้อน มีจำนวนฝ่ายละ 200-300 คน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   ทำให้ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทวีเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนล่าสุด ทางการไทย-กัมพูชาได้ตกลงให้จัดประชุมคณะกรรมการเขตแดนขึ้น ในวันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม ศกนี้ ที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อและพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนด้านปราสาทพระวิหาร ตาม&lt;a href=&quot;http://bangkokpost.com/170708_News/17Jul2008_news01.php&quot; zid=&quot;8&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #800080&quot;&gt;ข่าวบางกอกโพสต์&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   
ก่อนหน้านี้ พันธมิตรฯเคยปลุกระดมประชาชนในสังคมไทย โดยใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ที่ปวงชนชาวไทยเคารพรัก มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในการทำลายทักษิณและพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นศัตรูทางการเมืองของฝ่ายตน โดยใช้ยุทธการ &amp;quot; &lt;span zid=&quot;26&quot; style=&quot;font-weight: bold&quot;&gt;ดึงฟ้าต่ำ ทำหินแตก แยกแผ่นดิน&lt;/span&gt; &amp;quot; ในที่สุด ผลจาการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ได้นำไปสู่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทำให้ระบอบประชาธิปไตยพังทะลายและสังคมไทยเสียหายอย่างย่อยยับ&lt;br zid=&quot;34&quot; /&gt;
&lt;br zid=&quot;35&quot; /&gt;
   
ต่อมา ศาลอาญาได้มี&lt;a href=&quot;/news/20071225/320&quot; zid=&quot;37&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #0066cc&quot;&gt;คำพิพากษา&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt;ว่า &amp;quot;พฤติการณ์แห่งคดีเห็นว่า จำเลยที่ 1(นายสนธิ ลิ้มทองกุล)..&lt;b zid=&quot;36&quot;&gt;เร่ง เร้าให้เกิดความสับสนวุ่นวายในสังคม ก่อให้เกิดความครอบงำบิดเบือนเนื้อหาข้อมูล ทำให้ขาดดุลความจริง หวังมุ่งสร้างกระแสเพื่อโค่นล้มโจทก์&lt;/b&gt;(ทักษิณ ชินวัตร)&lt;b zid=&quot;46&quot;&gt;ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยไม่ใช้วิธีการที่รัฐธรรมนูญขณะนั้นกำหนด การกระทำดังกล่าวกระทบโครงสร้างทางสังคมครั้งใหญ่ เกิดความขัดแย้งอย่างมาก ระหว่างผู้ที่สนับสนุนโจทก์กับฝ่ายตรงข้ามโจทก์ ต่างมุ่งห้ำหั่นล้างผลาญกันทุกวิถีทาง สถานภาพของสังคมไทยเกิดความสูญเสียทั้งทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง&lt;/b&gt; &amp;quot;&lt;br zid=&quot;20&quot; /&gt;
&lt;br zid=&quot;27&quot; /&gt;
   
ในการต่อสู้โค่นล้มรัฐบาลสมัคร พันธมิตรฯนอกจากไม่ยอมแก้ไขความผิดพลาดที่ผ่านมา ยังคงเดินหน้าปลุกระดมประชาชน โดยใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำลายฝ่ายตรงกันข้ามต่อไปเช่นเดิม ไม่เพียงเท่านั้น  พันธมิตรฯยังใช้กรณีกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกมาเคลื่อนไหว โหมปลุกระดมลัทธิชาตินิยม ปลุกปั่นความเกลียดชังระหว่างไทย-กัมพูชาอย่างคลุ้มคลั่ง&lt;br zid=&quot;38&quot; /&gt;
&lt;br zid=&quot;39&quot; /&gt;
   
กล่าวหากรณีดังกล่าวว่า ทำให้ไทยเสียดินแดนและเสียอธิปไตย อ้างตัวเองและผู้ร่วมชุมนุม เป็น&lt;b&gt;ทหารเสือพระราชา-ทหารเสือพระราชินี&lt;/b&gt; เรียกร้องให้ปิดพรมแดนไทย-กัมพูชา 40 จุดผ่านแดน ให้กองทัพไทยเคลื่อนกำลัง เข้ากดดันประชาชนและทหารกัมพุชาให้ออกไปจากบริเวณพื้นที่ทับซ้อน พวกเขาปลุกเร้ากองทัพและทหารให้เข้าร่วมและสนับสนุนพวกเขา ใครไม่เห็นด้วยกับพวกเขา อย่างเบา ก็กล่าวหาว่า&lt;span zid=&quot;32&quot; style=&quot;font-weight: bold&quot;&gt;ไม่รักชาติ&lt;/span&gt; หนักขึ้นก็กล่าวหาว่า&lt;span zid=&quot;33&quot; style=&quot;font-weight: bold&quot;&gt;ขายชาติ&lt;/span&gt;&lt;br zid=&quot;30&quot; /&gt;
&lt;br zid=&quot;31&quot; /&gt;
   
พันธมิตรฯ ต้องการอะไร ? พวกเขาอ้างว่า พวกเขาไม่ใช่ลัทธิชาตินิยม ไม่ได้คลั่งชาติและไม่ได้ต้องการให้คนไทยเกลียดชังคนกัมพูชา นายสนธิ ลิ้มทองกุลได้เปิดเผยเจตนาที่แท้จริงออกมาว่า  เป้าหมายแท้จริงคือ ต้องการใช้เรื่องนี้ &lt;span zid=&quot;40&quot; style=&quot;font-weight: bold&quot;&gt;โค่นล้มทำลายรัฐบาลสมัคร&lt;/span&gt; - รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของปวงชนชาวไทย&lt;br zid=&quot;49&quot; /&gt;
&lt;br zid=&quot;50&quot; /&gt;
   
