<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>แด่ มาตุภูมิ</title>
 <link>http://www.arayachon.org/motherland</link>
 <description></description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>แม้การศึกมิอาจหน่ายเล่ห์ แต่ก็ถึงเวลาแล้วที่ &quot;อำนาจใหม่&quot; จะจัดกระบวนทัพใต้ร่มธงศึกของตนเอง </title>
 <link>http://www.arayachon.org/motherland/20080510/455</link>
 <description>&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;สถานการณ์สงครามทางการเมืองระหว่างสองขบวนอภิชนกาฝากยังคงพัฒนาคืบหน้าไปสู่ความรุนแรงและสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น หลังชนะเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศ ขบวนอภิชนทุนเก็งกำไรทักกี้เคลื่อนขบวนแถวการเมืองของตนและแนวร่วม เข้ายึดครองทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา เร่งทำการปรับแผ้วถางภูมิทัศน์ทางการเมืองให้เป็นประโยชน์ต่อแผนการขั้นต่อไปของตน (&lt;strong&gt;ขั้นแรกนี้เน้นหนักที่ส่วนหัวขบวนข้าราชการพลเรือน ตำรวจ และสื่อของรัฐ&lt;/strong&gt;) โดยยังละวางการจัดระเบียบกองทัพไว้ก่อนเพื่อรักษาระยะสันติชั่วคราว ขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยาเมื่อได้ตัดสินใจถอยแล้ว ย่อมต้องได้รับความเสียหายบางส่วน แต่ก็ยังสามารถรักษาที่มั่นและกำลังหลักของตนไว้ได้ เพื่อตระเตรียมการรุกตีกลับในระยะต่อไป&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;ขบวนอภิชนทุนเก็งกำไรทักกี้ยังคงพุ่งหัวหอกเข้าโจมตีทางการเมืองต่อ &lt;strong&gt;ประธานองคมนตรี &lt;/strong&gt;อย่างรุนแรงต่อเนื่องทั้งลับและแจ้ง ดังคำคนโบราณที่ให้ &amp;quot;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ตีงูที่คอเจ็ดนิ้ว&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&amp;quot; ขณะเดียวกันก็เร่งมือกู้ทุ่นระเบิดและขวากหนามในภูมิทัศน์ทางการเมือง ซึ่งขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยาได้จัดวางไว้อย่างสลับซับซ้อนในรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อปลดพันธนาการให้แก่บรรดาหัวขบวนของฝ่ายตนเพื่อให้สามารถกลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองเหนือดินได้อีกครั้ง&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;ขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยาแม้ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำและจำต้องถอยชั่วคราวหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปลายปีที่แล้ว จนทำให้ภายในขบวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวขบวนแถวฝ่ายทหารเกิดการแตกแยกครั้งใหญ่ เนื่องจากปีกสุดขั้วในขบวนดึงดันที่จะใช้กลยุทธ์รัฐประหารซ้ำที่เป็นการ &amp;quot;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ชิงสุกก่อนห่าม&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&amp;quot; จัดการกับขบวนทักกี้ที่ฟื้นตัวขึ้น ดังนั้น ในท่ามกลาง &amp;quot;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;การถอยเชิงยุทธศาสตร์&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&amp;quot; ครั้งนี้ ขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยาจึงต้องใช้เวลาพอสมควรในการสะสางและจัดวางรูปขบวนในกองทัพของตนเสียใหม่ โดยในอีกทางหนึ่ง ก็ได้ใช้ขบวนการเมืองสุนัขรับใช้ของตนประโคมโหมปลุกปั่นกระแส &amp;quot;&lt;strong&gt;ปกป้องสถาบันกษัตริย์&lt;/strong&gt;&amp;quot; ใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงข้ามตระเตรียมสภาพจิตของสาธารณชนไทย เพื่อให้พร้อมสำหรับการสร้างสถานการณ์วุ่นวายในอนาคต&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;แม้โลกจะผ่านสู่ยุคต้นศตวรรษที่ 21 แต่ในไทยก็ยังสุ่มเสี่ยงต่อการปลุกปั่นให้ปวงชนลุกขึ้นฆ่าฟันกันด้วยการสร้างภาพฝ่ายตรงข้ามเป็นปีศาจร้าย เมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว ขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยาได้ปลุกปั่นปวงชนและใช้องค์กรจัดตั้งเถื่อนที่เป็น &amp;quot;&lt;strong&gt;องค์กรซ้อนรัฐ&lt;/strong&gt;&amp;quot; &lt;strong&gt;&lt;u&gt;เข้าสังหารหมู่เยาวชน&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; นักเรียนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใน &lt;strong&gt;กรณี 6 ตุลา 2519&lt;/strong&gt; โดยหาว่าเป็นพวกญวณพวกแกวต้องการโค่นล้มสถาบันกษัตริย์ &lt;strong&gt;&lt;u&gt;ก่อการรัฐประหาร&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; ล้มรัฐบาลตลกหลังคารถประชาธิปัตย์ของ มรว.เสนีย์ ปราโมช โดยกล่าวหาว่าสามรัฐมนตรีประชาธิปัตย์ (ดำรง ลัทธิพิพัฒน์ สุรินทร์ มาศดิตถ์ ชวน หลีกภัย) เป็นคอมมิวนิสต์ และสถาปนารัฐบาลเผด็จการจารีตนิยมธานินทร์ กรัยวิเชียร เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว เมื่อขบวน จปร.รุ่น5 ในกองทัพรัฐประหารยึดอำนาจโค่นล้มรัฐบาลตลกหลังคารถชาติชาย ด้วยข้อหา &amp;quot;&lt;strong&gt;บุฟเฟต์คาบิเนต&lt;/strong&gt;&amp;quot; และต่อมาแสดงท่าทีสืบทอดอำนาจด้วยการจัดตั้งพรรคสามัคคีธรรม ก็ได้ทำการประนามใส่ร้ายฝ่ายต่อต้านการสืบทอดอำนาจ โดยหัวขบวนจปร.5 ได้ประกาศกลางรัฐสภาที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศว่า &lt;strong&gt;พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่&lt;/strong&gt; เป็นผู้นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ต้องการปกครองประเทศด้วย &amp;quot;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ระบอบสภาเปรสซิเดียมแบบโซเวียต&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&amp;quot; และ &lt;strong&gt;พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ศิษย์โพธิรักษ์ &lt;/strong&gt;แห่ง &amp;quot;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;สันติอโศก&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&amp;quot; มุ่งโค่นล้มสถาบันศาสนา ก่อนที่จะเริ่มใช้กำลังทหารเข้าจับกุมและปราบปรามฝ่ายต่อต้าน อันนำไปสู่เหตุการณ์ &lt;strong&gt;พฤษภาทมิฬ 2535 &lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;ในอีกทางหนึ่ง ขบวนอภิชนทุนเก็งกำไรทักกี้ ที่มุ่งสถาปนา &lt;strong&gt;รัฐเผด็จการของทุนพวกพ้อง&lt;/strong&gt; ก็ดำรงจุดมุ่งหมายแน่วแน่ทางการเมืองของตนที่มุ่งแปรเปลี่ยน &lt;strong&gt;&lt;u&gt;ราชอาณาจักรไทย&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; ภายใต้ &amp;quot;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&amp;quot; ที่สถาปนาอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ยุคสฤษดิ์ ให้กลายเป็น &lt;strong&gt;&lt;u&gt;ประเทศไทย&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; ภายใต้ &amp;quot;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ระบอบประชาธิปไตยตลกหลังคารถ&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&amp;quot; นั่นคือ &lt;strong&gt;การสถาปนายุคสมัยการเผด็จอำนาจของทุนพวกพ้อง ที่ไม่มีสถาบันเก่าใดๆ มาท้าทายอำนาจได้อีก&lt;/strong&gt; การพุ่งเป้าโจมตีไปที่ &lt;strong&gt;ประธานองคมนตรี&lt;/strong&gt; จึงเป็นเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองอันชาญฉลาดเยี่ยงสุนัขจิ้งจอกของขบวนทักกี้&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับขบวนการเมืองอื่นๆ &lt;strong&gt;&lt;u&gt;ปีกสุดขั้วในขบวนทักกี้&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; ก็ส่งเสียงเชียร์อย่างเต็มที่ต่ออุดมการณ์ของมัน-&lt;strong&gt;&lt;u&gt;สาธารณรัฐของระบอบทุน&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; ซึ่ง &lt;strong&gt;อดีตประธาน คมช. พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน&lt;/strong&gt; เคยกล่าวพาดพิงไว้เสมอในนาม &lt;strong&gt;&lt;u&gt;เผด็จการทุนนิยม&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; และแม้แต่ &lt;strong&gt;พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ&lt;/strong&gt; (ผู้ซึ่งสมัยหนึ่งเคยถูกตั้งข้อสงสัยจากขบวนจารีต-อำมาตยาว่า มีแนวคิดโค่นล้มสถาบัน) ก็ยังออกมาบ่งชี้ถึง &amp;quot;&lt;strong&gt;ขบวนการล้มเจ้า ล้มปืน ล้มทุน&lt;/strong&gt;&amp;quot; ความมุ่งหวังของปีกสุดขั้วในขบวนอภิชนทุนเก็งกำไรทักกี้ก็คือ &lt;strong&gt;มุ่งใช้ความสุดขั้วของมันดึงดูดพลังการเมืองและปวงชนฝ่ายอื่นๆ เข้าไปอยู่ใต้ร่มธงของขบวนทักกี้&lt;/strong&gt; เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้แตกหักในระยะต่อไป&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;วิญญูชนทั้งปวงที่เก็บรับบทเรียนประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่อันยาวนานใกล้ร้อยปีนี้ย่อมสามารถเล็งเห็นได้ว่า ขบวนอภิชนกาฝากไทยทั้งสองขบวนกำลังมุ่งหน้านำชนชาวไทยไปสู่สถานการณ์เยี่ยงไร ยิ่งระดับสถานการณ์ขับเคี่ยวกันในสงครามชิงชาติสองฝ่ายอภิชนแหลมคมขึ้นเท่าใด พลังอำนาจของ &lt;strong&gt;&lt;u&gt;ปีกสุดขั้ว&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; ภายในแต่ละขบวนอภิชนกาฝากก็จะยิ่งเพิ่มทวีขึ้น อันเป็น &lt;strong&gt;&lt;u&gt;กฏเกณฑ์ธรรมชาติแห่งสงคราม&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; ยิ่งการขับเคี่ยวดุเดือดขึ้น พลังสายกลางในแต่ละขบวนอภิชนกาฝากจะถูกดูดกลืนและครอบงำ และในช่วงคับขันแห่งสงคราม &lt;strong&gt;&lt;u&gt;ปีกสุดขั้ว&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; ในแต่ละขบวนอภิชนกาฝากย่อมเข้าควบคุมเวที สำแดงบทบาท และความบ้าคลั่งของพวกมันอย่างเต็มที่ &lt;strong&gt;&lt;u&gt;ก่อนที่จะหมดภาระหน้าที่ของมัน&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;ที่ผ่านมา &lt;strong&gt;ขบวนอำนาจใหม่ภาคประชาสังคม&lt;/strong&gt; ได้อิงแอบทั้งสองฟากขบวนอภิชนกาฝากตามแต่สถานการณ์อำนวย เพื่อขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวต่อสู้ในแนวทางของตนและสะสมกำลังภาคประชาชน ล่าสุด หลังการทำแนวร่วมชั้นสูงกับขบวนจารีต-อำมาตยาโค่นล้มรัฐบาลทักกี้ ก็ได้หันกลับมาคัดค้านการเร่งออกกฏหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพปวงชนของสภาแต่งตั้งในปลายสมัยรัฐบาลสุรยุทธ์ (อาทิ พรบ.