
ประเทศไทยไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของพวกอภิชนและเหล่าอำมาตยา
เขียนโดย ศรศิลป์ เมื่อ 7 พฤศจิกายน, 2007 - 12:36
tags:
- พวกอภิชนและเหล่าอำมาตยา ซึ่งสุมหัวกันทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐเมื่อ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 มาบัดนี้ได้แสดงเจตนาอย่างโจ่งแจ้งในการฉวยโอกาสในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ช่วงการทรงพระประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระพี่นาง ช่วงใกล้วาระเฉลิมฉลอง 5 ธันวาคม เร่งกระทำการมุ่งหมายผ่านร่างพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในอย่างฉับพลัน เพื่อฟื้นฟูระบอบเผด็จการของพวกอภิชนและเหล่าอำมาตยาให้หวนกลับมาสถาปนาตั้งมั่นอีกครั้ง
- พฤติกรรมของพวกอภิชนและเหล่าอำมาตยาข้างต้น ส่อให้เห็นธาตุแท้ซึ่งซ่อนเร้นอยู่ภายใต้หน้ากาก "ประชาธิปไตยคุณธรรม" ชนส่วนน้อยหลงยุคประดานี้ไม่เคยรามือเลยในการรื้อฟื้นคืนวันเก่าอันหวานชื่นของตนในยุคเผด็จการ ม่านควันโฆษณาหลอกลวงใดๆ ก่อนหน้าของบรรดากลุ่มชนที่เป็นสิ่งตกค้างทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่โป้ปดมดเท็จ นี่เป็นการแสดงตนอย่างเปิดเผยโจ๋งครึ่มของพวกอภิชนและเหล่าอำมาตยาที่ปวงชนผู้รักประชาธิปไตยพึงจดจำไว้ให้จงดี
- นี่เป็นประจักษ์พยานสำคัญว่า บรรดาอภิชนและอำมาตยาที่ร่วมกันทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐครั้งแล้วครั้งเล่า ยังคงถือเอาประเทศไทยเป็น "สมบัติส่วนตน" ของพวกเขา ที่จะปู้ยี่ปู้ยำผูกขาดอำนาจและแสวงประโยชน์ได้ตามความพอใจ พวกเขาไม่เคยมีสำนึกใดๆ แม้น้อยนิดเกี่ยวกับ "อำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย" และพวกเขาโอหังบังอาจอย่างสุดประมาณในการแสดงธาตุแท้ที่ฝืนกระแสโลกและยุคสมัย
- ความพยายามเหนี่ยวรั้งพัฒนาการทางประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของสังคมในสมัยต้นศตวรรษที่ 21 ของประดากลุ่มชนตกค้างทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ ช่างน่าขบขันและชวนสังเวชใจยิ่งนัก ในยุคสังคมข้อมูลข่าวสารที่ผู้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และข้อมูลทั้งปวงในโลกได้ในชั่วพริบตา บรรดาชนตกยุคเหล่านี้ยังคงวนเวียนอยู่ในฝันกลางวันที่จะตรึงเวลาของประเทศไทยไว้ ซ้ำมิหนำบังอาจเพ้อฝันหวังหมุนเข็มนาฬิกากลับ พวกเขาช่างตีนลอยและเบาปัญญาเสียนี่กระไร
- พวกอภิชนและเหล่าอำมาตยาหลงยุคโหมกระหน่ำปั่นกระแสจารีตนิยมมาเป็นระยะๆ หลากระลอกนานหลายสิบปี หวังอาศัย "จิตสำนึกไพร่-ทาส" ที่ถูกปลูกฝังให้มีฐานะครอบงำอย่างลึกซึ้งยาวนานในจิตใจของปวงชน มาต่ออายุระบอบเผด็จการจารีตพ้นสมัยและดำรงสถานะปกครองของพวกเขา ถึงขั้นใช้กโลบายทางการตลาดทุกประเภททุกบริบทผ่านทุกสื่อตอกย้ำ "จิตสำนึกไพร่-ทาส" ใส่สมองปวงชนแทบทุกวินาที
- น่าหัวร่อกับเจตนารมย์แท้จริงที่ฝืนยุคสมัย แต่กลับไปใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ "แดกด่วน" ของโลกาภิวัติ แน่นอนว่ากระแสการปั่นตลาดแบบ "แดกด่วน" เช่นนี้ย่อมกึกก้องครึกโครมไปทั่วสังคมในชั่วพริบตา แต่อนิจจา ผลของมันเล่า? มีใครจดจำ "ศิลปินแดกด่วน" หรือ "สินค้าแดกด่วน" เดิมๆ ได้อีก เมื่อมี "ดาวรุ่งแดกด่วน" ดวงใหม่ๆ ถูกระบบทุนปั่นขึ้นใหม่ทุกวินาที
- นี่คือชะตากรรมอันน่าสังเวชของสิ่งตกค้างทางประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ที่พวกอภิชนและเหล่าอำมาตยาหลงยุค (ซึ่งดำรงวิถีชีวิตแบบ "กาฝาก" ของพวกตน บนรากฐาน "จิตสำนึกไพร่-ทาส" ของปวงชน) ตัดสินใจเข้าร่วมสมานฉันท์กับระบบทุนและเศรษฐกิจแบบตลาด พวกเขาก็ได้ลงนามในคำสั่งประหารชีวิตหมู่ตนเองอย่างไม่รู้ตัว การทุรนทุรายดิ้นรนอันไร้อนาคตใดๆ ของพวกเขารังแต่จะนำความอัปยศอดสูอันใหญ่หลวงมาสู่ผู้สืบตระกูลในกาลอันใกล้
- ม่านควันและเมฆหมอกใดจะบดบังแสงตะวันเจิดจ้าได้ตลอดไป วันวารของพวกอภิชนและเหล่าอำมาตยาใกล้ล่วงพ้นอย่างไม่หวนกลับแล้ว ประเทศไทยใหม่ที่เจริญรุ่งเรือง เปี่ยมศักดิ์ศรีทัดเทียมอารยประเทศจะก่นสร้างโดยปวงชนชาวไทยรุ่นใหม่ ซึ่งสลัดพ้น "จิตสำนึกไพร่-ทาส" หล่อหลอม "จิตสำนึกเสรีชน" ท่ามกลางการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของปวงชนอันคดเคี้ยววกวนแสนยาวนาน
- ภาระกิจเบื้องต้นในปัจจุบันของปวงชนชาวไทยรุ่นใหม่ ผู้มี "จิตสำนึกเสรีชน" คือต่อสู้คัดค้านความพยายามฟื้นฟูระบอบเผด็จการของพวกอภิชนและเหล่าอำมาตยา ด้วยการหยุดยั้งร่างพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในอันอัปลักษณ์นี้
เขียนโดย bact เมื่อ 7 พฤศจิกายน, 2007 - 13:39
บทบรรณาธิการ: คัดค้านกฎหมายความมั่นคงภายใน
http://arayachon.org/editorial/20071107/288
»
- Login or register to post comments

