พระราชดำรัส 11 มิถุนายน 2551 : ธ ประสงค์ใด ?
เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 11 มิถุนายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นำตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 8 คน เฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท ความว่า
'ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญได้กล่าวปฏิญาณ ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องปฏิบัติอย่างดีที่สุด เพราะรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งสำคัญมากในประเทศ ถ้ามีหลักที่ดีในการปกครอง ก็เชื่อว่าการปกครองจะเป็นไปได้ด้วยดี ขอให้ท่านทำตามคำปฏิญาณให้เคร่งครัดที่สุด เพราะว่ารัฐธรรมนูญเป็นหลักการปกครองในประเทศ
ถ้ามีหลักการปกครอง และมีบุคคลที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตามหลักนี้ เชื่อว่าประเทศจะดำเนินต่อไปได้ด้วยดี ถ้าประเทศมีพวกท่าน เชื่อว่าคงทำที่ต้องการได้ ถ้ามีหลักที่ดี ประเทศก็จะไม่มีความเดือดร้อน ผู้ที่ปฏิบัติตามหลักรัฐธรรมนูญก็ทำให้ประเทศดำเนินไปได้ด้วยดี ขอให้สามารถทำตามคำปฏิญาณโดยเคร่งครัดเพื่อความมั่นคงของประเทศ และประชาชนก็จะอยู่เย็นเป็นสุขได้'
ต่อจากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นำตุลาการศาลปกครองสูงสุด 4 คน เฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ โอกาสนี้ พระองค์พระราชทานพระบรมราโชวาท ความว่า
'ถ้าท่านทำไม่ดี หมายความว่า พระมหากษัตริย์ก็ทำไม่ดี ก่อนหน้านี้วุ่นวาย อย่าให้วุ่นวายต่อไป การทำอะไรถ้าไม่ทำตรงตามคำปฏิญาณก็จะยุ่ง ฉะนั้น ขอ ให้ท่านเข้มงวดและเข้มแข็งยิ่งขึ้นในการปฏิบัติงานภายใต้พระปรมาภิไธย คำนี้แปลว่า พระเจ้าอยู่หัวทำอะไร ท่านทำอย่างนั้น ถ้าท่านไม่ทำตามความสามารถ ท่านจะเดือดร้อน
ท่านเห็นแล้วว่า จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ถ้าท่านไม่ทำ หรือท่านไม่ช่วยทำ ไม่ใช่ท่าน 4-5 คนจะเดือดร้อน แต่จะเดือดร้อนกันทุกคน ถ้าเดือดร้อนแล้ว เราจะได้ผลที่ไม่ดี ผลไม่ดีนี้ บ้านเมืองจะพัง ซึ่งพังมาแล้ว และจะพังอีก
แต่ท่านผู้ที่ทำหน้าที่ศาลปกครอง ได้ช่วยกันปกครอง ไม่ว่าท่านมีความลำบากอะไร ก็ขอให้ทำให้สำเร็จโดยผ่านพ้นความลำบากบนการปกครองที่ล่มจม ขอให้การปกครองไม่ล่มจม การปกครองไปโดยดีต่อไป
ท่านมีความรู้โดยศึกษามาแล้วว่าจะทำอะไร อย่างไร จำนวนคนเป็นล้านคนที่จะเดือดร้อน หากทำไม่สำเร็จ จึงขอให้ท่านประสบความสำเร็จ ท่านต้องใช้เครื่องมือ ความรู้ในการปฏิบัติงานให้สำเร็จ ท่านจะมีความภูมิใจ และพระมหากษัตริย์จะภูมิใจเหมือนกัน หากทำไม่สำเร็จ งานของกษัตริย์ก็จะล่มจม
ขอให้ท่านมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติงาน คนเป็นล้านคนจะมีความภูมิใจที่เจ้าหน้าที่ทำงานสำเร็จ จะทำให้บ้านเมืองมีความเจริญก้าวหน้า เป็นผลดีสำหรับส่วนรวม'
ที่มา - มติชนออนไลน์


โบราณว่า เจตนาของฟ้า ยากที่จะหยั่งคะเน ราษฎรสามัญ ไหนเลยจะล่วงรู้เจตนาของฟ้าได้
