ปฐมสุนทรพจน์ของอภิสิทธิ์ : ยึดหลักปกป้องสถาบันฯ สมานฉันท์ นิติรัฐและฟื้นฟูเศรษฐกิจ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวสุนทรพจน์ ภายหลังรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อค่ำวันที่ 17 ธันวาคม 2551 ว่า
ผมรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมนึกเสมอว่า ผมเกิดมาเป็นข้าของแผ่นดิน ต้องสนองคุณแผ่นดิน และผมสำนึกมาตลอดว่า แผ่นดินไทยของเรานั้น ร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา ก็ด้วยพระบารมี
ผมยืนตรงนี้ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอยืนยันว่าในฐานะรัฐบาลนี้ จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ให้ใครนำมาสร้างความขัดแย้งทางการเมืองทั้งปวง หรือดึงลงมาข้องเกี่ยวกับการเมือง
ขอบคุณประชาชนทุกท่าน ที่สนับสนุนให้กำลังใจให้ผมมายืนตรงนี้ ผมทราบดีว่าสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่ปกติและเป็นวิกฤต และประชาชนคนไทยมีความทุกข์ และผมถือว่าผมเป็นนักการเมืองในวิถีทางประชาธิปไตยผมเป็นอาสาสมัคร และผมไม่มีสิทธิที่จะหนีปัญหา หรือปฏิเสธความรับผิดชอบ เมื่อเสียงข้างมากซึ่งเป็นเสียงข้างหนึ่งในสภามีปัญหา และส.ส.ส่วนใหญ่ได้ตัดสินใจสนับสนุนผมขึ้นมาตามหลักประชาธิปไตย และตามวิถีทางกระบวนการรัฐสภา
หน้าที่เบื้องต้นของผมคือ การยุติการเมืองที่ล้มเหลว ที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง แบ่งฝักฝ่าย แบ่งภาค แบ่งสีของประเทศในขณะนี้ ผมจะขจัดการเมืองที่ล้มเหลวออกไป นำความสมัครสมานสามัคคีกลับมา อาศัยความยุติธรรมนำหน้า
รัฐบาลภายใต้การนำของผม จะยึดหลักนิติธรรม นิติรัฐ เคารพความเสมอภาค ยึดถือการปกครองในระบอบประชาธิปไตย วันนี้ประเทศเราต้องมีความสามัคคี
ผมยืนยันว่า จะทำงานให้คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือกผม สนับสนุนหรือต่อต้านผม ท่านจะเป็นใครก็ตาม ถ้าไม่คิดร้ายต่อบ้านเมือง ท่านไม่ใช่ศัตรูผม และเป็นคนที่ผมจะต้องรับใช้เต็มความสามารถ
งานที่รัฐบาลก่อนเคยดำเนินการ ถ้าดีผมจะไม่ทิ้ง จะสานต่อ ทั้งเรื่องรักษาฟรี กองทุนที่ลงไปในชุมชนต่างๆ ผมทราบดีว่า ปัญหาในใจของประชาชนในขณะนี้ คือ เรื่องเศรษฐกิจ การฟื้นเศรษฐกิจจึงเป็นงานสำคัญเร่งด่วนอันดับแรก
ผมตั้งใจยิ่งที่จะดูแลพี่น้องเกษตรกร ไม่ให้ได้รับผลกระทบต่อราคาผลผลิตตกต่ำ ไม่ว่ าจะเป็นข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์ม ผมจะดูแลประชาชนที่อยู่นอกภาคเกษตรให้มีงานทำ มีร้ายได้ มีโอกาส
ผมจะทำทุกอย่างเพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ตามวาระประชาชนที่ผมเคยเสนอ ทันทีที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐบาลสภา ผมจะเสนอแผนฟื้นเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนทั้งภาคแรงงาน เกษตร การลงทุน ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์
แต่ขณะเดียวกัน แม้บ้านเมืองและเศรษฐกิจ จะมีวิกฤตอย่างไร เราก็ต้องแก้ปัญหาระยะยาวด้วย ไม่ควรปล่อยให้ปัญหาสะสม หมักหมม มาเป็นปัญหาในอนาคตผมยืนยันว่า งานการศึกษาเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ ผมจะผลักดันเรื่องเรียนฟรี รวมถึงด้านแหล่งน้ำ ถนน การคมนาคม การสื่อสาร และอินเตอร์เน็ต และสนับสนุนพลังงานทดแทน สิ่งเหล่านี้จะต้องเริ่ม และผลักดันอย่างรวดเร็ว