ความมั่นคงภายในฯ) มาบัดนี้ ท่ามกลางความร้อนแรงของสงครามชิงชาติ &amp;quot;&lt;strong&gt;ศึกสองอภิชนกาฝาก&lt;/strong&gt;&amp;quot; ที่ร้อนแรงขึ้นทุกขณะ และกำลังเร่งฝีก้าวสู่การปลุกปั่นให้ปวงชนฆ่าฟันกันเพื่อสร้างสถานการณ์รัฐประหาร ตลอดจนแรงซัดกระหน่ำของคลื่นมหันตภัย &amp;quot;&lt;strong&gt;ข้าวยากหมากแพง&lt;/strong&gt;&amp;quot; ซึ่งกำลังผลักไสให้ชีวิตคนธรรมาดาสามัญทั้งหลายให้ถอยร่นไปยืนหมิ่นเหม่ริมขอบเหว ศรศิลป์ จึงขอเรียกร้องโดยตรงต่อ &lt;strong&gt;ขบวนอำนาจใหม่ภาคประชาสังคม&lt;/strong&gt; (ได้เคยแสดงทรรศนะเกี่ยวกับอำนาจนี้ใน &lt;strong&gt;&amp;quot;อำนาจใหม่&amp;quot; ลุกขึ้นสู้แล้ว! &lt;/strong&gt;&lt;a href=&quot;/motherland/20071212/308&quot;&gt;&lt;strong&gt;http://www.arayachon.org/motherland/20071212/308&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; และ &lt;strong&gt;&amp;quot;อำนาจใหม่&amp;quot; โบกสบัด &amp;quot;ธงทางการเมือง&amp;quot; ของตนแล้ว &lt;/strong&gt;&lt;a href=&quot;/motherland/20080214/372&quot;&gt;&lt;strong&gt;http://www.arayachon.org/motherland/20080214/372&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;) ที่ได้ก่อเกิดและพัฒนาการต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน และขยายตัวอย่างรวดเร็วหลังยุคสงครามเย็น จงได้ก้าวขึ้นสู่เวทีการเมืองในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ ด้วยธงทางการเมืองที่เป็นอิสระของตนเอง และสร้างกำลังทางการเมืองของขบวนตนขึ้น เพื่อใช้โอกาสที่สถานการณ์ปั่นป่วนข้างหน้าเปิดให้ ช่วงชิงยกระดับ &lt;strong&gt;&lt;u&gt;สถานะและอำนาจ&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; ของ &lt;strong&gt;กลุ่ม องค์กรจัดตั้ง เครือข่ายต่างๆ ของปวงชน &lt;/strong&gt;ให้ขึ้นสู่ระดับใหม่ ท่ามกลางสงครามชิงชาติของสองขบวนอภิชนกาฝากไทย &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/motherland/20080510/455#comments</comments>
 <pubDate>Sat, 10 May 2008 12:18:31 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ศรศิลป์</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">455 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>สองขบวนมวลชนใต้ปีกอภิชนปั่นสถานการณ์อนาธิปไตยปูทางสู่ยุคกำปั้นเหล็ก แต่อะไรเล่าคือภารกิจเฉพาะหน้าของชนชั้นผู้ทำงาน</title>
 <link>http://www.arayachon.org/motherland/20080427/435</link>
 <description>&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;คู่ความขัดแย้งหลักของชาติ &lt;/b&gt;ในปัจจุบันยังคงเป็นสงครามทางการเมืองและการทหาร เพื่อเข้าควบคุมอำนาจรัฐอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ระหว่าง &amp;quot;&lt;b&gt;ศึกสองฝ่ายอภิชนกาฝากไทย&lt;/b&gt;&amp;quot; ขบวนอภิชนทุนเก็งกำไรทักกี้และขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยา แม้ในท่ามกลางคลื่นผันผวนของระบบเศรษฐกิจโลก (ซึ่งกำลังเข้าสู่ระยะปรับตัวใหญ่ ณ ครึ่งทางของวงจรใหญ่ของการปั่นตี &lt;b&gt;ฟองสบู่มหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจจีน-อินเดีย CHINDIAMONIA&lt;/b&gt;) สองขบวนอภิชนกาฝากไทยก็ไม่ยินยอมลดราวาศอกในการปะทะหักโค่นกันและหันหน้ามาใสใจแก้ไขเศรษฐกิจปากท้องของชนชั้นผู้ทำงานที่เสื่อมทรุดลงอย่างรวดเร็วแม้แต่น้อย&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt; สองฝ่ายขบวนอภิชนกาฝากไทยต่างขับเคลื่อนขบวน &lt;b&gt;&lt;u&gt;ข้ารับใช้และพันธมิตรทั้งปวง&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ใต้ร่มธงทางการเมืองของพวกมัน ให้ชูสบัดธงศึกเข้าประจัญหน้ากันในทุกแนวรบ ทั้งในแนวรบด้านกฏหมายเพื่อทำลายล้างบุคคลและองค์กรของของฝ่ายตรงข้าม ทั้งในแนวรบด้านการเมืองเพื่อชิงความชอบธรรมและตระเตรียมการชุมนุมเดินขบวนใหญ่เพื่อขับไล่ฝ่ายตรงข้าม และนอกจากนั้นในมุมมืด สองฝ่ายขบวนอภิชนต่างเร่งซ่องสุม &lt;b&gt;&lt;u&gt;กำลังติดอาวุธส่วนตัว&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; (ที่อยู่ในรูปแบบของ &lt;b&gt;&lt;u&gt;องค์กรซ้อนรัฐ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;) เพื่อตระเตรียมสำหรับการลงมือใช้ความรุนแรงต่อกันในระดับต่างๆ ตั้งแต่ การลอบก่อกวนและทำร้ายขบวนเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม การลอบสังหารบุคคลสำคัญ และการรัฐประหารครั้งใหม่ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt; นี่เป็นเส้นทางเดินมาตรฐานของ &lt;b&gt;&lt;u&gt;ศึกชิงชาติอภิชนไทย&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ที่ไม่เคยแปรเปลี่ยน นับตั้งแต่สมัยโบราณในยุคอยุธยา ต้นรัตนโกสินทร์ หรือแม้แต่ในยุคประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎรในปี 2475 ท่านผู้อ่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมกลยุทธ์ชิงชาติของเหล่าอภิชนไทยได้จาก &lt;b&gt;การเมืองไทยในสมัยพระนารายณ์&lt;/b&gt; (งานของ &lt;b&gt;นิธิ&lt;/b&gt;) &lt;b&gt;พระเจ้ากรุงธนบุรี&lt;/b&gt; (งานของ &lt;b&gt;นิธิ&lt;/b&gt;) &lt;b&gt;การปฏิวัติ 2475 และประวัติศาสตร์การเมืองไทยหลัง 2475&lt;/b&gt; (งานของ &lt;b&gt;ชาญวิทย์&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;ศิษย์&lt;/b&gt;) &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt; จึงไม่น่าประหลาดใจใดๆ เลยที่สังคมไทยในปี 2551 ได้เห็น &lt;b&gt;พรรคประชาธิปัตย์&lt;/b&gt; (ที่นิยามตนเองว่าเป็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่) ได้ออกมาสนับสนุนข้อกล่าวหาของ &lt;b&gt;นายสนธิ ลิ้มทองกุล&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;นายคำนูณ สิทธิสมาน&lt;/b&gt; (ซึ่งปวารณาตนรับใช้ขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยา) ที่มีต่อขบวนอภิชนอภิชนทุนเก็งกำไรทักกี้ว่า กำลังดำเนินการเพื่อ &lt;b&gt;โค่นล้มสถาบันกษัตริย์ &lt;/b&gt;และสถาบันหลักๆ ของสังคมไทย เพราะนี่เป็นอาวุธทางการเมืองที่ทรงแสนยานุภาพในการทำลายล้างมาตลอดระยะประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;เล่ห์เหลี่ยมสำคัญ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ที่ใช้กันเป็นบรรทัดฐานในการชิงชาติของเหล่าอภิชนไทยเมื่อไม่อาจประนีประนอมกันได้นั้น ก็คือ &lt;u&gt;&lt;b&gt;การสร้างจินตภาพฝังลึกในสมองของปวงชน&lt;/b&gt;&lt;/u&gt; ให้เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามคือ &lt;b&gt;ปีศาจร้าย &lt;/b&gt;ที่มุ่งทำลายรากเหง้าที่มีมาแต่เนิ่นนานของสังคมไทย และ &lt;b&gt;สถานการณ์ทั่วไปในสังคมระยะนั้นๆ ทั้งทางการเมือง-เศรษฐกิจ-สังคม กำลังเร่งฝีก้าวสู่กลียุคและสภาวะอนาธิปไตยอันไร้ขื่อแป&lt;/b&gt; เพื่อให้สาธารณชนที่ยังสลัดไม่พ้นจิตวิญญาณไพร่-ทาส ร่ำร้องเพรียกหา &lt;b&gt;วีรบุรุษอภิชน&lt;/b&gt; มาปราบดาภิเษกฟื้นฟูยุคแห่งสันติสุขขึ้นใหม่อีกครา นี่เป็น &lt;b&gt;&lt;u&gt;ซุปโอเปรายอดนิยมแห่งสังคมไทย&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ซึ่งได้รับการแซ่ซ้องต้อนรับอย่างอบอุ่นมาทุกสมัย และเราทุกคนก็จะได้ชม-ฟังกันในเร็ววันนี้อีกครั้ง&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การปีนป่ายบันไดความรุนแรง&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ด้วยการยั่วยุกันอย่างถ่อยสถุล ที่เราเห็นกันที่ท้องสนามหลวงหน้าธรรมศาสตร์เร็วๆ นี้ และการกลับไปวนเวียนท้าทายแถวสี่เสาเทเวศน์ของขี้ข้าม้าใช้ของทั้งสองฝ่ายอภิชนกาฝากไทย เป็นเพียงฉากละครซ้ำซากที่กำกับและแสดงตามมาตรฐานของละครน้ำเน่าไทยซึ่งยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง และถูกยัดเยียดให้สาธารณชนรับชมครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อเหนี่ยวรั้งและตอกย้ำ &lt;b&gt;&lt;u&gt;บรรทัดฐานของโลกทรรศน์ทางการเมืองแบบไพร่-ทาส&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ให้ผนึกแน่นในสมองของปวงชนตลอดกาล &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ขบวนโฆษณาโน้มน้าวมวลชนของฝ่ายอภิชนจารีต-อำมาตยา &lt;b&gt;&lt;u&gt;แม้เสแสร้งลีลาผู้ดีแต่ก็ยั่วยุใส่ร้ายอย่างไม่ยั้งมือ ด้วยการปลุกผีคอมฯ และสวมหมวกโค่นล้มสถาบันให้ฝ่ายตรงข้าม&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; &lt;b&gt;&lt;u&gt;และแน่นอนว่าไม่ลืมเลียก้นอภิชนจารีต-อำมาตยากันอย่างสุดอุดจาด&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ส่วนขบวนต่อต้านจัดตั้งของฝ่ายอภิชนทุนเก็งกำไรทักกี้ก็ &lt;b&gt;&lt;u&gt;ยังคงรักษาลีลาถ่อยสถุลป่าเถื่อนไว้ได้อย่างคงเส้นคงวา&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; &lt;b&gt;&lt;u&gt;และแน่นอนว่าไม่ลืมที่จะเลียก้นนายของพวกมันอย่างไม่อายฟ้าดินเช่นกัน&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;การได้รับชมลีลาของทั้งสองฝ่ายข้ารับใช้อภิชนกาฝากไทยหนนี้ เหมือนได้นั่งไทม์แมชชีน ย้อนเวลากลับไปดูพวก &lt;b&gt;วิทยุยานเกราะ นสพ.