กระแสฟื้นคดีเพชรซาอุ : เป้าหมายคือใคร?

tags:

5 มีนาคม 2551 นาย นพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังการหารือกับนายนาบีล ฮุสเซน อัชเร อุปฑูตประเทศซาอุดิอาระเบีย ว่า

ประเทศไทยต้องการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางทูตให้อยู่ในระดับปกติ หลังจากความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประเทศ ชะงักไปกว่า 19 ปี ทำให้แรงงานไทยไม่ได้รับวีซ่าตั้งแต่ปี 2532 ทำให้สูญเสียรายได้ปีละประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากนับถึงปัจจุบันเสียหายไปแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ฝ่ายซาอุดิอาระเบียให้เหตุผลว่าทางการไทยต้องให้ความชัดเจนหรือคลี่คลาย ใน 3 คดี คือ คดีสังหารนักการทูตนักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย และคดีโจรกรรมเพชรซาอุฯ ซึ่งกระทรวงต่างประเทศก็รับปากที่จะติดตามหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยจะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อหาทางคลี่คลายคดีปรับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศโดยเร็ว (ที่มา 1)

7 มีนาคม 2551 นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังหารือกับพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เกี่ยวกับการเร่งฟื้นฟูการดำเนินการสืบสวนสอบสวน 3 คดี ได้แก่ การสังหารทูต นักธุรกิจซาอุดิอาระเบีย และการโจรกรรมเพชรซาอุดิอาระเบีย ว่าการดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในการฟื้นความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย และความร่วมมือทางด้านการเศรษฐกิจ การค้า พลังงาน และการจัดส่งแรงงานไปทำงานในประเทศซาอุฯ

นายนพดล กล่าวว่า ในวันนี้ได้พูดคุยกันเรื่องคดีที่ทางซาอุดีอาระเบียให้ความสำคัญทั้ง 3 คดี โดยฝากให้กระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอไปเร่งรัดและทำการสอบสวนคดีนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อดูว่าจะสามารถรื้อฟื้นคดีขึ้นมาอีกครั้งได้หรือไม่ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นครั้งสุดท้ายและจะหาข้อเท็จจริงไปบอกทางการซาอุฯ อย่างตรงไปตรงมาในฐานะเพื่อน (ที่มา 2)

3 เม.ย.2551 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม พร้อมผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ และหัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีการหายตัวของนายอัลลู ไวรี นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เข้าพบ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ อดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการหายตัวของนักธุรกิจชาวซาอุฯ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม กรมราชทัณฑ์ ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว  เขตจตุจักร

นายสมพงษ์ กล่าวว่า "ตนได้มาพบ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ เพื่อขอความร่วมมือในการให้ข้อมูลคดีเพชรซาอุฯ ซึ่งคำให้การต่างๆเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก จะส่งผลในการฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศซาอุฯได้เป็นอย่างดี

หลังจากได้ข้อมูล ขั้นตอนต่อไปจะส่งข้อมูลการสอบสวนทั้งหมดให้กับประเทศซาอุฯทราบ เพื่อหวังจะเป็นการฟื้นการค้าการลงทุนที่ดีต่อกันระหว่างสองประเทศ  รายละเอียดที่เป็นหลักฐานใหม่ ซึ่งได้รับจากพล.ต.ท.ชลอ ยังเปิดเผยไม่ได้ เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องอาจเข้าไปทำลายหลักฐาน ซึ่งจะทำให้ยากต่อการดำเนินคดี"

พล. ต.ท.ชลอ กล่าวว่า "ได้ส่งข้อมูลให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)หมดแล้วและไม่อยากพูดอะไรมากกลัวเสียรูปคดี โดยผมพร้อมเป็นพยานในคดีนี้ให้ ที่ผ่านมาตนไม่แน่ใจในความจริงใจของรัฐบาล จึงไม่กล้าให้ข้อมูล แต่รัฐบาลนี้และนายสมพงษ์มีความจริงใจและกระตือรือร้นมาก นับเป็นครั้งแรกที่รมว.ยุติธรรมมาเยี่ยมตนถึงในคุก

การให้ข้อมูลครั้งนี้ ทำไปไม่ได้หวังผลตอบแทนและสิ่งแลกเปลี่ยน คิดว่าทำเพื่อประเทศชาติ รู้สึกว่ารัฐบาลนี้มีความจริงใจกับผมแตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านๆมา ถ้าผมไม่มั่นใจผมก็ไม่ออกมาให้ข้อมูล

ส่วนเรื่องความปลอดภัยในเรือนจำนั้น คงไม่มีอะไรต้องห่วง ตอนนี้ตนก็เหมือนคนตายแล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัว อีกทั้งกรมราชทัณฑ์ก็ให้การดูแลเป็นอย่างดี "

สำหรับคดีฆ่านักการทูตซาอุ 4 ราย และคดีการหายตัวของนักธุรกิจซาอุฯ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2531-2533 โดยดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษสมัยที่นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จากนั้นมีความพยายามจะรื้อฟื้นคดีอีกหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ

