พันธมิตรสั่งห้ามพนักงาน NBT ทำงาน
เช้านี้ เวลาประมาณ 6.19 น. มีกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างเป็นคนจากพันธมิตร
บุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์ NBT เพื่อสั่งให้ NBT ห้ามเผยแพร่โทรทัศน์
สักพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้ามาไล่ชายหนุ่มดังกล่าวออกนอกสถานที่ได้แล้ว
ในเวลาที่พิมพ์อยู่นี้ (7.21 น.) บนเวทีพันธมิตรกำลังเรียกร้องให้สมาชิกพันธมิตร
เดินทางไปบุก NBT อยู่ โดยไม่จำเป็นต้องมารวมตัวที่สะพานมัฆวานรังสรรค์
เมื่อเทียบกับกลุ่มม๊อบที่ไปปิดตึกเนชั่นเมื่อราวสองสามปีก่อน
งานนี้ต่างกันค่อนข้างมาก เพราะนี่เป็นการบุกรุกเข้าสถานที่ส่วนบุคคลเสียแล้ว
อนึ่ง ในขณะที่ NBT นำ vdo เผยแพร่การบุกรุกของชายฉกรรจ์ดังกล่าวนั้น
บนเวทีพันธมิตรก็ประกาศว่า NBT กระทำความชั่วที่พยายามนำเทปดังกล่าวใส่ความพันธมิตร


http://www.thairath.co.th/onlineheadnews.html?id=101966
พธม.นัดปรากฎตัวที่แรก เดินขบวนไปเอ็นบีที [26 ส.ค. 51 - 06:27]
สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 5.35 น.
แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
นัดรวมพลเป่านกหวีดครั้งสุดท้ายในวันนี้ (26 ส.ค.)โดย 4
แกนนำขึ้นเวทีบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เว้นนายสมศักดิ์ โกศัยสุข
ซึ่งมีรายงานว่าได้เดินทางไปทำเนียบรัฐบาล
ขณะที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งแกนนำพันธมิตรฯ
ขึ้นเวทีอ่านประกาศพันธมิตรฉบับที่ 12/2551 กำหนดเป้าหมายและวิธีการชุมนุม
เคลื่อนขบวนอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ รวมทั้งจะปิดการจราจร และสถานที่ราชการ
จากนั้นแกนนำฯ
ประกาศขออาสาสมัครจำนวนหนึ่งเดินทางไปสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเอ็น
บีที ถนนวิภาวดีรังสิต ขณะที่พันธมิตรฯ
อีกจำนวนมากยังคงปักหลักอยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์
ในที่สุด การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่อ้างว่า เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญโดยสันติวิธีและชอบด้วยกฎหมาย ก็อดรน ทนไม่ไหว
แปรสภาพกลายเป็นขบวนอนาธิปไตย ที่ปลุกระดมประชาชนจำนวนมาก ให้บุกรุกทำเนียบและสถานที่ราชการต่างๆ โดยผิดกฎหมายและใช้ความรุนแรง บุกเข้าพังรั้ว พังประตู ทำลายทรัพย์สิน ก่อเสียหายจำนวนมาก
ถึงบัดนี้ พันธมิตรฯก็ยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นฐานที่มั่น ประกาศว่าจะชุมนุมอยู่ในทำเนียบฯไม่น้อยกว่า 3 วัน
รัฐบาลสมัครฯ ที่แม้จะออกมาพูดแข็งกร้าว แต่ก็ยังยืนหยัดมั่นคง ที่จะไม่ใช้กำลังทหาร-ตำรวจเข้าปะทะ สลายการชุมนุมของพันธมิตรต่อไป พร้อมเรียกร้องประชาชนไม่ให้การสนับสนุนและสลายตัว ออกจากสถานที่ราชการ
ตำรวจแถลงว่า พรุ่งนี้เช้า จะขอศาลออกหมายจับแกนนำพันธมิตรฯ รวม 6 คน หลังจากได้ควบคุมตัวกลุ่มชายฉกรรย์ ที่บุกเข้าไปที่สำนักงานของทีวี NBTเมื่อเช้าวันนี้ รวม 85 คน ไปขอฝากขังต่อศาลอาญา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนและท่าที 4 ข้อ ต่อสถานการณ์การเผชิญหน้า ไม่จำแนกถูกผิด คลุมเครือ เอ้ออ้า ว่าไปตามกลอน ซึ่งน่าผิดหวังมาก
ในสภาวะการเมืองที่แสนจะอึมครึมขนาดนี้
ประชาธิปปัตย์ก็ไม่สามารถชิงมวลชนให้มาเป็นพวกได้บ้าง
สู้การนำโดยเหล่าว่าที่พรรคพันธมิตร (ถ้ามี) ไม่ได้
ประชาธิปปัตย์ แก่ตัวลงทุกวัน คงจะเริ่มนับเวลาถอยหลังแล้วละมัง
ข่าวเช้านี้รายงานว่า ฝ่ายตำรวจพยายามสลายกลุ่มชุมนุม