ดาวสยาม และ สามเกลอหัวแข็ง&lt;/b&gt; (อุทิศ-อุทารณ์-สมัคร) วาดลวดลายช่างทาสี ละเลงสีขบวนเยาวชนนักเรียนนักศึกษาในปี 2517-2519 ให้กลายเป็นพวกคอมฯ พวกญวณ และได้ดูบทบู๊ถ่อยสถุลของพวก &lt;b&gt;กระทิงแดง&lt;/b&gt; ไปพร้อมๆ กัน บ่งชี้ชัดว่า แม้จะผ่านเวลากว่าสามสิบปีหลังการฆ่าฟันกันในทศวรรษ 2510-2520 เหล่าอภิชนไทยก็ยังไม่สามารถนำเสนอบรรทัดฐานใหม่ทางการเมืองที่มีระดับสูงกว่าเดิมได้ ส่อให้เห็นถึงความเสื่อมถอย-ตกยุคของพวกเขาทั้งหมดอย่างชัดแจ้ง และชี้ให้ชนชาวไทยมองเห็นได้ว่า ด้วยมาตรฐานทางการเมืองระดับต่ำเช่นนี้เหล่าอภิชนไทยจะนำเสนอยุคสมัยชนิดใดให้กับชนชาวไทยในเวลาต่อไป&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt; ศรศิลป์ เคยแสดงทรรศนะไว้ใน &amp;quot;&lt;b&gt;เมื่อศึกสองอภิชนกาฝากจบลง ปืนจะหันใส่ปวงชน&lt;/b&gt;&amp;quot; &lt;a href=&quot;/motherland/20080227/392&quot;&gt;&lt;b&gt;http://www.arayachon.org/motherland/20080227/392&lt;/b&gt;&lt;/a&gt; เมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2551 ว่า                                                                                                                                                      &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;ul&gt;
		&lt;li&gt;พึงได้สำเหนียกว่า บรรยากาศเสรีภาพลมๆ แล้งๆ ที่ดำรงอยู่ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ เป็นเพราะมี&lt;b&gt;ความแตกแยกและเกิดสภาวะอนาธิปไตยในฝูงอภิชนกาฝาก&lt;/b&gt; ยามใดที่อำนาจในฝูงอภิชนกาฝากถูกเผด็จในมือหนึ่งเดียว เมื่อนั้นขบวนอภิชนกาฝากจะ &lt;b&gt;เริ่มต้นยุคปกครองใหม่ &lt;/b&gt;ด้วยการทำลายล้างองค์กรสหภาพแรงงาน องค์กรเพื่อสิทธิเสรีภาพ องค์กรเพื่อสภาพแวดล้อม และสื่อมวลชนวิชาชีพทั้งมวล &lt;/li&gt;
	&lt;/ul&gt;
	&lt;p&gt;
	&amp;nbsp;
	&lt;/p&gt;
	&lt;ul&gt;
		&lt;li&gt;&lt;b&gt;ไม่ว่าอภิชนกาฝากฝ่ายใดได้ชัย&lt;/b&gt; พวกมันจะเริ่ม&lt;b&gt;การแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างเต็มรูป&lt;/b&gt; (ซึ่งได้ทำการทดลองไปบ้างแล้ว) &lt;b&gt;ตามฉันทามติวอชิงตันและระเบียบโลกใหม่&lt;/b&gt; พวกมันจะ&lt;b&gt;กวาดล้างภาคีนักสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม&lt;/b&gt;เพื่อปูทางแก่การสร้างอุตสาหกรรมหนัก พวกมันจะ&lt;b&gt;กวาดล้างสหภาพแรงงานทั้งปวง&lt;/b&gt;เพื่อรักษากองหนุนแรงงานสำรองและรักษาระดับต้นทุน พวกมันจะ&lt;b&gt;กวาดล้างองค์กรเพื่อสิทธิเสรีภาพและองค์กรเพื่อผู้บริโภค&lt;/b&gt;อันเป็นอุปสรรคต่อการค้าเสรีและลิขสิทธิ์ทางปัญญาของทุนนิยมโลก พวกมันจะ&lt;b&gt;เรียกคืนตั๋วเสรีภาพจากมือสื่อมวลชน&lt;/b&gt;ด้วยเหตุที่ถึงเวลาแล้วที่ &amp;quot;&lt;b&gt;ทั่วทั้งชาติต้องร่วมขับร้องเพลงทุน&amp;quot;&lt;/b&gt; &lt;/li&gt;
	&lt;/ul&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;&lt;/b&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;ul&gt;
		&lt;li&gt;เพื่อนนักสู้แห่งปวงชนที่รักทั้งหลาย จงอย่าได้หลงไหลเพลิดเพลินกับการติดตามชมเกมอำนาจ &amp;quot;&lt;b&gt;ศึกสองอภิชนกาฝาก&lt;/b&gt;&amp;quot; จนลืมไปว่า &lt;b&gt;ศึกของปวงชนเองกำลังจะมาถึง&lt;/b&gt; ยุคข้าวยากหมากแพงที่คืบคลานเข้ามา กำลังม้วนตลบเอาปวงชนคนยากไร้นับสิบล้านร่วงหล่นสู่นรกขุมใหม่ บรรดาคนจนไพร่-ทาสผู้ขลาดเขลาจะถูกสังคมกินคนรุกไล่ไปจนถึงริมขอบเหว ผู้กล้าในหมู่พวกเขาจะลุกขึ้นสู้และพลีตนเพื่อปลุกเร้าใจมวลหมู่พี่น้อง &lt;b&gt;ทั่วโลกจะเป็นเช่นนี้ ทั่วไทยก็เฉกเช่นกัน&lt;/b&gt;&lt;/li&gt;
	&lt;/ul&gt;
	&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;สองฝ่ายขบวนอภิชนกาฝากไทยนั้น&lt;b&gt;&lt;u&gt;จงใจ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;เดินหน้าปั่นสถานการณ์ความรุนแรง เพื่อมุ่งผลักไสสังคมเข้าสู่กลียุคและสภาวะอนาธิปไตย เพื่อบีบคั้นสภาพจิตสาธารณชนไทยให้อ่อนแอและสิ้นหวัง เพื่อเปิดโอกาสให้ &lt;b&gt;&lt;u&gt;วีรบุรุษอภิชน&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; เปิดตัวก้าวขึ้นสู่เวที และทำการปราบปรามฝ่ายตรงข้ามด้วยความรุนแรง ปราบดาภิเษก &lt;b&gt;ยุคสมัยแห่งกำปั้นเหล็ก&lt;/b&gt; แน่นอนว่า อภิชนกาฝากทั้งสองฝ่ายล้วนไม่ไร้น้ำยาขาดฟืนไฟ พวกเขาทั้งสองฝ่ายล้วนทรงพลัง ทั้งในด้าน &lt;b&gt;&lt;u&gt;โลกทรรศน์&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ที่ต่างฝ่ายต่างยึดกุม &amp;quot;&lt;b&gt;โลกในจินตภาพ&lt;/b&gt;&amp;quot; ฝ่ายละแบบที่ครอบงำสมองของปวงชน ทั้งในด้าน &lt;b&gt;&lt;u&gt;กำลังที่แฝงเร้นในกลไกอำนาจรัฐ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ในรูปแบบของ &amp;quot;&lt;b&gt;องค์กรซ้อนรัฐ&lt;/b&gt;&amp;quot; (ดังเช่นที่ใช้กำลังทหารพรานข่มขู่ และใช้กำลังตำรวจบุกพังบ้านนายกฯ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ใช้กำลังลูกเสือชาวบ้านใต้การกำกับควบคุมของ ตชด. บีบคั้นรัฐบาล มรว.เสนีย์ ปราโมช และก่อสถานการณ์สังหารหมู่ 6 ตุลา 19 ซึ่งนำไปสู่การรัฐประหาร) สาธารณชนจึงพึงตระหนักว่า นี่คือ &lt;b&gt;&lt;u&gt;แผนที่ทางการเมือง&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ของพวกเขาเหล่าอภิชนกาฝาก&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;อย่างไรก็ตาม &lt;b&gt;แผนการนั้นเป็นของคน แต่ลิขิตเป็นเรื่องของฟ้า&lt;/b&gt; (ฟ้า = ปัจจัยแวดล้อมทั้งปวงในธรรมชาติและสังคมมนุษย์) ชนชั้นผู้ทำงานในสังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปมากทั้งในด้านจำนวนและคุณสมบัติจากเมื่อสามสิบปีที่แล้ว อันเป็นผลมาจากการคลี่คลายขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและโลก สามทศวรรษมานี้ (หลังจากยุค 14 ตุลาคม) ชนชั้นผู้ทำงานที่มีรายได้เป็นค่าจ้างมีปริมาณเพิ่มขึ้นจนเป็นฐานสำคัญด้านภาษีของรัฐ อีกด้านหนึ่ง ในหมู่พวกเขาสัดส่วนของผู้ทำงานซึ่งมีความรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิศวกรและช่าง ก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กำลังหลักของขบวนแถวชนชั้นผู้ทำงานซึ่งจะสถาปนาองค์กรสู้รบในยุคใหม่นี้จึงไม่ใช่ &amp;quot;&lt;b&gt;ฉันทนา&lt;/b&gt;&amp;quot; ดังเช่นในทศวรรษ 2510 อีกต่อไป แต่พวกเขาคือวิศวกรและช่าง ตลอดจนพวกแรงงานปกคอขาวอื่นๆ ในอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ ที่ขยายตัวเฟื่องฟูและเกาะกลุ่มเข้าเป็นคลัสเตอร์ &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;ยุคข้าวยากหมากแพงของโลกเคลื่อนตัวซัดกระหน่ำประชาชาติไทย ชนชั้นผู้ทำงานรุ่นใหม่พึงสลัดทิ้งความคิดเพ้อฝัน และ &amp;quot;&lt;b&gt;จินตภาพไร้สาระ&lt;/b&gt;&amp;quot; ทั้งปวง ที่อภิชนกาฝากผู้ควบคุมสังคมปลูกฝังในสมองของเรา จงได้รวมตัวกันขึ้นอย่างฉับพลันและให้การศึกษาซึ่งกันและกัน สถาปนาองค์กรจัดตั้งที่เป็นแบบสู้รบของตนขึ้นแทนที่องค์กรเลียก้นนายจ้างที่มีดาดดื่น ใช้องค์กรสู้รบเหล่านี้ต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของชนชั้นผู้ทำงานในกระแสเกลียวคลื่นข้าวยากหมากแพงอันบ้าคลั่ง และผนึกกำลังองค์กรสู้รบของผู้ทำงานทั้งปวงเข้าด้วยกันเพื่อปกป้องส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจอันควรมีควรได้ของตน &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;ท่ามกลางภารกิจเหล่านี้ ชนชั้นผู้ทำงานแห่งยุคสมัยพึงเติมเต็มคลังกลยุทธ์ของตน ด้วยการศึกษาเก็บรับบทเรียนและประวัติศาสตร์การต่อสู้ที่แลกมาด้วยหยาดเลือดและน้ำตาของขบวนบรรพชนแรงงานไทย มิใช่เพื่อการกราบไหว้บูชาหลับหูหลับตาตะบันเชียร์ แต่หากด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยทรรศนะทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้อดีตให้มารับใช้ปัจจุบันมิใช่วนเวียนฟูมฟายอยู่กับอดีต &lt;b&gt;&lt;u&gt;ผู้ที่ไร้รากย่อมไม่อาจหยัดยืน&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; &lt;b&gt;&lt;u&gt;เช่นเดียวกัน&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; &lt;b&gt;&lt;u&gt;ผู้ที่งมงายในอดีตย่อมไม่อาจรับมืออนาคตอันแปรปรวน&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/motherland/20080427/435#comments</comments>