แต่การปลุกปั่นกรณีปราสาทพระวิหารว่า ทำให้ไทยเสียดินแดน เสียอธิปไตยนั้น เป็นการโกหกหลอกลวง&lt;b&gt;ที่สกปรกและเป็นเล่ห์กลทางการเมือง&lt;/b&gt; ความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้คือ กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกครั้งนี้&lt;span zid=&quot;54&quot; style=&quot;font-weight: bold&quot;&gt;เฉพาะตัวปราสาท&lt;/span&gt; ซึ่ง&lt;a href=&quot;http://www.icj-cij.org/docket/index.php?sum=284&amp;amp;code=ct&amp;amp;p1=3&amp;amp;p2=3&amp;amp;case=45&amp;amp;k=46&amp;amp;p3=5&quot; zid=&quot;62&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #0066cc&quot;&gt;ศาลโลกได้ตัดสิน&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt;เมื่อปีพศ. 2505 ว่า&lt;span zid=&quot;60&quot; style=&quot;font-weight: bold&quot;&gt;ตั้งอยู่บนดินแดนซึ่งอยู่ในอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา&lt;/span&gt;และการขึ้นทะเบียนมรดกโลก &lt;span zid=&quot;55&quot; style=&quot;font-size: 10pt; font-family: &#039;Tahoma&#039;,&#039;sans-serif&#039;&quot;&gt;&lt;span zid=&quot;56&quot; lang=&quot;AR-SA&quot;&gt;ตาม&lt;a href=&quot;http://whc.unesco.org/en/conventiontext/&quot; zid=&quot;63&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #0066cc&quot;&gt;สนธิสัญญามรดกโลก&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;span zid=&quot;61&quot; style=&quot;font-weight: bold&quot;&gt;ไม่เกี่ยวและไม่มีผลกระทบต่อข้อพิพาทเรื่องดินแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา&lt;/span&gt; ซึ่งจะต้องตัดสินชี้ขาดโดยคณะกรรมการเขตแดนไทย-กัมพูชา (ดูข้อ 4 ในเรื่อง&lt;a href=&quot;/rethink/20080703/510&quot; zid=&quot;51&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #0066cc&quot;&gt;กรณีปราสาทพระวิหาร:คำถามและคำตอบ โดย ศรี ดาวเหนือ&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt; )&lt;br zid=&quot;58&quot; /&gt;
&lt;br zid=&quot;64&quot; /&gt;
   
สถานการณ์ของโลกได้เปลี่ยนไปมากแล้ว สงครามแย่งชิงดินแดนระหว่างไทย-กัมพูชาไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้ ไม่มีใครต้องการสงครามนี้ ทั้งสงครามนี้ ไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเลย การเคลื่อนไหวปลุกระดมลัทธิชาตินิยม จุดไฟความเกลียดชังระหว่างไทย-กัมพูชา สร้างความตึงเครียดทางชายแดนด้านเขาพระวิหาร &lt;span zid=&quot;70&quot; style=&quot;font-weight: bold&quot;&gt;จะต้องประสบความล้มเหลวอย่างแน่นอน&lt;/span&gt;&lt;br zid=&quot;65&quot; /&gt;
&lt;br zid=&quot;66&quot; /&gt;
   
&lt;b&gt;ถึงเวลาหรือยังที่ปวงชนชาวไทย จะตั้งสติ พิจารณาปัญหาข้อพิพาทเรื่องดินแดนระหว่างไทย-กัมพูชาอย่างมิตรประเทศ คำนึงถึงสันติภาพและการพัฒนาตามวิสัยทัศน์ &amp;quot;แปรสนามรบ ให้เป็นสนามการค้า&amp;quot; ที่พล.อ.ชาติชายได้ริเริ่มไว้&lt;/b&gt;&lt;br zid=&quot;67&quot; /&gt;
&lt;br zid=&quot;68&quot; /&gt;
   
&lt;b&gt;ถึงเวลาหรือยัง ที่ปวงชนชาวไทย จักได้พิจารณาบทบาทของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ยังมุ่งมั่นเดินตามแนวทาง &amp;quot;ดึงฟ้าให้ต่ำ ทำหินให้แตก ทำแผ่นดินให้แยก&amp;quot;ต่อไปอย่างบ้าคลั่ง &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20080718/553#comments</comments>
 <pubDate>Fri, 18 Jul 2008 03:29:14 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">553 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>รัฐบาลสมัครกำลังเพลี่ยงพล้ำถอยร่นทางการเมืองครั้งใหญ่</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20080622/497</link>
 <description>&lt;p&gt;
และแล้ว บ่ายวันที่ 20 มิถุนายน 2551 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พันธมิตรฯ) ก็สามารถนำประชาชนที่ร่วมชุมนุม แบ่งเป็น 4 ขบวน เคลื่อนพลเข้าปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ได้สำเร็จ โดยไม่มีการปะทะหรือความรุนแรง ดูข่าวและภาพการเคลื่อนขบวนประชาชนได้ที่ &lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000072494&quot;&gt;ผู้จัดการออนไลน์&lt;/a&gt;และที่ &lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/12598&quot;&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พันธมิตรฯ ได้ย้ายเวทีปราศรัยจากเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ไปที่สะพานชมัยเมรุเชษฐ์หน้าทำเนียบรัฐบาลและจัดรูปขบวนการชุมนุมของประชาชนใหม่ ตามภาพด้านล่างนี้
&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;http://pics.manager.co.th/Images/551000007911401.JPEG&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://pics.manager.co.th/Images/551000007911401.JPEG&quot; width=&quot;450&quot; align=&quot;absmiddle&quot; height=&quot;350&quot; /&gt;&lt;/a&gt;
&lt;p style=&quot;margin-top: 0cm; margin-bottom: 0cm&quot;&gt;
(ภาพจากเว็บไซท์ผู้จัดการ-&lt;a href=&quot;http://pics.manager.co.th/Images/551000007911401.JPEG&quot;&gt;http://pics.manager.co.th/Images/551000007911401.JPEG&lt;/a&gt; )
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เดิมสมัครได้ปฏิเสธการบรรจุญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่มีการลงมติของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่เข้าชื่อกันเสนอญัตติตามรัฐธรรมนูญ เข้าสู่การพิจารณาของสภาในสมัยการประชุมวิสามัญครั้งนี้ โดยอ้างว่า ไม่มีเวลาและไม่มีความจำเป็น เนื่องจาก รัฐบาลเพิ่งทำงานและสมัยประชุมวิสามัญของสภา จะปิดในสัปดาห์หน้า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้เข้าชื่อกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นรวม 8 คน แต่สมัครก็ยังคงยืนกรานปฏิเสธ ที่จะสนับสนุนให้ สภาพิจารณาญัตติดังกล่าวในสมัยประชุมวิสามัญครั้งนี้ ด้วยเหตุผลเช่นเดิม
