ชนชั้นกลางไทยพึงรักษาทรัพย์สินให้ดี ในการปล้นข้ามชาติรอบนี้
เมื่อเที่ยงวันของวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550
การก่อสร้าง "อนุสาวรีย์ 2550" ของฝูงเฮดจ์ฟันด์
ดำเนินงานมาถึงบริเวณ "ไหล่ขวา" แล้ว
ไม่ว่าการก่อสร้าง "ไหล่ขวา" ของอนุสาวรีย์ 2550
จะไปถึงระดับ 810-820 จุดได้หรือไม่นั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ
ความสำคัญที่แท้จริงคือหลังจาก "ไหล่ขวา" สร้างเสร็จแล้ว
ที่ตามมาอาจเป็นช่วง "แขนขวา" และ "ขาขวา" ก็เป็นได้
(ขยายภาพ)
ความนัยเบื้องหลังของการตีความ "พิมพ์เขียว" อนุสาวรีย์ 2550 คือ
"วิกฤติซับไพร์ม" ยังคงขยายวงต่อไปในสหรัฐฯ ยุโรป และตลาดทุนตลาดเงินโลก
การหลอมละลายของสินทรัพย์ตราสารยังคงบานปลายต่อไป
การดีดกลับของตลาดหุ้นโลกเป็นเพียงการเก็งกำไรจากการทรุดลงที่ลึกและเร็ว
หาใช่เกิดจากการปรับปรุงดีขึ้นของปัจจัยพื้นฐานแต่อย่างใด
ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) นายเบน เบอร์เนนเก้
กำลังตัดสินใจระหว่างการหนีเสือปะจระเข้
หรือตะเกียกตะกายอยู่ระหว่างเขาควาย (Dilemma) ว่า
จะเลือกหนทางแบบใดในการแก้ไขวิกฤติซับไพร์มนี้
(ซึ่งมีขนาดใหญ่มโหฬารไม่แพ้ "วิกฤติลองเทิร์มแคปิตอลแมเนจเมนต์"
และ "วิกฤติฟองสบู่ดอทคอมแตกสลาย" ในทศวรรษ 90)
หากเลือกหนทางลดดอกเบี้ยลงมากๆ ก็จะซ้ำรอยสร้างฟองสบู่ประเภทใหม่
อันเป็นประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ของยุคทศวรรษ 90
แต่หากอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง
ครัวเรือนชนชั้นกลางอเมริกันจำนวนมาก
ที่ถลำเข้าไปในฟองสบู่อสังหาฯ ก็จะล้มละลาย
และจะเป็นการลั่นไกสู่การถดถอยอย่างแท้จริงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ซึ่งขึ้นต่อภาคการบริโภคในประเทศเป็นสำคัญ
กรุณาสังเกตภาพดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์รายเดือนข้างล่าง
โดยพิจารณาช่วงเวลาระหว่างปี 2000 ที่ฟองสบู่ดอทคอมแตก
(ขยายภาพ)
ในการแก้ไขวิกฤติฟองสบู่ดอทคอมแตกสลาย
นายอลัน กรีนสแปน ประธานเฟดคนก่อน
ได้เลือกใช้แนวทางการลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องและรุนแรง
ลงจนถึงระดับต่ำประวัติศาสตร์ที่ 1% และคงอยู่ระดับนั้นนับปี
อันเป็นรากฐานของการตีฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ในเวลาต่อมา
ซึ่งมีองค์กร สถาบันหลัก กลุ่มทุน และชนชั้นกลางสหรัฐฯ
กระโจนเข้าร่วมวงกันอย่างกว้างขวางเป็นประวัติการณ์
เพื่อฉกฉวย "ประตูแห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ซึ่งแน่นอนว่าในท้ายที่สุดแล้ว
