ธีรยุทธ์ บุญมี : ไทยเข้าสู่วิกฤติ ชำแหละอำนาจใหม่
"ธีรยุทธ" ชี้ประเทศไทยเริ่มถลำเข้าสู่วิกฤติตีบตันที่ไร้ทางออก ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นเพราะกลไกลดความขัดแย้งไม่ทำงาน "ผู้ใหญ่" เหลือน้อย ถูกท้าทายบารมีจากอำนาจรุ่นใหม่ เตือนหากดึงดันแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อพวกพ้อง การชุมนุมคัดค้านจะยืดเยื้อยาวนาน ลามฉุดเศรษฐกิจ ตีปาก "หมัก" หัวหน้าพรรคกระโดดถีบ แก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ แนะเชิญ "อานันท์-ประเวศ" ร่วมหารือกระบวนการที่เหมาะสม ยอมรับซับซ้อนกว่ายุค 14 ตุลาหลายเท่า
เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2551 นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมาานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ และ ผอ.สถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย จัดปาฐกถาเรื่อง ตุลาการภิวัตน์กับการรอมชอมในสังคมไทย ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เนื่องในวันสัญญา ธรรมศักดิ์
นายธีรยุทธ กล่าวว่า มีการพูดกันอย่างสับสนไขว้เขวในเรื่องตุลาการภิวัตน์ แต่ที่จริงไม่ใช่ เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญและการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถกเถียงกันกว้างขวางในปัจจุบัน ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของตุลาการภิวัตน์ หากแต่เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ (legislation) การตัดสินคดียุบพรรคชาติไทย มัชฌิมาธิปไตย พลังประชาชน หรือไม่ ก็ไม่ใช่ตุลาการภิวัตน์ หากแต่เป็นปัญหาที่เกิดจากฝ่ายนิติบัญญัติที่ตรากฎหมายรัฐธรรมนูญบังคับไว้ อำนาจตุลาการทำหน้าที่ตัดสินเท่านั้น
"ผมมองว่านักวิชาการด้านกฎหมายต้องถกเถียง ในเรื่องของความชอบธรรมสมเหตุสมผลของข้อกฎหมายดังกล่าว ความถูกต้องตามปรัชญาหรือหลักกฎหมาย และวิธีการแก้ไขที่ถูกต้องถ้าจำเป็นต้องแก้" เขาบอกว่า การดำรงตำแหน่งของผู้พิพากษาในองค์กรต่างๆ ภายหลังรัฐประหาร 19 กันยายน ก็ไม่ใช่เรื่องของตุลาการภิวัตน์ แต่เป็นเรื่องความสมัครใจของท่านที่จะทำ รวมทั้งความสมัครใจของนักวิชาการ อดีตข้าราชการ ที่จะมีส่วนคลี่คลายวิกฤติในสังคมไทย โดยที่ไม่จำเป็นว่าท่านเหล่านั้นทั้งหมดจะเห็นด้วยกับการรัฐประหาร
"ผมเองก็ถูกกล่าวหาจากนักวิชาการบางส่วนว่าสนับสนุนเผด็จการ สนับสนุนการรัฐประหาร โดยความเป็นจริงขอเรียนว่าในความคิดและในการปฏิบัติ ผมไม่เคยเบี่ยงเบนความคิดจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่เคยสนับสนุนการรัฐประหาร ไม่ไยดีกับตำแหน่งหลังรัฐประหารที่มีคนมาทาบทาม ถือเป็นการได้ทำหน้าที่ที่จะวิจารณ์ คมช.และรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ ให้คลี่คลายวิกฤติและไม่สืบทอดอำนาจ เพราะมองว่าจะเกิดปัญหา"
