ตำรวจสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯรอบรัฐสภา รัฐบาลเดินหน้าแถลงนโยบาย (ปรับปรุง 2)

tags:

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 06.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมยิงแก๊สน้ำตานับร้อยลูกเข้าใส่กลุ่มพันธมิตรฯ ที่ตั้งเวทีและชุมนุมอยู่ด้านข้างรัฐสภาบริเวณ ถ.พิชัย เพื่อสลายการชุมนุม ส่งผลให้กลุ่มพันธมิตรฯ แตกกระจายไปรอบทิศทาง

บางส่วนขยับหนีไปที่หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม และบางส่วนถอยไปที่หน้าสวนสัตว์ดุสิต ขณะที่บางส่วนใช้วิธีหมอบลงพร้อมใช้ผ้าเช็ดหน้าและน้ำล้างหน้าเพื่อบรรเทาอาการ โดยโห่ร้องว่าจะปักหลักต่อไป ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชนบางส่วนได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตา ด้วย

ก่อนหน้านี้ที่บริเวณ ถ.พิชัย มีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน 1,500 นาย เข้าเผชิญหน้ากับพันธมิตรฯ พร้อมโล่และแก๊สน้ำตา ซึ่งตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา พันธมิตรฯ แจ้งเตือนให้ระวังตัวเองตลอดเวลา สอนวิธีป้องกันตัวถ้าถูกน้ำตาหรือสลายการชุมนุม และได้วางด่านไว้หลายด่าน เช่น นำน้ำมันเบรคราดพื้นหวังให้ลื่น แต่ตำรวจก็ผ่านได้ จากนั้นจะพบกำแพงมนุษย์เป็นชายสวมหมวกกันน็อค แผงเหล็ก ล้อยาง

ขณะที่เวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯ มีการปราศรัยบนเวทีว่า นอกจากยิงแก๊สน้ำตาขณะที่ผู้ชุมนุมกำลังนอนหลับแล้ว ยังมีการยิงกระสุนยางเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน แต่ยืนยันที่จะต่อสู้ต่อไปเหมือนที่ยืนหยัดมา 136 วัน และจะใช้วิธีสันติอหิงสาต่อไป

ถ้าต้องการความรุนแรงคงมีเหตุร้ายตั้งแต่ไม่กี่วันแรกที่มีการชุมนุมแล้ว ทั้งนี้นายสำราญ รอดเพชร ได้ประกาศย้ำไม่ให้ผู้ชุมนุมทำลายสิ่งของสาธารณะ ความเจ็บปวดให้อดทน

ขณะที่บนเวทีพันธมิตรฯ นำโดยนายสำราญ รอดเพชร ซึ่งเงียบไปในช่วงการยิงแก๊สน้ำตา ขณะนี้มีการขึ้นปราศรัยอย่างต่อเนื่องแล้ว โดยประกาศปักหลักชุมนุมต่อไป พร้อมเตือนให้ผู้ชุมนุมผู้ในความสงบ ใช้วิธีต่อสู้แบบอหิงสา และกล่าวโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำร้ายประชาชนที่มามือเปล่า

ทั้งนี้ ตำรวจได้นำรถควบคุมผู้ต้องหามาจอดเรียงไว้ด้าน ถ.พิชัย โดยเร่งนำล้อรถและแผงเหล็กออกไปเพื่อนำรถเข้าไปจอด หวังเปิดทางให้สามารถเข้าใช้อาคารรัฐสภาได้ 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าไป เคลียร์พื้นที่บริเวณหน้าประตูด้านหนึ่งของรัฐสภาและด้านใน เพื่อให้มีการประชุมสภาที่จะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลในวันนี้

ผู้ชุมนุมจำนวนมากที่แตกหนีไปทางเส้น ทางถนนอู่ทองในมุ่งหน้าไปทางลานพระบรมรูปทรงม้า พยายามตั้งขบวนรวมตัวกันอีกครั้ง แม้ว่าแก๊สน้ำตายังไม่สลายไปทั้งหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังใช้กำลังขวางการเคลื่อนที่ของกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้กลับ เข้ามารวมตัวที่หน้าประตูรัฐสภา

นายสาวิทย์ แก้วหวาน แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยืนยันว่า ไม่เคยได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ก่อนหน้าที่จะมีการสลายการชุมนุม

ด้านโฆษกของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พยายามพูดผ่านเครื่องขยายเสียงแจ้งให้ผู้ชุมนุมถอยออกไปจากพื้นถนนราชวิถี และไปรวมตัวกันบริเวณถนนอู่ทองในด้านหน้าเขาดิน

นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผอ.วชิระพยาบาล กล่าวว่า มีผู้บาดเจ็บเข้ามารักษาตั้งแต่เช้าถึงปัจจุบัน 47 ราย ส่วนใหญ่ถูกแก๊สน้ำตาระคายเคือง สะเก็ดตามตัวเล็กน้อย และบางรายมีสะเก็ดเยอะหน่อย 6 รายเป็นชาย 4 คน หญิง 2 คน และบางส่วนคาดว่าโดนบดขยี้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเละ ซึ่งเป็นผู้ชายถูกระเบิดใต้เข่าซ้าย เส้นเอ็นขาด กระดูกเละ ซึ่งขาไม่ขาดติดตัวมาด้วย แต่คงรักษาขาไว้ไม่ได้