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อพันธมิตรฯรุกใหญ่เข้าล้อมทำเนียบได้สำเร็จ ทำให้เกิดแรงกดดันทางการเมืองอย่างสูงต่อรัฐบาลสมัคร เพื่อใช้หนทางรัฐสภา แก้ปัญหาวิกฤติที่กำลังตีบตัน พรรคพลังประชาชน(โดย?) ได้เปลี่ยนจุดยืนและท่าทีทางการเมือง เป็นสนับสนุนให้วุฒิสภาพิจารณาญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติได้ ในวันที่ 23 มิถุนายน 2551และสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีสมัครและรัฐมนตรีอื่นรวม 8 คนได้ในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2551 ปรากฎตาม&lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/2008/06/21/news_269228.php&quot;&gt;ข่าวในกรุงเทพธุรกิจ&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตาม&lt;a href=&quot;http://www.krisdika.go.th/lawHeadPDF.jsp?formatFile=pdf&amp;amp;hID=0&quot;&gt;รัฐธรรมนูญ&lt;/a&gt;แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา
158  เมื่อมีการเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมีการถอนญัตติหรือมีการลงมติแล้ว เมื่อพรรคประชาธิปัติย์ได้ยื่นญัตติดังกล่าวโดยชอบแล้ว การปล่อยญัตติค้างไว้ จะทำให้นายกฯ ไม่มีอำนาจยุบสภาตลอดเวลาที่ญัตติยังไม่ได้พิจารณา ซึ่งย่อมไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลในยามวิกฤติเช่นนี้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตาม&lt;a href=&quot;/news/20080618/493&quot;&gt;ข่าวเดิม&lt;/a&gt;การนำขบวนประชาชนไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล เป็นการยกระดับการเคลื่อนไหวจาก&lt;b&gt;สถานะยันเป็นการรุกใหญ่&lt;/b&gt; การที่พันธมิตรฯบรรลุเป้าหมายที่ได้ประกาศไว้ โดยไม่มีความรุนแรง ทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลสมัคร โยกคลอนอย่างรุนแรง
เข้าสู่สถานะที่ &amp;quot;&lt;b&gt;แม้มีอำนาจตามกฎหมาย แต่ปกครองไม่ได้ แม้อ่อนแอ แต่ยังไม่ล้มลง&lt;/b&gt;&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot; สภาพ&lt;b&gt;อึดอัดคับข้อง&lt;/b&gt; จึงครอบงำไปทั่วทั้งสังคมไทย ด้วยไม่แน่ใจว่า สถานการณ์จะคลี่คลายไปในทิศทางใด &amp;quot; จึงดำรงอยู่ต่อไป ล่วงเข้าสัปดาห์ที่ห้า ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจ ที่ย่ำแย่ของสังคมไทย กดดันคุกคามต่อทุกสถาบันในสังคมไทย ซึ่งถ้าแก้ปัญหานี้ไม่ได้โดยเร็ว สังคมไทย ก็จะเกิดความเสียหายโดยรวม
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สังคมไทยกำลังกังวลใจว่า &lt;b&gt;ทางออกจากวิกฤติการเมืองครั้งนี้ คืออะไร ?&lt;/b&gt; ที่ยังหาทางออกไม่ได้ เป็น&lt;b&gt;ความอับจนปัญญาของสองฝ่าย รวมทั้งชนชั้นนำอื่นๆของไทย ใช่หรือไม่? 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อสมัครยืนกราน ไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ทั้งสภาพการณ์ไม่เอื้อให้เกิดรัฐประหาร การปรับครม.อื่น ก็ดูจะไม่มีประโยชน์ การยุบสภาไม่น่าจะแก้ปัญหาได้ ทั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากสภา&lt;b&gt;ทางออกจากภาวะตีบตันทางการเมือง ยังเหลืออะไรอีก
? 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ไทยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน อาหารและสินค้าพุ่งสูงขึ้นไม่ขาดสาย
เกิดสภาวะ&amp;quot;&lt;b&gt;ข้าวยากหมากแพง&lt;/b&gt;&amp;quot;โดยทั่วไป
สารพัดม๊อบ กำลังระดมพลเข้ากทม. ในขณะที่รัฐบาลสมัครไม่อยู่ในฐานะและสภาพที่จะแก้ปัญหาอะไรได้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า สมัครได้ใช้คนของเขา เจรจาเรื่อง&amp;quot;ค่าสนับสนุนโครงการเมกกะโปรเจ็ค&amp;quot;โดยพลการ  ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ สำหรับ(เจ้าของ)พรรคพลังประชาชน สมัครเป็นคนที่มีแนวคิดขวาจัด ดื้อรั้น ควบคุมยาก ทั้งสมัครและเฉลิม ทำงานไม่เป็น ไม่มีผลงาน เป็นโรคโอษฐภัย เป็นสายล่อฟ้าที่สุ่มเสี่ยงสูง เอาแน่นอนอะไรไม่ได้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่แน่ๆในเฉพาะหน้านี้ รัฐบาลสมัคร กำลัง&lt;b&gt;เพลี่ยงพล้ำถอยร่นทางการเมืองครั้งใหญ่&lt;/b&gt; ออกอาการย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด ได้รับความสนับสนุนน้อยลงเรื่อยๆ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;สมัครอาจแพ้โหวตในญัตติไม่ไว้วางใจของพรรคประชาธิปัตย์ หรือ ชนะโหวต แต่เมื่อผ่านงบประมาณแล้วค่อยยุบสภา หรือ... ?&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;/news/20080617/491&quot;&gt;รหัสนัยจาก&#039;ทักษิณ&#039; ที่ว่า หลัง 2 ก.ค.บ้านเมืองคลี่คลาย?&lt;/a&gt;
คือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใหญ่ ที่กำลังมาถึงในสัปดาห์หน้า ใช่หรือไม่ ? 
