งานเลี้ยงที่บ้านป๋า
เอเชียเซนทินัล : การปะทะหน้าบ้านประธานองคมนตรีสร้างความขุ่นเคืองให้กับคณะรัฐประหาร
การปะทะที่ระเบิดขึ้นเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาระหว่างเจ้าตำรวจและเหล่าผู้ชุมนุมต้านรัฐประหารที่บริเวณหน้าบ้านพักของผู้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสูงสุดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นเหตุให้คณะรัฐประหารต้องเริ่มจำกัดขอบเขตการชุมนุมประท้วงในที่สาธารณะก่อนหน้ากำหนดการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 19 สิงหาคม
กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงหรือที่ใช้ชื่อว่าแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) ได้จัดชุมนุมบริเวณท้องสนามหลวงใกล้กับพระบรมมหาราชวัง เพื่อกดดันให้หัวหน้าคณะรัฐประหารลาออก นำเอารัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มาใช้ และจัดการเลือกตั้งในทันที
คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นเอง, โดยที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทันระวังตัว, แกนนำนปก.ได้เคลื่อนขบวนกลุ่มผู้ชุมนุมไปยังบ้านพักของประธานองคมนตรี พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ อดีตผบทบ. และอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งได้รับการยอมรับนับถืออย่างสูงจากประชาชนไทยส่วนใหญ่ เนื่องเพราะเขามีความใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงได้กล่าวหา พล.อ. เปรม ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหารเพื่อขับไล่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เมื่อเดือนกันยายนปีก่อน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้เรียกร้องให้ พล.อ. เปรม ลาออกจากตำแหน่ง
นปก. ได้ตั้งเวทีการปราศรัยชั่วคราวหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ และได้ทำการปราศรัยนานกว่า 5 ชั่วโมงท่ามกลางผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ และเหล่าผู้สื่อข่าว แต่ในช่วงเย็นวันนั้นเองหลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่าจะปักหลักประท้วงในบริเวณดังกล่าวอย่างถาวร ทำให้กำลังตำรวจปราบจราจลได้พยายามฝ่ากลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อเข้าไปจับกุมกลุ่มแกนนำ และนั่นก็ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้ก้อนอิฐ เก้าอี้ ท่อนไม้ ขวดน้ำ และกระถางต้นไม้ ขว้างปาไปยังกองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งก็ทำให้พวกเขาต้องล่าถอยไปในที่สุด
ภาพจากพันทิพ
กองกำลังตำรวจปราบจราจลขนาดราว 2,000 นาย ได้พยายามเข้าจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมอีกสองระลอก โดยได้เข้าจู่โจมผู้ชุมนุมด้วยพลอง สเปรย์พริกไท และแก็สน้ำตา และทุกครั้งกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้ยันกลับมาด้วยกำปั้น ก้อนหิน ท่อนไม้ ขวดน้ำ และทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาจะหาได้