โดยคดีฆ่านักการทูต ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง ส่วนคดีการหายตัวของนักธุรกิจซาอุฯซึ่งเกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่ของฝ่ายไทย  อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี ทำให้การรื้อฟื้นคดีจะทำได้ต่อเมื่อมีหลักฐานใหม่(ที่มา 3 และ 4)

ที่มา -1.สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 5 มีนาคม 2551

        2.เนชั่นแชนแนล 7 มีนาคม 2551

        3. หนังสือพิมพ์แนวหน้า4 เมษายน 2551

       4.กระทู้ที่เว็บบอร์ดประชาไทเรื่องเริ่มเช็คบิลคดีเพชรซาอุ ชลอเปิดเผยข้อมูลใครอมเพชร

ความเห็น

คดีเพชรซาอุฯที่โด่งดังอื้อฉาวใหญ่โต ได้หวนกลับสู่พื้นที่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายวันและรายการข่าวภาคค่ำทีวีอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เงียบหายไปนานกว่า 18 ปี

ที่อ้างว่า ต้องเร่งรื้อฟื้นคดี เพราะ 1.คดีกำลังจะหมดอายุความ 2.ต้องการฟื้นความสัมพันธ์กับประเทศซาอุฯเพื่อ ฯลฯ และ 3.ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร แต่ต้องการสร้างความกระจ่างและความจริงของคดีให้ปรากฏนั้น  

เพียงถามคำถามกลับไปว่า 1ถ้าไม่หมดอายุความ ก็จะไม่ทำหรือ? 2.ที่แล้วมา ไม่ต้องการฟื้นความสัมพันธ์กับซาอุฯหรือ? และ 3.ที่แล้วมาไม่ต้องการให้ความจริงปรากฎหรือ? ก็จะพบว่าเหตุผลที่อ้างมา มันฟังดูทะแม่งๆ พิกลๆ

เรื่องนี้ เริ่มจากนายนพดล ปัทมะ รมต.กระทรวงต่างประเทศตั้งเรื่อง ส่งลูกให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมต.ยุติธรรมและพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษคนใหม่ เรื่องก็โยกกันไป โยนกันมา ไม่ถึง 1เดือน ก็มีข่าวว่า มีหลักฐานใหม่ที่ทำให้สามารถรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

น่าทึ่งจริงๆ  ช่างเก่งกล้าสามารถอะไร ปานนั้น !!!

เกือบ 20 ปี ที่ผ่านมา ตำรวจชุดแล้ว ชุดเล่า รัฐบาลชุดแล้ว ชุดเล่า ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป คดีนี้ก็ยังไม่ขยับไปไหน ทำไม ???

แรกๆที่มีข่าวเรื่องนี้ออกมา คนทั่วไปก็ยังไม่เอะใจ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของรัฐบาลใหม่ ที่จะต้องแถลงว่าจะทำเรื่องนั้น เรื่องนี้ ที่ไหนได้ ไปๆมาๆ กระแสของเรื่องนี้ ก็พุ่งไปที่ ความลับดำมืดสำคัญที่ว่า ใครอมเพชรซาอุฯไป ? 

นักข่าวที่ได้คุยกับพล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ที่เรือนจำฯ ตั้งข้อสังเกตว่า เขามีหน้าตาสดชื่่นและดีใจมากอย่างเห็นได้ชัด

เพื่อนบางคนสงสัยว่า เขาอาจเพิ่งได้รับ"ของดี"จากผู้ยิ่งใหญ่ที่คุณก็รู้ว่าใคร 

ดูจากการให้ความสำคัญและลีลาท่าร่างแล้ว ก็เห็นได้ไม่ยากว่า นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ นี่อาจเป็นเรื่องที่ใหญ่และสำคัญมากกว่าที่สังคมไทยคาดคิด  ทั้งอาจส่งผลต่อการศึกใหญ่ที่กำลังจะระเบิดขึ้นในเร็ววันนี้ 

หรือนี่อาจเป็นกลยุทย์ที่นักเลงหมากรุกฝรั่ง เรียกว่า "กลเรือกดควีน บังคับคิงไม่ให้ขยับตัว"

 

 

 

 

 

 

สังเกตเห็นเหมือนที่คุณไทแสดงความเห็นไว้เช่นกันค่ะ (เว้นแต่ไม่ได้นึกถึงประเด็นหมดอายุความ)
เคยติดตามอ่านข่าวนี้มาเหมือนกัน แต่ก็ห่างๆ ไปจนนึกว่า จะเป็นอีกคดีที่จะตายไปตามอายุคนที่เกี่ยวข้อง
อ่านผ่านๆ ตาจากไหนจำไม่แม่นว่า งานนี้จะมีฟางงวดไปถึงกลุ่มสีเขียว - เหะ เหะ

คงต้องจับตามองกันไม่กระพริบตาค่ะ 

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้