แต่ยังไม่สามารถผลักดันออกไปได้สำเร็จ แม้ว่าจะสร้างความตื่นตระหนกได้มากอยู่โข
ข้อสังเกตที่น่าสนใจจากนักข่าวตะวันตก
http://www.prachatai.com/05web/th/home/13319
กลุ่มพันธมิตรฯ ได้โจมตีความต้องการแก้รัฐธรรมนูญของ
นายสมัครว่าเป็นเพราะต้องการช่วยให้ทักษิณพ้นข้อกล่าวหา
เรื่องคอรัปชั่นรวมทั้งโจมตีรัฐบาลที่ล้มเหลวในการดำเนินคดี
ขั้นเด็ดขาดกับทักษิณ ทั้งยังปฎิเสธที่จะเรียกร้องให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน
เพื่อนำตัวทักษิณมาขึ้นศาล
การเคลื่อนไหวนี้ต้องการแทนที่ระบอบประชาธิปไตยจากการ
เลือกตั้งด้วยระบบที่ปกครองโดยบุคคลที่แต่งตั้งจากระบบ
เจ้าขุนมูลนายและกองทัพ เนื่องจากมองว่า เสียงส่วนใหญ่
ในชนบทนั้นขาดความรู้ในการเลือกผู้แทนที่ดี
ขณะที่โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวประจำสำนักข่าวบีบีซี
รายงานว่าการเคลื่อนไหวของมวลชนครั้งนี้มีข้อขัดแย้งบางประการ
เนื่องจากแม้ชื่อของกลุ่มจะระบุว่า เป็นพันธมิตรประชาชน
เพื่อประชาธิปไตยแต่กลับรณรงค์เพื่อหยุดระบบประชาธิปไตย
โดยมีข้อโต้แย้งว่าการเลือกตั้งแบบตะวันตก เมื่อมาใช้ในประเทศไทย
จะนำมาซึ่งการคอรัปชั่นและรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ดังนั้นแล้ว พธม. จึงต้องการรัฐสภาจากการแต่งตั้ง
และให้ทหารเข้ามามีบทบาทเป็นผู้ชี้ขาดในการเมืองไทย
เวลา 7.17 น. บนเวทีพันธมิตรหน้าทำเนียบ พิธีกรบนเวทีสั่งห้าม สส. สุรทิน
เข้าไปในทำเนียบ และสั่งให้ประชาชนที่ชุมนุมรวมถึงการ์ดให้นำตัว สส. ผู้นั้น
ออกจากบริเวณหน้าทำเนียบ ให้นำตัวออกไป
ออกหมายจับ 9 แกนนำ ข้อหากระทำการ ‘กบฎ’ [27 ส.ค. 51 - 16:37]
เวลาประมาณ 16.00 น. ที่ผ่านมา (27 ส.ค.) ศาลอาญา ถ.รัชดาฯ
ได้อนุมัติหมายจับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และแนวร่วมทั้ง 9
คน ตามคำร้องขอของพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว
สำหรับผู้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขออนุมัติออกหมายจับประกอบด้วย 1.
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง 2. นายสนธิ ลิ้มทองกุล 3. นายพิภพ ธงไชย 4.
นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 5. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 6. นายสุริยะใส กตะศิลา
7. นายชัยวัฒน์ สินสุวงศ์ 8. นายอมร อมรรัตนานนท์ และ 9. นายเทิดภูมิ
ใจดี
ส่วนข้อหา ได้แก่ 1.
ในความผิดฐานใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร หรือ
อำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ
ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
113
2. สะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการ หรือ สมคบกันเพื่อเป็นกบฏ ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี มาตรา 114
3. มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้าน
เมือง และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา
215 และ 216
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนี้
ทางพนักงานสอบสวนจะนำหมายจับกลับไปหารือกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่กอง
บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร
โดยเฉพาะจะมีวิธีการเข้าไปจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 9 คนอย่างไร
ซึ่งจะต้องวางแผนดำเนินการอย่างรัดกุม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย
http://www.thairath.co.th/onlineheadnews.html?id=102111