<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/rss2full.xsl" type="text/xsl" media="screen"?><?xml-stylesheet href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css" type="text/css" media="screen"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0" xml:base="http://arayachon.org">
<channel>
 <title>Arayachon Feed</title>
 <link>http://arayachon.org/feed</link>
 <description>feed of all content</description>
 <language>th</language>
<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" href="http://feeds.feedburner.com/arayachon" type="application/rss+xml" /><item>
 <title>ระเบิดเวทีพันธมิตรฯที่ทำเนียบรัฐบาล ตายแล้ว1 คน บาดเจ็บพุ่ง 19 คน</title>
 <link>http://feeds.feedburner.com/~r/arayachon/~3/460652982/838</link>
 <description>&lt;p&gt;
เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันที่ 20 พ.ย.2551 ได้เกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณใกล้เวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ภายในทำเนียบรัฐบาล ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 12 ราย สาหัส 2 คน ชื่อ นายเจนจิต กลัดสาคร อายุ 48 ปี ซึ่งโดนสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำคอ ทำให้หัวใจหยุดเต้น และ นายยุทธชัย ลือพักตร์ โดนสะเก็ดระเบิดฝังในที่บริเวณลำคอ ซึ่งต้องรอการผ่าตัดเพื่อช่วยเหลือชีวิตอย่างเร่งด่วน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยคาดว่าเป็นระเบิดชนิด เอ็ม 79 ซึ่งคนร้ายลอบขว้างระเบิดจำนวน 1 ลูกตกใกล้เวทีปราศรัย ประมาณ 20 เมตร  ภาย ในทำเนียบรัฐบาล ระเบิดเสียงดังสนั่น ทะลุหลังคาเต็นท์ขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บได้ถูกนำส่ง โรงพยาบาลพระมงกุฎ 4 ราย โรงพยาบาลรามาธิบดี 5 ราย และโรงพยาบาลวชิรพยาบาล 2 ราย ส่วนที่เหลืออาการไม่สาหัส&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะที่จุดที่เกิดเหตุเป็นบริเวณพื้นทรายมีรอยไหม้สีดำนั้น เจ้าหน้าที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้มีการนำเทปสีเหลืองมากั้นโดยรอบ  และยังได้เก็บเศษสะเก็ดระเบิดไว้เป็นหลักฐานด้วย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ต่อมานายเจนจิต กลัดสาคร อายุ 48 ปี ชาว จ.ชลบุรี ได้เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งได้รับบาดเนื่องจากโดนสะเก็ดระเบิดที่ลำคอ ทำให้เส้นเลือดใหญ่ขาด แพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ทั้งนี้ นายเจนจิต ได้มาร่วมชุมนุมกันภรรยา และขณะกำลังเต้นอยู่ด้านข้างเวทีปราศรัยใหญ่พันธมิตรฯ ได้มีระเบิดขว้างมาโดน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทั้งนี้ เบื้องต้น คาดว่าคนร้ายน่าจะยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้ามาใส่ผู้ชุมนุม ขณะยอดผู้บาดเจ็บ ล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 19 รายแล้ว โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ชื่อ นายยุทธชัย ลือพักตร์ อายุ 39  ปี โดนสะเก็ดระเบิดฝังในที่บริเวณลำคอ อย่างไรก็ตามภายหลังเกิดเหตุ การ์ดพันธมิตรฯ ไม่อนุญาตให้ตำรวจ และผู้สื่อข่าวเข้าไปในที่เกิดเหตุแต่อย่างใด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะที่บนเวทีพันธมิตรฯยังมีการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง โดยได้บอกผู้ชุมนุมว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt; -&lt;a href="http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&amp;amp;content=112138" target="_blank"&gt;นสพ.ไทยรัฐ &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/arayachon/~4/460652982" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://arayachon.org/news/20081121/838#comments</comments>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/1">Politics</category>
 <pubDate>Fri, 21 Nov 2008 17:05:58 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">838 at http://arayachon.org</guid>
<feedburner:origLink>http://arayachon.org/news/20081121/838</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>รู้ให้จริง - อย่าให้ใครมาลวงเราเรื่องโลกร้อน</title>
 <link>http://feeds.feedburner.com/~r/arayachon/~3/460379401/837</link>
 <description>โดย ดร.&lt;b&gt;โสภณ พรโชคชัย &lt;/b&gt;{1} 
&lt;p&gt;
ประธานกรรมการ มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย {2} 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โลกร้อนขึ้นคงไม่มีใครสงสัย การรักษาสิ่งแวดล้อมก็เป็นสิ่งที่ดี
แต่การรณรงค์เรื่องโลกร้อนทำให้ใครได้ ใครเสียประโยชน์
ประเด็นนี้เป็นกรณีศึกษาของการโฆษณาชวนเชื่อ
ในการทำให้ประชาชนมืดบอดหรือไม่ และถือเป็น “เครื่องมือทำมาหากิน”
สำหรับใครบางคนหรือไม่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทุกวันนี้ แทบทุกคนคงได้ยินเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน และเชื่อว่าทุกคนที่ได้ฟัง คงชักห่วงใยต่อโลกในประเด็นนี้เช่นกัน แต่เมื่อนาย&lt;b&gt;อัล กอร์&lt;/b&gt;
อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
จากการรณรงค์เรื่องโลกร้อน {3} ผมกลับเริ่มสงสัยว่า
สันติภาพไม่น่าจะเกี่ยวกับโลกร้อนโดยตรง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่ผ่านมาคนอื่นที่โด่งดังเช่น ท่าน&lt;b&gt;ติช นัท ฮันห์&lt;/b&gt; {4}
ผู้นำพระสงฆ์ในสมัยสงครามเวียดนาม ก็ยังพลาดรางวัลนี้มาแล้ว
ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ ผู้คนมักเชื่อไปในแนวทางเดียวกัน
โดยไม่มีโอกาสไตร่ตรองด้วยเหตุผล ผมจึงขอเสนอบทความนี้
เพื่อต่อกรกับการครอบงำและการโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;An Inconvenient Truth: เท็จหลายเรื่อง 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ท่านที่อ่านหนังสือหรือชมภาพยนตร์เรื่อง An Inconvenient Truth (AIT) {5}
“คงรู้สึกตรงกันอย่างหนึ่งว่า อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน . .
. คงจะไม่เป็นการเกินเลยไปนัก หากจะเรียกขบวนการดังกล่าวว่า
เป็นภารกิจกู้โลก เพราะวิกฤตการณ์เกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนนั้น
เกิดขึ้นแล้วจริงๆ และกำลังส่งผลกระทบอย่างกว้างไกลเกินจินตนาการ” {6}
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
วลีที่อ้างถึงนี้ สะท้อน “อารมณ์” ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม AIT
เป็นการโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง และยังแสดงข้อมูลที่เป็นเท็จหลายเรื่อง
{7} ซึ่งสังคมมักไม่มีโอกาสรับรู้ เช่น: 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;1. การมองด้านเดียว&lt;/b&gt; : AIT ไม่เคยมองถึงบทบาทที่จำเป็นของน้ำมัน
ก๊าซและถ่านหิน (Hydrocarbon) ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนจน
ช่วยเพิ่มอายุขัยของประชากร ฯลฯ AIT ละเลยอัตราการตายที่สูงขึ้น
ในยามที่โลกเย็นลงในอดีตที่ผ่านมา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;2. ความเข้าใจผิด&lt;/b&gt; : สาเหตุหลักของการตายของมนุษย์ปัจจุบัน
ไม่ใช่เป็นเพราะภัยธรรมชาติ คล้ายกับการตื่นกลัวไข้หวัดนกจนเกินเหตุ
ทั้งที่โรคปอดบวมทำคนไทยตายมากมาย โดยในปี 2550
ไม่พบคนป่วยและตายด้วยไข้หวัดนกในประเทศไทย แต่คนไทยป่วยด้วยโรคปอดบวม
จนต้องนอนโรงพยาบาลถึง 88,841 ราย และตาย 765 รายในปี 2549 {8} นอกจากนี้
AIT ยังอ้างทำนองว่า นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นพ้องกับตน
แต่ความจริงเสียงส่วนใหญ่เห็นตรงข้ามกับ AIT 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;3. การพูด “ใส่ไข่” จับเอาปรากฏการณ์ครั้งคราวมาเป็นสรณะ&lt;/b&gt; :
การอ้างว่าหมีขั้วโลกจมน้ำตาย เพราะน้ำแข็งละลายทั้งที่เป็นเพราะพายุ
การกล่าวถึงฝนตกหนักถึง 37 นิ้วในนครมุมไบในปี 2548 ทั้งที่ตลอด 45 ปี
ไม่พบแนวโน้มการเพิ่มขึ้นเลย การโยงเรื่องโลกร้อนกับอุทกภัยในจีนเมื่อเร็ว
ๆ นี้ ทั้งที่ใน 1-2 ศตวรรษก่อน มีอุทกภัยที่รุนแรงยิ่งกว่านี้มากมาย
การโทษว่าโลกร้อนทำให้แนวปะการังเสียหาย
ทั้งที่เป็นเพราะปัจจัยทางเฉพาะภูมิภาค ปัจจัยทางสังคมและอื่น ๆ
การกล่าวว่าธารน้ำแข็งเกาะกรีนแลนด์ จะเลื่อนลงสู่ทะเล
ทั้งที่ตั้งอยู่ในแอ่งที่ไม่มีทางออก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;4. การพูดผิดความจริง&lt;/b&gt; เช่น
การอ้างว่าโลกร้อนในอดีตเป็นเพียงระยะสั้น
ทั้งที่มีระยะเวลานับร้อยปีในอดีตที่เคยร้อนกว่าปัจจุบัน
จนทำให้ครั้งหนึ่ง
ชาวไวกิ้งสามารถไปตั้งถิ่นฐานในเกาะกรีนแลนด์ที่หนาวเย็นในขณะนี้ได้
การอ้างว่าโลกร้อนขึ้นมาก ทั้งที่เพิ่มเพียง 0.17 องศาเซลเซียสในรอบ 30
ปีล่าสุด และร้อนขึ้น 0.5 องศาเซลเซียสในรอบ 100 ปี
