วิสา คัญทัพ : มืดนี้ มิเนิ่นนาน
ผิวน้ำ ณ. ยามนี้ ระลอกมีแต่อ่อนบาง
ละอองคลื่นสะอื้นพลาง ระอาอดแอบกดดัน
ระเรื่อยรินยังรุดไหล ไปโดยวัยเวลาวัน
ไปตามโตรกชะโงกงัน งะเงื้อมงอกทุกซอกดิน
พอมีทาง ก็ทามทาบ เอากายอาบระโรยริน
ลำธารแห่งชีวิน ยังเหว่ว้าอยู่อาวรณ์
ไปไหนแม่น้ำเอ๋ย ไฉนเลยบ่หลับนอน
สาดซ่าอยู่ซอกซอน มิรู้สิ้นซึ่งสุดทาง
รอลมกรรโชกพัด ให้คลื่นซัดไปล้างบาง
ล่มเรือที่เลือนลาง ที่พายอย่างยะเยียบเย็น
ยะเยียบจนยะเยือกหนาว ประชาชาวยังทุกข์เข็ญ
โอดโอยจนอูมเอ็น อันอึดอกอยู่อื้ออึง
พายเรือไม่รู้ทิศ ทั้งพายผิดไม่คำนึง
แย่งยื้อโดยดื้อดึง จะพายด้วยอำนาจดำ
หวงพายไว้ผูกขาด แม้พายพลาดยังพาจ้ำ
ไฉนเธอผู้อ้างธรรม ยังถือพายไม่อายคน
ผิวน้ำเวลานี้ ณ. ราตรีอันมืดมน
ใต้น้ำมีคลื่นวน เป็นวังลึกอยู่ครึกโครม
วนทุกข์เป็นวงจร คอยหมุนย้อนมาจู่โจม
ไม่ทรงแต่ทรุดโทรม ให้ซึมเซ่อเสมอมา
มืดนี้มิเนิ่นนาน ให้ตรวจการหาคนกล้า
กรุงเทพทวารา ฤาจะสิ้นซึ่งคนดี
จุดเทียนทีละแท่ง บังเกิดแสงทีละที่
จุดทั่วทั้งธรณี ราตรีก็ตรอมตาย
ความหวังคือชีวิต ความคิดคือความหมาย
ธุลีนี้เดียวดาย ยังดุ่มเดินอีกเนิ่นนาน
ที่มา กลุ่มสื่อประชาชน