นักวิชาการผู้นี้ยังมองถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า ประเทศไทยเริ่มถลำเข้าสู่วิกฤติตีบตันที่ไร้ทางออก ซึ่งเริ่มน่าเป็นห่วง เราคลี่คลายได้ ไม่สบายใจ ไม่เต็มที่เท่าไร ที่ผ่านมาอยู่ช่วงหนึ่ง ขณะนี้ก็เริ่มเห็นว่าเริ่มเข้าสู่ภาวะที่จะมีความกดดัน ปั่นป่วนหรือว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีความขัดแย้งรุนแรงขึ้น ซึ่งตอนนี้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นก็น่าเป็นห่วง
นายธีรยุทธ มองว่า ประเทศไทยขณะนี้อยู่ในภาวะ 5 เสื่อม ซึ่งในอดีตนั้นพวกเรายังเชื่อเรื่องปัญจอันตรธาน คือ ความเสื่อม 5 ประการ ที่เชื่อว่าเมื่อครบพุทธกาล พ.ศ.5000 จะมีความเสื่อมเกิดขึ้น 5 ประการ เพราะฉะนั้นในช่วงประมาณปี 2500 กึ่งพุทธกาลก็จะกลัวกันมาก เขาแจงว่า ความเสื่อม 5 ประการ คือ
1.ความสามัคคีในบ้านเมืองเสื่อม
2.ภาคการเมืองเสื่อม
3.ภาคสังคม คือ สถาบันวิชาการ-สื่อเสื่อม
4.กองทัพ อดีตข้าราชการ เทคโนแครต ชนชั้นนำที่เรียกรวมๆ ว่าอำมาตยาธิปไตยก็เสื่อม เพราะพิสูจน์ตัวเองว่ามีความคิดล้าหลังไม่ทันสถานการณ์ ไม่สามารถบริหารวิกฤติอย่างมีประสิทธิภาพได้
5.คุณธรรมเสื่อม คนไทยเริ่มมองว่าคอรัปชั่นเป็นเรื่องธรรมดา โกงก็ได้ขอให้ทำงาน
ประเทศไทยอาจเหลือเพียงสถาบันเดียวคือศาลยุติธรรม ซึ่งมีหลักการปกครองโดยหลักกฎหมาย (rule of law) ที่จะมาช่วยคลี่คลายวิกฤตการณ์ในที่สุด
นายธีรยุทธ บอกว่า ประเทศไทยเริ่มถลำเข้าสู่วิกฤติตีบตันที่ไร้ทางออก เพราะคนไทยไม่มีกลไกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ดีพอ "คนไทยไม่มีกลไกที่ดีในการแก้ไขความขัดแย้งมาแต่ไหนแต่ไร ในอดีตมักอาศัยแนวประเพณีคือ มีผู้ใหญ่คอยไกล่เกลี่ย แต่ปัจจุบันไม่ได้ผล เพราะผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเหลือน้อย บางส่วนความคิดเริ่มล้าสมัย ถูกท้าทายอำนาจบารมีจากอำนาจรุ่นใหม่ เกิดอาการต่างคนต่างใหญ่ ต่างถูกต้อง ไม่มีใครฟังใคร"
นายธีรยุทธ สรุปว่า ความเสื่อม 5 ประการ บวกกับรัฐบาลพลังประชาชนอ่อนแอ สถานการณ์ถูกซ้ำเติมโดยการรีบร้อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีโอกาสนำไปสู่การชุมนุมเผชิญหน้าของพลังแต่ละฝ่าย การเมืองไทยจึงจะอยู่ในภาวะตีบตันเพราะรัฐประหารไม่ใช่ทางออก การปราบปรามปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนก็ไม่ใช่ทางออก คนไทยจะตึงเครียด หวาดกลัว วิตกกังวลไปยาวนาน มีโอกาสปะทุเป็นความรุนแรงย่อยๆ (ดังเกิดขึ้นในกรณีชกต่อยในสภาฯ) และขยายลุกลามได้ง่าย
หลังการปาฐกถา นายธีรยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ในอนาคตฝ่ายการเมืองไม่ควรแทรกแซงการทำงานของฝ่ายตุลาการ ต้องไม่ดึงคดีออก คดีคอรัปชั่นซึ่งมันถูกเปิดเผยมาแล้วต้องไม่ล้มล้าง ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้หมด ถ้าไปล้มล้างมันจะเกิดปัญหา เท่ากับกระบวนการยุติธรรมมันไม่เกิดขึ้น กระบวนการยุติธรรมมันอยู่ในใจคน เพราะในใจคนเขารับรู้ว่ามันมีข้อมูลการโกงกินแบบนี้ แต่กระบวนการทางศาล ที่เป็นกระบวนการทางการไปถูกบล็อก คนก็รู้สึกว่ากระบวนการมันไม่เดินอยู่ดี ต้องพากันไปตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคพลังประชาชนดึงดันที่จะพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 เพื่อที่จะหนีคดียุบพรรค จะทำให้เกิดปัญหาความวุ่ยวายเกิดขึ้นหรือไม่ นักวิชาการผู้นี้ตอบว่า ถ้าดึงดันไปมากๆ ทุกส่วนก็จะมีการชุมนุมยืดเยื้อ และหากปล่อยให้ปัญหาคุกรุ่นการชุมนุมจะยืดเยื้อยาวนาน ผลเสียก็จะเกิดต่อเศรษฐกิจและสังคม
นายธีรยุทธ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสมัครไม่ควรรีบออกมากระโดดถีบความคิดเห็นของนายอานันท์ ปันยารชุน และ นพ.ประเวศ วะสี เพราะจะเป็นพรรคนักกระโดดถีบ รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่มากที่สุดของบ้านเมือง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนของสังคม ไม่ใช่เกี่ยวกับนักการเมืองล้วนๆ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องมีส่วนในการแก้ไข
"การที่คุณสมัครพูดถึงการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ความจริงการรัฐประหารที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีการทะเลาะเบาะแว้งกันทุกฝ่าย เดือดร้อนไปทุกส่วนของสังคม คุณสมัครน่าจะใช้จังหวะนี้เป็นโอกาส เชิญคุณอานันท์และหมอประเวศ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิในสังคมมาหารือกันว่า กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญควรทำอย่างไรให้เกิดความเหมาะสม พึงพอใจกันทุกฝ่าย ไม่ใช่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว"
ถามว่าวันนี้ต่างจากเหตุการณ์ 14 ตุลา อย่างไร ตีบตันจนไม่มีทางออกหรืออย่างไรนายธีรยุทธตอบว่า ซับซ้อนกว่าเหตุการณ์ 14 ตุลา หลายเท่า เพราะเหตุการณ์ 14 ตุลา มันมีสถาบัน มีส่วนที่เราหาคำตอบสุดท้ายได้ มีการเคลื่อนตัวการให้ความเห็นจากสถาบันเหล่านี้แล้วมีคนรับฟัง คลี่คลายได้ แต่วันนี้มันเริ่มหมดไปตั้งแต่กลไกรัฐสภา ตั้งแต่ปัญหาเรื่องซีทีเอ็กซ์มันหายไป ทีละส่วนกลไกนี้เราทำลายไปค่อนข้างมาก ทำให้วันนี้ยังไม่มีคำตอบ นอกจากทุกฝ่ายต้องตั้งสติให้ดีๆ และร่วมกันหาทางออกให้บ้านเมือง
เมื่อถามว่า หากนายสมัครไม่อยากสมานฉันท์ ไม่อยากพูดคุยเชิญนายอานันท์ นพ.ประเวศมาพูดคุย วิกฤติจะถึงขั้นรุนแรงวุ่นวายหรือไม่ เขาตอบว่าหากดึงดันไปมากๆ ในทุกๆ ส่วน ในที่สุดจะนำไปสู่ภาวะการชุมนุม เผชิญหน้ากันแบบยืดเยื้อ ตอนนี้ทำใจว่าถ้าหากปัญหาถึงขั้นคุกรุ่น ขัดกันเปิดเผย ยาวนานมากก็จะเกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจและสังคม
นายธีรยุทธ กล่าวทิ้งท้ายว่าอีก 2 อาทิตย์เจอกัน ทั้งนี้ นายธีรยุทธจะเปิดแถลงข่าวสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้อีกครั้งประมาณวันที่ 18 หรือวันที่ 19 เมษายน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