และที่ผ่านมาก็มีลักษณะขึ้น ๆ ลง ๆ การอ้างว่าคลื่นร้อนยุโรป
ที่ทำให้คนตายมากมาย เป็นผลจากโลกร้อน ทั้งที่เป็นเพราะสาเหตุอื่น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในประเทศอังกฤษ มีการฟ้องศาลให้ห้ามฉาย AIT ในโรงเรียนมัธยม ศาลเห็นว่า AIT มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์&lt;b&gt;ที่ผิดไปถึง 9 ประการ&lt;/b&gt;
แต่ให้ฉายได้ โดยต้องเพิ่มเติมข้อมูลที่ถูกต้อง และให้ครูที่จัดฉาย
ต้องชี้ให้นักเรียนเข้าใจถึงข้อผิดพลาดของ AIT ด้วย {9} แต่ในประเทศไทย
เรากลับปล่อยให้ฉายหลอกลวงประชาชนอย่างหน้าตาเฉย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตัวอย่างความผิดพลาดสำคัญ ได้แก่
การกล่าวว่าหิมะบนยอดเขาคิลิมันจาโรซึ่งสูงถึง 6 กิโลเมตร
ละลายเพราะภาวะโลกร้อน แต่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นแย้ง
สาเหตุการละลายคงเป็นเพราะแสงอาทิตย์
การใช้ที่ดินโดยรอบตลอดจนความร้อนใต้พิภพหรืออื่น ๆ
เพราะหากแม้ผิวโลกจะร้อนขึ้น อุณหภูมิบนยอดเขา
ก็ยังต่ำกว่าจุดเยือกแข็งอยู่ดี 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นแย้ง 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ 19,000 คนได้ร่วมกันลงชื่อใน The Petition Project
{10} ว่า จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า การใช้
Hydrocarbon เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนหรือภาวะเรือนกระจกแต่อย่างใด
แม้โลกได้ร้อนขึ้นเล็กน้อย ก็ไม่ได้มีผลเสียหายร้ายแรง
(อาจมีไวรัสบางชนิดเกิดขึ้น แต่ในช่วงโลกเย็น ก็อาจเกิดโรคอื่น)
แต่กลับเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกในเขตอบอุ่น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
จะเป็นผลดีต่อชีวิตสัตว์และทำให้การเพาะปลูกพืชผลได้มากขึ้น
นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ จึงหนุนให้สหรัฐอเมริกาไม่ลงนามในพิธีสารเกียวโต
{11} ซึ่งได้กำหนดข้อผูกพันทางกฎหมาย
ในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศภาคี 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
บทวิพากษ์ของ The Petition Project ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
1. การกลับหนาว-ร้อนของโลก มีลักษณะที่เป็นวัฏจักร ไม่ใช่มีแต่ร้อนขึ้นอย่างเดียว ที่ผ่านมามียุคน้ำท่วมโลก และยุคน้ำแข็ง&lt;b&gt;สลับกันมาหลายครั้งแล้ว 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
2. ธารน้ำแข็งเริ่มละลายมานาน ก่อนการใช้ Hydrocarbon เสียอีก และละลายเร็วในอัตราเดียวกันมาตลอด 150 ปีแล้ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
3. อากาศที่ร้อนขึ้น เกิดจากสาเหตุหลายอย่าง ภาวะเรือนกระจก
อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ยังมีสาเหตุอื่นอีกมาก เช่น แสงแดด เมฆ ความชื้น
การเปลี่ยนแปลงของผิวน้ำในมหาสมุทร ความร้อนใต้พิภพ ฯลฯ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
4. พายุทอร์นาโดมีแนวโน้มลดลง ส่วนพายุเฮอริเคนจากมหาสมุทรแอตแลนติก
ก็มีแนวโน้มคงที่ พายุขนาดใหญ่ เช่น Katrina {12} ในปี 2548
อาจเกิดได้เป็นครั้งคราว เราจึงไม่ควรถือเอาปรากฏการณ์ชั่วคราว มาทึกทัก
ปะติดปะต่อกับภาวะโลกร้อน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
5. ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น 7 นิ้วในรอบศตวรรษ แต่เพิ่มมาก่อนยุคที่ใช้ Hydrocarbon ด้วยซ้ำไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
6. ป่าไม้ (ไม่ใช่สวนป่า) ในสหรัฐอเมริกาได้รับการปลูกเพิ่มขึ้น 40% ในรอบ
50 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม
การปลูกป่าก็อาจไม่ได้ช่วยแก้ไขโลกร้อนอย่างมีนัยสำคัญนัก {13} 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;อย่าให้ใครลวงให้ตื่นตูม&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มีอยู่ภาพหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นภาพทะเลสาบ Aral Sea ในคาซัคสถาน
{14} ซึ่งแต่เดิมมีขนาดใหญ่มาก แต่กลับแห้งไป
มีเรือจอดอยู่บนพื้นคล้ายทะเลทราย ภาพดังกล่าว
สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ห่วงใยโลกเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็เป็น&lt;b&gt;ภาพแห่งการโกหกอย่างร้ายกาจ&lt;/b&gt; เพราะการเหือดหายไปของทะเลสาบนี้ เป็นผลมาจากการสูบน้ำและเป็นที่คาดหมายมานานแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนแม้แต่น้อย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img src="http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms200712623182.jpg" align="absmiddle" height="400" width="450" /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ถ้าวันนี้เกิดการระเบิดของภูเขาไฟ ระดับเดียวกับ “กรากะตัว”
ในอินโดนีเซียเมื่อปี 2426 เราคงลืมเรื่องโรคร้อนในบัดดล
และนึกว่าโลกต้องแตกแน่แล้ว เพราะ
“แรงระเบิดนั้นคร่าชีวิตทุกคนที่ยังอยู่บนเกาะ พื้นที่ร้อยละ 65.52
ของเกาะกลายเป็นเถ้าธุลีลอยสูงขึ้นไปถึง 80 กิโลเมตร ในรัศมี 240 กิโลเมตร
เถ้าธุลีบดบังแสงอาทิตย์ จนมืดมิดคล้ายตอนกลางคืน . . . อยู่ห่างถึง 4,776
กิโลเมตร ก็ได้ยิน (เสียงระเบิด) . . . เกิดคลื่นสึนามิ สูงกว่า 30 เมตร .
. . แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นตรวจจับได้แม้แต่ที่สหราชอาณาจักร
(อากาศยังเย็นลง 1.2 องศาทั่วโลกเป็นเวลาถึง 5 ปี)” {15} 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ท่านทราบหรือไม่ว่า แรงระเบิดของภูเขาไฟที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ ภูเขาไฟ
Tambora ในอินโดนีเซีย เมื่อปี 2358 ในครั้งนั้นประมาณกันว่า
มีขนาดเท่ากับระเบิดปรมาณู 60,000 ลูกรวมกัน ทำให้ท้องฟ้ามืดมิด
ส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมถึงอังกฤษ {16} แต่โลกเราก็รอดมาแล้ว
และกลายเป็นปรากฎการณ์ที่คนส่วนใหญ่ลืมไปหมดแล้วในเวลาอันสั้น
ดังนั้นเราจึงไม่ควรปริวิตกกับปรากฏการณ์ชั่วคราวจนเกินเหตุ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;กรณีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในไทย&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
หลายคนเน้นใช้ความรู้สึกมาบอกว่า ปรากฏการณ์ธรรมชาติต่าง ๆ รุนแรงขึ้น
แต่ความจริงก็คือ พายุหมุนเขตร้อนที่เข้ามาในประเทศไทย
มีปริมาณลดลงตลอดในช่วงปี 2494-2549 รวมทั้งอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วง
พ.ศ.2539-2549 ก็ไม่แตกต่างกันเลย {17} ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทย
กลับลดลงนับแต่ปี 2483 ที่สำรวจ {18} ความรู้สึกที่ไม่อิงข้อมูล
มักทำให้คิดตรงข้ามกับความจริง และมักจะรีบเชื่อเมื่อมีผู้ทำให้ตกใจ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img src="http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms2007126231851.jpg" align="absmiddle" height="300" width="450" /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img src="http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms200712623201.jpg" align="absmiddle" height="300" width="450" /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img src="http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms2007126232043.jpg" align="absmiddle" height="350" width="450" /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วนที่เห็นน้ำท่วมโบสถ์วัดขุนสมุทร {19} นั้น
คงเป็นเพราะการทรุดตัวของดินจากผลของการสูบน้ำบาดาลเกินขนาด
การทำลายป่าชายเลน การพังทลายของตลิ่งและอื่น ๆ ซึ่งเป็นมาโดยตลอด
ไม่ใช่เพราะภาวะโลกร้อนแต่อย่างใด เป็นธรรมชาติรอบอ่าวไทย
ที่บางส่วนของพื้นที่อาจถูกกัดเซาะ บางบริเวณก็กำลังเกิดที่งอก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในสมัยโบราณ บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาแต่เดิมเป็นทะเลทั้งหมด
ทุกวันนี้ใต้ท้องนาในจังหวัดอยุธยา ยังขุดทรายมาขายกันได้เป็นล่ำเป็นสัน
วัดเจดีย์หอยที่อำเภอลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี ก็ยังพบเปลือกหอยทะเลมากมาย
แค่น้ำทะเลกัดเซาะวัดขุนสมุทรและบริเวณใกล้เคียงเพียงเท่านี้
ยังเทียบอะไรไม่ได้กับการเกิดภาคกลางของประเทศไทยแต่อย่างใด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img src="http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms2007126233254.jpg" align="absmiddle" height="350" width="450" /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในประเทศไทยของเรา
การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศยังเป็นเพราะปรากฏการณ์เอลนีโญ ลานีญา
และเอ็นโซ ตามกระแสน้ำอุ่น &amp;lt;20&amp;gt;