&lt;p&gt;
การคัดค้านมติครม.สมัคร ที่สนับสนุนการขึ้นทะเบียน&lt;a href=&quot;/article/20080622/498&quot;&gt;ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา&lt;/a&gt; ว่าเป็นการเสียอธิปไตย เสียดินแดน เป็นการชูธงทางการเมืองผืนใหม่ ปลุกปั่น&lt;b&gt;ลัทธิชาตินิยมที่&lt;/b&gt;&lt;b&gt;คับแคบ คลั่งชาติและล้าหลัง &lt;/b&gt;ขึ้นมาในสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าอาจดึงคนแบบเดียวกันมาสนับสนุนได้เพิ่มขึ้นบางส่วน แต่ก็ยากที่จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ ที่มีใจเป็นธรรม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การยกระดับเป้าหมายของการชุมนุมขึ้น เป็นการขับไล่รัฐบาลสมัคร เป็นธงทางการเมืองที่&lt;a href=&quot;/article/20080616/490&quot;&gt;&lt;b&gt;ล้ำหน้ามวลชน&lt;/b&gt;และโดดเดี่ยวตนเองของพันธมิตรฯ&lt;/a&gt; ประชาชนส่วนใหญ่ ย่อมไม่สนับสนุน ทำให้พันธมิตรฯโดดเดี่ยวทางการเมือง และยากลำบากในการเดินหน้าต่อไปหรือหาทางลงจากเวทีด้วย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในปัจจุบัน โลกและสังคมไทยได้พัฒนาก้าวไปข้างหน้า มีปัญหาที่หลากหลาย สลับซับซ้อนและเชื่อมโยงถึงกัน ต่างจากเมื่อก่อนมาก รัฐบาลสุรยุทย์และรัฐบาลสมัคร ได้พิสูจน์ตนเองแล้วว่า ไม่มีวิสัยทัศน์ที่จะนำไทยให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ชนชั้นนำและกลุ่มอภิสิทธิชนของสังคมไทย ไม่ว่ากลุ่มใดไม่อาจยึดครองผูกขาดและใช้อำนาจรัฐตามอำเภอใจตนเหมือนดังเช่นในอดีต
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในสถานการณ์เช่นนี้ บรรดาคนไทยที่รักประชาธิปไตยและความก้าวหน้า จึงควร&lt;b&gt;สามัคคีกัน เร่งจัดตั้งกองกำลังที่เป็นอิสระของตนเอง&lt;/b&gt; ฝึกซ้อมสวนสนามและใช้กองกำลังของตนเอง ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้าและระยะยาวของตนเองอย่างแท้จริง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ขอผองเพื่อน จับตาเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;การเมืองไทย กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ ระยะหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้งหนึ่งแล้ว !!!&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20080622/497#comments</comments>
 <pubDate>Sun, 22 Jun 2008 19:37:44 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">497 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>จงสามัคคีกัน ปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20080529/474</link>
 <description>&lt;p&gt;
กองบรรณาธิการเว็บอารยชน ขอสนับสนุน&lt;a href=&quot;http://gopetition.com/online/19589.html&quot;&gt;&lt;b&gt;แถลงการณ์ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตและสื่อพลเมือง ผู้สนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น&lt;/b&gt; ฉบับลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2551  เรื่อง&lt;b&gt;&lt;u&gt;ขอเรียกร้องความรับผิดชอบจากนายเทพไท เสนพงศ์ และ พรรคประชาธิปัตย์ &lt;/u&gt;&lt;/b&gt; &lt;bขอเรียกร้องความรับผิดชอบจากนายเทพไท&gt;&lt;/bขอเรียกร้องความรับผิดชอบจากนายเทพไท&gt;และ&lt;b&gt;ขอเชิญชวนพลเมืองทุกคนร่วมกันปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น&lt;/b&gt;&lt;/a&gt; มีข้อความ ดังนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตามที่นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยรายชื่อ 29 เว็บไซต์* ว่าเป็นเว็บไซต์อันตรายที่ส่อเค้าหมิ่นเบื้องสูง พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศจัดการ ตามข่าวทางสื่อมวลชนทั่วไป ความแจ้งแล้วนั้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พวกเราดังมีรายนามข้างท้าย มีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังต่อไปนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
1. &lt;b&gt;เราเห็นว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ต้องได้รับการเคารพและปกป้อง&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สังคมประชาธิปไตยทุกสังคม ที่ปรารถนาความสงบสุข สันติภาพ และความสมานฉันท์ จำเป็นต้อง &lt;b&gt;ส่งเสริมและปกป้อง&lt;/b&gt;สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เหตุเพราะความเคารพและความเข้าใจอันดีต่อกัน “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมที่ผู้คนมีความแตกต่างหลากหลาย และหนทางเดียวที่จะนำเราไปสู่การเรียนรู้ที่จะเข้าใจและเคารพกันได้ คือสภาพสังคมที่เอื้อให้ทุก ๆ คน มีสิทธิ เสรีภาพในแสดงออกด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประตูที่จะนำไปสู่ความยอมรับเคารพซึ่งกันและกัน จะถูกปิดตาย เมื่อปากและใจของเราถูก บังคับให้ปิดลง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;2. เราไม่เห็นด้วยกับการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รายชื่อเว็บไซต์และเว็บล็อกส่วนใหญ่ที่ถูกระบุชื่อ มิได้นำเสนอข้อมูลหรือเนื้อหาที่หมิ่นพระมหากษัตริย์ หลายแห่งนำเสนอข้อมูลทางวิชาการอย่างมีเหตุมีผล การกล่าวหาเว็บไซต์ต่าง ๆ เหล่านัน้ อย่างเหมารวมของนายเทพไท เสนพงศ์ จึงเป็นความผิดพลาด ขาดการตรวจสอบข้อมูล เป็นการกดดันเพื่อปิดกั้นความคิดเห็นของคนอื่นโดยไม่เลือกวิธีการ เป็นการปลุกปั่นนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำาลายฝ่ายตรงกันข้าม