"ฉันทามติวอลสตรีท" ส่งสัญญาณให้ตลาดหุ้นโลกดำดิ่งสู่ระยะปรับตัวใหญ่แบบ "ตกท้องช้าง" ระดับ 1-2 ปี

tags:
  • ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจกระทำการปั่นหุ้นด้วยการลดดอกเบี้ยนโยบาย หลายระลอกครั้งใหญ่ เมื่อวิกฤตฟองสบู่อสังหาฯ ที่เริ่มแตกตั้งแต่ปี 2006 ปะทุฝีหนองออก เป็น อาการไข้ซับไพรม์ จนตลาดหุ้นโลกในเดือนสิงหาคม 2007 เกิดแรงขายแบบ ตื่นตระหนก ทรุดฮวบกันเป็นลูกระนาด จนส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินขนาดยักษ์ทั้งปวง ที่เป็นเสาหลักของทุนนิยมยุคทุนการเงินอิเลคทรอนิคส์ครอบโลก และบานปลาย เกิดสภาวะสินเชื่อตึงตัวจนธนาคารกลางของโลกทุนนิยมทั้งมวลต้องร่วมลงขันให้ออกซิเจน
  • ข้ออ้างของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการต่อยืดอายุฟองสบู่เศรษฐกิจสหรัฐฯ และปกปิด การปั่น ราคาสินทรัพย์อย่างไร้พื้นฐานต่อเนื่องยาวนาน กว่าทศวรรษของทุนการเงิน วอลสตรีท ก็คือเพื่อป้องกันเศรษฐกิจสหรัฐฯ มิให้ลื่นไถลสู่ ภาวะถดถอย Recession หรือพูดง่ายๆ สั้นๆ ก็คือ ลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อปกป้องชาวอเมริกันทั้งมวล
  • ท่ามกลางข้ออ้างสวยเก๋เท่ห์หรูประเภทนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่สะท้อนออกโดยดัชนีหลัก ที่เป็น ดัชนีชี้นำ ทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกทุนนิยม อันได้แก่ ดัชนีดาวโจนส์ถัวเฉลี่ย 30 อุตสาหกรรม (DJIA) และ ดัชนีสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ 500 (S&P 500) จึงพุ่งขึ้น อีกครั้งในช่วงไตรมาสสี่ เพื่อให้กลุ่มทุนใหญ่ทั้งหลายที่ "ออกของไม่ทันหรือไม่ได้ราคา" เมื่อช่วงตลาดแห่ "เทกระจาดขาย" กันในเดือนสิงหาคม ได้โอกาสค่อยๆ บรรจงระบาย ของออกอย่างได้ทั้งราคาและได้ทั้งปริมาณ ในขณะที่มะริกันชนรายย่อย ต่างมัวละเมอ เพ้อพก ฝันหวานกับ "อภิมหาโครงการอุ้มผู้ผ่อนบ้าน" ของระบอบปกครองบุช (ซึ่งเข็นออกมาเรียกคะแนนเสียง ให้พรรครีพับลิกันที่กำลังหืดจับจากหล่มสงคราม อิรักและอัฟกัน) จนอ้าปากค้างน้ำลายยืดทำให้ลืมกลัวลืมตายและลืมขายหุ้น
  • อาการเช่นที่ว่าก็เกิดในตลาดหุ้นไทย แรงโลภ จากการอยากลดภาษีเล็กๆ น้อยๆ ที่บรรดากองทุนระยะยาวทั้งหลายประโคมกรอกหูชนชั้นกลางไทย และนิทานปรำปราเรื่อง "หลังเลือกตั้งเศรษฐกิจจะฟื้น" ที่บรรดานักวิเคราะห์กระแสหลักประสานคอรัส เห่กล่อมวันละห้าเวลา นักลงทุนต่างชาติร่วมกับนักลงทุนสถาบันก็ได้ดันตลาดหุ้นไทย กลับขึ้นมาสร้าง "ยอดเขาสามลูก" ขนาดใหญ่ ซึ่งมีหัวอยู่ทีระดับ 928 จุด และไหล่สองข้างที่ระดับ 800 ปลายๆ