 <pubDate>Sun, 27 Apr 2008 14:55:06 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ศรศิลป์</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">435 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>วิวาทะขบวนการเมืองใหม่ และธงทางการเมืองของปวงชน</title>
 <link>http://www.arayachon.org/motherland/20080331/419</link>
 <description>&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;บนเวทีการเสวนา &amp;quot;&lt;strong&gt;จินตภาพพรรคการเมืองของประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;quot; ในโครงการ &amp;quot;&lt;strong&gt;จินตภาพสังคมไทยและพรรคการเมืองของประชาชน&amp;quot;&lt;/strong&gt; ที่จัดโดย &amp;quot;&lt;strong&gt;กลุ่มศึกษาพรรคการเมืองทางเลือก&lt;/strong&gt;&amp;quot; (&lt;a href=&quot;http://peopledemocracy.org/&quot;&gt;&lt;strong&gt;http://peopledemocracy.org&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2551 ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว &lt;strong&gt;นายศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา&lt;/strong&gt; อดีตนร.นศ.รุ่น 14 ตุลา 2516 ปัจจุบันในฐานะนักเคลื่อนไหวแรงงานใต้ร่มธง &amp;quot;&lt;strong&gt;มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท&lt;/strong&gt;&amp;quot; (มูลนิธิส่งเสริมสิทธิคนงานสากลในเครือข่าย พรรคสังคมประชาธิปไตยเยอรมัน) ได้แสดงทรรศนะต่อทิศทางของขบวนการประชาชนภายใต้สถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบันไว้อย่างน่าสนใจดังนี้...&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;...การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน การล่มสลายของโซเวียต คือการล่มสลายของเศรษฐกิจสังคมนิยม และถูกทำให้เชื่อว่ามีเพียงเสรีนิยมเท่านั้นที่สามารถดำรงอยู่ได้ แต่ก็เห็นกันแล้วว่าไม่สามารถนำมาซึ่งความยุติธรรมในสังคมได้ ผมจึงเห็นว่าควรเป็นสังคมนิยม ที่ต้องมีความหลากหลาย มีความเป็นประชาธิปไตยที่ยอมรับการมีส่วนร่วมของสมาชิก จะต้องเป็น&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt; &lt;strong&gt;Social Democracy&lt;/strong&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;...เครื่องมือที่จะนำไปสู่สังคมประชาธิปไตยมี &lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;3 &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;ประการ ประการแรกคือ &amp;quot;&lt;/span&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;strong&gt;ประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;quot;&lt;/span&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; ที่ต้องรู้จักรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นๆ สามารถวิพากษ์วิจารณ์กันได้ ประการต่อมาคือ &amp;quot;&lt;/span&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;strong&gt;ภาคประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;quot;&lt;/span&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; ที่ต้องมีความเข้มแข็งและกระตือรือร้น และสุดท้าย &amp;quot;&lt;/span&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;strong&gt;พรรคการเมือง&lt;/strong&gt;&amp;quot;&lt;/span&gt; &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;ที่เชื่อมั่นในประชาธิปไตย มีประชาชนจำนวนมากเป็นฐานสมาชิกโดยมีส่วนร่วมในพรรคการเมืองนั้นๆ แต่ในประเทศไทยทั้งสามส่วนนี้ยังอ่อนแอ เพราะประชาชนถูกครอบงำมาก การเมืองภาคประชาชนก็ตีบตัน อีกทั้งพรรคการเมืองเองก็หลุดลอยออกจากประชาชน ดังนั้นพรรคการเมืองของประชาชนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;...พรรคการเมืองในโลกแบ่งเป็น &lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;3 &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;ประเภท คือ &lt;/span&gt;1. &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;พรรคการเมืองที่อยู่ภายใต้ผู้นำที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งพรรคการเมืองโดยส่วนใหญ่ของประเทศไทยจัดอยู่ในประเภทนี้ &lt;/span&gt;2. &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;พรรคการเมืองที่นำโดยคณะผู้นำ ผู้ทรงบารมีเหนือคนอื่นโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชน และ&lt;/span&gt;3. &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;พรรคการเมืองที่เป็นพรรคประชาธิปไตย มีสมาชิกจำนวนมากและเปิดให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ อีกทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งถือเป็นจินตภาพพรรคการเมืองของประชาชนตามความคิดของผม...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;...ในทางการเมืองพรรคการเมืองต้องสร้าง &amp;quot;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;strong&gt;ประชาธิปไตย&lt;/strong&gt;&amp;quot;&lt;/span&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; ส่วนในทางเศรษฐกิจต้องการเห็นสังคมที่เป็นธรรม คือต้องมีแนวคิด&lt;/span&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;แบบ &amp;quot;&lt;strong&gt;สังคมนิยม&lt;/strong&gt;&amp;quot;&lt;/span&gt; &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งระหว่าง รูปแบบของอเมริกัน &lt;/span&gt;&lt;strong&gt;Libertarian Democracy&lt;/strong&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; ซึ่งละเลยเรื่องความหลากหลาย และความเป็นธรรมในสังคม ไม่สอดคล้องกับความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ อีกรูปแบบหนึ่งใช้ในยุโรปตะวันตก คือสังคมนิยม &lt;/span&gt;&lt;strong&gt;Social Democracy&lt;/strong&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; พรรคการเมืองของประชาชนจะต้องเชื่อในเรื่องนี้...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;...พรรคการเมืองแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ และจะแข่งขันกับพรรคการเมืองอื่นๆ ที่มีเงินทุนได้ จะต้องใช้แนวทางในการหาสมาชิก มีมวลสมาชิกจำนวนมาก พรรคการเมืองต้องทำงานร่วมกับภาคประชาชน ร่วมกับภาคประชาสังคม และกลุ่มต่างๆ ที่มีอยู่อย่างหลากหลาย เป็น&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;strong&gt;Mass Membership Party &lt;/strong&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;โดยเริ่มต้นจาก &lt;strong&gt;องค์กรจัดตั้ง&lt;/strong&gt; เช่น เริ่มจากกลุ่มแรงงานซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีจำนวนมาก และเป็นกลุ่มจัดตั้งขนาดใหญ่ที่สุด ถึงแม้ในไทยสหภาพแรงงานจะยังเล็กอยู่ก็ตาม...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;“พรรคการเมืองในจินตภาพต้องมีความเป็นประชาธิปไตยในพรรค และมีแนวทางแบบสังคมประชาธิปไตยที่สอดคล้องเหมาะสม จึงจะเป็นทางเลือกของสังคมในปัจจุบัน”&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;บนอีกเวทีหนึ่ง ในการเสวนา &amp;quot;สถานการณ์การต่อสู้ของขบวนคนจนภายใต้บริบทสังคมไทยในอนาคต&amp;quot; เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2551 ณ ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้าน เขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี เนื่องในโอกาส งานรำลึก 100 วัน วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ &lt;strong&gt;รศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ&lt;/strong&gt; ได้เสนอทรรศนะการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทยปัจจุบัน และชูธงการเมืองสามผืน &amp;quot;&lt;strong&gt;รัฐสวัสดิการ สังคมประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;quot; ขึ้นประชันขันแข่งกับ &lt;strong&gt;ธงสามผืนของโลกาภิวัติฝ่ายทุน&lt;/strong&gt; ซึ่งถูกสบัดชูขึ้นโดย &lt;strong&gt;รศ.ดร.พิชิต ลิขิตสมบูรณ์&lt;/strong&gt; ในช่วงการต่อสู้กับคณะรัฐประหาร 19 กันยา และรัฐบาลสุรยุทธ์ ของ &lt;strong&gt;ขบวน นปก.&lt;/strong&gt; กองหน้าของขบวนอภิชนทุนทักกี้ ทรรศนะต่อสถานการณ์และเนื้อหาธงการเมือง &amp;quot;&lt;strong&gt;รัฐสวัสดิการ สังคมประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;quot; ที่คุณเกษียรนำเสนอมีดังนี้...&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt&quot; class=&quot;MsoNormal&quot;&gt;
	&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;...ในการต่อสู้ทางการเมือง การหาแนวร่วมหรือพันธมิตรไม่ใช่สิ่งที่ต้องปฏิเสธ เพียงแต่ในสังคมไทยที่เราอยู่กับวัฒนธรรมศักดินาบนหลังมานาน เวลาเราหาพันธมิตรหรือแนวร่วมก็จะเจอแนวร่วมที่มาจากชนชั้นสูง ซึ่งมันอดไม่ได้ที่ความสัมพันธ์จะออกมาในลักษณะอุปถัมภ์ หรืออยู่ภายใต้การนำของเขา คำถามก็คือ มันไม่น่าจะเหลือทางเลือกแค่ เนื่องจากเราไปสัมพันธ์กับเขาแล้วมักจะอยู่ใต้การอุปถัมภ์หรือการนำของเขา ดังนั้น เราไม่เอาพันธมิตรเลย เราจะสู้คนเดียว &lt;b&gt;เป็นไปได้ไหมถ้าจะต่อสู้ทางการเมืองโดยมีพันธมิตร แล้วคบกับพันธมิตรแบบเสมอภาคเท่าเทียมกัน&lt;/b&gt; ทำไมต้องปล่อยให้เขานำเราเสมอ เราสามารถจะนำเขาได้ไหม ถ้าเรามีความเข้มแข็งขององค์กรและแนวทางของเราที่มั่นคงพอ...&lt;/span&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt&quot; class=&quot;MsoNormal&quot;&gt;