รวมทั้งเป็นการก่อความแตกแยกของคนภายในชาติ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นถึงการขาดจิตวิญญาณประชาธิปไตย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;พวกเรา ดังมีรายนามข้างท้ายนี้ ขอเรียกร้องให้นายเทพไท เสนพงศ์ และพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำาดังกล่าว และหยุดการใส่ร้ายป้ายสีเว็บไซต์หรือบุคคลอื่นอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งหยุดกดดันหรือสร้างกระแสให้มีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นไม่ว่าด้วยวิธี ใด ๆ โดยทันที&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และเนื่องด้วยการกระทำาเช่นนายเทพไท เสนพงศ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก ที่มีการใช้ข้อหาหมิ่นพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือในการริดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายอื่น ๆ และแม้การกระทำเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ แต่เราก็ยังพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวอยู่เสมอ จากทั้งหน่วยงานรัฐ นักการเมือง และสื่อมวลชน&lt;b&gt; เราจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดพฤติกรรมดังกล่าวด้วยเช่นกัน &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;พร้อมกันนี้ พวกเราขอเชิญชวนชาวอินเทอร์เน็ตและพลเมืองทุกคน ให้ยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมและรับผิดชอบ และร่วมกันตรวจสอบดูแลและปกป้องพื้นที่ อินเทอร์เน็ต ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้แสวงหาปัญญาและยอมรับความคิดอันหลากหลายของเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับความคิดเหล่านั้นหรือไม่ก็ตาม &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ท่านสามารถร่วมลงชื่อทางออนไลน์ ได้ที่ &lt;a href=&quot;http://gopetition.com/online/19589.html&quot;&gt;http://gopetition.com/online/19589.html&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;*อ้างอิง&lt;/b&gt;: &lt;a href=&quot;http://prachatai.com/05web/th/home/12211&quot;&gt;ปชป.แฉเครือข่าย 5 เว็บไซต์ จ้องล้มสถาบันกษัตริย์, นสพ.ประชาไท, 20 พ.ค. 2551  &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ขอนำข้อความจา&lt;a href=&quot;http://bact.blogspot.com/2008/05/netizen-unite.html&quot;&gt;กบลอกของ&#039;bact&lt;/a&gt; มาสรุป ดังนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;&lt;b&gt;ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คนเล่นอินเทอร์เน็ต ชาวเน็ตทั้งหลาย จะลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเองเช่นกัน....&lt;/b&gt;&lt;b&gt;พวกเรา ชาวเน็ต บล็อกเกอร์ ผู้สื่อข่าวพลเมือง และพลเมืองทุกคน มาร่วมมือร่วมใจกัน รวมตัวกันเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของเรา บนพื้นที่ออนไลน์แห่งนี้ และทุก ๆ ที่ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;h3 class=&quot;post-title&quot;&gt;                  ชาวเน็ตทั้งหลาย จงรวมกันเข้า !            &lt;/h3&gt;
&lt;h3 class=&quot;post-title&quot;&gt;                                  Netizen Unite!&lt;/h3&gt;
&lt;p class=&quot;post-title&quot;&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20080529/474#comments</comments>
 <pubDate>Thu, 29 May 2008 16:16:04 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">474 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>คัดค้านการอ้างสถาบันกษัตริย์ ก่อความแตกแยกภายในชาติ</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20080503/439</link>
 <description>&lt;p&gt;
ดังที่บทความ&lt;a href=&quot;/sansab/20080503/437&quot;&gt; โชติศักดิ์ อ่อนสูงกับข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ&lt;/a&gt; ได้กล่าวว่า  สนธิและกลุ่มผู้จัดการ กำลัง&lt;b&gt;ดำเนินแผนการร้าย โดยการใช้สถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือ
ในการทำร้ายและทำลายฝ่ายตรงกันข้ามทางการเมืองของกลุ่มตน
ด้วยการกล่าวหาฝ่ายตรงกันข้ามว่า ไม่จงรักภักดีและทำผิดข้อหาหมิ่นสถาบันฯ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt&quot;&gt;
แม้ว่าศาลยุติธรรม ได้เคยมีคำพิพากษาว่า &lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;b&gt;การแยกประชาชนคนไทยที่จงรักภักดีบางส่วน
ให้เป็นฝ่ายตรงข้ามสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;และการ&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;พยายามดึงสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพ
เทิดทูนสูงสุดของประชาชนทุกหมู่เหล่า
&lt;b&gt;มาเป็นเครื่องมือในการกำจัดโจทก์(พตท.ทักษิณ ชินวัตร)กับพวกในทางการเมือง&lt;/b&gt; &lt;b&gt;เป็นความผิดที่มีลักษณะร้ายแรง&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt&quot;&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt&quot;&gt;
แต่พวกเขา ก็หาได้สำนึกไม่ พวกเขาได้ทำเช่นนี้มาแล้วในปี 2549 และกำลังทำอยู่ทุกในปัจจุบัน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พวกเขาอ้างว่า &lt;b&gt;เทิดฟ้าไว้เหนือเกล้า&lt;/b&gt; &lt;b&gt;แท้จริงพวกเขาใช้ฟ้าเป็นเครื่องมือ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พวกเขาอ้างว่า &lt;b&gt;ใช้ธรรมนำหน้า แท้จริงพวกเขาใช้ความเกลียดชังปลุกปั่นยั่วยุ สร้างความแตกแยกในชาติมาโดยตลอด&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;b&gt;เมื่อความร้อนแห่งความเกลียดชัง ถูกจุดขึ้นในสังคมไทยและเพิ่มเชื้อเข้าไปเรื่อยๆ วันหนึ่ง เมื่อถึงจุดสันดาป