แต่กลับมีการกล่าวอ้างว่าเป็นเพราะภาวะโลกร้อนเป็นสำคัญ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;สิ่งที่ต้องคิดทบทวน 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โปรดอย่าไพล่เข้าใจผิดว่า เราไม่ควรใส่ใจกับเรื่องโลกร้อนและพาลเข้าใจว่า
เราละเลยการรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน
บทความนี้เพียงมุ่งตรวจสอบการโฆษณาชวนเชื่อที่ขาดจรรยาบรรณ
ทำให้สังคมขาดความรอบรู้และเกิดการคิดอย่างไม่เป็นวิทยาศาสตร์
เราควรมีเวทีการถกเถียงเพื่อให้การศึกษาแก่ประชาชนในวงกว้าง
เป็นการส่งเสริมสังคมอุดมปัญญา มีบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย
ไม่ใช่สังคมที่สักแต่เชื่อกันด้วยศรัทธาอย่างมืดบอด
อันถือเป็นอันตรายต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและปัญญา-ความรู้ของประชาชนในระยะ
ยาว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การใช้อวิชชาหลอกล่อให้คนเชื่อ เป็นการดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ประหนึ่งเห็นชาวบ้านเป็นวัวควายที่อธิบายกันดีๆ ไม่ได้
ต้องหลอกล่อด้วยความกลัว ถึงผลร้ายของภาวะโลกร้อนจนเกินจริง
และด้วยการใช้ความน่ารัก-น่าสงสารของคน สัตว์และสิ่งของเพื่อให้คล้อยตาม
โปรดสังเกตว่า “หมัดเด็ด” ในการปิดปากผู้สงสัยเรื่องโลกร้อนก็คือ
การป้ายสีพวกเขาว่าเป็นผู้ไม่หวังดีต่อโลก
เราจึงควรมีการวินิจฉัยด้วยตนเองให้ชัดเจน ตามหลักธรรมกาลมสูตร {21}
ก่อนที่จะเชื่ออะไรง่าย ๆ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผู้ที่กล้าพูดความจริงบางส่วน เพื่อเอาประโยชน์ใส่ตน นับเป็นผู้ที่น่ากลัว
สังคมพึงทราบว่าบ้านของนายอัล
กอร์เองกลับใช้ไฟฟ้ามากกว่าคนอเมริกันทั่วไปถึง 20 เท่า
ใช้เงินค่าไฟฟ้าและแก๊สรวมกันปีละเกินกว่า 1 ล้านบาท {22}
คนทำดีพูดดีเรื่องโลกร้อน อาจสั่งสมบารมี จนได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา
บางคนได้อาชีพเป็นนักอนุรักษ์ นักประท้วง นักแบกป้ายเพื่อ “กู้โลก”
หาเลี้ยงชีพไปได้ชั่วชีวิต เป็นต้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การบิดเบือนความจริงเคยส่งผลเสียหายมากมายมาแล้ว เช่น การที่ NGO
บางแห่งเคยให้ข้อมูลที่เป็นเท็จอย่างร้ายแรงว่า ประเทศไทยมีโสเภณี 2
ล้านคน ทำให้พจนานุกรมลองแมน
เคยให้คำจำกัดความของกรุงเทพมหานครว่าเป็นนครแห่งโสเภณีในปี 2536 {23}
จะสังเกตได้ว่านักเคลื่อนไหวทางสังคม
มักพยายามโฆษณาว่าปัญหาที่ตนเกี่ยวข้องอยู่มีขนาดใหญ่
ด้วยหวังให้สังคมให้ความสนใจ
แต่น่าเสียดายที่ทุกคนก็ใช้วิธีเดียวกันจนเฝือ สังคมเลย “มึน”
และกลับคิดว่าปัญหาทั้งหลายนั้นสุดแก้ไข กลายเป็นปัญหาโลกแตกไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทางออกสุดเท่ห์ของการแก้โลกร้อนก็คือ&lt;b&gt;การปลูกป่า&lt;/b&gt;
(ซึ่งถือเป็นรูปแบบการทำดีที่นำสมัยและมีระดับ ไม่ใช่พื้น ๆ
แบบการบริจาคให้มูลนิธิการกุศล)
โดยไม่นำพาว่าจะรณรงค์ปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าอย่างจริงจัง ปีหนึ่ง ๆ
ป่าไม้ไทยถูกทำลายไปมหาศาลหลายแสนไร่
กว่าป่าที่ปลูกใหม่เพียงหนึ่งหมื่นไร่
ต้นไม้ที่ปลูกอย่างลูบหน้าปะจมูกนี้ก็คงตายไปมากกว่าจะอยู่รอดได้
บาปของแฟชั่นการปลูกป่านี้ก็คือการช่วยบิดเบือน
ปกปิดไม่ให้อาชญากรรมทำลายป่าได้รับการตระหนักโดยสังคมส่วนรวม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การเคลื่อนไหวเรื่องนี้
ยังอาจถือเป็นการเบี่ยงประเด็นสาระสำคัญของปัญหาในโลกนี้ อันได้แก่
โรคภัยไข้เจ็บที่เผชิญอยู่ทุกวัน การกดขี่เอารัดเอาเปรียบต่อผู้ด้อยโอกาส
สงครามและการก่อการร้าย อำนาจเผด็จการที่ปิดกั้นเสรีภาพประชาธิปไตย
ตลอดจนการปล้นสดมภ์ของประเทศมหาอำนาจต่อประเทศกำลังพัฒนา เป็นต้น
บางทีถ้าเราเอาเงินรณรงค์เรื่องโลกร้อนไปช่วยคนทุกข์ยากทางอื่น
ยังอาจได้ประโยชน์ต่อสังคมมากกว่านี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
บางที “นักบุญ” ที่พูดกับท่านถึงภาวะโลกร้อนนั้น แท้จริงอาจเป็น “ซาตาน”
ผู้ก่ออาชญากรรม ตักตวงประโยชน์ทางการเมือง ฉกฉวยหาประโยชน์เฉพาะตน
คนที่กล้า “แหกตา” พวกเราถึงเพียงนี้ น่าจะเป็นบุคคลอันตราย
เราควรรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน
แต่เราก็ควรส่งเสริมการระดมความคิด
ถกเถียงค้นคว้าอย่างเป็นวิทยาศาสตร์และมีสติ
และต่อต้านความงมงายอย่างมืดบอดในทุกรูปแบบ
ประเทศชาติจึงจะเจริญด้วยสังคมอุดมปัญญาที่แท้จริง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt; : 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{1} ดร.โสภณ พรโชคชัย
เป็นผู้ประเมินค่าทรัพย์สินและนักวิจัยด้านอสังหาริมทรัพย์
ยังเป็นกรรมการที่ปรึกษาหอการค้าไทยสาขาอสังหาริมทรัพย์
ผู้แทนสมาคมประเมินค่าทรัพย์สินนานาชาติ (IAAO) ประจำประเทศไทย
และกรรมการสภาที่ปรึกษา Appraisal Foundation ซึ่งก่อตั้งโดยสภาคองเกรส
เพื่อการควบคุมการประเมินค่าทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกา Email:
&lt;a href="mailto:sopon@thaiappraisal.org"&gt;sopon@thaiappraisal.org&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{2} มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร
ที่มุ่งให้ความรู้แก่สาธารณชนด้านการประเมินค่าทรัพย์สิน
อสังหาริมทรัพย์และการพัฒนาเมือง ปัจจุบันเป็นองค์กรสมาชิกหลักของ FIABCI
ประจำประเทศไทย ถือเป็นองค์กรเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
ที่มีกิจกรรมคึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยจนได้รับความเชื่อถือจากนานา
ชาติ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ &lt;a href="http://www.thaiappraisal.org" title="http://www.thaiappraisal.org"&gt;http://www.thaiappraisal.org&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{3} ข่าว “'อัล กอร์'-ไอพีซีซี โนเบลสันติภาพ” ไทยรัฐ 13 ต.ค. 50
&lt;a href="http://www.thairath.com/offline.php?section=hotnews&amp;amp;content=64404" title="http://www.thairath.com/offline.php?section=hotnews&amp;amp;content=64404"&gt;http://www.thairath.com/offline.php?section=hotnews&amp;amp;content=64404&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{4} รายละเอียดเกี่ยวกับพระติช นัท ฮันห์
&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Nhat_Hanh" title="http://en.wikipedia.org/wiki/Nhat_Hanh"&gt;http://en.wikipedia.org/wiki/Nhat_Hanh&lt;/a&gt;
ซึ่งเป็นหนึ่งผู้ได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
แต่ไม่ได้รับการคัดเลือก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{5} เว็บไซต์เกี่ยวกับภาพยนต์นี้ดูได้ที่ &lt;a href="http://www.climatecrisis.net" title="http://www.climatecrisis.net"&gt;http://www.climatecrisis.net&lt;/a&gt; และ &lt;a href="http://www.an-inconvenient-truth.com" title="http://www.an-inconvenient-truth.com"&gt;http://www.an-inconvenient-truth.com&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{6} เพชร มโนปวิตร บทความ “รายงานโลกใบใหญ่ / สิ่งแวดล้อม : An
Inconvenient Truth กับภารกิจกู้โลก” ในนิตยสารสารคดี พฤศจิกายน 2549:
&lt;a href="http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&amp;amp;op=viewarticle&amp;amp;artid=633" title="http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&amp;amp;op=viewarticle&amp;amp;artid=633"&gt;http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&amp;amp;op=viewarticle&amp;amp;ar...&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{7} โปรดอ่านบทวิพากษ์ภาพยนต์เรื่อง An Inconvenient Truth ได้ที่
Marlo Lewis “A Skeptic's Guide to An Inconvenient Truth”:
&lt;a href="http://www.cei.org/pages/ait_response-book.cfm" title="http://www.cei.org/pages/ait_response-book.cfm"&gt;http://www.cei.org/pages/ait_response-book.cfm&lt;/a&gt; และ Mary Ellen Tiffany
Gilder “Diagnosing Al Gore: Truth in the Balance”
&lt;a href="http://sitewave.net/news/MaryEllenGilder.htm" title="http://sitewave.net/news/MaryEllenGilder.htm"&gt;http://sitewave.net/news/MaryEllenGilder.htm&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{8} ฝ่ายวิเคราะห์และประมวลข่าวสาร สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข 11
ตุลาคม 2550: “ในปี พ.ศ. 2549 . . .
ผู้ป่วยโรคปอดบวมที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาลอีก 88,841 ราย/ ตาย 765 ราย
ซึ่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 เกิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นต้นเหตุ สำหรับในปี
พ.ศ. 2550 จนถึงสัปดาห์ที่ 39 . . . มีรายงานผู้ป่วย. . .
โรคปอดบวมที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาลอีก 60,188 ราย ตาย 619 ราย . . .