เพราะผมไม่แค่อยากให้เรายืนแข่งขันกับประเทศอื่นได้เท่านั้น แต่ผมอยากเห็นประเทศไทยเป็นต้นแบบการพัฒนาตามวิถีทางประชาธิปไตย ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมกำลังจะดำรงแหน่งประธานอาซียน ผมตั้งใจให้ประเทศสมาชิก มีความมั่นใจในการนำของเรา ในฐานะเจ้าภาพการประชุมที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ในฐานะนักการเมืองอาชีพ ผมถือว่า วันนี้ผมได้รับโอกาสอันสูงสุดจากประชาชน ในแนวทางประชาธิปไตย ผมเป็นผู้แทนมา 7 สมัย เคยเป็นรัฐมนตรี ผู้นำฝ่ายค้าน และปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรค บรรดาประสบการณ์ความรู้ทั้งหมด ผมจะนำมาใช้บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์สุจริต
ผมขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า ผมจะไม่ละทิ้งอุดมการณ์และแนวทางของผม แล้วปล่อยปละให้เกิดความไม่ถูกต้องขึ้นในบ้านเมือง หรือไปทำในเรื่องที่มิชอบ
ผมขอเรียนเป็นสิ่งสุดท้ายว่า นักการเมืองอาชีพ สิ่งที่สำคัญและเป็นประสบการณ์ที่สุด คือความผูกพันต่อประชาชน ผมเคยเป็น ส.ส.กทม. 4 สมัย วันที่ผมเคยไปสัมผัสไปขอเสียง ผมได้สัมผัสคนยากจน คนลำบาก ผมไม่ลืมความทุกข์ยากเหล่านั้น ผมต้องแก้ไข โดยเฉพาะยามที่เศรษฐกิจมีปัญหา ผมไม่ลืมพี่น้องในภาคอีสาน ที่ผมเคยใช้เวลาหลายครั้งไปเยี่ยม ที่เคยไปทำวาระประชาชน และเรื่องเศรษฐกิจต่างๆ
ผมไม่ลืมพี่น้องภาคใต้ ที่ยืนเคียงข้างทางการเมืองผมมาตลอด ผมรู้ว่า ชาวใต้ใฝ่ฝันอยากให้เกิดความเป็นธรรม ผมไม่ลืมพี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ใฝ่ฝันให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่ ผมไม่ลืมพี่น้องภาคเหนือ ที่ผมเคยไปเยี่ยมหลายครั้ง ทั้งในยามสุข ยามทุกข์ ที่มีภัยธรรมชาติ
ผมจำได้ว่าในการหาเสียงที่ผ่านมาในภาคเหนือ มีเด็กคนหนึ่งวิ่งตามรถหาเสียง แล้วตะโกนกับผมว่า อยากจะฝากบ้านเมืองไว้กับผม
พี่น้องภาคอีสานครับ 16-17 ปี ในถนนการเมือง ผมไปเยี่ยมท่านหลายครั้ง ได้รับทราบปัญหาความทุกข์ ผมยังจำได้ เมื่อครั้งได้ปั้นข้าวเหนียวและสนทนากันที่ไร้มันสำปะหลัง ผมไม่ลืม และที่ผมอดจะเอ่ยถึงไม่ได้ คือ คุณยายเนียน ที่ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ที่เมื่อครั้งตอนที่ผมไปหาเสียง คุณยายให้แหวนวงหนึ่งกับผม พร้อมบอกว่า ยายได้หมั้นอภิสิทธิ์ไว้กับคนอีสานแล้ว (ชูแหวนวงดังกล่าวขึ้นด้วยมือขวา และกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ)
ไม่รู้ว่ายายจะได้ยินที่ผมพูดหรือไม่ แต่อยากบอกกับยายครับว่า วันนี้คนที่ได้รับแหวนจากท่าน จะทำงานให้ท่าน ญาติพี่น้องท่าน คนอีสานทุกคน ทำงานเพื่อคนอีสาน และคนทั้งชาติ คนทุกภาค ด้วยความทุ่มเท ซื่อสัตย์สุจริต
ผมทราบดีว่า คน 1 คน ทำไม่ได้ทุกอย่าง ผมคงไม่สามารถทำให้ทุกคนรักผม สนับสนุนผม ทำทุกอย่างให้ผมได้ แต่ยืนยันว่าผมจะฟังเสียงทุกคน ทำงานให้ทุกคน จะขอทำงานเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์
ผมพูดมาตลอดว่า ถึงแม้ชีวิตผมได้ไปใช้ชีวิตในต่างแดนในช่วงระยะหนึ่ง แต่ผมไม่เคยรู้สึกว่ามีที่ไหนน่าอยู่เท่าประเทศไทย ผมเชื่อมั่นในคนไทย ประเทศไทย ว่าไม่ว่าเราจะเจออุปสรรคหนักแค่ไหน
ผมเชื่อว่า ถ้าผมได้ความร่วมมือจากประชาชนคนไทยทั้งประเทศ พลังของเรา จะทำให้เราผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ เราจะทำได้ เพื่อที่จะได้สร้างอนาคตที่ดีไว้ให้กับลูกหลานคนไทยทุกคน
ข้อมูลเพิ่มเติม - วีดีโอคลิปคำประกาศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ที่มา - มติชน
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