ก็ย่อมลุกขึ้นเป็นเปลวเพลิงไหม้ลามสังคมไทย &lt;/b&gt;
&lt;p&gt;
ที่ทุกคนไม่ทราบคือ &lt;b&gt;เพลิงแห่งความเกลียดชังที่กำลังจุดกันขึ้นนี้ จะกลืนกินชีวิตคนไทยไปกี่คนและจะเผาไหม้บ้านช่องทรัพย์สินของสังคมไทยไปเท่าไหร่ &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผลจากความไม่พอใจและความเกลียดชังของฝูงชน เมื่อยกระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ย่อมนำไปสู่&lt;b&gt;ความแตกแยก&lt;/b&gt;ของคนไทยภายในชาติ นำไปสู่การใช้ความรุนแรงและการทำลายล้างกัน ดังที่เคยเกิด&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;ขึ้นใน&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;การฆ่าหมู่ที่สยดสยองและเหี้ยมโหดที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ ที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปลุกระดมยั่วยุของพวกขวาจัดโดยใช้&lt;a href=&quot;http://www.suanboard.net/view.php?p=view&amp;amp;kid=39249&quot;&gt;วิทยุยานเกราะและนสพ.ดาวสยาม&lt;/a&gt;เป็นเครื่องมือในยุคนั้น&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กรณีโชติศักดิ์ อ่อนสูงและเพื่อนๆ ไม่ยืนในขณะที่มีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง เป็นเพียง&lt;b&gt;เหยื่อและตัวละคร&lt;/b&gt;ที่ถูกใช้ในการปลุกระดม
ยั่วยุคนไทยจำนวนมากที่จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ ให้เกลียดชังศัตรูทางการเมืองของพวกเขา
ดังที่สามารถเห็นได้จากอารมย์ความรู้สึกของประชาชนที่แสดงออกผ่านสื่อต่างๆ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ล่าสุด  คณะผู้จัดรายการ&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt; Metro Life &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;ทางคลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน&lt;b&gt; &lt;/b&gt;ถึงกับบังอาจ&lt;a href=&quot;/news/20080503/438&quot;&gt;ปลุกปั่นยั่วยุให้ผู้ฟังรายการ ทำร้ายร่างกาย&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href=&quot;/news/20080503/438&quot;&gt;โชติศักดิ์ อ่อนสูง&lt;/a&gt;ในงานสัมนา ดั่งบ้านเมืองไม่มีขื่อแป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความเกรงกลัวและความละอายต่อบาปของคนเหล่านี้ หายไปไหนกันหมด?
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราขอประณามคณะผู้จัดรายการ&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;Metro Life &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;คลื่นยามเฝ้าแผ่นดินและกลุ่มผู้จัดการ&lt;b&gt; ที่อ้างสถาบันกษัตริย์ ก่อความแตกแยกในชาติและปลุกปั่นยั่วยุให้ใช้ความรุนแรงดังกล่าว&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราขอเรียกร้องให้ คณะผู้จัดรายการ&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;b&gt; Metro Life&lt;/b&gt; &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;b&gt;คลื่นยามเฝ้าแผ่นดินและกลุ่มผู้จัดการ แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยการขอโทษนาย&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;โชติศักดิ์ อ่อนสูงและเพื่อนๆอย่างเป็นทางการและยุติการอ้างสถาบันกษัตริย์ ก่อความแตกแยกภายในชาติทันที
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินคดีกับคณะผู้จัดรายการ&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;Metro Life &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;คลื่นยามเฝ้าแผ่นดินและกลุ่มผู้จัดการ ที่บังอาจปลุกระดมยั่วยุให้ประชาชนทำผิดกฎหมายบ้านเมือง และยับยั้งการอ้างสถาบันกษัตริย์ ก่อความแตกแยกภายในชาติในทันที&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20080503/439#comments</comments>
 <pubDate>Sat, 03 May 2008 22:31:01 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">439 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ความแตกแยกและการเผชิญหน้ารอบใหม่</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20080317/411</link>
 <description>&lt;p&gt;
   
รัฐบาลผสมที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำ ได้บริหารประเทศมาเดือนกว่าแล้ว&lt;br /&gt;
เวลานี้ นโยบายและ โครงการประชานิยมสำคัญๆ ที่พรรคไทยรักไทยเคยทำ เช่น พักหนี้เกษตรกร กองทุนหมู่บ้าน  ๓๐ บาทรักษาโรคหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล (OTOP) ธนาคารประชาชน สารพัดโครงการเอื้ออาทร ฯลฯ ล้วนได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินการต่อไป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
รมต.มหาดไทย ประกาศว่า จะรื้อฟื้นนโยบายผู้ว่าซีอีโอและนโบายการปราบยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล(ฝ่ายอื่น)อย่างเฉียบขาดมาดำเนินการต่อไป&lt;br /&gt;
นายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะเร่งผลักดันโครงการรถไฟฟ้าในกทม.และชานเมืองสายสารพัดสี ที่เป็นโครงการเดิมของพรรคไทยรักไทย และจะทำโครงการเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ(หรือสถานกาสิโนถูกกฎหมาย)ที่รัฐบาลไทยรักไทยเคยเสนอไว้แต่ยังไม่(กล้า)ทำ มาทำให้สำเร็จในรัฐบาลนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นับวันสังคมไทยจะเห็นชัดขึ้นทุกทีว่า รัฐบาลนี้แท้ที่จริงแล้ว  คือ&lt;b&gt; ตัวแทนของกลุ่มทุนใหญ่ของไทยที่นำโดยครอบครัวชินวัตร-ดามาพงษ์ และจะสืบทอดแนวทางนโยบายทั้งหลายของพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบไปแล้ว&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
