เผยแผนเผาเมือง บีบให้ทหารออกมาปฏิวัติ
เมื่อวันที่ 8 ต.ค. เวลา 08.00 น. พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เดินทางเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เพื่อรายงานสถานการณ์เหตุรุนแรงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาและลานพระบรมรูปทรงม้า เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ. อนุพงษ์ รายงานให้ พล.อ. เปรม ทราบว่า ทหารปฏิบัติหน้าที่ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานให้ทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยขณะนี้มีกำลังทหารประจำอยู่รอบบริเวณที่เกิดเหตุปะทะ เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นอีก
วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม (คตร.) ได้เรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อประเมินสถานการณ์ โดยเชิญตัวแทนส่วนราชการต่างๆ ร่วมประชุม อาทิเช่น นายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นักกฎหมาย นักวิชาการ ตำรวจ และคณะแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ กทม.ใช้เวลาประชุมกว่า 3 ชั่วโมง 30 นาที
มีรายงานเปิดเผยว่า ในระหว่างการประชุม นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้แจ้งข้อมูลว่า ช่วงกลางดึกวันที่ 7 ต.ค.มีคนปาระเบิดเพลิงเข้าไปในกระทรวงศึกษาธิการหลายลูก โดยมีจุดประสงค์ให้เกิดไฟไหม้ และเป็นการสร้างสถานการณ์ ซึ่งเรื่องนี้อยากให้สังคมรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และขอมติที่ประชุมว่าต่อไปนี้หากมีเหตุการณ์อะไร ควรต้องเผยแพร่ข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบถึงพฤติกรรมต่างๆ
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมพูดคุยกันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หน่วยข่าวด้านความมั่นคงได้รับแจ้งว่าอาจมีแผนเผาเมือง เพื่อต้องการบีบให้ทหารออกมาปฏิวัติ แต่ทหารไม่เห็นด้วย และเสนอว่าในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์นี้ จำเป็นต้องให้กำลังทหารดูแลสถานที่ราชการสำคัญ เพราะเกรงว่าจะมีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์
เมื่อ พล.อ. อนุพงษ์ รับทราบข้อมูล จึงกล่าวว่า ไม่สนใจว่ารัฐบาลไหนเข้ามาบริหาร เราไม่เกี่ยวข้อง แต่ทหารต้องเป็นกลางและรักษาบ้านเมือง ช่วยสกัดกั้นเพราะไม่ต้องการให้คนไทยฆ่ากันเอง และสังเกตได้จากตัวเลขผู้บาดเจ็บ ซึ่งบางคนบาดเจ็บเล็กน้อย แต่เข้าไปแจ้งเพื่อให้ตัวเลขสูงขึ้น เป็นการดิสเครดิตเจ้าหน้าที่
พ. อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการเสนอความคิดจากทุกฝ่าย ซึ่งห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้มีการหารือการทบทวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อกำหนดเป็นมาตรการที่เหมาะสม ไม่ให้เกิดอันตรายต่อประชาชน
ส่วนภาควิชาการเสนอว่าโครงสร้างการบริหารงานในสภาวะวิกฤติ จะต้องมีความชัดเจน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีความสงสัยว่า ใครควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการควบคุมของแต่ละส่วนงานกันเอง แต่ในสภาวะที่วิกฤติจะต้องมีผู้ควบคุมที่มีขั้นตอน ลำดับที่ชัดเจนและมีกฎหมายรองรับด้วย
ทั้งนี้ พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้เสนอต่อที่ประชุม ต่อเหตุการณ์ที่สังคมสงสัย การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีการใช้แก๊สน้ำตา และการเกิดบาดเจ็บจนอวัยวะ แขน ขา ขาด ตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้เมื่อสังคมตั้งข้อสงสัย วิธีที่ดีคือ หลักวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ จะจัดทีมงานเข้าไปตรวจสอบ
“การออกไปปฏิบัติหน้าที่ของทหารของ 3 เหล่าทัพ เป็นการเข้าไปช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ในการดูแลทรัพย์สินให้กับประชาชน และวันนี้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี ดังนั้นบทบาทหน้าที่ของทหารที่ออกไปนั้น ก็ดูแลสถานที่สำคัญเพื่อป้องกันกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อเปิดโอกาสให้ตำรวจสับเปลี่ยนกำลังในการปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลกลุ่ม ผู้ชุมนุม ซึ่งการปฏิบัติงานของตำรวจจะดำเนินการไปถึงวันจันทร์หน้า” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
แหล่ง ข่าวจากกองทัพ เปิดเผยว่า สถานการณ์ขณะนี้ แต่ละกองทัพจัดกำลังเข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดูแลสถานการณ์ โดยพื้นที่ปะทะกองทัพภาคที่ 1 ได้จัดกำลังกองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 (มหาดเล็ก) รักษาพระองค์ ประจำพื้นที่ลานพระบรมรูปทรงม้าฝั่งตะวันตก และบริเวณแยกกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ จนถึงแยกพิชัย รวมถึงบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต โดยมีกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 ดูแลอยู่ภายในกองทัพบก
สำหรับกองทัพอากาศ จัดกองร้อยรักษาความปลอดภัย กองบัญชาการอากาศโยธิน จำนวน 2 กองร้อย เข้ามาดูแลอยู่ในพื้นที่ถนนพระราม 5 รอบวังสวนจิตรลดา และ กระทรวงการต่างประเทศ ส่วนกองทัพเรือจัดกองร้อยรักษาความปลอดภัย เพื่อรักษาความเรียบร้อยอยู่บริเวณเชิงสะพานพระราม 8 แยกวิสุทธิ์กษัตริย์ ถนนราชดำเนิน
ทั้งนี้ การประสานงานของเหล่าทัพ พล.อ.อนุพงษ์ ให้กำลังทหารที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ ใช้ริบบิ้นสีขาวผูกแขนข้างซ้าย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าทหารวางตัวเป็นกลาง
ที่มา - ประชาไท
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