ที่แล้วมา ที่เคยคาดคะเน ก็ผิดบ้าง ถูกบ้าง มาครานี้ คุณศรศิลป์ มาขอให้อธิบายอีก คงได้แต่คาดเดาไปตามประสา... ถ้าหากเปะปะไม่ตรง ได้แต่ขออภัย
พระราชดำรัสครั้งนี้ พระราชทานต่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง มีลักษณะคล้ายพระราชดำรัสเมื่อ วันที่ ๑๗ ธค.๒๕๕๐ , วันที่ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๙ และวันที่ เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๐ ซึ่่ง บทบรรณาธิการเก่า ได้เคยให้ความเห็นไว้
ข้อความสำคัญ คือ "ท่านเห็นแล้วว่า จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ถ้าท่านไม่ทำ หรือท่านไม่ช่วยทำ ไม่ใช่ท่าน 4-5 คนจะเดือดร้อน แต่จะเดือดร้อนกันทุกคน ถ้าเดือดร้อนแล้ว เราจะได้ผลที่ไม่ดี ผลไม่ดีนี้ บ้านเมืองจะพัง ซึ่งพังมาแล้ว และจะพังอีก "
หมายความว่า คณะตุลาการ(ย่อม)เห็นแล้วว่า จะมีเหตุการณ์อะไร(?)เกิดขึ้น ถ้าคณะผู้พิพากษาไม่ช่วยทำ(?) จะเดือดร้อนกันทุกคน บ้านเมืองจะพัง ซึ่ง(ได้)พังมาแล้วและจะพัง(ต่อไป)อีก -- [คำในวงเล็บ ไม่ใช่พระราชดำรัส แต่เป็นการเพิ่มข้อความให้ประโยคต่อเนื่อง สมบูรณ์และเข้าใจได้ง่ายขึ้น]
พระราชดำรัสนี้ ออกมาก่อน วันที่ศาลฎีกาและศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีสำคัญ 2 คดี ประมาณเกือบหนึ่งเดือน อาจทำให้คนทั่วไปสงสัยว่า 2 เรื่องนี้ มีความเกี่ยวข้องและส่งผลถึงกัน แค่ไหน เพียงใด?คำว่า "เหตุการณ์อะไร " อาจหมายถึง ความขัดแย้งแตกแยกและการเผชิญหน้ารอบใหม่ ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย ใช่หรือไม่ ?
คำว่า "ก่อนหน้านี้วุ่นวาย อย่าให้วุ่นวายต่อไป " อาจหมายถึง ความสับสนวุ่นวายที่เกิดจากความขัดแย้งแตกแยกดังกล่าว ใช่หรือไม่ ?
คำว่า "งานที่ให้คณะตุลาการช่วยทำ" อาจหมายถึง การพิพากษาตัดสินคดีความ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งแตกแยกดังกล่าว ใช่หรือไม่ ?
คือการทำหน้าที่ตุลาการภายใต้พระปรมาภิไธย(คือการใช้อำนาจตุลาการ ชี้ขาดตัดสินคดีฯ)ตามที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณไว้อย่างเคร่งครัด เข้มงวดและเข้มแข็ง เพื่อความมั่นคงของประเทศ และความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชน ถ้าคณะตุลาการทำหน้าที่ฯไม่สำเร็จ คนเป็นล้านคน ก็จะเดือดร้อนและงานของกษัตริย์ ก็จะล่มจม
คำว่า "การปฏิบัติงานภายใต้พระปรมาภิไธย คำนี้แปลว่า พระเจ้าอยู่หัวทำอะไร ท่านทำอย่างนั้น... ถ้าท่านทำไม่ดี หมายความว่า พระมหากษัตริย์ก็ทำไม่ดี "อาจหมายถึง ความเป็นเอกภาพเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างพระองค์กับตุลาการที่ทำงานในพระปรมาภิไธย ใช่หรือไม่ ?
ทราบมาว่า พระราชดำรัสครั้งนี้ และครั้งก่อนๆที่ได้อ้างอิงข้างต้น ไม่มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งบทความเรื่อง ‘หยุด แสงอุทัย’ กับหลัก ‘The King can do no wrong’ ของปิยบุตร แสงกนกกุล และวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ได้นำเสนอเรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์กับรัฐธรรมนูญ ได้กล่าวถึงปัญหานี้ไว้อย่างน่าพิจารณาและน่าขบคิดยิ่ง