ผู้เแทนสหประชาชาติ : วิกฤติการณ์ราคาอาหารของโลก เพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ มาแล้ว
กรุงโรม-17 ธค.2550/นายจ๊าก ดีออฟ(Jacques Diouf) หัวหน้าองค์กร ด้านเกษตรกรรม และอาหาร ของสหประชาชาติ(UN Food and Agriculture Organization)แถลงเมื่อวันจันทร์ นี้ว่า ปริมาณการผลิต พืชผลทางการเกษตรที่ใช้เป็นอาหารของโลก กำลังหดตัวอย่างรวดเร็ว และราคากำลังพุ่งสูงขึ้น อย่างเป็นประวัติการณ์ วิกฤติการณ์นี้ เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และไม่มีการคาดคิดมาก่อน
เขากล่าวว่า ดัชนีสินค้าประเภทอาหารของโลกในปีนี้ ได้เพิ่มสูงขึ้นมาก กว่าร้อยละ 40 เมื่อเปรียบเทียบ กับราคาอาหารปีที่แล้วที่เพิ่มขึ้นเพียง ร้อยละ 9 ซึ่งอัตราที่สูงมากกว่าที่จะยอมรับได้ ในขณะเดียวกัน ปริมาณของอาหารในคลังสินค้าสำรองของโลก ก็ลดลงอย่างรวดเร็วด้วย เช่น ปริมาณสำรองข้าวสาลี ของโลกปีนี้ ได้ลดลงร้อยละ 11 ซึ่งเป็น ระดับต่ำสุด นับตั้งแต่ปี คศ.1980 เป็นต้นมาและประชากรโลก สามารถใช้บริโภคได้เพียง 12 สัปดาห์
เขากล่าวว่า สาเหตุของวิกฤติการณ์ เกิดจากเรื่องโลกร้อน ทำให้ผลิตผล ทางการเกษตรลดลง ปริมาณ และการบริโภคของประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น และการนำผลผลิตบางส่วนไปใช้ในการผลิต พลังงานไบโอดีเซล
โจเซ็ท ชีราน กรรมการบริหารโครงการอาหารโลก กล่าวว่า
"เรากังวลว่า มนุษยชาติ อาจกำลังเผชิญกับพายุขนาดใหญ่ยักษ์(The Perfect Storm) แห่งความ อดอยากหิวโหย"
ที่มา : IHT
ความเห็น
ประเทศไทย เป็นประเทศที่ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก ผลกระทบจากวิกฤตินี้ คือราคาผลิตผล ทางการเกษตรของไทย น่าจะมีราคาสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลกไปด้วย ซึ่งน่าจะส่งผลดีกับ เกษตรกรไทย ที่เป็นคนจำนวนมากและมีฐานะยากจน
แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือน คนชั้นกลาง และคนยากคนจนในเมือง ก็อาจต้องปวดหัวกับราคาข้าวปลา อาหารที่จะทะยอยปรับตัวสูงขึ้น นอกจากที่ต้องปวดหัวกับราคาพลังงานที่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมาแล้ว อำนาจซื้อของเงิน จะลดลงตามอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น การประหยัดและรัดเข็มขัดทุกวิธี จะเป็นทาง ออกที่พอเพียงและแก้ปัญหาได้ จริงหรือ?
ถ้าไม่พอ? จะหารายได้เพิ่มอย่างไร?
เฮ้อ น่าปวดหัว จริงๆ