ไม่มีใครเลยที่พลาดโอกาสสำคัญในการมีส่วนร่วม
ในการล่มสลายของวิมานทราย "ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ"
ซึ่งเริ่มต้นแตกสลายตั้งแต่ครึ่งหลังของทศวรรษนี้
สาธุชนทุกท่านพึงเข้าใจว่า
วิกฤติซับไพร์มเป็นเพียงอาการหนึ่งของ "ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ"
และวิกฤตินี้เพิ่งปรากฏตัวออกมาอย่างเฉียบพลัน
โดยจู่โจมใส่กลาง "กล่องดวงใจ"
และกลไกสำคัญหลายกลไกของระบบทุนนิยมสหรัฐฯ
อันได้แก่
ตลาดวอลสตรีท
บรรดาสถาบันผู้ให้กู้อสังหาฯ
สถาบันการลงทุนหลักๆ
ฝูงเฮดจ์ฟันด์
ชนชั้นกลางสหรัฐฯ ซึ่งมีสถานะเป็นทั้งผู้กู้สินเชื่ออสังหาฯ และผู้ลงทุนในเวลาเดียวกัน
การจู่โจมชั่วเวลาไม่กี่วันที่เกิดเมื่อราวสองสัปดาห์ก่อน
ได้หลอมละลายสินทรัพย์กระดาษวงเงินมหาศาลในตลาดวอลสตรีท
และลุมลามราวไฟลามทุ่งไปสู่ตลาดอื่นๆ ทั่วโลก
การหลอมละลายสินทรัพย์กระดาษระลอกแรกที่เกิดขึ้น
ได้ผลักไสให้สถาบันผู้ให้กู้อสังหาฯ ใหญ่น้อยของสหรัฐฯ ถลำสู่ภาวะล้มละลาย
ฝูงเฮดจ์ฟันด์จำนวนมาก และชนชั้นกลางสหรัฐฯ ก็เช่นกัน
ส่วนสถาบันการเงินและการลงทุนหลักๆ ก็มีสถานะเสื่อมทรุดลง
แน่นอนว่า อภิชนชนชั้นทุนสหรัฐฯ นั้นมีความสามารถ
แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกกระบวนการแก้ปัญหาเสียด้วยซ้ำ
เพราะวิกฤติเพิ่งปะทุ
ในอีกทางหนึ่ง ความเสียหายนั้นมีขอบเขตระดับใดนั้นยังเป็นแค่ข่าวลือ
ซึ่งข้อเท็จจริงถูกเปิดเผยออกมาอย่างช้าๆ ทีละขยัก
ดังนั้น แน่นอนว่ายังคงต้องมี "อาฟเตอร์ช็อค" ตามมาอีกหลายระลอก
สาธุชนทุกท่านจึงพึงเข้าใจว่า
การถอนตัวของบรรดากองทุนข้ามชาติอาจยังไม่เสร็จสิ้น
เพราะการหลอมละลายของสินทรัพย์ยังอาจไม่ยุติลง
ดังนั้น พึงระวังการเพลิดเพลินมั่วสุมกัน ณ บริเวณ "ไหล่ขวา"
เพราะการที่บรรดาเฮดจ์ฟันด์สร้าง "หลักหมาย" Benchmark ไว้
ณ ระดับ 890 จุดนั้นก็มีความนัยสำคัญ
คือ "การขุดบ่อล่อปลา" ให้สาธารณชนไทย
เข้ามารองรับการเทขายด้วยความเต็มใจ
ณ บริเวณเหนือ 700 จุดขึ้นมา
โดยสร้าง "จินตภาพไร้สาระ" ขึ้นในใจของทุกคนว่า
ตลาดตกลงมาลึกมากแล้ว (จากจุดสูงสุดที่ไล่ทำกันไม่กี่วัน)
ทั้งๆ ที่อันที่จริงแล้ว
Zero Sum Game ในตลาดหุ้นนั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่า
การที่กลุ่มทุนฝากหุ้นเอาไว้ให้มหาชนช่วยถือแทนในยาม "ตลาดวาย"
ชนชั้นกลางไทยพึงรักษาทรัพย์สินของทุกท่านให้ดี
ขอให้ทุกคนรอดปลอดภัยจากการปล้นข้ามชาติรอบนี้
นำมาจาก www.palawat.com
| Attachment | Size |
|---|---|
| SET Index7.jpg | 87.51 KB |
| DJIA monthly.jpg | 88.77 KB |