ในที่สุดการตะลุมบอนก็ได้เกิดขึ้นหลังจากที่ระเบิดแก็สน้ำตาถูกโยนเข้าในกลุ่มผู้ชุมนุม และไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดทั้งสองฝ่ายต่างก็กล่าวโทษฝ่ายตรงข้ามที่เป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง "เรามีแหล่งข่าวในกองทัพ แจ้งว่าในรอบที่ 4 ทางกองทัพจะใช้ทหารยิงปืนขึ้นไปบนฟ้า และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องถอนกำลังออกมา" นพ. เหวง โตจิราการ แกนนำผู้ชุมนุมได้กล่าวในการให้สัมภาษณ์ "เราไม่ต้องการให้มีผู้ใดเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้"
แอตโซซิเอเตด เพรส ได้รายงานว่า จากคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่ามีเจ้าหน้าที่ 200 นาย และผู้ชุมนุมอีกราว 70 คนได้รับบาดเจ็บในการปะทะครั้งนี้ และมีหลายคนที่ได้รับการบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีผู้ประท้วง 6 รายถูกจับกุมและถูกตั้งข้อหาว่า "ยั่วยุปลุกปั่น, ขัดขวางเจ้าพนักงาน, และทำลายทรัพย์สินทางราชการ" ตำรวจยังได้เตรียมหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อจับกุมแกนนำนปก. ทั้งแปดราย และแกนนำรายอื่นๆ รวมทั้งหมอเหวงด้วย

ภาพจากพันทิพ
ในสถานภาพที่ พล.อ. เปรม ดำรงตำแหน่งองคมนตรี จึงถูกมองว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องทางการเมือง แต่ฝ่ายต่อต้านรัฐประหารได้กล่าวโจมตีชายวัย 86 ผู้นี้ จากการที่เขาได้กล่าวปาฐกถาหลายครั้งเมื่อปีกลาย ในขณะที่เขาแต่งกายในชุดทหารเต็มยศ และบอกให้ทหารควรจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์แทนที่จะเป็นรัฐบาล ผู้สังเกตการณ์หลายรายกล่าวว่าปาฐกถาดังกล่าวเป็นการเตรียมขั้นตอนในการทำรัฐประหาร
"เราเคยเดินขบวนกันมาก่อนหน้านี้ด้วยผู้คนในปริมาณมากมาย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่เคยมีปฏิกิริยาเช่นนี้เลย" หมอเหวงกล่าว "นี่แสดงว่าเราได้ตีเข้าไปที่กล่องดวงใจของคณะรัฐประหาร เราตี พล.อ. เปรม เพื่อเปิดเผยให้เห็นว่าเขาเป็นผู้บงการเบื้องหลังรัฐประหาร"
การประชาสัมพันธ์กำหนดการที่จะมีขึ้นสำหรับการลงประชามติในวันที่ 19 สิงหานี้ และการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปี อาจจะเป็นตัวจุดประกายไฟให้กับการเคลื่อนไหวที่ส่วนใหญ่นำโดยอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย ที่พยายามดิ้นรนอยู่รอด จากกำหนดการที่มีขึ้นดังกล่าว แต่ชนชั้นกลางในกรุงเทพส่วนใหญ่ได้ให้การสนับสนุนการทำรัฐประหาร ในขณะที่กองทัพได้ปิดกั้นชาวบ้านต่างจังหวัดที่จะเดินทางเข้ามาร่วมในการชุมนุม ซึ่งจะเห็นได้จาการที่กฎอัยการศึกยังคงไว้อยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ
"นี่เป็นครั้งแรกที่คนชั้นกลางได้ให้การสนับสนุนการรัฐประหาร" จรัล ดิษฐาอภิชัย สมาชิกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้นำคนหนึ่งของนปก. กล่าวเมื่อวันศุกร์ "เราต้องดำเนินการโดยสันติวิธีเพื่อทำให้ผู้คนเห็นด้วย เราเชื่อว่าทุกสิ่งจะเปลี่ยนไปเมื่อประชาชนตระหนักว่าพวกเขาต้องการชีวิตที่มีเสรีภาพ โดยปราศจากทหารที่กำลังสืบทอดอำนาจ"
การตะลุมบอนได้สร้างความสนใจให้กับคนในเมืองหลวง ที่ซึ่งการปะทะเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง แม้ว่าจะมีทั้งการประท้วง, มีรถถังออกมาวิ่งเล่นบนถนน และมีแม้แต่ระเบิดเล็กๆเป็นปกติ ซึ่งตั้งแต่เจ้าพ่อสื่ออย่างนายสนธิ ลิ้มทองกุลได้นำการประท้วงเพื่อขับไล่อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ในเดือนกันยายน ปี 2548 ช่วงนั้นไม่มีผู้ใดคิดว่าจะเกิดความรุนแรง
