สองคอลัมนิสต์ใหญ่เขียนถึง "มือที่มองไม่เห็น" เคลียร์กับ "มือที่มองเห็น" พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
- เช้าวันนี้ (18 ม.ค.) กาแฟดำ นายใหญ่แห่งค่าย เนชั่น และ เปลว สีเงิน นายใหญ่แห่งค่าย ไทยโพสต์ เขียนถึงสถานการณ์ที่ "มือที่มองไม่เห็น" กับ "มือที่มองเห็น" กำลังเคลียร์กันเพื่อฝ่าทางตันทางการเมือง โดยพร้อมเพรียงกันด้วยคำถามถึงปวงชนว่า "ทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนไปตามที่เขาสองคนตกลงกัน กระนั้นหรือ?"
- อ่านความนัยที่แฝงอยู่ ระหว่างบรรทัด ของงานเขียนของทั้งสองคน และร่วมกันติดตามดูท่าทีของสาธารณชนต่อไป
- ใครช่วยอธิบายหน่อย...'มือที่มองไม่เห็น' แอบจับกับ 'มือที่เห็นเด่นชัด'? กาแฟดำ
- ใครช่วยอธิบายการเมืองไทยวันนี้กับชาวบ้านผู้สนใจติดตามการเมืองหน่อย...เช่น พาดหัวหนังสือพิมพ์เมื่อวานนี้ที่ประกาศว่า "อ้อเคลียร์ป๋า" ตามมาด้วย "สูตรตั้งรัฐบาลแห่งชาติกระหึ่ม"
- ค่ำวันเดียวกันนั้น พรรคชาติไทย กับ พรรคเพื่อแผ่นดิน นัดกันจะแถลงข่าวที่ไปในทำนองว่าพร้อมจะเข้าร่วมตั้งรัฐบาลผสมกับ พรรคพลังประชาชน อย่างค่อนข้างแน่นอนแล้ว (ขณะที่เขียน เขายังไม่ได้แถลงข่าว...จึงได้แต่ "ค่อนข้าง" เท่านั้น เพราะน้ำเสียงของทั้งสองฝ่ายเหมือนจะมีอะไรติดอยู่ในลำคอ...)
- วันเดียวกันนี้เอง ก็มีข่าวอ้างคำพูดของคุณจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตผู้นำนักศึกษา 14 ตุลาฯ ที่เคยเข้าป่าหลังเหตุการณ์ "6 ตุลาฯ" มาแล้ว ว่า คุณสมัคร สุนทรเวช จะต้องเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะคุณสมัครเป็นหัวหน้าพรรค เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ จะกลายเป็นการ "ซูเอี๋ย" ทางการเมืองกับฝ่ายที่ยึดอำนาจ ยอมเป็นเบี้ยล่าง คมช. ด้วย...
- คุณจาตุรนต์ บอกว่า "ขอย้ำว่าสิ่งที่พูดไปนั้น ไม่ใช่เป็นการพูดเพื่อคุณสมัคร แต่พูดถึงระบบและหลักการที่ถูกต้อง..." ถามว่าชาวบ้านติดตามข่าวการเมืองช่วงนี้ ได้ยินได้ฟังกับหูตัวเองอย่างนี้ จะมีความศรัทธากับการเมืองไทยได้อย่างไร? ยังสงสัยอีกไหมว่าทำไมเขาไปสำรวจความเห็นเด็กไทยในโอกาส "วันเด็ก" ปีนี้ ส่วนใหญ่เขาบอกว่าโตขึ้นมาแล้ว ไม่อยากเป็น "นักการเมือง"?
- "อ้อเคลียร์ป๋า" เรื่องอะไร? และถ้า "อ้อเคลียร์ป๋า" แล้วจะตั้งรัฐบาลแห่งชาติเลยหรือ? สองคนนี้เป็นใครหรือครับจึง "เคลียร์" กันได้ปุ๊บ บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรก็ได้ตามที่สองคนนี้เขาตกลงกัน?
