จาโคแบงไทย 2551 ยื่นถอดถอนผู้พิพากษาศาลแพ่ง ฐานที่ไม่ทำตามใจ 5 แกนนำจาโคแบงไทย
พันธมิตรล่าชื่อถอน 2 ท่านเปาตัดสินเปิดถนน
โดย Post Digital วันที่ 8 กรกฎาคม 2551
พันธมิตร ฉุน! ถูกสั่งให้เปิดถนน เดินหน้าล่ารายชื่อ 2 หมื่นชื่อ ยื่นประธานวุฒิถอดถอน 2 ผู้พิพากษาศาลแพ่ง - ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ภายหลังศาลแพ่ง มีคำสั่งให้เปิดการจราจรทุกช่องทางว่า วันนี้พันธมิตรฯ จะมีมาตรการ 3 เรื่อง คือ 1. กลุ่มพันธมิตรฯ จะทำหนังสือขอความเป็นธรรมต่อผู้หลักผู้ใหญ่ในกระบวนการยุติธรรมทุกท่าน อาทิ อธิบดีผุ้พิพากษาศาลแพ่ง และอธิบดีศาลแพ่งกรุงเทพใต้ 2. กลุ่มพันธมิตรฯ จะขอรายชื่อของประชาชนให้ครบ 20,000 คน เพื่อยื่นต่อรัฐสภา ให้ถอดถอนผู้พิพากษา 2 ท่าน ที่ตัดสินคดีของพันธมิตรฯ โดยเป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 และ 3. วันนี้จะมีทหารยศพล.อ.ที่รับราชการอยู่ ขึ้นเวทีปราศรัย เนื่องจากมีความอัดอั้นตันใจ กรณีเขาพระวิหาร
พล.ต.จำลองยังกล่าวยอมรับคำตัดสินของศาลแพ่ง ที่ตัดสินให้รื้อย้ายเวทีเปิดเส้นทางจราจร แต่ในฐานะประชาชนคนหนึ่งเห็นว่า มีสิทธิ์ที่จะยื่นขอความเป็นธรรมต่อผู้หลักผู้ใหญ่ ขณะเดียวกันยังแสดงความมั่นใจว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ จะไปที่ไหนก็ได้ เพราะเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ม. 63 ที่ประชาชนจะสามารถชุมนุมโดยสงบที่ไหนก็ได้
สำหรับบรรยากาศการชุมนุมที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตั้งแต่ช่วงเช้า ยังคงมีการเตรียมความพร้อมจัดสถานที่ของผู้ชุมนุม ทั้งการเตรียมอาหาร และการรักษาความปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการดูแล พื้นที่อย่างเข้มงวด ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา โดยจัดกำลังเฝ้าดูแลบริเวณทำเนียบ และเฝ้าระวังบริเวณรั้วเหล็ก ที่ขวางการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร
-
นี่เป็นการเปิดฉากยุคใหม่ของ "จาโคแบงไทย 2551" สมญาใหม่ของ กองกำลังหลัก 4 กลุ่ม สุนัขรับใช้ทางการเมืองของขบวนจารีต-อำมาตยา ที่มาบัดนี้ ได้สำแดงธาตุแท้ที่โอหังบังอาจอย่างสุดขั้วของพวกมันออกมาต่อหน้าสาธารณชน หลังจากสรรเสริญเยินยอ "อำนาจตุลาการ" มาระยะหนึ่งว่าเป็น ยุคสมัยแห่งตุลาการภิวัฒน์ โดยมุ่งหวังประจบประแจงในทางการเมืองต่ออำนาจตุลาการเพื่อกำจัดขบวนอภิชนฝ่ายตรงข้าม-พวกทักกี้ แต่เมื่อศาลแพ่งมีคำสั่งให้เปิดเส้นทางการจราจรและงดใช้เครื่องขยายเสียงในเวลาราชการ "จาโคแบงไทย 2551" ก็ออกอาการแสดงธาตุแท้สุดขั้วของพวกมันตามข่าวข้างต้น