อันที่จริงแล้ว ในสายตาของผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ได้มองการปะทะกับตำรวจในครั้งนี้ คล้ายกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี 2535 ซึ่งทหารได้เริ่มต้นยิงและฆ่าประชาชนที่ทำการชุมนุมประท้วงอย่างสันติ
แต่ดูเหมือนว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในค่ำคืนวันอาทิตย์ มิได้สร้างความเห็นใจให้แก่ผู้ชุมนุมประท้วงเลย ในทางตรงข้าม กลับมีการพาดหัวข่าวในเดอะเนชั่นอย่าง "ม็อบต้านรัฐประหารบ้าคลั่ง" และแม้แต่นักลงทุนก็ไม่ได้ใส่ใจกับเหตุการณ์นี้ เพราะดัชนีตลาดหุ้นได้กระโดดขึ้นมา 1.42 % ในวันรุ่งขึ้น หลังจากที่มีการตกลงเล็กน้อยในช่วงเช้า
หัวหน้าคณะรัฐประหาร พล.อ. สนธิ บุญรัตนกลิน ได้เดินทางไปยังบ้านพักของ พล.อ. เปรม เมื่อวันจันทร์และได้กล่าวคำขอขมาที่ได้ปล่อยให้ผู้ชุมนุมประท้วงเข้ามาใกล้บริเวณบ้านของเขา "ผมได้พบกับท่าน และได้กล่าวขอโทษท่านเมื่อเช้านี้ที่ไม่สามารถดูแลท่านให้ดีได้" พล.อ. สนธิ กล่าว และข่าวจากหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นยังรายงานเพิ่ม "ท่านได้บอกว่าท่านไม่คิดว่าพวกผู้ชุมนุมจะทำกับท่านขนาดนั้น เพราะท่านได้ทำงานเพื่อประเทศชาติมาเป็นเวลาหลายปี นอกจากนี้ท่านยังรักประเทศชาติ และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์"
น.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีข่าวลือว่าได้ช่วยวางแผนในการทำรัฐประหาร ก็ได้กล่าวโทษต่อ พ.ต.ท. ทักษิณ "คนพวกนี้ถูกใช้โดยคนรวยบางคน" เขากล่าว เดอะเนชั่นยังรายงานอีกว่า "ผมได้ยินว่า (ทักษิณ) บินมายังฮ่องกงเมื่อสองวันก่อน ผมยังสงสัยว่าทำไมเขายังคงพูดว่าเขารักประเทศชาติอยู่ได้ เพราะพฤติกรรมของเขานั้นตรงกันข้ามเลยทีเดียว"
รักษาการ ผบ.ตร. พล.ต.อ. เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวช ได้กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ผู้ชุมนุมประท้วงต้านรัฐประหารจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่สนามหลวงอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากการปะทะในวันอาทิตย์ แกนนำผู้ชุมนุมยังคงลั่นวาจาที่จะปักหลักสู้ต่อไป
"เราระมัดระวังความปลอดภัยของผู้ชุมนุม และทุกครั้งที่เราพูดเราต้องดำเนินตามแนวทางสันติวิธีอย่างเคร่งครัด" หมอเหวงบอก "เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราใช้วิธีรุนแรง เราก็จะพ่ายแพ้เพราะฝ่ายตรงข้ามมีทั้งปืนและกฎหมาย แต่เราไม่มีอะไรเลย"
แต่แม้ว่าจะพูดคำว่าสันติ เขาก็ยอมรับว่าอารมณ์ของผู้ร่วมชุมนุมในสถานการณ์อาจถึงจุดเดือด และความรุนแรงก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
เมื่อการศึกครั้งหนึ่งสิ้นสุดไปแล้ว , ครั้งต่อไปก็ดูเหมือนว่าจะอยู่ไม่ไกลนัก
ข้อมูลเพิ่มเติม
ข้อมูลอ้างอิง
- ถอดความจาก : เอเชีย เซนทินัล : งานเลี้ยงที่บ้านป๋า โดย ดาเนียล เทน เคท
- ภาพประกอบจาก "สื่อประชาชน"
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น


ที่น่าเศร้าคือใครๆ ก็อ้างรักชาติได้ และอ้างว่าฝ่ายตรงข้ามไม่รักชาติได้ (อย่างคำสัมภาษณ์ของประสงค์ เป็นต้น)
ผลของการบุกบ้านป๋างวดนี้ ทำให้ดิฉันตอบคำถามข้อหนึ่งได้ว่า นปก. มีไว้เพื่ออะไร?