- ถ้าผมเป็นชาวบ้านที่สนใจการเมือง และไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยความเชื่อว่าหนึ่งคะแนนของผมจะมีผลต่อการเมืองของประเทศ และไม่ว่านักการเมืองเขาจะทำอะไร เขาก็จะต้องใส่ใจกับความรู้สึกนึกคิดของประชาชน แต่ดูเหมือนนักการเมืองหรือคนที่อยู่เบื้องหลังนักการเมืองเขาใช้การเลือกตั้งเป็น "พิธีกรรม" เท่านั้น
- ...พอใครไปทำให้ชาวบ้านลงคะแนนเสียงให้เขาได้เท่าไร เขาก็สามารถจะทำอะไรตามที่เขาต้องการได้เลยกระนั้นหรือ? อธิบายหน่อยได้ไหมครับว่าใครเป็นคนกำหนดชะตากรรมทางการเมืองของประเทศกันแน่?
- "มือที่มองไม่เห็น" กับ "มือที่เห็นกันชัดๆ" อยู่เขา "เคลียร์" กันแล้ว ทุกอย่างก็จะต้องเปลี่ยนไปตามที่เขาสองคนตกลงกันกระนั้นหรือ?
- ยามที่ "สองมือ" นี้ฟาดฟันกัน พลเมืองก็เดือดร้อน แต่พอ "มือที่มองไม่เห็น" กับ "มือที่มองเห็นกันชัดๆ" เกิดตกลงอะไรกันได้ในที่ลับ ไม่ต้องอธิบายอะไรกับใคร ทำเป็นลืมเรื่องที่ในอดีตไม่ช้าไม่นานมานี้เคยยุให้คนไทยเกลียดคนนั้น รักคนนี้ เสียแล้ว...อย่างนั้นหรือ? พลเมืองไทยเป็นเพียงเครื่องมือของขั้วอำนาจนั้นขั้วอำนาจนี้เท่านั้นหรือ?
- ถ้าคุณจาตุรนต์ พูดว่า หากคุณสมัคร ไม่ได้เป็นนายกฯ ก็เท่ากับเป็นการ "ซูเอี๋ย" ทางการเมืองกับ คมช. แล้วถ้า "มือที่มองเห็น" กับ "มือที่มองไม่เห็น" เกิด "เคลียร์" กันได้ อย่างนี้จะเรียกว่าอะไรดี?
- ถ้า "คนตุลาฯ" ที่เคยต่อสู้บนพื้นฐานของอุดมการณ์เชียร์ให้คนที่เคยเป็นแกนหลักในการต่อต้านขบวนการนักศึกษาในช่วง 6 ตุลาฯ เป็นนายกรัฐมนตรีวันนี้ เราจะเรียกว่าอะไรดีครับ?
- ถ้า "รัฐบาลแห่งชาติ" หมายถึงพรรคต่างๆ ที่นโยบายยืนอยู่คนละข้าง สัญญากับประชาชนช่วงหาเสียงว่าจะไม่ยอมร่วมสังฆกรรมกับพรรคไหนอย่างชัดเจน แต่วันนี้มา "ผสมพันธุ์" กันอย่างกระตือรือร้น เราจะเรียกอย่างนี้ว่าอย่างไรครับ?
- คำที่จะใช้บรรยายความเป็นไปอย่างที่ว่านี้ถ้าจะให้เห็นภาพจริงๆ ก็จะตรงเกินไปที่จะตีพิมพ์ในคอลัมน์นี้
เรื่องระหว่าง ๒ มือที่มองเห็น-ไม่เห็น เปลวสีเงิน
- เท่าที่ฟังมาตลอด ตั้งแต่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จนถึงวันนี้ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๑ ดูเหมือนว่า ทั้งหลายทั้งปวงอันเป็นความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ขึ้นอยู่กับคน ๒ คนเท่านั้น!
- ผมไม่ได้สรุปเอาเอง แต่จับหางเสียง "ผู้ใหญ่" ในรัฐบาล คมช.นับตั้งแต่นายกฯ เรื่อยลงไป ท่านพูดในโทนเสียงเดียวกันว่า
- "ถ้าคน ๒ คนได้พูดจาตกลงกัน ทุกอย่างก็เรียบร้อย"
- คน ๒ คนที่ว่านั้น คือใคร? ไม่ต้องบอกทุกคนก็รู้ เพราะจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้ นอกจาก
- มือที่มองไม่เห็น กับ มือแม้วที่มองเห็น!