แม้กระนั้น เมื่อประชาชนไทยส่วนใหญ่ ได้เลือกพรรคพลังประชาชนเข้ามาเป็นแกนนำรัฐบาล&lt;br /&gt;
ทุกฝ่ายในสังคมไทยจึงควรต้อนรับ สนับสนุนและให้โอกาสรัฐบาลใหม่ ที่นำโดยพรรคพลังประชาชน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราเคยเตือนพปช.ว่า เมื่อปวงชนชาวไทยให้โอกาสพวกท่านแล้ว ขอให้ยืนหยัดมั่นคง ภายใต้ร่มธงสมานฉันท์ ตั้งหน้ากอบกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติ เยียวยาแก้ไขความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนผู้ยากไร้ทั่วประเทศ เร่งปฏิรูปประเทศไทยให้ทันสมัย ก้าวหน้าและเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงโดยเร็ว ขอให้สรุปบทเรียนและข้อผิดพลาดต่างๆของรัฐบาลไทยรักไทยในอดีต &lt;br /&gt;
อย่าได้ทำความผิดพลาดซ้ำรอยอีก โดยเฉพาะคือ อย่าได้แทรกแซงขัดขวางกระบวนการยุติธรรม &lt;br /&gt;
ที่กำลังดำเนินการกับอดีตนายกทักษิณ และอดีตรัฐมนตรีพรรคไทยรักไทยเป็นอันขาด &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบคดีความของครอบครัวชินวัตร เช่น อธิบดีกรมดีเอสไอ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฯลฯ ทำให้สังคมไทยกังขาว่า รัฐบาลใหม่กำลังแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ยังไม่นับการที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และประประกาศทบทวนซีแอล จนเป็นชนวนนำไปสู่การต่อต้านและเคลื่อนไหวให้ถอดถอนอยู่ในขณะนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้วยเหตุดังกล่าว กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงได้ประกาศรวมตัวขึ้นใหม่และจะเริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ศกนี้ ชูธงต่อต้านระบอบทักษิณ&amp;quot;&lt;b&gt;จนถึงที่สุด&lt;/b&gt;&amp;quot;ด้วยการต่อสู้ทาง  สันติวิธี &amp;quot; &lt;b&gt;ในทุกรูปแบบ&lt;/b&gt; &amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในขณะที่กลุ่มนปก.และกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนพปช. ก็ประกาศจะไม่ยอมให้ &amp;quot;กฎหมู่ อยู่เหนือกฎหมาย&amp;quot;และจะนำม๊อบไปต่อต้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯอย่างถึงที่สุด เช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นั่นเท่ากับ&lt;b&gt; สถานการณ์การเผชิญหน้าของคนไทยสองกลุ่มใหญ่ๆ &lt;/b&gt;ดังที่เคยเกิดขึ้นในปลายสมัยของรัฐบาลทักษิณ &lt;b&gt;ได้หวนกลับคืนมาสู่สังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง&lt;/b&gt; หลังจากทั้งสองฝ่ายได้ถอนกลับที่ตั้งของฝ่ายตนโดยสงบหลังการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินทางสากลที่เลวร้ายลงตามลำดับ &lt;br /&gt;
ทำให้ชาวไทยวิตกกังวลในความยากลำบากเบื้องหน้าที่เกิดจากราคาน้ำมันสูงขึ้นเรื่อยๆ &lt;br /&gt;
และการผลิต การค้าขาย ฝืดเคืองยิ่งขึ้นทุกที&lt;br /&gt;
การเผชิญหน้ารอบใหม่ ก็ยิ่งทำให้ ประชาชนวิตกกังวลเพิ่มขึ้น &lt;br /&gt;
ห่วงว่าเหตุการณ์ อาจรุนแรงเสียหายและบานปลายยิ่งกว่ารอบที่แล้วมา&lt;br /&gt;
ทั้งไม่มีใครรู้แน่ว่า ผลจากการเผชิญหน้ารอบนี้  จะนำไปสู่อะไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราเห็นว่า เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐบาลใหม่&lt;br /&gt;
ที่จะต้องป้องกันและแก้ไข&lt;b&gt;ปัญหาความแตกแยกการเผชิญหน้าครั้งนี้&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
อย่าได้ปล่อยปละละเลย โดยเฉพาะคือ อย่าเติมเชื้อเพลิงเข้าไปเพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;
โดยการไปสนับสนุนฝ่ายหนึ่ง จัดการปราบปรามอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่เป็นธรรม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอจงตระหนักว่า&lt;br /&gt;
พวกท่านต้องไม่เคลื่อนไหว&amp;quot;&lt;b&gt;ล้ำหน้า&lt;/b&gt;&amp;quot;ความรู้สึกนึกคิดของปวงชนชาวไทย&lt;br /&gt;
มิฉะนั้น พวกท่านจะไม่ได้รับความสนับสนุนจากปวงชนและโดดเดี่ยวตนเอง ทั้งกลุ่มของท่านก็มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผชิญหน้าครั้งใหม่นี้ด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ความขัดแย้งแตกแยกของคนไทย ภายในชาติ มีแต่จะทำให้ไทยโดยส่วนรวมอ่อนแอลง&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;มีแต่ความถูกต้องชอบธรรมต่อทุกฝ่าย &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;จึงสามารถนำความสมานสามัคคีและศานติสุข กลับคืนสู่สังคมไทยได้&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังโศลกใน &amp;quot;มหาภารตะ&amp;quot; ที่ว่า &amp;quot;&lt;b&gt;ธรรมย่อมก่อให้เกิดความสงบสุข แต่ไฉนไม่มีผู้ปฏิบัติธรรม?&lt;/b&gt;&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20080317/411#comments</comments>
 <pubDate>Mon, 17 Mar 2008 00:01:12 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">411 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ขอต้อนรับรัฐบาลใหม่ที่นำโดยพรรคพลังประชาชน</title>
 <link>http://www.arayachon.org/editorial/20080207/357</link>
 <description>&lt;p&gt;
   บัดนี้ รัฐบาลใหม่ที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำและมีนายสมัคร สุนทรเวชเป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้งขึ้นสำเร็จแล้ว !