  • อานิสงค์จากกุศลดังกล่าวที่ สองกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ ได้กระทำไว้ จะทำให้ ชนชั้นกลางไทย ที่ออมเงินไว้ในตลาดหุ้น ต้องโลดแล่นโต้คลื่นลมใน ตลาดขาลง ที่มีรูปแบบ สลับฟันปลา ยืดเยื้อ ที่มี ระยะตื่นตระหนกสลับกับฟื้นตัว โดยมีรูปลักษณ์แบบ ชามอ่างขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันแบบชาวบ้านว่า "ตกท้องช้าง" ยาวนานระดับ 1-2 ปี
  • น่าสังเวชใจนักที่จนป่านนี้ ชนชั้นกลางไทยยังไม่เข้าใจ สถานการณ์ที่มีลักษณะ พิเศษแห่งยุคสมัย
  • ในระดับโลกเป็นอาการของคลื่นเศรษฐกิจแบบ "รถไฟเหาะตีลังกา" อันเนื่องมาจาก การอยู่ใน ระยะเปลี่ยนผ่านทางอำนาจ ของมหาอำนาจการเมือง-เศรษฐกิจโลก ซึ่ง อำนาจใหม่ระดับโลกหลายขั้วอำนาจ ได้ก่อเกิดและเติบใหญ่ จนที่สุดได้เข้าเขย่า และท้าทายโลกใบเก่า ระบบการเงินแบบเก่า ระบบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจแบบเก่า ในท่ามกลางช่วงเวลาอันชุลมุนอลหม่านนี้ แม้ อำนาจเก่าระเบียบเก่าระดับโลก จะได้พยายามยื้อยุดและเหนี่ยวรั้งไว้เพียงไร ระบบและกลไกทั้งปวงที่ตั้งอยู่บน สิ่งตกค้าง ตั้งแต่สมัยสงครามเย็น ก็ค่อยๆ ล่มสลาย พังทะลายลงทีละส่วน เช่นเดียวกับ ทุ่งน้ำแข็งขั้วโลกยามโลกร้อนขึ้น
  • ที่สำคัญคือ หลังจากผ่านการพุ่งรถไฟเหาะตีลังกาทางเศรษฐกิจขาลงครั้งล่าสุด (ฟองสบู่ดอทคอมแตก ต้มยำกุ้งเอเซียตะวันออก รูเบิ้ลรัสเซียดิ่งนรก) รถไฟเหาะตีลังกา ขบวนนี้ได้พุ่งขึ้นมาจน สุดเนิน อีกรอบแล้ว มาบัดนี้ก็ได้เวลาที่ คอซาดิสต์ทั้งหลายเฝ้าคอยรอ
  • ในชาติไทยเราก็ไม่น้อยหน้า ความแตกแยกในชาติครั้งใหญ่ที่เริ่มปลายบานมาตั้งแต่ปี 2547 ไม่ใช่แค่เรื่องทุนอนุรักษ์อิจฉาทุนเก็งกำไร อภิชนกลุ่มใดเป็นประชาธิปไตย กว่ากลุ่มใด หรือศาสดาสื่อจอมลวงโลกไม่ได้ครอบครองสื่อทีวี หรือทุนล้มละลาย ฝันยื้อกิจการคืน ทั้งยิ่งไม่ใช่อย่างที่ป่าวร้องตะโกนกันอย่างเลื่อนเปื้อนของ "พวกนักทฤษฎีชเลียร์นาย" ของทั้งสองฝ่ายอภิชนที่ว่า "ทุนนิยมหรือศักดินา ก้าวหน้ากว่ากัน" แล้วธาตุแท้เนื้อในของสถานการณ์คืออะไร
  • อำนาจเก่าและระเบียบเก่า ที่ถูกสร้างขึ้นจากการปฏิรูปชาติครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ห้า ระบอบอำมาตยาธิปไตยสมัยใหม่ที่ผนวกรวมเข้ากับสถาบันจารีต ได้ก้าวผ่าน กระบวนการวิวัฒน์อย่างยาวนานของตน เริ่มจากการก้าวขึ้นสู่อำนาจปกครองด้วยการกบฏ ร.ศ. 130 และการปฏิวัติ 2475 โดยอ้างอิงความก้าวหน้าและประชาธิปไตย หลังจากการ กวาดล้างกันเองภายในขบวนร่วมสองทศวรรษ อำนาจนี้ได้ค้นพบ รูปแบบและเนื้อหา อันเหมาะสม ของมันในช่วงระหว่างทศวรรษก่อนกึ่งพุทธกาล (ก่อนพ.ศ. 2500 เพราะตามความเชื่อทางพุทธโบราณว่า พระศาสนาจะมีอายุราว 5000 ปี)