- ผมฟังแล้วก็คลื่นเหียน บ้านเมืองเป็นแค่ "เดิมพันอำนาจ" ของคน ๒ คนนี้แค่นั้นน่ะหรือ ที่ปฏิวัติกันมา ที่ป่วนบ้านป่วนเมืองกันมา อ้างโน่น-อ้างนี่บังหน้าร้อยแปดนั้น
- ที่แท้ก็เพื่อรักษาเขตแดนอำนาจ รักษาชามข้าวของแต่ละฝ่าย ส่วนชาวบ้านเราๆ ท่านๆ ทั้งหลายก็แค่ "ไอ้พวกหน้าโง่" ที่เขาหลอกให้ไปยกก้น-อุ้มไข่ให้พวกเขาแต่ละฝ่ายเท่านั้นเอง
- พวกที่ดีแต่ถือหางแต่ละฝ่ายนั้น เหมือนแมวที่ถูกเขาเอาปลาย่างทาจมูก หลอกให้กินข้าวเปล่า แล้วก็หลงเคล้าแข็ง-เคล้าขา สวามิภักดิ์ตามประสาแมวถูกตัดหนวด!
- ความเป็นไปในเกมอำนาจยุคนี้ คงไม่ใช่ยุค "โจรครองเมือง" หรอกนะ แต่เป็นยุค "มือที่อยู่นอกอำนาจ" กั้นม่านชักใยจากใน-จากนอกประเทศ เห็นแล้วก็ปวดหัว
- ผมว่า อ่านข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ดูทางจอโทรทัศน์ ฟังทางวิทยุตอนนี้ ก็เหมือนเสพข่าวในลักษณะ "ศพ" ที่แต่งหน้าแล้ว
- ยุคนี้เป็นยุค "ข่าวลือ คือข่าวจริง" ฉะนั้น ถ้าอยากรู้ "ของจริง" ในแต่ละฉากของบ้านเมือง ต้องหัดเป็นคน "ตาดู-หูยาว" ถึงจะรู้ข่าวที่เขาไม่อยากให้รู้ เพราะของจริง-เรื่องจริง นั้น ยุคนี้มันเข้าตำรา
- สจฺจํ เว อมตา วาจา "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย"
- แต่คนเอาความจริงมาพูด ถ้าไม่ "ขึ้นศาล" ก็ "ตาย" ลูกเดียว!
- ฉะนั้น เมื่อตาดูข่าวแล้ว หูก็ต้องตะแคงฟัง "เบื้องหลังข่าว" จากเสียงซุบซิบ นินทาประเภท "ปากต่อปาก" ด้วย อย่างนั้นจึงจะได้ทั้งกลิ่น-ทั้งรสพร้อมๆ กัน ในความเป็นไปแต่ละช็อตของบ้านเมืองเรื่อง "มือที่นอกอำนาจ" ในตอนนี้
- นี่ พ.ต.ท.ทักษิณเขาก็เปิดไฟเขียวมาจากลอนดอนให้ "นอมินีสมัคร" เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว
- วันเสาร์ ๑๙ มกรา.นี้ ทางพลังประชาชนบอกว่าจะ "เปิดตัวเป็นทางการ" ตั้งรัฐบาล ๖ พรรค!
- หัวหน้าทั้ง ๖ นายสมัคร-พลังประชาชน นายบรรหาร-ชาติไทย นายสุวิทย์-เพื่อแผ่นดิน พลเอกเชษฐา-รวมใจไทยชาติพัฒนา นายเสนาะ-ประชาราช และนาย/นาง X มัชฌิมาธิปไตย จะมาปรากฏ "ตัวจริง-เสียงจริง" ให้เห็นพร้อมหน้า พร้อมจมูกกัน
- ผมก็สาธุล่วงหน้า รีบตั้งกันไปเถอะครับ ใครจะเป็นนายกฯ ก็ให้เป็นไปเถอะ ทุกอย่างมันเป็นไป "ตามบุญ-ตามกรรม" เคยดู ASTV กันมาแล้ว คราวนี้ก็เตรียมดู PTV กันบ้าง
- ถ้าไม่ยึดกฎกติกา ยื้อกันไปก็จะเหมือน "มวยคาใจ" ต้องล้างตากันไม่สิ้น-ไม่สุด ให้นายสมัครขึ้นเป็นนายกฯ จะได้หายข้องใจ ส่วนอะไรจะเกิดต่อไปก็ต้องให้มันเกิด
- และให้มันเกิดอยู่ภายใต้กรอบกฎกติกาประชาธิปไตยเปลือกๆ นี่แหละ จะได้รู้กันไปซะทีว่า อำนาจจากมือที่มองไม่เห็น กับมือที่มองเห็น นั้น เอาเข้าจริงๆ แล้ว
- มือไหนที่ "บริสุทธิ์ใจ" กับประชาชนจริงๆ?