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   อุปสรรคต่างๆและการขัดขวางใดๆ จากกลุ่มปฏิปักษ์ประชาธิปไตย ได้ล้มเหลวลงแล้ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   นี่คือ ชัยชนะของกลุ่มอำนาจเก่าพรรคไทยรักไทย ที่มีเหนือกลุ่มอำนาจที่เก่ายิ่งกว่า ซึ่งนำโดย กลุ่มเจ้าและกลุ่มอมาตยาที่เป็นพวกอภิสิทธิชนของสังคมไทยมาช้านาน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   นี่คือ ชัยชนะของกลุ่มทุนยุคใหม่ที่นำโดยครอบครัวชินวัตร-ดามาพงษ์ ที่มีเหนือกลุ่มทุน อนุรักษ์นิยม กลุ่มทุนขุนนางนายหน้าและกลุ่มทุนอื่นๆที่ล้าหลังกว่าในสังคมไทย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   นี่คือ ชัยชนะของพลังชนชั้นผู้ยากไร้ในชนบทและในเมือง ที่มีเหนือพลังของชนชั้นกลางในกทม. และในเมืองใหญ่ทั้งหลาย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   เวลานี้ เริ่มมีเสียงเพลงเก่าๆ แบบที่เคยได้ยินจากลุ่มพันธมิตรฯ(เพื่อการรัฐประหาร) เริ่มดังขึ้นอีก แล้ว ทำนองว่าประชาธิปไตยมิได้มีความหมายแค่การเลือกตั้ง จอมเผด็จการฮิตเล่อร์ ก็มาจากการ เลือกตั้ง เป็นต้น ยิ่งเป็นเสียงที่มาจากคนที่มีชื่อเสียง เช่นนายอานันท์ ปันยารชุน สังคมไทยก็ย่อม เงี่ยหูรับฟัง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   การพูดแบบที่ว่า ไม่มีวันผิด เพราะระบอบประชาธิปไตย แท้จริงมิได้มีความหมายแค่การเลือกตั้ง เท่านั้น แต่ถ้าใช้คำพูดดังกล่าว มาต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของปวงชนชาวไทย ที่พวก ตัวไม่ชอบใจ  นั่นก็เป็นการบิดเบือนหลักการอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยเช่นเดียวกัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   แม้รายชื่อรัฐมนตรีที่ประกาศออกมา อาจมีหลายรายชื่อที่ถูกวิพากษ์วิจารย์ว่าไม่เหมาะสม ด้วย เหตุต่างๆนานา กระทั่งนายกฯสมัครก็ยังยอมรับว่า &amp;quot;อาจมีขี้เหร่บ้าง&amp;quot; แต่เมื่อคำนึงว่า ในระบอบ ประชาธิปไตย &amp;quot;&lt;b&gt;เสียงของประชาชาชน คือเสียงสวรรค์&lt;/b&gt;&amp;quot; ดังที่เราเคยได้เรียกร้องให้ &lt;a href=&quot;/editorial/20071226/321&quot;&gt;เคารพปวงชน เคารพประชาธิปไตย&lt;/a&gt; ดังนั้น สังคมไทยจึงควร&lt;b&gt;ต้อนรับ สนับสนุนและให้โอกาส รัฐบาลใหม่ ที่นำโดยพรรคพลังประชาชน&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   เราขอเตือนกลุ่มพันธมิตรประชาชนฯ(เพื่อการรัฐประหาร) กลุ่มเจ้าและกลุ่มอมาตยาให้ &lt;b&gt;ยอมรับผลการเลือกตั้ง ยอมรับเจตจำนงของปวงชนชาวไทย สงบสำรวมตัวในที่ตั้ง อย่าได้ออกมากระโดดโลดเต้น โหวกเหวกโวยวาย ต่อต้านรัฐบาลใหม่แบบข้างๆคูๆ เช่นที่แล้วมา&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   สำหรับรัฐบาลใหม่ ขอจงตระหนักว่า ปวงชนชาวไทยได้ให้โอกาสพวกท่านแล้ว &lt;b&gt;ขอให้ยืนหยัดมั่นคง ภายใต้ร่มธงสมานฉันท์ ตั้งหน้ากอบกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติ เยียวยาแก้ไขความทุกข์ยาก เดือดร้อนของประชาชนผู้ยากไร้ทั่วประเทศ เร่งปฏิรูป ประเทศไทยให้ทันสมัย ก้าวหน้าและเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงโดยเร็ว &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;   &lt;/b&gt;ขอให้พวกท่านสรุปบทเรียนและข้อผิดพลาดต่างๆของรัฐบาลไทยรักไทยในอดีต อย่าได้ทำ ความผิดพลาดซ้ำรอยอีก โดยเฉพาะคือ อย่าได้แทรกแซง ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ที่กำลัง ดำเนินการกับอดีตนายกทักษิณ และอดีตรัฐมนตรีพรรคไทยรักไทยเป็นอันขาด มิฉะนั้น เรื่องนี้อาจ ก่อชนวนแห่งความหายนะครั้งใหม่ก็ได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   ภายใต้สถานการณ์ที่ระบอบทุนนิยมของโลกที่นำโดยสหรัฐอเมริกา เผชิญหน้ากับวิกฤติซับไพร์ม ที่อาจนำไปสู่ความถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ที่ส่งผลระบาดไปทั่วโลก ไทยต้องการรัฐบาล ใหม่ที่สามารถ &lt;b&gt;ชูธงสมานฉันท์ แก้ไขความแตกแยก มีความเข้มแข็ง มั่นคง ก้าวหน้า ทันสมัย และเป็นประชาธิปไตย &lt;/b&gt;ซึ่งกาลเวลาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลเต่าที่นำโดย พล.อ.สุรยุทย์ของกลุ่มอภิสิทธิชน ไม่อาจเป็นและไม่อาจทำให้ได้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
    &lt;b&gt;ขอผองเราจงมาร่วมกัน ต้อนรับและสนับสนุนรัฐบาลใหม่ที่นำโดยพรรคพลังประชาชน เถิด&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/editorial/20080207/357#comments</comments>
 <pubDate>Thu, 07 Feb 2008 02:17:46 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">357 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
</channel>
</rss>