เวลา 10.58 น. นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้ประกาศนับองค์ประชุมอีกครั้ง พบว่า มีสมาชิกรัฐสภาร่วมประชุมจำนวน 320 คน ซึ่งถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว จากนั้นได้มีการลงคะแนนให้เริ่มการแถลงนโยบายของรัฐบาล ผลการนับคะแนน มีสมาชิกรัฐสภาเห็นด้วยจำนวน 320 คน จึงสามารถเปิดการประชุมได้ โดยในขณะนี้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เริ่มแถลงนโยบายเป็นคนแรก

เวลา 13.30 น. หลังจากที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงนโยบายเสร็จสิ้นในเวลา 12.45  น. ปรากฎว่า นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกจากอาคารรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเดินออกประตูทางเชื่อมระหว่างอาคารรัฐสภา 1 กับอาคารรัฐสภา 3 เพื่อมาลงบันไดด้านหลังก่อนที่จะข้ามกำแพงไปยังพระที่นั่งวิมานเมฆ และเดินทางออกจากอาคารรัฐสภา โดยสำนักพระราชวังอนุญาติให้นายกฯ ออกได้เพียงคนเดียว

สำหรับบรรยากาศโดยรอบอาคารรัฐสภาได้เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายพอสมควร เพราะส.ส.ต่างส่งผู้ติดตามไปดูลาดเลาช่องทางต่างๆที่พอจะปีนออกได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประธานรัฐสภาได้สั่งปิดการประชุมสภาเพื่อฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาลแล้ว เมื่อเวลา 12.58 น. ที่ผ่านมา และให้งดการประชุมในวันพรุ่งนี้

โพสต์ทูเดย์ รายงานว่า  เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ผ่านมา ที่อาคารรัฐสภา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ปิดล้อมอาคารรัฐสภาอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ชุมนุมได้พยายามใช้หนังสติ๊กยิงลูกหินเข้ามาภายในอาคารรัฐสภาเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถระบายผู้ที่อยู่ในอาคารรัฐสภาออกภายนอก ส.ส. ส.ว.และคนที่ตกค้าง สามารถออกจากอาคารรัฐสภาด้านแยกถนนพิชัยได้แล้ว การระดมยิงแก๊สน้ำตาได้ขยายวงกว้างไปจนถึงด้านหน้าอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นถนนด้านหน้าสวนสัตว์ดุสิต

กลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อทราบว่า สส.และสว.ออกจากอาคารรัฐสภาหมดแล้ว จึงไปนำประชาชนที่ชุมนุม เดินขบวนออกจากบริเวณรัฐสภา กลับไปสมทบที่เชิงสะพานมัฆวานฯต่อไป

กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่า ศูนย์เอราวัณ สรุปผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการสลายชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ตลอดทั้งวันของวันนี้ รวมทั้งสิ้น 381 คน

โดยมีผู้บาดเจ็บนอนโรงพยายาล 48 ราย ขาขาด 4 ราย นิ้วขาด 2 ราย กำลังผ่าตัด 10 ราย ผู้เสียชีวิต 3 ราย

เวลา 20.15 น.วันที่ 7 ต.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนจากบริเวณแยกลานพระรูปทรงม้า มายังด้านด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมกับมีขว้างปาขวด ก้อนหิน หนังสติ๊ก และนอตเหล็ก ตำรวจอย่างต่อเนื่อง โดยตำรวจเกรงว่าจะเกิดความรุนแรง จึงมีการยิงแก๊สน้ำตาอย่างต่อเนื่องประมาณ 10 นัด โดยแก๊สน้ำตาที่ใช้ในครั้งนี้ เป็นชนิดที่มีควันรุนแรง ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักได้ถอยขบวนออกไป โดยตำรวจใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

เวลา 22.10 น. ที่บริเวณกองบัญชาการตำรวจนครบาล กลุ่มพันธมิตร 200 คน ได้เดินทางมายังบริเวณจุดแนวตั้งรับของตำรวจนครบาล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กำหนดว่า หากไม่มีการเดินเลยแนวกำแพง บชน.จะไม่มีการยิงแก๊สน้ำตา แต่หากกลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้ามาเกินแนวที่กำหนด จะยิงสวนกลับไปทันที ซึ่งได้มีการยิงแก๊สน้ำตา 5 ครั้งเพื่อสกัดกั้น ทำให้ผู้ชุมนุมล่าถอยออกไปอีก ถือเป็นครั้งที่ 4 สำหรับวันนี้

 

 

 

 

 

เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด

ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ

tags:
บทนี้ มีเนื้อหาสำคัญคือ

1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4.  ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5.  ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์

ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

tags:

กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554  ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้

กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน

tags:

มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก

ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด

กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

อ่านต่อ

เว็บเพื่อนบ้าน

อ่านต่อ

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

อ่านต่อ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้