- ย้อนในเชิงเปรียบเทียบ เหตุการณ์บ้านเมืองขณะนี้ จะเหมือนตอน พ.ศ.๒๓๑๐ หรือเปล่า ผมก็ระลึกชาติไม่ได้เสียด้วย ตามประวัติศาสตร์บอกว่า ขณะที่ศึกพม่ารุมเร้าเพื่อยึดบ้านยึดเมือง
- ภายในก็แตกแยกวุ่นวาย แบ่งก๊ก แบ่งเหล่า สู้เพื่อรักษากรุงศรีอยุธยาก็มี สู้เพื่อเปิดประตูเมืองให้พม่าเดินเข้ามานั่งเมืองก็มี!
- เจ้าเมืองกำแพงเพชรตอนนั้น ซึ่งก็คือ "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเจ้า" ขณะเสด็จฯ ทรงราชการที่เมืองหลวง ทรงเห็นสภาพ "ไก่ในเข่ง" ใกล้ตรุษจีน ก็อเนจอนาถใจ
- "แบ่งแยก แตกฝ่ายเช่นนี้ เห็นทีกรุงศรีฯ ต้องตกเป็นของพม่าแน่แล้ว"
- เมื่อทรงเห็นท่าไม่เป็นการดี จึงรวบรวมทหารกล้า ๕๐๐ นาย ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกไป ด้วยพระปณิธานจะทรงรวบรวมพละกำลังให้เป็นปึกแผ่นเพื่อกลับมากู้บ้าน-กู้เมือง
- และพระองค์ท่านก็ทรงกู้ได้สำเร็จ ยืนนานต่อเนื่องนับจากกรุงธนบุรี จนมาถึง "กรุงรัตนโกสินทร์" ณ วันนี้รวมทั้ง ๒ กรุงก็ ๒๔๐ กว่าปีมาแล้ว!
- แต่บ้านเมืองตอนนี้ไม่มีศึกเหนือ-เสือใต้เหมือนยุค ๒๓๑๐ หรอกครับ มีแต่ "มือที่มองไม่เห็น" กับ "มือที่มองเห็น" ว่าเขาจะพอใจ และเอากันอย่างไร?
- ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าบ้านเมืองตอนนี้ เป็นสังคมที่ร้อยรัดอยู่กันด้วยความบริสุทธิ์ใจผ่านกฎกติกา
- หรือว่า อยู่กันด้วยความพอใจของ "คนเหนือกฎ-เหนือกติกา" แค่คน-สองคน!?
- แล้วประชาชนล่ะครับ จะไปตกลงกับใคร และใครจะให้เกียรติมาตกลงด้วย?
- ถ้าบ้านเมือง-ประชาชนไม่ได้รับการเคารพและให้เกียรติเช่นนี้ ซักวัน..ก็คงต้องมีคนกล้าที่ทนไม่ไหว "แหกด่าน" ออกไปแหละครับ!
- ไม่เอา-ด้วยเอียน ทั้งมือที่มองไม่เห็น ทั้งมือที่มองเห็น แล้วตั้งแนวเป็นปราการ เพื่อกอบเกื้อบ้าน กู้สถานการณ์เมืองให้เข้าทำนองคลองธรรมจริงๆ เสียที!
- ทารกคลอดใหม่ๆ คอสั้น
- พอฉกรรจ์ คอค่อยๆ ยาวขึ้น
- ครั้นพอแก่ คอตก เป็น "ผู้ใหญ่-หัวหด"!?