-
นัยแห่งพฤติกรรมของฝูงสุนัขรับใช้พลังจารีตนิยมพวกนี้ก็คือ นับแต่บัดนี้ พวกมันที่กุม สื่อยาม-จาโคแบงลิ้ม ที่มีอิทธิพลทางความคิดในหมู่ชนชาวไทยจำนวนหนึ่ง เมื่อรวมเข้ากับ กองกำลังหลัก 4 กลุ่ม ที่เป็นกำลังพื้นฐานซึ่งสะสมไว้ ก็คิดว่าจะสามารถสร้างพลังอันธพาลที่คอยบีบคั้นกดดันฝ่ายต่างๆ ที่มีความเห็นต่างได้ตามอำเภอใจ พวกมันสามารถบีบคั้น ผู้พิพากษา ตำรวจ อัยการ สมาชิกรัฐสภา หรือแม้แต่นายทหาร ทุกคนที่ไม่ยอมทำตามอำเภอใจของพวกมัน
-
ในประวัติศาสตร์ประเทศฝรั่งเศสในช่วงโกลาหลแห่งการปฏิวัติของคนยากไร้ สโมสรจาโคแบง เล็กๆ ของบรรดานักฉวยโอกาส-นักพูดจาโน้มน้าวปลุกปั่นที่ไม่ได้มีอุดมคติที่สูงส่งใดๆ นอกจากความหื่นกระหายที่จะได้เลื่อนชั้นทางสังคมเป็นอภิชนใหม่ ได้ขยายตัวออกไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็วใน หมู่ชนที่มีความคิดสุดขั้ว อาศัยสภาพอนาธิปไตยของบ้านเมืองและความเสื่อมโทรมของพวกอภิชนเดิม พวกผู้นำแห่งสโมสรการเมืองจาโคแบงก็ได้สร้างยุคสมัยมิคสัญญีขึ้น พวกมันเหยียบหัวคนยากไร้ขึ้นเป็น คณาธิปไตย แอบอ้างการปฏิวัติสังคม สวมใส่เสื้อคลุมระบอบประชาธิปไตย แต่กลับสร้างยุคสยดสยองนองเลือดที่สุดสมัยหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ด้วยการบั่นคอผู้คนจำนวนมากด้วยกิโยติน โดยอ้างกฏหมู่ของฝูงชนบ้าคลั่ง ที่ท้ายสุดแม้แต่พวกเดียวกันเองก็ไม่ละเว้น
-
มาบัดนี้ ในไทย ณ ปี 2551 จาโคแบงสมัยใหม่ ได้อุบัติขึ้นหลังจากก่อฟักตัวมานานหลายปี พวกมันปลุกเร้าความบ้าคลั่งของฝูงชนด้วยการใส่ร้ายป้ายสีเป็นอาวุธสำคัญ พวกมันใช้อุดมคติและความเชื่อทุกชนิดในสังคมไทยมาเป็น "เครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง" เพื่อปลุกปั่นฝูงชนให้เห็นฝ่ายตรงข้ามหรือแม้แต่ผู้เห็นต่างเป็นปีศาจร้าย ทั้งบนเวทีสาธารณะ ทั้งในสื่อของพวกมันทุกชนิด พวกมันบังอาจถึงขั้นปลุกปั่นให้ฆ่าฟันผู้คนฝ่ายตรงข้ามหรือผู้เห็นต่างอย่างโจ๋งครึ่ม
-
นี่คือทางสองแพร่งสังคมไทย ชนชาวไทยจะก้าวเดินสู่ ยุคสมัยมิคสัญญีของพวกจาโคแบงไทย หรือจะก้าวเดินสู่ สังคมนิติรัฐ ทุกคนต้องตัดสินใจให้จงดี