อย่างไรก็ตามจากการสำรวจของกรมควบคุมโรคในปี 2550
นี้ยังไม่พบผู้ป่วยจากโรคไข้หวัดนก หรือผู้เสียชีวิต” ที่
&lt;a href="http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=9516" title="http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=9516"&gt;http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=9516&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{9} โปรดอ่านข่าว “Gore climate film's nine 'errors'” BBC News, October
11, 2007: &lt;a href="http://news.bbc.co.uk/1/hi/education/7037671.stm" title="http://news.bbc.co.uk/1/hi/education/7037671.stm"&gt;http://news.bbc.co.uk/1/hi/education/7037671.stm&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{10} โปรดดูรายละเอียดของโครงการนี้ได้ที่ Petition Project &lt;a href="http://www.oism.org/pproject/s33p1845.htm" title="http://www.oism.org/pproject/s33p1845.htm"&gt;http://www.oism.org/pproject/s33p1845.htm&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{11} พิธีสารเกียวโต Kyoto ดูรายละเอียดภาค ภาษาอังกฤษฉบับเต็มได้ที่
&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Kyoto_Protocol" title="http://en.wikipedia.org/wiki/Kyoto_Protocol"&gt;http://en.wikipedia.org/wiki/Kyoto_Protocol&lt;/a&gt; หรือภาคภาษาไทยได้ที่
&lt;a href="http://www.jgsee.kmutt.ac.th/greenhouse/unfccc/unfccc.php#unfccc" title="http://www.jgsee.kmutt.ac.th/greenhouse/unfccc/unfccc.php#unfccc"&gt;http://www.jgsee.kmutt.ac.th/greenhouse/unfccc/unfccc.php#unfccc&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{12} ดูรายละเอียดพายุ Katrina ถล่มนครนิวออลีนส์ที่ &lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Hurricane_Katrina" title="http://en.wikipedia.org/wiki/Hurricane_Katrina"&gt;http://en.wikipedia.org/wiki/Hurricane_Katrina&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{13} ผลการศึกษาของ Lawrence Livermore National Laboratory เรื่อง “Plant
a tree and save the Earth?” ที่
&lt;a href="http://www.llnl.gov/pao/news/news_releases/2006/NR-06-12-02.html" title="http://www.llnl.gov/pao/news/news_releases/2006/NR-06-12-02.html"&gt;http://www.llnl.gov/pao/news/news_releases/2006/NR-06-12-02.html&lt;/a&gt;
และเรื่อง “Models show growing more forests in temperate regions could
contribute to global warming” ที่
&lt;a href="http://www.llnl.gov/pao/news/news_releases/2005/NR-05-12-04.html" title="http://www.llnl.gov/pao/news/news_releases/2005/NR-05-12-04.html"&gt;http://www.llnl.gov/pao/news/news_releases/2005/NR-05-12-04.html&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{14} อ่านรายละเอียด Aral Sea ได้ที่ &lt;a href="http://unimaps.com/aral-sea/print.html" title="http://unimaps.com/aral-sea/print.html"&gt;http://unimaps.com/aral-sea/print.html&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{15} อ่านรายละเอียดภูเขาไฟกรากะตัวได้ที่
&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7" title="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7"&gt;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%...&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{16} ราชบัณฑิตยสถาน เรื่อง “ภัยภูเขาไฟ” &lt;a href="http://www.royin.go.th/th/knowledge/detail.php?Search=1&amp;amp;ID=154" title="http://www.royin.go.th/th/knowledge/detail.php?Search=1&amp;amp;ID=154"&gt;http://www.royin.go.th/th/knowledge/detail.php?Search=1&amp;amp;ID=154&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{17} ข้อมูลพายุจากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่
&lt;a href="http://www.tmd.go.th/programs/uploads/cyclones/track-56y.pdf" title="www.tmd.go.th/programs/uploads/cyclones/track-56y.pdf"&gt;www.tmd.go.th/programs/uploads/cyclones/track-56y.pdf&lt;/a&gt;
และข้อมูลอุณหภูมิเฉลี่ยต่อเดือนจาก
&lt;a href="http://service.nso.go.th/nso/nso_center/project/table/files/1100400/2549/000/00_1100400_2549_000_000000_00500.xls" title="http://service.nso.go.th/nso/nso_center/project/table/files/1100400/2549/000/00_1100400_2549_000_000000_00500.xls"&gt;http://service.nso.go.th/nso/nso_center/project/table/files/1100400/2549...&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{18} ข่าว “อัล กอร์ มั่ว น้ำทะเลอ่าวไทยลดลงทุกปี” ไทยรัฐ 17 ตุลาคม
2550
&lt;a href="http://www.thairath.com/news.php?section=society03&amp;amp;content=64807" title="http://www.thairath.com/news.php?section=society03&amp;amp;content=64807"&gt;http://www.thairath.com/news.php?section=society03&amp;amp;content=64807&lt;/a&gt;
และข่าว “อย่าตระหนก โลกร้อนไม่ทำให้กรุงเทพจมบาดาล”
&lt;a href="http://www.tei.or.th/hotnews/071116-globalwarming1-manager.htm" title="http://www.tei.or.th/hotnews/071116-globalwarming1-manager.htm"&gt;http://www.tei.or.th/hotnews/071116-globalwarming1-manager.htm&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{19} โปรดดูได้ที่เว็บไซต์วัดขุนสมุทร สมุทรปราการ &lt;a href="http://www.khunsamut.com" title="http://www.khunsamut.com"&gt;http://www.khunsamut.com&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{20} ปรากฎการณ์เอลนีโญและลานีญา
โปรดศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา
&lt;a href="http://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=17" title="http://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=17"&gt;http://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=17&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{21} กาลามสูตร 10 คือ อย่าปลงใจเชื่อ 1.ด้วยการฟังตามกันมา
2.ด้วยการถือสืบ ๆ กันมา 3.ด้วยการเล่าลือ 4.ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์
5.ด้วยตรรก 6.ด้วยการอนุมาน 7.ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
8.เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีของตน 9.เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าเชื่อ และ
10.เพราะนับถือว่าท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา
เราจะเชื่อก็ต่อเมื่อพิจารณาเห็นด้วยปัญญา (ที่มาคือ
&lt;a href="http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/002684.htm" title="http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/002684.htm"&gt;http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/002684.htm&lt;/a&gt;) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{22} ข่าว “เมื่อกระแสโลกร้อนย้อนมาเล่นงานอัล กอร์” สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์
7-15 มีนาคม 2550 โปรดอ่านข่าวภาษาอังกฤษที่
&lt;a href="http://www.guardian.co.uk/international/story/0,,2022869,00.html" title="http://www.guardian.co.uk/international/story/0,,2022869,00.html"&gt;http://www.guardian.co.uk/international/story/0,,2022869,00.html&lt;/a&gt; (The
Guardian) และ
&lt;a href="http://www.usatoday.com/news/washington/2007-02-27-gore-house_x.htm" title="http://www.usatoday.com/news/washington/2007-02-27-gore-house_x.htm"&gt;http://www.usatoday.com/news/washington/2007-02-27-gore-house_x.htm&lt;/a&gt;
(USA Today) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
{23} โปรดอ่านข่าวดังกล่าวได้ที่ &lt;a href="http://www.prospect-magazine.co.uk/article_details.php?id=6889" title="http://www.prospect-magazine.co.uk/article_details.php?id=6889"&gt;http://www.prospect-magazine.co.uk/article_details.php?id=6889&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;หมายเหตุ&lt;/b&gt; : ดูทั้งหมดที่  &lt;a href="http://www.thaiappraisal.org/Thai/Market/Market166.htm" title="http://www.thaiappraisal.org/Thai/Market/Market166.htm"&gt;http://www.thaiappraisal.org/Thai/Market/Market166.htm&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/arayachon/~4/460379401" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://arayachon.org/rethink/20081121/837#comments</comments>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/295">environment</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/294">โลกร้อน</category>
 <pubDate>Fri, 21 Nov 2008 11:58:39 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">837 at http://arayachon.org</guid>
<feedburner:origLink>http://arayachon.org/rethink/20081121/837</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>บทสัมภาษณ์ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์</title>
 <link>http://feeds.feedburner.com/~r/arayachon/~3/459406215/834</link>
 <description>&lt;p&gt;
ผมทราบข่าวการถึงอสัญกรรมของท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ผู้เป็นปูชนียะบุคคลของคนไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชาจำนวนไม่น้อย ขณะที่ผมเป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ในเมืองเชียงรุ่ง จังหวัดปกครองตนเองไตสิบสองปันนา ดินแดนที่อดีตนายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล มีความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านเกิด