	&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;...&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;ผมคิดว่า การแสดงออกของเครือข่ายภาคประชาชนอย่างมีพลังที่สุด คือ &lt;strong&gt;เครือข่ายปฏิรูปการเมือง&lt;/strong&gt; ที่ก่อตัวขึ้นหลังเหตุการณ์พฤษภาคม &lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot;&gt;2535 &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;แล้วหลังวิกฤตเศรษฐกิจ ได้ดึงเอาหลายกลุ่ม ตั้งแต่ปีกเสรีนิยมที่เน้นการลงทุนอย่างเสรี เช่น คุณอานันท์ (ปันยารชุน) ปีกชุมชนหมู่บ้าน ปีกเศรษฐกิจพอเพียง เช่น หมอประเวศ คุณไพบูลย์ (วัฒนศิริธรรม) รวมทั้ง &lt;/span&gt;NGO&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; แล้วก็มีปีกซ้ายหน่อยอย่างสมัชชาคนจน ปัญญาชนที่มีความรู้สึกว่าทุนนิยมมีปัญหา มันเป็นแนวร่วมที่กว้างมาก...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt&quot; class=&quot;MsoNormal&quot;&gt;
	&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;ในสังคมไทยไม่ใช่มีแต่เครือข่ายอำนาจข้าราชการ หรือเครือข่ายอำนาจธุรกิจเท่านั้น มันเคยมีเครือข่ายอย่างนี้ที่ก่อตัวขึ้นมา แล้วผลักสู้จนได้รัฐธรรมนูญปี &lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot;&gt;2540&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; ซึ่งบังเอิญประจวบกับวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ปีกเสรีนิยมยอมรับได้ในบางระดับถึงขีดจำกัดหรือปัญหาของการพัฒนาของทุนนิยม ทำให้เสียงของฝ่ายที่วิพากษ์วิจารณ์การพัฒนา ทุนนิยม บริโภคนิยม เช่น สมัชชาคนจน แข็งขึ้นและร่วมกันไปได้ ดังนั้นรัฐธรรมนูญ &lt;/span&gt;2540&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; จึงมีทั้งเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ มีทั้งให้สิทธิชุมชน มีทั้งให้สิทธิเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหาร เนื่องจากมีพลังเข้าไปร่วมหลายกลุ่ม จึงออกมาผสมผสานกัน ไม่ใช่เสรีนิยมสุดๆ ไม่ใช่ชุมชนสุดๆ หรือไม่ใช่พลังของประชาชนสุดๆ เครือข่ายนี้พังลงไปเพราะการเมืองในรอบหลายปีหลังนี้ บางส่วนแตกไปร่วมกับคุณทักษิณ บางส่วนรับทักษิณไม่ได้แตกไปร่วมกับคุณสุรยุทธ์...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt&quot; class=&quot;MsoNormal&quot;&gt;
	&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;ปัญหาตอนนี้คือ เครือข่ายที่มันปรากฏตัวให้เห็นแล้วในประวัติศาสตร์อันใกล้ แล้วมีพลังพอสมควรจนผลักให้มีการปฏิรูปการเมือง มันจะก่อตัวขึ้นมาใหม่ได้ไหม ในสถานการณ์ใหม่ที่อยู่ภายใต้การต่อสู้ระหว่าง &lt;strong&gt;&lt;u&gt;เครือข่ายอำนาจราชการของผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; กับ &lt;strong&gt;&lt;u&gt;เครือข่ายอำนาจธุรกิจของคุณทักษิณ&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; อ.สมชาย (ปรีชาศิลปกุล) บอกว่า มีแนวร่วมที่เป็นไปได้จำนวนมาก ที่คุณจะเข้าไปอิงเขาแล้วดึงให้เข้ามาร่วมการต่อสู้ ถ้าคุณรู้จักขยายประเด็น เชื่อมโยงประเด็นการต่อสู้ของคุณกับประเด็นของคนกลุ่มอื่น...&lt;/span&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt&quot; class=&quot;MsoNormal&quot;&gt;
	&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;...&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;b&gt;ซึ่งผมคิดว่าในระยะอันใกล้ มีเรื่องที่จะต้องคิดใหญ่ &lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot;&gt;3&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; เรื่อง คือ &lt;/span&gt;1&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;) รัฐสวัสดิการ เพื่อแย่งแฟนทักษิณ &lt;/span&gt;2&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;) สังคมประชาธิปไตย เพื่อแย่งพลังแรงงาน &lt;/span&gt;3&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;) นิเวศประชาธรรม เพื่อแย่งคนชั้นกลาง ที่ห่วงเรื่องสภาพแวดล้อม &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt&quot; class=&quot;MsoNormal&quot;&gt;
	&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;...ในเรื่อง &lt;strong&gt;รัฐสวัสดิการ&lt;/strong&gt; แฟนคุณทักษิณมีเป็น &lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot;&gt;10&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; ล้านคน ที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเลือกคุณทักษิณ ไม่ใช่เพราะคุณทักษิณรวย หรือเป็นเจ้าของทีมฟุตบอล แต่เป็นเพราะมีนโยบายบางอย่างของทักษิณที่เขาพบว่าใช้อาศัยพึ่งพาได้ ในท่ามกลางนโยบายที่ชนชั้นปกครองไทยเดินมาเป็นสิบๆ ปี อัญเชิญพ่อแม่พี่น้องลงทะเลเสรีนิยมใหม่/โลกาภิวัตน์ ให้ว่ายกันไปเอง ใครจมก็เจ๊งตายไป ใครว่ายแข็งก็รอด แต่ไม่มีการช่วยเหลือแบบสวัสดิการ แบบพึ่งพาชุมชน &lt;strong&gt;ประชานิยม &lt;/strong&gt;คือห่วงชูชีพที่โยนลงไปในทะเลทุนนิยมที่ไม่เห็นฝั่งเลย เป็นใครก็คว้าไว้ก่อน &lt;/span&gt;10 &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;กว่าล้านคนเป็นคนที่คว้าห่วงชูชีพของทักษิณ แล้วคุณไม่สามารถแย่ง &lt;/span&gt;10&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; กว่าล้านคนจากทักษิณได้ ถ้าคุณไม่มีนโยบายที่ดีกว่า คุณสุรยุทธ์ และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีอยู่หรือ มันไม่มีอะไรชัดเจนว่าจะเอายังไงกับประชาชนที่ลอยคออยู่ในทะเล...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt&quot; class=&quot;MsoNormal&quot;&gt;
	&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;ดังนั้น ถ้าคุณอยากสร้างเครือข่ายแล้วชิงคนจากทักษิณ คุณจะต้องมีนโยบายที่ดีกว่าประชานิยม ซึ่งผมคิดว่าน่าจะสนใจนโยบายรัฐสวัสดิการ &lt;b&gt;เพื่อวางหลักประกันพื้นฐานให้คนไทยที่เกิดในเมืองไทยมีชีวิตที่ไม่ต่ำไปกว่านี้ ให้คนที่จนที่สุด แย่ที่สุด มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ต้องอดแล้วยกมือไหว้ขอข้าวคนอื่นกิน&lt;/b&gt; ถ้าคนไทยมีศักดิ์ศรีนี้เป็นพื้นฐาน มีหลักประกันสวัสดิการเป็นพื้นฐาน ไม่ว่าจะตกงาน กำพร้า หรือล้มเหลวมาจากตลาดเสรี ฟองสบู่แตก ชีวิตคุณจะไม่แย่ไปกว่านี้ อย่างนี้ก็ไม่จำเป็นไปพึ่งแต่ห่วงชูชีพของทักษิณ หรือคนอื่นๆ...&lt;/span&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt&quot; class=&quot;MsoNormal&quot;&gt;
	&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;...&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;เรื่องต่อมา &lt;strong&gt;สังคมประชาธิปไตย&lt;/strong&gt; เป็นแนวนโยบายที่เกิดขึ้นหลังสงครามโลก ในหลายประเทศที่มีขบวนการแรงงานเข้มแข็ง&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;มีการประกันสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ประกันสิทธิในการตั้งสหภาพ ประกันสิทธิในการนัดหยุดงาน ซึ่งในเมืองไทยทุกวันนี้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ มีการไล่ออกบรรดาคนงานที่เข้าไปร่วมตั้งสหภาพแรงงาน อันนี้เป็นประเด็นที่พี่น้องคนงานเดือดร้อน ทำอย่างไรจะดึงประเด็นเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของข้อเรียกร้องได้&lt;strong&gt; พลังที่เข้มแข็งที่สุดของแนวนโยบายสังคมประชาธิปไตยในประเทศทุนนิยม เป็นเรื่องสวัสดิการน้อยกว่าการประกันสิทธิการต่อสู้ของคนงาน&lt;/strong&gt; เขาให้หลักประกันว่าคนงานสามารถจัดตั้งสหภาพแล้วต่อสู้ต่อรองกับนายทุนได้ กฎหมายคุ้มครอง หลังจากนั้นไปว่ากันเอาเองว่าค่าแรงควรเป็นเท่าไร สวัสดิการควรเป็นเท่าไร...&lt;/span&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt&quot; class=&quot;MsoNormal&quot;&gt;
	&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;...&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;เรื่องที่ &lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot;&gt;3&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; เรื่อง &lt;strong&gt;สิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt; เป็นเรื่องที่คนทุกชั้นเดือดร้อน แม้แต่คนชั้นกลางที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากกว่าพี่น้องคนจนก็รับรู้ได้ว่า ตอนนี้อากาศแปรปรวน กรุงเทพฯ ทำท่าจะแผ่นดินทรุด น้ำท่วม ทำอย่างไรจะผนวกเอาข้อเรียกร้องเหล่านี้เข้ามาเป็นธงในเครือข่ายใหม่ เพื่อแย่งแฟนของทักษิณ แฟนของเครือข่ายอื่น ไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถขยายเครือข่ายได้...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt&quot; class=&quot;MsoNormal&quot;&gt;