  • รูปแบบและเนื้อหาอันเหมาะสมของอำนาจเก่าและระเบียบเก่านี้ได้วิวัฒน์ตนเอง ท่ามกลาง การอยู่รอดผ่านกระแสสูงของสงครามปฏิวัติสังคมนิยมในภูมิภาค และเอาชนะสงคราม ประชาชนของ พ.ค.ท. ภายในประเทศ ได้กระทำการประนีประนอมกับ อำนาจใหม่อื่นๆ (ซึ่งวิวัฒน์ขึ้นจากความก้าวหน้าของระบบเศรษฐกิจและโลกาภิวัติ) ด้วยสิ่งที่เรียกว่า ระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ ในช่วงทศวรรษ 2520-2530
  • จนวันนี้ อำนาจเก่าและระเบียบเก่า ที่นำด้วยผู้นำสูงสุดและขุนพลแก้วที่ล้วนสูงวัย กำลังเข้าสู่ ระยะเปลี่ยนผ่านส่งมอบมรดกอำนาจตามธรรมชาติ ในขณะที่บรรยากาศ แวดล้อมทั้งในชาติและในโลกมิได้เอื้ออำนวยเลย การท้าทายและโจมตีใหม่ๆ ทั้งจาก ภายในและภายนอก ล้วนแปลกใหม่ไร้บทเรียนให้ศึกษา อีกทั้งรุนแรงรวดเร็วสุดบรรยาย
  • ท่ามกลางสถานการณ์เบื้องหน้าทั้งสองประการใหญ่นี้ ไม่นับอุบัติเหตุอื่น นิทานปรำปราเก่าแก่เรื่อง "หลังเลือกตั้งเศรษฐกิจจะฟื้น" จะมีความเป็นไปได้เพียงใด แต่ข้อเท็จจริงประการหนึ่งตรงหน้าก็คือ ตั้งแต่หลังเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่ ต่างชาติเทขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยกว่าหมื่นล้านในเวลาเพียงแค่สี่วันทำการ
  • ไฟล์ภาพที่แนบมาให้ดูนี้ เป็น ภาพรายสัปดาห์ของ ดัชนี S&P 500 ณ คืนวันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2008 ซึ่งชี้ให้เห็น "ฉันทามติของวอลสตรีท" หลังประกาศตัวเลขสำคัญ อัตราผู้ว่างงานพุ่งสูงถึง 5% วอลสตรีทจึงทุบดัชนี S&P 500 ณ สิ้นสัปดาห์ก่อนให้ ทะลุแนวรับสำคัญ เส้นต้นทุนเฉลี่ย 75 สัปดาห์ เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีเศษ นับตั้งแต่การกลับสู่วงจรขึ้นในปี 2003 ทำให้คาดได้ว่าเราคงได้เห็นดัชนี S&P 500 ที่ระดับ 1,300 จุดในเร็วๆ นี้
  • การตกต่ำเพราะการขายแบบตื่นตระหนก (Panic Sell) นั้นเป็นเรื่องธรรมดาในตลาดหุ้น แต่ทว่า นี่น่าจะเป็นการหักเปลี่ยนวงจรการขึ้นของตลาดหุ้นโลก ที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องมาร่วม 5 ปี เป็นการปรับตัวใหญ่ที่มีระยะตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ยืนยันด้วยลักษณะพิเศษของการทรุดลงอย่างฉับพลันหลังปีใหม่ของตลาด ซึ่งไม่ได้ปรากฏมานานแล้ว
AttachmentSize
S&P 500 Weekly Index_Jan 07, 2008.jpg159.01 KB

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้