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตลอดช่วงชีวิตของท่านผู้หญิงพูนศุขและอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ นั้นได้ให้บทพิสูจน์ชิ้นสำคัญแก่ชาวไทย และผองเพื่อนมนุษย์ทั่วโลกว่า “&lt;b&gt;คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้&lt;/b&gt;” และ “&lt;b&gt;ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ&lt;/b&gt;” พร้อมกันนี้ผมเชื่อมั่นว่า ประชาชนคนไทย ลาว เวียดนามและกัมพูชา ยังไม่ลืมคุณูปการที่ท่านทั้งสองได้กระทำไว้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดินแดนสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นเสมือนบ้านพี่เมืองน้องที่ใกล้ชิดของไทยเรา ครั้งหนึ่งก็เคยให้ที่พำนักพักพิง และความมั่นคงปลอดภัย แก่ครอบครัวของท่านผู้หญิงพูนศุขและอาจารย์ปรีดี ในช่วงที่เผชิญวิกฤตต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้วยน้ำใจอันเปี่ยมเมตตา และโอบเอื้ออารีของท่านผู้หญิงพูนศุข ผมมีโอกาสเดินทางไปพบและสัมภาษณ์ท่านสองสามครั้ง รวมทั้งมีครั้งหนึ่งที่เดินทางไปที่บ้านท่านเพื่อถ่ายรูปเป็นการเฉพาะ ช่วงที่ผมเขียนหนังสือ “ปรีดี พนมยงค์ กับขบวนการกู้เอกราชในลาว”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผนังห้องรับแขกของท่านมีรูปหนึ่งมีรูปท่านพุทธทาสขนาดใหญ่แขวนติดอยู่ หากผมจำไม่ผิดเป็นรูปซึ่งมีข้อความลายมือของท่านพุทธทาสอยู่ด้วย ท่านผู้หญิงย้ำกับผมหลายครั้ง ว่า “ขันติและการให้อภัย คือ สิ่งที่ทำให้ดำเนินชีวิตอยู่ในวันนี้ได้อย่างมีความสุข”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คำพูดของท่านผู้หญิงชวนให้ผมประหวัดไปถึงงานเขียนชิ้นเยี่ยมของเฮอร์มาน เฮสเส เรื่อง STEPPENWOLF ซึ่งมีข้อความตอนหนึ่งกินใจมาก สะดุดความรู้สึกของคนที่เผชิญความเจ็บปวดรวดร้าวอีกมากหลาย เป็นงานเขียนที่อ่านแล้ว “กระแทกใจ” อย่างลุ่มลึก ทำให้สรุปได้เลยว่า ความปวดร้าวนี่เป็นอารมณ์ร่วมอันทรงพลังของมวลมนุษยชาติ ปัญหาก็คือ เราจะเผชิญกับมันอย่างไร ซึ่งเฮสเสได้ให้คำคำตอบไว้แจ่มชัดมาก ด้วยถ้อยคำเพียงไม่กี่คำ และที่สำคัญ ก็คือ เป็นคำๆ เดียวกับของท่านพุทธทาส&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“คนทุกวัย ทุกวัฒนธรรม ทุกขนบธรรมเนียมประเพณี ล้วนมีบุคลิก มีความอ่อนแอ ความเข้มแข็ง ความงาม ความอัปลักษณ์ของตนเอง การยอมรับในสิ่งปวดร้าว ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเผชิญกับสิ่งชั่วร้ายราวปีศาจด้วยขันติ”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขันติและการให้อภัย ไม่ว่าจะนับถือศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม พรามณ์ ผี หรือไม่มีศาสนาเลยก็ตามที หากมีขันติและการให้อภัย โลกและบ้านเมืองแต่ละแห่งคงไม่สับสนวุ่นวายเป็นบ้าเป็นหลัง ดังเช่นในทุกวันนี้ หากจะบอกว่า “ขันติเป็นธรรมที่คุ้มครองโลก” ก็คงไม่ผิดไปจากความจริง เชื่อว่าทุกคนคงคุ้นชินกับคำว่า “BE PEACE PREVAIL ON EARTH” กันดีพอควร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประเด็นเนื้อหาสาระจากคำถามที่ผมเตรียมไปถามท่านผู้หญิง เป็นคำถามที่มีขึ้นหลังไปเก็บข้อมูลรายละเอียดเรื่องราวของเจ้าเพ็ดชะลาด อยู่ที่นครหลวงพระบางเป็นระยะเวลานานพอควร โดยมีลุงสิงคำ สิริวัฒนา หรือ “พ่อใหญ่” ของ “ชาวเมืองหลวง” และบรรดาผู้อาวุโสแห่งคณะโขนหลวง และนักมโหรีปี่พาทย์ชั้นครู ประจำวังพระราชวังล้านช้างร่มขาวหลวงพระบาง เช่น ลุงโมนีวง รวมทั้งลุงคำเหล็ก ซึ่งล้วนมีบทบาทอยู่ในคณะกู้อิสรภาพ เพื่อให้พ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส เป็นผู้ให้ข้อมูลสำคัญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รายละเอียดในการดำเนินชีวิตของท่านผู้หญิงและอาจารย์ปรีดี รวมทั้งสมาชิกในครอบครัว จากการเปิดเผยของท่านผู้หญิง เป็นส่วนเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมือง และประวัติศาสตร์สังคมไทย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ช่วงเจ้าเพ็ดชะลาดและคณะมาต่อสู้เพื่อเอกราชอยู่ในประเทศไทย ท่านผู้หญิงให้ความช่วยเหลืออย่างมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ดิฉัน เคยรับฝากพระพุทธรูปลาว นี่ยังไม่พบใบคืน แต่เขาเอาคืนไปแล้วนะ พระพุทธรูปทองคำ เขาเอามาฝากไว้ ตอนนั้นอยู่คนเดียว เกิดรัฐประหารแล้ว ปรีดี ไม่อยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : เจ้าเพ็ดชะลาดเอามาฝากหรือครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ไม่ใช่ คนอื่นเอามา แต่คงผ่านทางเจ้าเพ็ดชะลาด องค์ก็ไม่ใหญ่โตนะ ย่อมๆ แต่เป็นทองคำแท้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : สูงแค่นี้หรือเปล่าครับ (กางแขนขนาดหนึ่งช่วงแขน)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ไม่ถึง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ช่วงเจ้าเพ็ดชะลาดมาอยู่กรุงเทพฯ ท่านผู้หญิงช่วยเหลืออะไรบ้างครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ช่วง นั้นฉันเองก็แย่ แต่ก็ไปเยี่ยมเยียนดูแลบ้าง เราถูกรัฐประหารใช่ไหม ตอนนั้นอยู่คนเดียวที่บ้านถนนสีลม ที่ดินที่มีอยู่ก็ขายไปเรื่อยๆ บำเหน็จบำนาญก็ไม่ได้ ไม่ได้ก็…&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : แล้วช่วงนี้ได้หรือยังครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ช่วงนี้เหรอ เดี๋ยวนี้ก็ได้แล้ว พอไปอยู่ฝรั่งเศสก็ยื่นฟ้อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ฟ้องรัฐบาล เวลานั้นใครเป็นรัฐบาล ใครเป็นนายกฯ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : รัฐมนตรีต่างประเทศ คือ คุณถนัด คอมันต์ สาเหตุที่ฟ้องเพราะมีปัญหาเรื่องพาสปอร์ต ……ครอบ ครัวลี้ภัยไปอยู่เมืองจีน พอจะย้ายมาฝรั่งเศสต้องไปขอพาสปอร์ต ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนต้องใช้พาสปอร์ตแสดงตัว เวลานั้นไม่มีสถานกงสุล ไม่อยากพูดหรอก เอกอัครราชฑูตเขาก็ตายไปแล้ว เขาก็ไม่ได้….. คนจากสถานฑูตมาหาเรา บอกให้ไปแสดงตัวที่สถานทูต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ตอนยื่นฟ้องนั้นอยู่ปารีสแล้วใช่ไหมครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : อยู่ปารีส&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : เดินทางจากจีนไปปารีสโดยไม่มีหลักฐานอะไรเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข :มี สิ กระทรวงการต่างประเทศของจีนเขาออกเอกสารประจำตัวให้ พาสปอร์ตเดิมที่มีอยู่หมดอายุ ใช้ได้แค่แสดงว่ามีสัญชาติไทยเท่านั้นแหละ ส่วนอาชีพฉันเลือกเอง ไม่ได้บอกว่าเป็นอาชีพนักการเมืองอะไรหรอก บอกว่าเป็นอาจารย์เลยมาฝรั่งเศสสบาย ซื้อหนังสือก็ได้ลดราคา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ตอนอยู่ปารีสใหม่ ๆ การเงินลำบากมากไหมครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ก็ลำบาก แต่ว่ามีรายได้ส่วนตัว บ้านส่วนตัวที่กรุงเทพฯ ให้เช่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : หลังไหนครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : บ้านถนนสีลม แล้วก็ที่สาทรอีก มีหลายที่ ที่ดีๆทั้งนั้นแหละ ตอนหลังต้องขายเพื่อไปซื้อบ้านที่โน่น (ฝรั่งเศส) ขายไปขายมาก็เหลือที่นี่ (หมายถึงบ้านหลังที่อยู่ปัจจุบันในซอยสวนพลู) พี่น้องเห็นว่าไม่มีบ้านอยู่แล้ว เวลามาเมืองไทยต้องไปอาศัยเขาอยู่ เขาก็เลยขายให้ แต่ไม่ได้ซื้อจากใครหรอก ซื้อจากกองมรดกแม่ฉันเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : บ้านที่สาทร คือบ้านที่เจ้าสุพานุวงเคยอยู่ใช่ไหมครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ไม่ใช่ คนละหลัง บ้านที่เจ้าสุพานุวงพัก อยู่ในซอยพิกุล เป็นเรือนไม้สองชั้น ส่วนหลังที่เจ้าเพ็ดชะลาดพัก นั้นเข้าทางถนนงามดูพลี บ้านดีนะเป็นตึกสองชั้น บ้านเจ้าเพ็ดชะลาดเดินทะลุถึงสำนักงานจัสแมกซ์ในปัจจุบันได้ คือ แต่ก่อนแถวถนนพระรามสี่มีคลอง ข้ามคลองไปชื่อถนนงามดูพลี เข้าไปทางซ้ายมือสักหลังที่ 3 หรือที่ 4 ปัจจุบันกลายเป็นตึกไปหมดแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : หม่อมอภิณพรไปคอยดูแลเจ้าเพ็ดชะลาดที่นั่นใช่ไหมครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : หม่อม อภิณพรนี่ฉันรู้จักตั้งแต่เขายังอยู่กับคุณสละ แสงชูโต สามีเก่า พ่อของคุณสละคือพระยาอนุฑูตวาที มีลูกชายคนเดียวคือคุณสละ ส่วนแม่คุณสละนั้นเป็นเจ้าลาวเก่า ดูเหมือนจะเป็นเจ้าอาของเจ้าเพ็ดชะลาด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : เจ้าเพ็ดชะลาดเป็นโอรสอุปราชบุนคง อุปราชฝ่ายวังหน้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : คุณก็ดีไปสืบสาวจนได้เรื่อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ผมได้พบคนสนิทของเจ้าเพ็ดชะลาด เป็นคนให้ข้อมูล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ดี ยังมีชีวิตอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ครับ เขาเคยมาเยี่ยมเจ้าเพ็ดชะลาดที่กรุงเทพฯ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : เดี๋ยวนี้ยังอยู่หลวงพระบางเหรอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ครับ ยังอยู่หลวงพระบาง แต่ว่าอายุมากแล้ว สำหรับหม่อมอภิณพรนับเป็นญาติผู้ใหญ่ของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : หม่อม อภิณพรมีศักดิ์เป็นอาของนายเชื้อ ยงใจยุทธ ลูกชายหม่อมอภิณพรคนหนึ่งเครื่องบินตกเสียชีวิต ลูกสะใภ้เขาดี๊ดี ไม่แต่งงานใหม่ บ้านอยู่ใกล้ๆ นี่ ก็มาเยี่ยมฉันบ่อยๆ หม่อมอภิณพรมีลูกหลายคน ไม่มีลูกผู้หญิง มีแต่ลูกผู้ชาย ลูกเขาก็มาหาเจ้าเพ็ดชะลาด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : มาหาที่ไหนครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : บ้านซอยงามดูพลี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ตอนไปลี้ภัยอยู่ที่จีน รัฐบาลจีนออกค่าใช้จ่ายให้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : เขา ให้เราพร้อมหมดนะ ให้ข้าวกิน ให้บ้านอยู่ ให้รถยนต์ไว้ใช้ เจ็บไข้ได้ป่วยก็บำบัดรักษา ปัจจัยสี่น่ะ แต่เราก็มีเงินส่วนตัวของเราไปบ้าง