	&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;(ขอขอบคุณ &lt;strong&gt;หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท&lt;/strong&gt;)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt&quot; class=&quot;MsoNormal&quot;&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt&quot; class=&quot;MsoNormal&quot;&gt;
	&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;ท่ามกลางสถานการณ์ที่เขม็งเกลียวยิ่งขึ้นตามลำดับของ &lt;strong&gt;ศึกสองขบวนอภิชนกาฝาก&lt;/strong&gt; ระหว่างขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยา และขบวนอภิชนทุนทักกี้ ขบวนอภิชนกาฝากทั้งสองฝ่ายต่างปรับปรุงธงการเมืองของตนให้มีสีสรรตามกระแสนิยมแห่งยุคสมัย เพื่อดึงดูดปวงชนเข้ารับใช้ขบวนตน โดยอาศัยจิตสำนึกไพร่-ทาสที่หยั่งรากฝังลึกในสมองของปวงชน ซึ่งเป็นรูปการจิตสำนึกที่เชิดชูอภิชนและดูหมิ่นถิ่นแคลนพลังตนเอง ปัญญาชนของปวงชนและกองหน้าของปวงชนจึงต้องร่วมกันค้นหา &lt;strong&gt;ธงทางการเมืองที่เป็นอิสระ&lt;/strong&gt; และจัดวางกลยุทธ์การเคลื่อนไหวของปวงชนที่เป็นอิสระอย่างเหมาะสม ศรศิลป์ ขอสนับสนุนและเอาใจช่วยมา ณ ที่นี้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/motherland/20080331/419#comments</comments>
 <pubDate>Mon, 31 Mar 2008 19:07:53 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ศรศิลป์</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">419 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>&quot;ลับ ลวง พราง ปฏิวัติปราสาททราย-คัมภีร์ปฏิวัติ&quot; สะท้อนโลกทรรศน์และการวิจารณ์ตนเองของอดีตหัวหอกขบวนจารีต-อำมาตยา</title>
 <link>http://www.arayachon.org/motherland/20080326/415</link>
 <description>&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช.&lt;/strong&gt; หัวหอกขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยา ผู้นำการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่โค่นล้มรัฐบาลของขบวนอภิชนทุนทักกี้ ได้ทำการ &lt;strong&gt;วิจารณ์ตนเองและ คมช.&lt;/strong&gt; ไว้ในคำสัมภาษณ์ อันเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ &amp;quot;ลับ ลวง พราง ปฏิวัติปราสาททราย-คัมภีร์ปฏิวัติ&amp;quot; ของนักข่าวสายทหาร หนังสือพิมพ์ บางกอก โพสต์ &lt;strong&gt;วาสนา นาน่วม&lt;/strong&gt; จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน ดังนี้...&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;...คมช.นั้น &lt;strong&gt;พ่ายแพ้ล้มเหลวซ้ำซาก&lt;/strong&gt; ตั้งแต่การเลือกตั้ง 23 ธ.ค.2550 ทั้งๆที่ มี&lt;strong&gt;ใบสั่งให้ทหารช่วยเลือก&lt;/strong&gt;พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อแผ่นดิน จนมาถึง การที่พรรคพลังประชาชน เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ ทั้งๆที่ มีรายงานว่า พรรคการเมืองขนาดกลางและเล็ก มี&lt;strong&gt;สัญญาใจ&lt;/strong&gt;กับ แกนนำ คมช.ที่จะไม่ร่วมรัฐบาลกับ พปช. จนมาถึงการที่ นาย สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ควบ รมว.กลาโหม ทั้งๆที่ คมช.ประกาศจุดยืนว่า &lt;strong&gt;ต้องการทหารและเป็นคนกลางไม่สังกัดพรรค&lt;/strong&gt; แล้ว อีกทั้งมองว่า ระยะเวลา 505 วันของ คมช.ตั้งแต่ปฏิวัติจนสลายตัว เมื่อ 6 ก.พ. 2551 นั้น เป็นความล้มเหลวและพ่ายแพ้...                                                                                                                                                                      การปฏิวัติ 19 ก.ย.2549 ถือว่า ล้มเหลวและพ่ายแพ้ เพราะไม่เพียงแค่ กลุ่มอำนาจเก่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกโค่นล้มอำนาจจะชนะเลือกตั้งเมื่อ 23 ธ.ค. 2550 แล้วกลับมาอยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังส่งผลให้ &lt;strong&gt;คณะทหารที่ก่อการปฏิวัติ ในนามคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) แตกแยกกันเองด้วย&lt;/strong&gt; แม้แต่ระหว่าง &lt;strong&gt;พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผบ.ทบ. และอดีตประธานคมช.กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. &lt;/strong&gt;และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสัมพันธ์ของพี่น้องรบพิเศษที่แสนยาวนาน ระหว่าง พล.อ.สนธิ กับพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ของรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ ต้องขาดสะบั้นลงไปด้วย...                                                                                                      &lt;strong&gt;ผลพวงของการปฏิวัติ กลับทำให้ คมช.แตกร้าวกันเองมาตลอด&lt;/strong&gt; จนมาถึง หลังศึกการชิงเก้าอี้ผบ.ทบ. ที่ทำให้ พล.อ.สนธิ และ พล.อ.สพรั่ง ขัดแย้งอย่างรุนแรง จน พล.อ.สพรั่ง ระบุว่า ตนเองกับ พล.อ.สนธิ นั้น “อยู่กันคนละโลก”แล้ว และยังทำให้ พล.อ.สพรั่ง กับ พล.อ.อนุพงษ์ ก็ไม่มองหน้ากัน... &lt;span class=&quot;Text1&quot;&gt;ที่ยิ่งกว่านั้น เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ขั้วอำนาจเปลี่ยนหลังการเลือกตั้ง และกลุ่มอำนาจเก่ากลับมายึดอำนาจรัฐคืน บรรดาแกนนำ คมช. ต่างก็พากันแยกย้ายกันเอาตัวรอด เพราะกลัวการถูกเช็กบิล ภายใต้ข้ออ้างที่เรียกว่า “สมานฉันท์ หรือ ฮั้ว เพื่อชาติ” &lt;/span&gt;&lt;span class=&quot;Text1&quot;&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;span class=&quot;Text1&quot;&gt;...พล.อ.อนุพงษ์ เป็นคีย์แมนสำคัญที่ทำให้ การปฏิวัติสำเร็จราบรื่น เสี่ยงชีวิตด้วยกันมา แต่ที่สุดก็กลับขัดแย้งกับ พล.อ.สนธิ เพราะเขาเชื่อว่า พล.อ.สนธิ ไม่ได้เสนอเขาเป็น ผบ.ทบ. และ&lt;strong&gt;ไม่ยอมแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆที่ พล.อ.อนุพงษ์ ต้องการ&lt;/strong&gt; อีกทั้งต่อมา จุดยืนของทั้งคู่ต่างกัน &lt;strong&gt;พล.อ.อนุพงษ์ อาศัยสายสัมพันธ์เพื่อน ตท.10 สมานฉันท์ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ&lt;/strong&gt; ขณะที่ พล.อ.สนธิ แสร้งลับ ลวง พราง อีกครั้ง ด้วยการยอมโทรคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ทำให้ถูกด่าอย่างหนัก แต่ก็เพื่อทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และกลุ่มอำนาจเก่า ตายใจ เพราะ พล.อ.สนธิ ยังมีความเคลื่อนไหวอยู่เงียบๆ พร้อมกับเกรงความไม่ปลอดภัย จึงย้ายไปอยู่ บ้านพักทบ.ใน ร.11รอ. และอาจกลับมาเล่นการเมือง โดยมี &lt;strong&gt;พรรคเพื่อแผ่นดิน&lt;/strong&gt; ที่เขาร่วมก่อตั้ง และช่วยเหลือให้ทหารช่วยเลือกตั้งมารองรับ...                                                                                &lt;span class=&quot;Text1&quot;&gt;&lt;strong&gt;“ถ้าย้อนเวลาได้ 1. ผมก็จะปฏิวัติตามเดิม แน่นอน เพราะสถานการณ์มันจำเป็น แต่ 2. ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีเอง หรือหาคนใหม่ ตอนนั้นไม่ได้นึก นึกไม่ออก เห็นแต่ พล.อ.สุรยุทธ์ คนเดียว พูดถึงเป็นนายกฯเองเลยดีกว่า ไหนจะโดนด่าคนเดียวอยู่แล้ว”&lt;/strong&gt;... &lt;strong&gt;                                                                                                             &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;สรุปบทเรียนของการปฏิวัติของ คมช. ว่า &lt;strong&gt;การใช้อำนาจที่อ่อนเกินไป&lt;/strong&gt; และทำให้ต้องพ่ายแพ้เช่นนี้ ทำให้หากมีการปฏิวัติเกิดขึ้นอีก จะเป็น &lt;strong&gt;การปฏิวัติที่รุนแรง และใช้อำนาจอย่างเต็มที่ และอาจถึงขั้นนองเลือด&lt;/strong&gt;... 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;strong&gt;การวิจารณ์ตนเองและ คมช.&lt;/strong&gt; ข้างต้นของ อดีตประธาน คมช. สะท้อนให้เห็น &lt;strong&gt;โลกทรรศน์&lt;/strong&gt; ของเหล่าอภิชนอำมาตยาในสมัยปัจจุบันได้อย่างชัดแจ้ง ด้วยตรรกวิทยาของอภิชนอำมาตยาประเภท &lt;span class=&quot;Text1&quot;&gt;“ถ้าผมไม่ปฏิวัติ ก็ยังไม่รู้เลยว่า วันนี้ ชาติบ้านเมือง และสถาบันของเราจะเป็นอย่างไร จะยังมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อยู่หรือไม่”...&lt;/span&gt; &lt;span class=&quot;Text1&quot;&gt;&lt;strong&gt;“การวางแผนปฏิวัตินั้น...&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;ผมกับป็อก คิดกันแค่สองคนเท่านั้น”&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;  