- ฉะนั้น อย่าแปลกใจไปเลยที่ปฏิวัติมาปีกว่า ประเทศชาติ-ประชาชนไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย และเมื่อทุกอย่างคืนกลับ ประเทศชาติ-ประชาชนก็ต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความยับเยินจากการ "คิดบัญชี" อีกระยะหนึ่ง
- "เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แต่กลับต้องถูกเอากระดูกมาแขวนคอ" นี่แหละประชาชนในยุคที่เขาประลองกำลังกัน ระหว่าง "มือที่มองไม่เห็น" กับ "มือที่มองเห็น"
- อย่างกรณีจาก ITV เทมาเส็ก เปลี่ยนไปเป็น TITV ทิพาวดี และจาก TITV เป็น TPBS ทีวีสาธารณะ ผมอยากให้สังเกตเป็นรูปธรรมแห่งยุคอำนาจ
- ยุคทักษิณ ชัดเจนว่า ITV เป็นกระบอกเสียงของเขา ครั้นถึงยุครัฐบาล คมช.กลับมาเป็นของรัฐ แต่วันนี้-วันพรุ่ง ยุคทักษิณกลับมาครองอำนาจรัฐอีกแล้ว
- ท่านลองสมมุติตัวเองเป็นระบอบทักษิณซิครับ เมื่อมีอำนาจจะยอมปล่อยให้ TPBS เป็นอิสระในสื่อด้วยปรัชญา "ทีวีสาธารณะ" อย่างที่เรียกว่า สืบสานปณิธานต่อจากผลงานของรัฐบาล คมช.หรือไม่?
- ไม่ต้องคิดแค่ใช้อำนาจรัฐ "ครอบงำ" ในการนำเสนอหรอก ผมว่าต้องคิดไปถึงขั้น "ล้มทีวีสาธารณะ" แล้วใช้ช่องทางกฎหมาย ที่ยังยึดยื้อกันอยู่ระหว่าง ITV กับรัฐบาล เรียกว่าเป็นการ "คืนความชอบธรรม" ให้เอกชน และรักษาผลประโยชน์ให้กับรัฐ
- TPBS อาจจะกลับคืนชีพในชื่อ ITV เหมือนเดิมอีกก็ได้!
- โธ่! เรื่องใหญ่ๆ กว่านี้ยังทำได้ แค่เรื่องเอาช่องโทรทัศน์ไปให้ลูกน้องเป็นเครื่องสมนาคุณแห่งความเป็น "สื่อกตัญญู" แค่นี้ มันจะมีปัญหาอะไรนักหนา!?
- ผมก็ห่วงแต่ "คุณเทพชัย หย่อง" เท่านั้น แค่มารับงานเป็นกรรมการนโยบาย และเป็นผู้อำนวยการข่าว แค่นี้ยังถูกถล่มแต่นาทีแรก ไม่เพียงแต่ "คู่ผลประโยชน์" ในช่องเท่านั้น
- กระทั่ง "สื่อสิ่งพิมพ์" ที่ทักษิณถือหุ้น ยังรุมอัด ตั้งแง่ โดยยังไม่ทันเห็น "เนื้องาน" ก็วิจารณ์กันแหลกเหลวไปแล้ว!
- ไม่พูดถึงแง่ว่า ทีวีสาธารณะช่องนี้จะไปรอดหรือไม่ แต่ขอพูดถึงความเหมาะสม-ไม่เหมาะสมของคนที่มาเป็นกรรมการนโยบาย ผมว่าที่สรรเอา "คุณเทพชัย หย่อง" มาก่อร่างสร้างานให้แต่แรกนี้
- "ถูกตัว-ถูกคน" เหมาะสมที่สุดแล้ว!
- ทั้งรู้งาน ทั้งประสบการณ์ ทั้งมีจรรยาบรรณสื่อ และเข้าถึงปรัชญาทีวีสาธารณะ แต่อย่างว่าแหละครับ
- ฝ่ายที่ต้องการให้ TPBS เกิด กำลังจะไป
- ฝ่ายที่ไม่ต้องการให้ TPBS เกิด กำลังจะมา!!
- แล้วคิดหรือว่า "รัฐบาลพลังประชาชน" เขาจะชุบเลี้ยง..ลูกชู้!?