ตอนนายปรีดีไปเนี่ยไม่มีอะไรเลย ไปตัวเปล่า แต่ฉันให้ Letter of credit นะ ตอนฉันไป ฉันไปฝรั่งเศสก่อน ก่อนไปก็ขายทรัพย์สิน มีบ้าน ที่ดิน มีอะไรต่ออะไรก็ขาย รวบรวมเงินทำเช็คเป็นสกุลเงินดอลลาร์ แล้วไปแลกเป็นเงินของเขา (เงินหยวน) ฝาก ธนาคารไว้ เขาให้ดอกเบี้ยดี อยากได้อะไรก็เอาเงินส่วนตัวของเราซื้อ อย่างเช่นไปเห็นหม้อทำอาหาร มันมีร้านเก่า ๆ ที่ขายของพวกนี้ แล้วก็ซื้อเปียโนเพราะเหงา อยากดีดเปียโนก็เอาเงินส่วนตัวซื้อ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ช่วงอยู่ในจีนได้พบโจว เอินไหลหรือเปล่าครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : โจว เอิน ไหลได้พบ แต่กับมาดามโจวไม่ได้พบ ไม่คุ้นเท่าไหร่ เพราะฉันไม่มีอดีต ไม่มีบทบาทในสมาคมสตรี แต่ช่วงเขามาเมืองไทยมาพักอยู่ที่โรงแรมเอราวัณ ฉันเอารูปไปให้ เอาผลไม้ไปให้ เขาก็ดี….. ต้อนรับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ช่วงอยู่ในจีนไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : กับ จีนไม่มีปัญหา พอเราจะกลับเงินที่เราเหลือ เขาก็ให้ เขาก็ดีนะ เพราะงั้นฉันไม่ลืมเขาเลยนะ จีนเกิดน้ำท่วมหรืออะไรสองหนน่ะ เราก็บริจาคตามกำลังศรัทธา เราไม่เคยลืมบุญคุณราษฎรจีนที่ให้ความช่วยเหลือเรา เราไม่ได้ติดหนี้บุญคุณผู้หนึ่งผู้ใด แต่เราติดหนี้บุญคุณราษฎรจีนทุกคน เราเกรงใจที่ไปอยู่ 21 ปีกว่า เจ็บไข้ได้ป่วยนะ เรากตัญญูไม่เคยลืม เราติดต่อกันเรื่อยนะ จนผ่านมาหลายๆ ปีก็ยังติดต่อกันอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ช่วงอยู่ที่นั่นมีสวัสดิการเหมือนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลคนหนึ่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ไม่ถึงขนาดนั้น ไปเปรียบไม่ได้ พวกเราเหมือน expert มากกว่า พวกเขาเรียกกันในภาษาจีนว่า “โจวเจียง” ในจีนมีพวกยุโรปตะวันออก พวกโซเวียตเข้าไปอยู่ เขาก็จัดที่พักจัดที่อยู่ให้ โดยมีโรงอาหารแห่งเดียวกันอะไรอย่างนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : สรุปแล้วมีฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ไม่ ได้เป็น แต่อยู่ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เพราะเขาก็ต้อนรับดีนี่ คือ มีบ้านอยู่คนละหลัง มีโรงอาหารรวม พอถึงเวลาเขาก็ยกมาให้เรากิน แต่ตอนหลังแยกนะคะ เขาก็ให้เราไปอยู่บ้านโดดแห่งหนึ่งที่กวางตุ้ง (มณฑลกว่างตง) เดิมเป็นสำนักงานกงสุลฝรั่งเศส เติ้ง เสี่ยวผิง เดินทางไปเยี่ยมถึงบ้าน ก็เห็นบ้านมันเล็ก คับแคบ เล็กกว่าหลังนี้อีก (บ้านหลังที่อยู่ปัจจุบันในซอยสวนพลู) เติ้ง เสี่ยวผิงก็เลยให้ย้ายไปอยู่บ้านซึ่งเคยเป็นสำนักงานกงสุลอังกฤษ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ย้ายจากสำนักงานกงสุลฝรั่งเศส ไปอยู่สำนักงานกงสุลอังกฤษ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ที่กงสุลฝรั่งเศสหลังนิดเดียว ส่วนที่กงสุลอังกฤษมีหลายหลัง ที่นั่นใหญ่หน่อย แต่เขาให้หลังเดียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : รู้จักลูกชาย เติ้ง เสี่ยวผิง ที่พิการนั่งรถเข็นหรือเปล่า เขามาเมืองไทยบ่อยนะครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ไม่ รู้จัก เรื่องส่วนตัวนะ ไม่รู้ประวัติครอบครัว อยู่ที่โน่นทุกอย่างเป็นเรื่องทางการหมด คบกันส่วนตัวไม่ได้ ในระบบคอมมิวนิสต์ไม่รู้จักกัน ถ้าคนของเขาไม่มาเกี่ยวกับเรา เราก็ไม่ไปรู้จักกับเขา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : อยู่เป็นเอกเทศใช่ไหมครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ความเป็นอยู่ก็ดีนะ แต่รู้สึกว่าเข้มงวดไปหน่อย เขาก็ดี ออกไปไหนก็มีคนไปด้วยเหมือนมี Body guard คุม ไปในตัว เราจะเล็ดรอดไปพบใครหรืออะไรก็ไม่ได้ แล้วยังมีล่ามอีก เราจะไปไหนเพียงลำพังไม่ได้ โดยเฉพาะต่างจังหวัด เรานึกอยากไปเที่ยว เขาก็จัดให้ไปแต่ที่เขาเตรียมไว้ เรานึกอยากเที่ยวโน่นเที่ยวนี่แต่ก็ไปไม่ได้ ไม่เหมือนฝรั่งเศสมีเสรี อยู่ด้วยตัวของเราเอง บ้านของเราเอง เงินของเราเอง เราอยากจะไปเที่ยวจังหวัดไหน หรือจะไปเยอรมัน ไปอังกฤษก็ไปได้โดยอิสระ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ช่วงอยู่ฝรั่งเศส ได้พาสปอร์ตกลับคืนมาแล้วใช่ไหม ได้สัญชาติไทยเหมือนเดิมแล้ว รัฐบาลไทยสนับสนุนช่วยเหลืออะไรบ้าง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ไม่ช่วยอะไรเลย ตอน (นายปรีดี) ตายก็ไม่แสดงความเสียใจ ไม่อะไรเลย ที่ได้พาสปอร์ตเพราะอังกฤษเขาเชิญ ต้องรีบเร่ง เราจะต้องถือใบแสดงสัญชาติ อดีตสมาชิกกองกำลัง 136 (Force 136) ที่ร่วมกันสู้รบกับญี่ปุ่นระหว่างสงคราม (สงครามโลกครั้งที่ 2) เขารู้ว่าเราอยู่ฝรั่งเศสก็เชิญไปพบ ลอร์ด หลุยส์ เมาท์อะไรเนี่ยเป็นคนเชิญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ลอร์ด หลุย เมาท์แบทแทน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : นั่นละ เขาเชิญเราไปค้างที่คฤหาสน์ของเขา ที่ (...... Portland – ฟัง ไม่ชัด) เราเพิ่งมาจากเมืองจีนได้ไม่กี่เดือน ก็ต้องไปเร่งขอหนังสือ จะให้เอาหนังสือของจีนเดินทางหรืออย่างไร เขาก็ต้อนรับเราดีเชียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ไปพักบ้านของลอร์ด หลุยส์ เมาท์แบทแทน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ใช่ ก่อนหน้านี้ลอร์ด หลุยส์ เมาท์แบทแทน เคยเชิญไปเยือนมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นพักที่บ้านในเมือง หลังเล็กนิดเดียว แต่พอไปครั้งนี้เขาเชิญไปค้างที่บ้านชนบท เป็นปราสาทใหญ่โตเชียว ฉันนอนเตียงภริยาของดยุ๊ค อ็อฟ เอดินเบอระ ส่วนนายปรีดีนอนเตียง ดยุ๊ค อ็อฟ เอดินเบอระ เลี้ยงน้ำชารสดีมากเลย อีกวันก็เลี้ยงอาหารเช้า แล้วก็ลากลับ เขาต้อนรับเราอย่างดี เขาเห็นใจที่เราถูกใส่ร้ายนะ เขาไม่เชื่อหรอก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ผมพบว่ามีหนังสือเอกสารลับของกองทัพบกสองเล่ม ประทับตราลับสุดยอด เขียนโดย หลวงกาจ กาจสงคราม กล่าวใส่ร้ายอาจารย์ปรีดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : สถานทูตอังกฤษ และอเมริกา เขาต้องเขียนรายงานที่เรียกว่า record องค์กรอะไรเนี่ย พอเวลาล่วงไป 25 ปี เขาก็เปิดเผยข้อมูล ข้อมูลเอกสารอะไรๆ ที่ทั้งฝ่ายอังกฤษ และอเมริกา รายงานไปที่รัฐบาลเขา ใครสนใจก็สามารถไปอ่านได้ เคยมีข้าราชการอะไรมาขอพบ บอกว่าจะขอพิมพ์เป็นเล่ม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : เอกสารเหล่านี้อยู่ที่ลอนดอน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ไปดูที่ London เมื่อ ก่อนนักเรียนไทยที่นั่นเห็นอะไรเกี่ยวกับเรา เขาก็คัดมาให้ หลังเกิดกรณีสวรรคต ตอนนั้นถึงกับจะขอให้อังกฤษมายึดเมืองไทยแน่ะ เป็นเจ้า แต่เขาไม่ออกชื่อนะเขาใช้คำว่า Prince Royal HRH ไปยุยงทหารอังกฤษที่มาปลดอาวุธญี่ปุ่นที่เมืองไทย แต่เขาไม่เห็นด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ตอนนั้นมีข้อตกลงกันว่า ให้จีนปลดอาวุธญี่ปุ่นที่เหนือเส้นขนาน 16 องศาเหนือ ต่ำลงมาให้เป็นภาระรับผิดชอบของอังกฤษ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : แต่ความเป็นจริง จีนก็ฮึกเหิม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ตอนนั้นถึงกับบอกว่า นายพลหลิว ฮั่น ผู้บัญชาการทหารจีน กองพล 93 ที่ลงมาปลดอาวุธ จะลงมายึดประเทศไทย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ที่ ผ่านมาเคยมีคนจีนบอกว่า เขาเป็นเสรีไทยฝ่ายจีน มีจดหมายเสนอให้คณะกรรมการ ๑๐๐ ปีชาตกาลปรีดี พนมยงค์ พิจารณา แต่ฉันว่าไม่ใช่ มีเกี่ยวบ้างนิดหน่อย ติดต่ออะไรอย่างนี้ ไม่ขึ้นกับเสรีไทย แต่จะมาอ้างว่าเขาเป็นเสรีไทยฝ่ายจีน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ช่วงอยู่ ฝรั่งเศส ชีวิตเป็นอย่างไรบ้างครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนสุข : ก็ ปกติเหมือนชาวบ้านทั่วไป บ้านเล็กนะนี่ หนังสือพิมพ์มติชนเขาลง (เชิด ทรงศรีไปเยี่ยมแล้วกลับมาเขียน) เราก็ไปตลาดเอง ลากรถไปจับจ่ายเอง ระยะทางประมาณหนึ่งกิโลเมตรครึ่ง เดี๋ยวนี้แก่ตัวลงเดินไม่ไหวแล้ว ที่นั่นเราต้องอยู่อย่างมัธยัสถ์นะ รายได้น้อย บำนาญประมาณสี่พันกว่า เราขายบ้านไปสองหลังก็มีเงินก้อน ก็ฝากธนาคารกินดอกเบี้ย ธนาคารฝรั่งเศส เงินเราโอนไปถูกต้อง แต่เป็นเงินดอลลาร์ การที่มีสถานที่พำนักอยู่ที่โน้น จะฝากเป็นเงินตราต่างประเทศไม่ได้ ต้องฝากเป็นเงินฟรังค์เท่านั้น แล้วเงินฟรังค์มันไม่แข็ง เราต้องเอาดอลลาร์ไปฝากที่ต่างประเทศ เขาส่งมาให้ทุกเดือน ดอกเบี้ยก็พออยู่ได้อย่างประหยัดนะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ช่วงที่อยู่ในกรุงปารีส อยู่ในโซนใกล้มหาวิทยาลัยไหมครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : เราไม่ได้อยู่ในเมืองหรอก บ้านเราอยู่นอกเมือง ห่างจากปารีส 11 กิโลเมตร มีรถเมล์ผ่าน 2 สาย มีรถไฟใต้ดินสะดวก แต่สถานีไม่ใกล้บ้าน ใครเขียนว่า 500 เมตร อู้ฮู้! เดินตอนนั้นมันไม่รู้สึกอะไร แต่ไปทีหลังนี่ไม่ไหว ฉันไปพักที่บ้านหลาน เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงสถานีรถไฟใต้ดิน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : บ้านในปารีสที่ขายไป ตอนนี้เขาใช้เป็นสำนักงานบริษัท หรืออะไรครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : คน ซื้อบ้านหลังนี้เป็นคนเวียดนาม เขาก็ปิด เราไปนี่เขาทาสีใหม่ เขาไม่รู้หรอกว่าคนขายเป็นใคร เขาบอกว่าคนไทยที่ขายบ้านนี้น่ะจน ไม่ได้ทำนุบำรุงอะไร เขาปลูกต้นไม้ ไม้ดอก ความจริงเทศบาลเขต “อองโตเม” เขา อนุญาตให้เราทำป้ายว่าบ้านนี้บ้านที่นายปรีดี เคยอยู่เคยตาย แต่เราไม่เคยไปขอร้องเขา เพราะฉะนั้นเขาไม่รู้หรอก ในฝรั่งเศสตึกอาคารหลายแห่งมีชื่อของนักต่อสู้ กู้บ้าน กู้เมืองติดเต็มไปหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : อยู่ฝรั่งเศสได้พบอดีตผู้นำลาวบ้างไหมครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ช่วง อยู่ฝรั่งเศสได้พบปะกินข้าวกับภรรยาเจ้าสุวันนะพูมา เป็นลูกครึ่งฝรั่งเศส คือ ไปกินเลี้ยงน่ะ อดีตทูตฝรั่งเศสเคยประจำอยู่เมืองไทยเชิญเราไปกินเลี้ยง พบหลายคน