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	ใน &lt;strong&gt;โลกในจินตภาพ &lt;/strong&gt;(อ่านเพิ่มเติม &lt;strong&gt;เผ่าชนที่มุ่งหลุดพ้นภาวะไพร่-ทาส ย่อมต้องแสวงหา &amp;quot;โลกในจินตภาพ&amp;quot; อันเหมาะเจาะของตน &lt;/strong&gt;&lt;a href=&quot;/motherland/20080310/404&quot;&gt;&lt;strong&gt;http://www.arayachon.org/motherland/20080310/404&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;) ของเหล่าอภิชนอำมาตยานั้น พวกเขาย่อมเป็นกลุ่มวีรชนตัวจริง โดยเฉพาะตระกูลทหารระดับกลาง-สูงไม่กี่ร้อยตระกูล ที่สืบทอดมรดกอิทธิพลในกองทัพสู่ลูกหลาน (ด้วยระบบการคัดเลือกบุคคลเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อยต่างๆ ตลอดจนการบรรจุเลือกเลื่อนตำแหน่งต่างๆ ในกองทัพที่ไม่โปร่งใส) &lt;strong&gt;พวกเขาเหล่าตระกูลทหารชั้นสูงของไทย&lt;/strong&gt; จึงดำรงสถานะเป็น &lt;strong&gt;หัวหอก&lt;/strong&gt; (Spearhead) หรือ &lt;strong&gt;กองหน้า&lt;/strong&gt; (Vanguard) ของขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยาทั้งปวง พวกเขาจึงทำหน้าที่ดั่ง &lt;strong&gt;ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก&lt;/strong&gt; ซึ่งคอยต่อสู้กับ &lt;strong&gt;การกัดกร่อนในทุกรูปแบบ&lt;/strong&gt; ที่เป็นการท้าทายต่อ &lt;strong&gt;ระบอบเก่า-ระเบียบเดิม&lt;/strong&gt; (Status Quo) ในอดีตอันใกล้เมื่อไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ในช่วงสงครามเย็นระหว่างโลกทุนนิยมและโลกคอมมิวนิสต์ เมื่อขบวนจารีต-อำมาตยาเข้าเป็นพันธมิตรและตัวแทนของโลกทุนนิยม หัวหอกหรือกองหน้าของพวกเขาเหล่านี้ก็ได้พลีตนเข้าทำสงครามต่อต้านคอมมิวนิสต์ทั้งในและนอกประเทศ ด้วยความกล้าหาญบ้างไม่กล้าหาญบ้างตามแต่ฐานานุรุป แต่ก็ล้วนสามารถนำมา &lt;strong&gt;เอ่ยอ้างอวดโอ่วีรกรรมในการรับใช้สหรัฐฯ&lt;/strong&gt; ด้วยการร่วมทำสงครามรุกรานเพื่อนบ้าน เวียตนาม-ลาว-กัมพูชา 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	น่าอนาถ! เมื่อภูมิทัศน์โลกเปลี่ยนไปหลังยุคสงครามเย็น โลกทุนนิยมก้าวบรรลุสู่สภาวะขั้นตอนใหม่ ด้วยการวิวัฒน์ในอัตราเร่งของเทคโนโลยีโทรคมนาคมและอิเล็กทรอนิกส์ (มิใช่ด้านการผลิต) ทุนการเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ก้าวขึ้นมีสถานะนำเหนือกลุ่มทุนทั้งปวง และรุกเข้าครอบโลกหนักมือขึ้นด้วย &amp;quot;&lt;strong&gt;ธงเปิดเสรีทั่วด้าน&lt;/strong&gt;&amp;quot; การโจมตีล่าสุดที่หลอมละลายกลุ่มทุนส่วนใหญ่ของไทยคือ &lt;strong&gt;การโจมตีค่าเงินบาทในวิกฤตต้มยำกุ้ง 2540&lt;/strong&gt; กลุ่มทุนใหญ่ไทยส่วนใหญ่ล้วนเสื่อมทรุดลงอย่างรุนแรง กลุ่มที่เอาตัวรอดไปได้ล้วนเป็นพวกที่สยบยอมแก่โลกาภิวัติแห่งทุนเก็งกำไรโลก กลุ่มทุนใหม่เหล่านี้ได้สมาทานเอา &amp;quot;&lt;strong&gt;ฉันทานุมัติวอชิงตัน&lt;/strong&gt;&amp;quot; และ &amp;quot;&lt;strong&gt;ระเบียบโลกใหม่&lt;/strong&gt;&amp;quot; มาเป็นหลักนิยมและอุดมคติของตน โดยเห็นเป็นโอกาสที่จะแย่งชิงสวรรค์จากกลุ่มทุนเก่าแก่ที่ล้วนสืบทอดกันมาหลายชั่วคน 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	ภายใต้สภาวการณ์แห่งยุคใหม่ &lt;strong&gt;กองทัพ&lt;/strong&gt; ซึ่งเคยเป็นหัวหอกหรือกองหน้าของขบวนจารีต-อำมาตยาถูกกัดกร่อนอย่างหนักจากกระแสทุนโลก ที่ต่อท่อผ่าน &lt;strong&gt;ลูกที่ว่าง่ายใช้ฟัง&lt;/strong&gt; ของพวกเขาในไทย-&lt;strong&gt;ขบวนอภิชนทุนทักกี้ &lt;/strong&gt;การให้รางวัลต่อผู้ติดตามในกองทัพของขบวนจารีต-อำมาตยา ซึ่ง พล.อ.สนธิ  ระบุไว้นั้น (...หลังการปฏิวัติสำเร็จ คมช.ได้มีการแจกโบนัส นายทหารผบ.หน่วยคุมกำลัง ที่เหนื่อยและเสี่ยงชีวิตด้วยกันมา ทั้งในการแต่งตั้งโยกย้ายเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง และการให้ “&lt;strong&gt;ทิป&lt;/strong&gt;” หน่วยละ 1 ล้านบาท เป็นอย่างต่ำ...) ไม่มีทางเปรียบเทียบได้กับระบบรางวัลของขบวนอภิชนทุนทักกี้ได้เลย ศรศิลป์ คาดว่า บทเรียนจากการถูกรัฐประหารครั้งที่แล้ว จะทำให้ขบวนอภิชนทุนทักกี้ &lt;strong&gt;อัดฉีดอย่างหนัก &lt;/strong&gt;อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อดึง &amp;quot;&lt;strong&gt;บุคคลที่เป็นกุญแจในระดับกองพัน&lt;/strong&gt;&amp;quot; เข้าร่วมขบวนของมันในการปะทะแตกหักครั้งใหม่ที่ใกล้จะมาถึง ทั้งนี้ เพราะธาตุของขบวนจารีต-อำมาตยานั้นอนุรักษ์นิยมกว่า โดยเน้นที่&lt;strong&gt;ความภาคภูมิใจในการได้รับใช้และได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแวดวงอภิชน&lt;/strong&gt; ยิ่งกว่าผลตอบแทนที่เป็นเม็ดเงิน ซึ่งไม่สอดคล้องกับทรรศนคติโดยรวมของสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบ &amp;quot;&lt;strong&gt;แดกด่วน&lt;/strong&gt;&amp;quot; อันเป็นผลจากการกัดกร่อนของทุนนิยมโลกผ่านกระบวนการโลกาภิวัติด้านมืด 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	การชิงสวรรค์ระหว่างอภิชนไทยสองฝ่ายนี้บังเกิดขึ้นใน &lt;strong&gt;ภูมิทัศน์การเมือง-เศรษฐกิจโลกยุคใหม่&lt;/strong&gt; รูปแบบและเนื้อหาการต่อสู้จึงสลับซับซ้อนและซ่อนเงื่อนยิ่งนัก &lt;strong&gt;ปรากฏการณ์พิอักพิอ่วน&lt;/strong&gt;จำนวนมากที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้จึงปรากฏขึ้นทั่วไป อาทิ ขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยาโจมตีขบวนอภิชนทุนใหม่ (ที่สมาทานทุนโลกเป็นพ่อบังเกิดเกล้า) ว่าเป็น&lt;strong&gt;พวกคอมมิวนิสต์&lt;/strong&gt;คิดล้มล้างสถาบันเดิมทั้งปวง &lt;strong&gt;สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ&lt;/strong&gt;หันไปต้อนรับการรัฐประหารของขบวนจารีต-อำมาตยา &lt;strong&gt;นักวิชาการฝ่ายซ้าย&lt;/strong&gt;ร่วมประสานเสียงในออเคสตร้า &amp;quot;&lt;strong&gt;พอเพียง&lt;/strong&gt;&amp;quot; &lt;strong&gt;นักรบป่าแตกสิ้นคิด&lt;/strong&gt;ไม่น้อยหันไปแบกหามเกี้ยวให้ขบวนอภิชนทุนใหม่ (ที่สมาทานทุนโลกเป็นพ่อบังเกิดเกล้า) นับเป็นสภาวะอันสับสนและครื้นเครงเป็นอย่างยิ่ง 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	ที่น่าสังเวชสองขบวนอภิชนไทยก็คือ &lt;strong&gt;ขบวนจารีต-อำมาตยา&lt;/strong&gt; ผู้กอดซากอสุภเหม็นเน่าของระบอบเก่า-ระเบียบเดิมนั้น มาบัดนี้ได้&lt;strong&gt;อับจนหมดสิ้นอาวุธทางการเมือง&lt;/strong&gt;ในคลังสรรพาวุธของพวกเขาเสียแล้ว พวกเขาถึงกับต้องงัดเอา &amp;quot;&lt;strong&gt;จินตภาพ&lt;/strong&gt;&amp;quot; คอมมิวนิสต์อันพ้นสมัยไปร่วมสามทศวรรษมาใช้ปกป้องสวรรค์เน่าๆ ของตน 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;strong&gt;ขบวนอภิชนทุนทักกี้&lt;/strong&gt; ที่ได้สมาทานเอาทุนโลกเป็นบิดาบังเกิดเกล้าก็สุดสังเวชไม่แพ้กัน ในโลกศตวรรษที่ 21 พวกเขายังพากันจัดคณะละครสัตว์พร้อมดนตรีป๋องแป๋งแห่แหนประโคมความล้ำเลิศของ &amp;quot;&lt;strong&gt;ระบอบประชาธิปไตยชนิดตลกหลังคารถ&lt;/strong&gt;&amp;quot; ที่แปรรูปรัฐสภาแห่งชาติให้กลายเป็นโรงละครสัตว์ พวกเขาและบริวารขี้ข้าม้าใช้ก็ตกยุคไม่แพ้อภิชนขบวนแรกเช่นกัน จึงไม่น่าประหลาดใจที่ขบวนของพวกเขาไปขุดเอา &lt;strong&gt;นักการเมืองตกยุคตั้งแต่เมื่อสามทศวรรษที่แล้ว&lt;/strong&gt; มานั่งหัวขบวน 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	วิสัยทัศน์ที่เสนอหน้าแสดงออกมาประกวดประชันกันของสองฝ่ายขบวนอภิชนไทย จึงมีสภาพแบบ &amp;quot;&lt;strong&gt;ผีเน่าเข้ากันกับโลงผุ&lt;/strong&gt;&amp;quot; นับว่าเป็นพอเหมาะพอสมกันและเป็นมวยถูกคู่อย่างยิ่ง ศรศิลป์ ก็ขออวยพรให้สองขบวนอภิชนได้พากัน &lt;strong&gt;กอดคอกันลงหลุมเดียวกัน &lt;/strong&gt;ไปในบั้นปลาย 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/motherland/20080326/415#comments</comments>
 <pubDate>Wed, 26 Mar 2008 11:34:35 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ศรศิลป์</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">415 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>เผ่าชนที่มุ่งหลุดพ้นภาวะไพร่-ทาส ย่อมต้องแสวงหา &quot;โลกในจินตภาพ&quot; อันเหมาะเจาะของตน (ปรับปรุง)</title>
 <link>http://www.arayachon.org/motherland/20080310/404</link>
 <description>&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	ชิ้นงานนี้ ศรศิลป์ ขออุทิศส่วนกุศลใดๆ หากมีเกิดขึ้น ให้แก่ &lt;strong&gt;ปวงส่ำสัตว์ผู้ดิ้นรนในห้วงธารทุกขเวทนาทั้งสองฝ่ายไพร่-ทาส&lt;/strong&gt; ที่ยังคงสนตะพายจมูกตนเข้ากับขบวนแห่สองอภิชนกาฝากไทย &lt;strong&gt;ขบวนจารีต-อำมาตยา&lt;/strong&gt; และ &lt;strong&gt;ขบวนทุนทักกี้&lt;/strong&gt; ด้วยวาดหวังให้ไพร่-ทาสทั้งสองขบวนได้สลัดพ้น &lt;strong&gt;พันธนาการโลภ-โกรธ-หลงทั้งมวลที่ร้อยรัด&lt;/strong&gt; และลุกขึ้นหยัดยืนร่วมกับ&lt;strong&gt;กองหน้าเพื่อเสรีของผองชน&lt;/strong&gt;ซึ่งกำลัง&lt;strong&gt;ก่อการลุกขึ้นสู้ของตนเอง&lt;/strong&gt;ทีละแนวรบ 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่ดำรงชีวิต (ด้วยลักษณะสัตว์สังคม) ของพวกตนด้วยการดัดแปลงโลกอย่างที่ไม่เคยมีสัตว์สายพันธุ์ใดทำได้เช่นนี้ ซึ่งวิถีดังกล่าวมีทั้งด้านที่เป็นคุณและมีโทษ แต่ก็เป็นวิถีอันไม่อาจหลีกพ้นอันเนื่องมาจากความอ่อนแอของมนุษย์ (โดยเปรียบเทียบกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นๆ) ก่อนที่จะและในระหว่างกระบวนการดัดแปลงโลก มนุษย์ได้ทำการสร้างและวิวัฒน์ &amp;quot;&lt;strong&gt;โลกในจินตภาพ&lt;/strong&gt;&amp;quot; ที่มองและอรรถาธิบายโลกสรรพสิ่งและตัวมนุษย์เอง เพื่อเป็นกรอบคิดที่ใช้ชี้นำการกระทำทั้งปวงของตนทั้งในด้านสร้างสรรค์และทำลายล้าง ในประวัติศาสตร์โลกตั้งแต่ยุคโบราณ มนุษย์เผ่าชนใดที่สามารถรังสรรค์ &amp;quot;&lt;strong&gt;โลกในจินตภาพ&lt;/strong&gt;&amp;quot; ได้สอดคล้องกับความเป็นจริงในยุคสมัยตนที่สุด ทั้งได้แสดงความเหี้ยมหาญและเด็ดเดี่ยวเพียงพอในการต่อสู้เพื่อบรรลุความใฝ่ฝันตาม &amp;quot;&lt;strong&gt;โลกในจินตภาพ&lt;/strong&gt;&amp;quot; ที่เผ่าตนสร้างขึ้น เผ่าชนนั้นย่อมสามารถเอาชนะเหนือเผ่าชนอื่นทั้งปวงในประวัติศาสตร์สมัยเดียวกัน และดัดแปลงโลกกายภาพและโลกทางสังคมให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของตน 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	เราจึงเห็นได้ว่า &amp;quot;&lt;strong&gt;โลกในจินตภาพ&lt;/strong&gt;&amp;quot; ของมนุษย์เผ่าชนต่างๆ ในแต่ละยุคสมัยนั้น ทั้งๆ ที่มิได้มีอยู่จริงบนโลกนี้หรือแม้แต่โลกหน้า เพราะมันแค่เป็นเพียง &lt;strong&gt;&lt;u&gt;จินตภาพนามธรรม&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; ซึ่งถูกรังสรรค์และยึดมั่นอยู่ในสมองและจิตใจของมนุษย์เผ่าใดเผ่าหนึ่งและสมัยใดสมัยหนึ่ง โลกในจินตภาพชุดใดชุดหนึ่งนั้นมี &lt;strong&gt;ที่มาที่ไปอันเป็นพื้นฐานทางสังคมและทางกายภาพ &lt;/strong&gt;ของมันเอง อีกทั้งยังมี &lt;strong&gt;ฐานะและที่อยู่อันแน่นอนทางประวัติศาสตร์ &lt;/strong&gt;ที่ไม่อาจลบเลือนบิดเบือนได้อีกด้วย และทั้งๆ ที่เป็นแค่จินตภาพนามธรรม &amp;quot;โลกในจินตภาพ&amp;quot; มีฐานะเป็น &lt;strong&gt;อาวุธทรงแสนยานุภาพ &lt;/strong&gt;ที่ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ &lt;strong&gt;แยกเส้นทางเดิน &lt;/strong&gt;ของตนออกจากเครือญาติสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างเด็ดขาด และกำลัง &lt;strong&gt;เดินทางหลุดพ้น &lt;/strong&gt;ออกจากโลกอันเป็นถิ่นกำเนิดสู่จักรวาลอื่นอันไกลโพ้น มุ่งสู่การผจญภัย สืบทอด และวิวัฒน์เผ่าพันธุ์อย่างไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุด นอกจากนั้น ด้วย &amp;quot;โลกในจินตภาพ&amp;quot; นี้เอง ที่ทำให้มนุษย์สามารถ &lt;strong&gt;หันกลับมาสำรวจสรรพสิ่งทั้งปวงรวมทั้งตนเอง&lt;/strong&gt; (ทั้งในฐานะบุคคลและเผ่าชน) ได้อย่างลึกซึ้งและบูรณาการยิ่งขึ้นทุกขณะ 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	อย่างไรก็ตาม ในอีกทางหนึ่ง ด้วยเหตุแห่ง &lt;strong&gt;การวิวัฒน์อันไม่มีวันสม่ำเสมอได้ &lt;/strong&gt;แห่งโลกธรรมชาติและโลกทางสังคมของมนุษย์ บนระยะเวลาที่แน่นอนหนึ่งๆ ในประวัติศาสตร์โลกธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของมนุษย์ มักบังเกิด &amp;quot;โลกในจินตภาพ&amp;quot; ขึ้น&lt;strong&gt;หลายหลากชุดในเวลาเดียวกัน&lt;/strong&gt; และทั้งไม่ได้มีเพียงชุดเดียวที่เป็น &lt;strong&gt;ชุดจินตภาพอันสัมบูรณ์แค่ชั่วคราว&lt;/strong&gt; (ซึ่งสามารถอรรถาธิบายให้คำตอบแก่ข้อสงสัยทั้งปวงของมนุษย์ในเวลานั้นๆ) ย่อมมี &amp;quot;โลกในจินตภาพ&amp;quot; มากกว่าหนึ่งชุด อาจจะนับสิบหรือหลายสิบชุด ที่ &lt;strong&gt;โดดเด่น &lt;/strong&gt;ขึ้นจนเป็นที่ต้อนรับ ศรัทธา และยึดกุมของเผ่าชนหนึ่งใด ในบางส่วนหรือทั้งหมด หรือแม้แต่หลายเผ่าชน เหนือ &amp;quot;โลกในจินตภาพ&amp;quot; อื่นๆ ที่หยาบเถื่อน-ตกหล่น-กระพร่องกระแพร่ง-เพ้อฝัน-เลื่อนลอย-คับแคบ และสารพัดโทษสมบัติ 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	แน่นอนว่า เผ่าชนมนุษย์ใดหรือแม้แต่แค่บางส่วนของเผ่าชน ที่ได้รังสรรค์และยึดกุม &amp;quot;โลกในจินตภาพ&amp;quot; อันสอดคล้องและสวมพอดีเข้ากับ &lt;strong&gt;ศักยภาพอันมีอยู่จริงทางภูมิรัฐศาสตร์ &lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt; มรดกทางประวัติศาสตร์&lt;/strong&gt; ของกายภาพแห่งเผ่าชนตน เผ่าชนมนุษย์นั้นย่อมรุ่งเรืองขึ้นอย่างโดดเด่น สามารถพิชิตอุปสรรคแวดล้อมทั้งปวงอย่างเปี่ยมศักดิ์ศรี ในทางกลับกัน เผ่าชนซึ่งคลั่งไคล้ &amp;quot;โลกในจินตภาพ&amp;quot; &lt;strong&gt;สุดแสนไร้สาระ &lt;/strong&gt;อันเป็นผลสะท้อนสุดสลับซับซ้อนจาก &lt;strong&gt;ศักยภาพอันอ่อนด้อยทางภูมิรัฐศาสตร์&lt;/strong&gt; และ &lt;strong&gt;พินัยกรรมสุดอัปยศที่ตกทอดจากบรรพบุรุษ&lt;/strong&gt; ของเผ่าชนตนนั้น ย่อมกัดกินตนเองและเสื่อมโทรมสิ้นชาติไปในบั้นปลาย 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;
	&lt;p&gt;
	นั่นย่อมเป็นไปตามวจนะลือลั่นอันสะท้อน &amp;quot;โลกในจินตภาพ&amp;quot; แห่งองค์ศาสดา ที่บ่งชี้ว่าสัตว์โลกล้วนย่อมมี &lt;strong&gt;กรรมที่เป็นของตนเอง &lt;/strong&gt;ที่ว่า &amp;quot;&lt;strong&gt;สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม&lt;/strong&gt;&amp;quot; 
	&lt;/p&gt;
	&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/motherland/20080310/404#comments</comments>
 <pubDate>Mon, 10 Mar 2008 11:11:18 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ศรศิลป์</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">404 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>เมื่อศึกสองอภิชนกาฝากจบลง ปืนจะหันใส่ปวงชน</title>
 <link>http://www.arayachon.org/motherland/20080227/392</link>
 <description>&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;น่าสังเวชใจนัก ที่เพื่อนๆ ของเราบางคนพากันหลงใหลปลาบปลื้มและแลเห็นการติดตาม &amp;quot;&lt;strong&gt;ธงทางการเมือง&lt;/strong&gt;&amp;quot; ของอภิชนกาฝากไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง ในสองฝ่ายอภิชนกาฝากไทย (ขบวนทักกี้ และขบวนจารีต-อำมาตยา) เป็นหนทางสู่สวรรค์ &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;บางคนที่คลั่งไคล้ในขบวนทักกี้ เมื่อเห็นดุลกำลังของฝ่ายอภิชนทุนทักกี้ตกเป็นรอง ถึงกับประกาศสำรากขู่เข็ญปวงชนให้เข้าร่วมกับขบวนทักกี้ว่า &amp;quot;&lt;strong&gt;ฝ่ายเป็นกลาง&lt;/strong&gt;&amp;quot; (หรือที่บรรจงประดิษฐ์คำขานว่า &amp;quot;&lt;strong&gt;พวกสองไม่เอา&lt;/strong&gt;&amp;quot;) จะต้องถูกบดขยี้ คนพวกนี้วันๆ เอาแต่ฟูมฟายป่าวร้องฟอกถ่านทาสีให้ขบวนทักกี้กลายเป็น &amp;quot;&lt;strong&gt;สิ่งก้าวหน้าทางประวัติศาสตร์&lt;/strong&gt;&amp;quot; กลายเป็น &amp;quot;&lt;strong&gt;พระผู้ช่วยให้รอด&lt;/strong&gt;&amp;quot; ของสังคมไทย พวกเขายังเลยเถิดไปถึงขั้นกล้าโฆษณา &amp;quot;&lt;strong&gt;จินตภาพบ้าบอ&lt;/strong&gt;&amp;quot; ว่าขบวนทักกี้จะปฏิรูปสังคมไทยครั้งใหญ่สู่ความทันสมัย ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาหกปีที่ขบวนทักกี้รุ่งเรือง ได้กระทำการเพียงรวบอำนาจการเมืองอย่างเด็ดขาดและเข้าปล้นโภคทรัพย์จากสังคม&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;เพื่อนเราบางคนที่หลงคิดว่าตนเป็น &amp;quot;&lt;strong&gt;นักยุทธศาสตร์เทวดา&lt;/strong&gt;&amp;quot; ก็คุยใหญ่คุยโตว่า การเข้าร่วมทำรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 กับขบวนจารีต-อำมาตยาโค่นล้มรัฐบาลของขบวนทักกี้เป็น&lt;strong&gt;การสร้างแนวร่วมเพื่อบรรลุภารกิจ&lt;/strong&gt; แน่นอนว่า นักยุทธศาสตร์เทวดาเหล่านี้ย่อมสนุกสนานกับการสร้างแนวร่วมกับอภิชนไฮโซ มากกว่าการทำงานการเมืองและจัดตั้งปวงชนอันลำบากยากเข็ญและเต็มไปด้วยอันตราย &lt;strong&gt;พวกเขาบางคนที่เป็นผู้นำแรงงานจึงไม่มีเวลาจะไปใยดีกับการต่อสู้ของคนงานซึ่งกำลังแพร่สะพัดไปราวไฟลามทุ่งในหน้าแล้ง เพราะมัวแต่ซ้องเสพเสวนาทำแนวร่วมกับอภิชนชั้นสูง&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;เพื่อนเราอีกหลายคนที่เป็นปัญญาชนในรั้วสถาบันการศึกษา ยิ่งมีวัตรปฏิบัติอันชวนสังเวชยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขาพากันเขวี้ยงทิ้ง &amp;quot;&lt;strong&gt;โคมทองส่องปัญญา&lt;/strong&gt;&amp;quot; ที่ให้ความสว่างแก่ปวงชนและสังคม หันไปเซ่นพลีบวงสรวงปีศาจร้ายที่ก่อการสังหารหมู่ 6 ตุลา 2519 อันหฤโหด พวกเขาเหยียบย่ำอุดมการเพื่อเพื่อนมนุษย์ไว้ใต้ตีนและเบียดเสียดปีนป่ายบันไดอภิชน ไขว่คว้าเสื้อคลุมศาสตราจารย์และตำแหน่งบริหาร &lt;strong&gt;งานของพวกเขาจึงไม่ได้ออกจากปลายปากกาที่คมกล้ากว่าอาวุธอีกต่อไป หากแต่ออกจากปลายลิ้นที่ตวัดเลียบำเรอแก่ผองอภิชน&lt;/strong&gt; &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;strong&gt;แสนสงสารปวงชนไทย!!!&lt;/strong&gt; ในยุคสมัยอันปฏิกิริยานี้ บรรดาปัญญาชนพากันเล็งเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นเหล่ามารเป็นพระพุทธ เห็นกองอสุภเป็นองค์พระปฏิมา ขบวนปัญญาชนและนักสู้สิ้นคิดหลั่งไหลเข้าหามแห่สองฟากฝ่ายอภิชนกาฝาก ทั้งยังพากันกู่ร้องโหยหวนสดุดีสองขบวนอภิชนเพื่อชักนำปวงชนให้คลั่งไคล้ในการเป็นไพร่-ทาสสืบไป&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;อย่างไรก็ดี ยังมีลูกหลานอันดีเลิศของปวงชนอีกไม่น้อย ที่ยังคงยืนหยัดสร้างขบวนการทางการเมืองของปวงชนต่อไปด้วยความอดทนตลอดยุคสมัยอันปฏิกิริยานี้ พวกท่านพึงสำรวมสติระมัดระวังไว้ให้จงดี หนทางข้างหน้าจะยิ่งยากเข็ญกว่านี้นับร้อยเท่าพันทวี ศึกสองอภิชนกาฝากไทยซึ่งกำลังปีนป่ายบันไดสงครามนี้ จะจบลงด้วยการเผด็จอำนาจอย่างเด็ดขาดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;พึงได้สำเหนียกว่า บรรยากาศเสรีภาพลมๆ แล้งๆ ที่ดำรงอยู่ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ เป็นเพราะมี&lt;strong&gt;ความแตกแยกและเกิดสภาวะอนาธิปไตยในฝูงอภิชนกาฝาก&lt;/strong&gt; ยามใดที่อำนาจในฝูงอภิชนกาฝากถูกเผด็จในมือหนึ่งเดียว เม