ท้าวอะไร ต่อท้าวอะไร ทั้งขวาซ้ายมากันหมดนะ ส่วนใหญ่ก็เคยมาอยู่บ้านฉันที่กรุงเทพฯ กันทั้งนั้น บางคนมาเรียนที่ฝรั่งเศส แล้วกลับไปทำงานที่บ้านเกิด กระทั่งได้มาเป็นเอกอัครราชทูตประจำฝรั่งเศส พอเปลี่ยนรัฐบาลเขาไม่กลับ เขาก็รู้ เขาก็ดี เขาบอกว่าเราเนี่ย (อาจารย์ปรีดีและครอบครัว) ช่วยเหลือประเทศลาว แล้วก็ท้าวอะไรไม่รู้ที่มาพบคุณเตียง เขาทำไหมไทย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ท้าวอุ่น ชนะนิกรครับ Jim Thomson เป็นผู้แนะนำให้เขาไปพบนายเตียง เงินสนับสนุนของโอเอสเอส (OSS) ที่มีต่อขบวนการเสรีไทย และนายปรีดีได้นำไปช่วยเหลือขบวนการกู้ชาติในลาว ผ่านทางนายเตียง ตอนที่ท้าวอุ่นมาอยู่กรุงเทพฯ ได้พบกันไหมครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ไม่เคยพบหรอก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : อุ่น ชนะนิกร เขาเป็นคนประสานงานหลายฝ่าย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : เขาก็เป็นผู้รักชาติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : แต่ตอนหลังต้องเลือกว่าอยู่กับใคร พอดีอยู่ฝ่ายขวา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : เขาอยู่กับจอมพล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : อยู่กับจอมพล ป. หรือครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : เปล่า จอมพลเอาเขามาทำงาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : สมัยอยู่ลพบุรีหรือเปล่าครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศูข : เออ! กองแลไม่รู้หายไปไหน กองแลเขามา…เขามาเปิดคุกให้เจ้าสุภานุวงศ์ออกไปฟอร์มรัฐบาล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ไม่ทราบแน่ชัด รู้เพียงว่าไปอยู่ฝรั่งเศส ไม่รู้ตอนนี้เขายังอยู่ที่ฝรั่งเศสหรือเปล่า หายเงียบไปนานแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : เคยกลับจากเมืองจีนมาที เมื่อ พ.ศ.2500 ไปอยู่เมืองจีนได้สัก 4 ปีมั๊ง กลับเข้ามาตอนนั้นสมัย จอมพล ป. เขาเอาไปสอบสวน แล้วตอนนั้นเราก็ไม่ค่อยสบาย เขาก็มาสอบที่บ้าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : สอบถามเรื่องอะไรบ้างครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : เขาถามว่ารู้จักใครบ้าง เรื่องคนอื่นฉันไม่รู้จัก ชื่อก็ไม่เหมือนกัน มาจากเมืองจีนน่ะ ชื่อที่เรารู้จักมันเป็นภาษาจีนกลาง แต่ทางนี้เขาใช้ภาษาแต้จิ๋ว เราก็ไม่รู้จัก เขาก็ถามบ้าๆบอๆ เช่นนายปรีดีเขาทำไหม เราก็บอกไปถามเขาเอง เราไม่รู้ ตัวใครตัวมัน แต่ว่าไปอยู่ฝรั่งเศสหายไป 18 ปี ถึงได้มาเมืองไทย บ้านที่นี่เราขายหมด ต้องอาศัยน้องอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ตอนกลับมาเมืองไทยใหม่ๆ ไม่ได้มาอยู่บ้านหลังนี้ ไปอยู่บ้านน้อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ใช่ แล้วถึงได้ซื้อ ตอนนั้นพี่น้องหลายคน ตอนนี้เหลือ 4 พี่ น้องมีแยะนะ แล้วมรดกก็แบ่งกันไปหมดแล้ว เหลือที่นี่เป็นของกลางยังไม่ได้แบ่ง มีคนมาขอซื้อ เขาก็เห็นว่าเราไม่มีที่อยู่ แล้วอีกอย่างคนอื่นที่มาขอซื้อ หากขายให้ก็ต้องเสียค่านายหน้า ขายเราก็ไม่ต้องเสีย เขาคิดกันเองเพราะเราไม่มีที่อยู่ มาครั้งแรกหลังหายไป 18 ปี ต้องมาอาศัยเขาอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : รัฐบาลก็ไม่มีบำนาญอะไรให้ทั้งนั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนสุข : ก็ได้บำเหน็จตกทอดเมื่อตาย ได้นิดเดียว ขี้ปะติ๋ว วันก่อนพบรัฐมนตรีคนหนึ่งแล้วก็งาน 67 ปี รัฐสภา ประวัติเขาก็กล่าวถึงนะว่า นายปรีดี เป็นเลขาคนแรก รัฐสภาเขาก็เชิญไป แขกอายุร้อยหนึ่งก็มีนะเป็นอดีต ส.ส. แต่ ไม่ยักกะเชิญฉัน ฉันว่าอย่างนี้นะ ฉันว่าประธานสภาก็ล่วงลับไปแล้ว เมียประธานสภาฯ อดีตเลขาฯ เลขาฯ ล่วงลับไปแล้ว แต่เมียเลขาฯ ยังอยู่ เมียรัฐมนตรี ไม่รู้ทำอะไรได้เหรียญตราเต็มไปหมด เราเป็นอดีตไม่เห็นได้บ้าง แต่เรามีของที่เราภูมิใจมากกว่า ใบประกาศเกียรติคุณของรัฐบาลลาวและรัฐบาลเวียดนาม เขาเขียน เขาแปลมาให้เราเสร็จเชียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : ฝรั่งเศสนี่ก็ช่วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนสุข : ก็ให้อยู่เท่านั้นแหละ ไม่ถือว่าช่วยอะไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : การให้อยู่ก็ถือว่าช่วย เพราะฝรั่งเศสมองว่า อาจารย์ปรีดี สนับสนุนลาว กัมพูชา และเวียดนามในการกู้ชาติจากฝรั่งเศส ถ้าจะว่าไป เราก็ถูกกล่าวหาว่าไปช่วยพวกกู้ชาติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : เขาไม่ว่าอะไรเรา เขาไปว่าหลวงวิจิตรฯ คนเดียว รู้ไหม หลวงวิจิตรวาทการแต่งอะไรต่อมิอะไรด่าเขา ฝรั่งเศสเขาให้เหรียญตราอะไรแก่หลวงวิจิตร แล้วเขาถอนคืน แต่ท่านอาจารย์เขาไม่ถอน ผลที่ได้รับคือใคร หลานได้เรียนหนังสือฟรี เขามีโรงเรียนเนี่ย… ไม่มีคนไทยเข้าไปเลย เฉพาะผู้หญิงนะผู้ชายไม่ให้ ลูก หลาน เหลน ของนายปรีดีได้เรียนทั้งนั้น นี่หลานปู่เรียนจนจบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : เหมือนฝรั่งเศสก็ตอบแทนเหมือนกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : เขา ไม่ได้ตอบแทนเราคนเดียว เหรียญตรานี่ส่วนมากเขาให้ทหาร ฌอง บอง เนอ นโปเลียนเป็นคนตั้ง เขาจะตอบแทนพวกทหารผ่านศึก ของเราไม่รู้ช่วยอย่างไร เขาให้แต่ลูก หลาน เหลน ที่เป็นผู้หญิง ถ้าได้เหรียญตรานี้ เผอิญอาจารย์ได้ชั้นหนึ่ง เขามี priority ต้องลูกทหารก่อน พลเรือนทีหลัง แต่พอเราไปสมัครเขาก็รับทันที โรงเรียนมัธยมตั้งอยู่กลางป่าเชียว อยู่ที่ปารีส เคยผ่านไปไม่ได้ตั้งใจ หลายคนจำได้ว่าเป็นโรงเรียนเก่า ก็ถ่ายรูปกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อุดร : สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดีนะครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ที่ มีชีวิตอยู่เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเราไม่นึกถึงความหลัง ถ้าเรานึกถึงมันก็เศร้าใจ ห่อเหี่ยว เราไม่นึกว่าใครจะทำแบบนี้ ยกให้เขาหมด เรามีชีวิตมาถึง 88 เนี่ย เราคิดมาคิดไปก็กร่อยลงทุกวัน เราไม่คิด ไม่มีศัตรู ใครตั้งตัวเป็นศัตรูเราก็ช่างเถอะ เรามีหลักธรรมในใจ อยู่อย่างสงบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(ขอขอบคุณน้องๆ อดีตนักศึกษาสาขาพัฒนาสังคม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - พิมและหนึ่ง สุรสม - ที่กรุณาถอดเทปการสนทนานี้ให้)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2455 ตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 ในตระกูลขุนนางสกุล ณ ป้อมเพชร์ เป็นธิดาคนที่ 5 บิดา ของมหาอำมาตย์ตรี พระยาชัยวิชิตวิศิษฎ์ธรรมธาดา อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนแรกของประเทศ และคุณหญิงเพ็ง ชัยวิชิต (สกุลเดิมสุวรรณศร) ต่อมาสมรสกับนายปรีดี พนมยงค์ (รัฐบุรุษอาวุโส)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านผู้หญิงพูนศุข ถึงแก่อนิจกรรมโดยสงบ เมื่อเวลา 02:04 น. ของวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2550 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากได้เข้ารักษาอาการทางโรคหัวใจ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมสิริอายุ 95 ปี 4 เดือน มีบุตรและธิดารวมทั้งสิ้น 6 คน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt; - &lt;a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/14514" target="_blank"&gt;ประชาไท &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/arayachon/~4/459406215" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://arayachon.org/article/20081120/834#comments</comments>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/268">justice</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/284">politics</category>
 <pubDate>Thu, 20 Nov 2008 16:30:33 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">834 at http://arayachon.org</guid>
<feedburner:origLink>http://arayachon.org/article/20081120/834</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ทักษิณชักธงรบ หวนคืนการเมือง บ้านเมืองอาจลุกเป็นไฟ</title>
 <link>http://feeds.feedburner.com/~r/arayachon/~3/459369542/833</link>
 <description>&lt;p&gt;
วันที่ 19 พย. 2551 เวลา 13.30 น. ที่ทำการพรรคพลังประชาชน นาย &lt;b&gt;จตุพร พรหมพันธุ์&lt;/b&gt;
ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชนและผู้จัดรายการความจริงวันนี้สัญจร กล่าวว่า
จากที่ได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อคืนวันที่ 17 พ.ย.2551 ถึงกรณีการหย่า
ว่า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จะให้รายการความจริงวันนี้ สื่อสารกับสังคมว่าอย่างไร
ก็ได้รับคำอธิบายความจากพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เมื่อเข้าสู่การเมือง
คุณหญิงพจมานก็ไม่เห็นด้วยมาแต่แรก แต่เพื่อตามใจสามี ก็ยอม
แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์วันที่ 19 กันยายน 2549
ครอบครัวนี้ได้รับชะตากรรมกันทุกคน ไม่ว่าพ่อ แม่ ลูก รวมถึงเลขานุการ
ก็ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีก บ้านเมืองมีความบอบช้ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายจตุพร กล่าวต่อว่า &lt;b&gt;พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ประกาศที่จะกลับมาต่อสู้ทางการเมืองใหม่&lt;/b&gt; เมื่อตัดสินใจอย่างนี้ คุณหญิงพจมาน ก็ขอหย่าตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ เพราะตกอยู่ในสภาพที่ยากจะรับกับสิ่งที่กดดันมาตลอดระยะเวลา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วน การโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณในรายการความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 3
ที่เดิมกำหนดวันที่ 10 ธันวาคมที่สนามศุภชลาศัย เมื่อสมาคมฟุตบอลจัดงาน
ก็ขยับเป็นวันที่ 14 ธันวาคม โดยจะเปิดประตูตั้งแต่เวลา 13.00 น.
ซึ่งวันนั้นคือ &lt;b&gt;การประกาศจุดยืนการกลับเข้ามาสู่ต่อสู้ทางการเมืองอีกครั้งของพ.ต.ท.ทักษิณ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ขยายความหรือไม่ว่า
การต่อสู้ทางการเมืองจะทำอย่างไร นายจตุพร กล่าวว่า วันที่ 14 ธันวาคม
จะมีความชัดเจนที่สุด แต่วันนี้คือ&lt;b&gt;การประกาศเข้ามาต่อสู้ทางการเมืองอีกครั้ง&lt;/b&gt; ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ตัดสินใจหย่ากับคุณหญิงพจมาน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วน กระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นนั้น ไม่มี เพราะนายสมชาย
วงศ์สวัสดิ์  เป็นนายกรัฐมนตรี พูดง่ายว่าๆ ว่าน้องเขยเป็นนายกรัฐมนตรี
จะไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นไม่ได้
ทั้งนี้มีคนเสนอแนวความคิดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นเมื่อเกิดรัฐประหาร 19
กันยายน 2549 ใหม่ๆ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เห็นด้วย
แนวคิดเรื่องรัฐบาลพลัดถิ่น จึงไม่มีในขณะนี้
แต่จะเป็นการกลับเข้ามาต่อสู้ทางการเมืองในประเทศไทย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้สื่อข่าว ถามว่า เกรงว่าการโฟนอิน จะถูกจับตาจากฝ่ายความมั่นคงหรือไม่
นายจตุพร กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมาจับตา เพราะทั้งสองครั้ง
ก็เห็นว่าเป็นไปโดยสงบ รายการวันที่ 23 พฤศจิกายนที่วัดสวนแก้ว
กำลังประสานงานกับนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี
เพราะคนไทยสอบถามมามากว่าท่านจะพูดได้หรือไม่
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วนวันที่ 14 ธันวาคม เมื่อแล้วเสร็จ ก็จะแยกย้ายกันกลับ
ฉะนั้นเส้นทางจากนี้ไป ให้จับตาดูวันที่ 14 ธันวาคม
จะมีความชัดเจนเรื่องการประกาศจุดยืนทางการเมือง แต่ประเด็นแรกคือ&lt;b&gt;กลับมาสู่สนามการเมืองอย่างแน่นอน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อ ถามว่าการกลับสู่สนามการเมืองหมายถึง กลับเข้าประเทศไทยหรือไม่
นายจตุพร กล่าว่า แน่นอนที่สุด แต่ว่าสถานการณ์
จะเป็นตัวบอกว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร และ วัน ว. เวลา น.จะเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่พรรคพลังประชาชน ร.ท.&lt;b&gt;กุเทพ ใสกระจ่าง&lt;/b&gt;
รักษาการโฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงภายหลังการประชุมส.ส.พรรคว่า นายสมชาย
วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้พูดกับที่ประชุมว่า
การบอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินหน้าสู้ทางการเมืองอย่างเต็มที่
คงเป็นการวิเคราะห์ที่เกินเลยไป ท่าทีของพ.ต.ท.ทักษิณ
เป็นเพียงการแสดงความเป็นห่วงพรรคพวกเพื่อนฝูง
ที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันเท่านั้น ไม่ใช่การประกาศจะต่อสู้อะไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่านายสมชายได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ร.ท.กุเทพ
กล่าวว่า ไม่ใช่ คิดว่านายสมชายคงไม่ได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ
แต่เป็นเพียงการวิเคราะห์สถานการณ์จากข่าวมากกว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รายงานข่าวจากที่ ประชุมพรรคพลังประชาชน แจ้งว่า นายสมชาย
กล่าวกับส.ส.ตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ที่มีข่าวว่าคนที่เรารักนับถือ
ไม่หยุดเล่นการเมือง บอกตรงๆ ตัวท่านไม่มีอะไรหรอก ไม่หวังอะไรแล้ว
แต่ความรักความเป็นห่วง ก็ยังมีอยู่ ไม่ใช่ไปแล้วไปเลยสบาย
ส่วนตัวผมกับพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นญาติพี่น้องกัน ย่อมห่วงหาอาทรกันเป็นธรรมดา
แต่คนที่ต้องทำงานก็จะต้องทำงานไป&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นาย&lt;b&gt;สุทิน  คลังแสง&lt;/b&gt;
ส.ส.มหาสารคาม พรรคพลังประชาชน กลุ่มเพื่อนเนวิน
หนึ่งในส.ส.ที่ร่วมเดินทางไปเยี่ยมพ.ต.ท.ทักษิณ  ที่ฮ่องกง
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กล่าวว่า
มีการให้ข่าวมากเกินไปกว่าสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ พูด เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ
พูดเพียงว่า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
“แม้ผมถอย แม้ผมยอม เขาก็ยังฆ่าผมอยู่ดี พิสูจน์แล้วว่า
แม้ผมจะถอยขนาดไหน เขาก็จะไม่ให้ที่ผมยืน
วิธีการถอยไม่ได้ทำอะไรให้ผมดีขึ้น &lt;b&gt;ฉะนั้นผมจะต้องสู้&lt;/b&gt; ” ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้บอกว่า จะสู้ด้วยวิธีการใด แต่เชื่อมั่นว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะสู้โดยยึดหลักประชาธิปไตยอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นาย&lt;b&gt;สงวน  พงษ์มณี&lt;/b&gt;  ส.ส.ลำพูน พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า เป็นที่ชัดเจนการที่พ.ต.ท.ทักษิณ หย่าขาดกับคุณหญิงพจมาน เป็น&lt;b&gt;การแสดงความพร้อมในการเป็นผู้นำการทางการต่อสู้&lt;/b&gt; ที่ผ่านมากระบวนการต่อสู้ ขาดผู้นำที่ชัดเจน ทำให้ไม่ประสบประผลเท่าที่ควร
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่วันนี้ความกังวลเรื่องนี้หมดไปแล้ว รวมไปถึงการจัดตั้งมวลชนด้วย เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณ เป็น&lt;b&gt;สัญลักษณ์การป้องกันการล่มสลายของคนในชนบท&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อถามว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเป็นผู้นำในการต่อสู้เมื่อใด วันนั้นบ้านเมืองจะนองเลือดใช่หรือไม่ นายสงวน กล่าวว่า แน่นอน &lt;b&gt;วันนี้ประตูของสงครามประชาชนเปิดขึ้นแล้ว&lt;/b&gt; มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น และหากกระบวนการยุติธรรม ยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้กับคนทุกกลุ่ม
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จุดสิ้นสุดของเรื่องนี้คือ &lt;b&gt;ความแตกแยกของประเทศ&lt;/b&gt; ซึ่งหากร้ายที่สุด อาจถึง&lt;b&gt;ขั้นแบ่งแยกประเทศ เช่นเดียวกับโซเวียตยุคสุดท้ายแน่นอน&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นาย&lt;b&gt;พงศ์เทพ  เทพกาญจนา&lt;/b&gt; ในฐานะโฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการโฟนอินของอดีตนายกรัฐมนตนตรี
ผ่านรายการความจริงวันนี้ สัญจรวันที่ 14 ธันวาคม 
หลายฝ่ายห่วงเรื่องถ้อยคำที่รุนแรงหรือไม่ เช่น การที่บอกว่า &lt;b&gt;เมื่ออยู่อย่างสงบไม่ได้ ก็อย่าได้สงบกันเลย&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตาม ที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้จัดรายการความจริงวันนี้ระบุนั้น
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้กล่าวเช่นนั้น การที่พ.ต.ท.ทักษิณ
บอกว่า จะกลับมาต่อสู้ทางการเมืองนั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;ซึ่งตามที่ได้โทรศัพท์พูดคุยกับพ. ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 19
พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ได้เล่าให้พ.ต.ท.ทักษิณ
ฟังว่าในประเทศไทยมีการเสนอข่าวอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่า&lt;b&gt;การ
ต่อสู้ทาง การเมืองไม่ได้หมายถึงว่าไปรบ
การต่อสู้ทางการเมืองนั้นมีหลายวิธี อยู่เฉยๆ ก็ต่อสู้ทางการเมืองได้
อย่างบางคนก็อ้างอารยะขัดขืน ไม่ใช่หมายถึงการไปต่อยตี&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะคนที่ต่อสู้โดยสงบก็มีจำนวนมาก เช่นการต่อสู้โดยการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับประชาชน ดังนั้นขอให้สบายใจได้ว่า &lt;b&gt;จะเป็นการต่อสู้โดยสงบ อย่าไปตีความเป็นอย่างอื่น&lt;/b&gt; &amp;quot; นายพงศ์เทพกล่าว  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นาย&lt;b&gt;สิทธิชัย หาญสมบัติ&lt;/b&gt; อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.)
อุตรดิตถ์ กล่าวเมื่อวันที่ 19 พ.ย.  ถึงสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันว่า
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี
ไม่สามารถแก้ปัญหาของกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งเสื้อเหลือง-แดงได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาต่อสู้คดี
เอาคืนกับกลุ่มบุคคลที่เชื่อว่าทำร้ายตัวเอง หรือเพื่อต่อสู้ทางการเมือง
เชื่อว่า จะทำให้เหตุการณ์บ้านเมือง วุ่นวายมากขึ้นกว่าเดิม &lt;b&gt;กลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่ายจะปะทะกัน&lt;/b&gt; เพราะกลุ่มที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ จะเกิดความฮึกเหิมขึ้น &lt;b&gt;อาจทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายสิทธิชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้&lt;b&gt;การ
เมืองไม่มีทางออกแล้ว
ขณะเดียวกันกลุ่มเสื้อเหลือง-แดงก็ไม่ยอมที่จะพูดคุยกันเพื่อยุติปัญหา
แต่ตั้งท่าจะเผชิญหน้ากันอย่างเดียว ซึ่งไม่รู้ว่าใครผิดหรือใครถูก
แต่ยิ่งทำให้ประเทศชาติเสียหาย&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังนั้น 2 ฝ่ายต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้บ้านเมืองยุติปัญหาลงได้
นายสมชายหรือใครก็ตามที่เป็นผู้นำประเทศ เมื่อบ้านเมืองไม่มีทางออก
มีแต่ความตึงเครียด คงไม่มีทางเลือกอื่น
ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นควรแสดงสปิริต
ด้วยการคืนอำนาจให้ประชาชน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“เหนืออื่นใด พื้นฐานของการยุติปัญหา ต้องไม่พูดว่า ใครเป็นฝ่ายผิด
หรือฝ่ายถูก เพราะไม่มีใครยอมรับว่า เป็นฝ่ายผิดแน่นอน
เพราะวันนี้คนไม่เคารพความคิดของกันและกัน &lt;b&gt;ประเทศจะยิ่งดิ่งเสื่อมถอยลงเรื่อย ๆ&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
หลาย ประเทศที่ผู้นำผิดเล็กๆน้อยๆ ยังลาออกหรือครม.ลาออกทั้งคณะ
เพื่อลดความรุนแรง และความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ
ผมมองว่าสิ่งเดียวที่จะยุติปัญหาคือ การคุยกัน สร้างความเข้าใจกัน
และยอมรับสิ