ทักษิณประกาศสู้ จะกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง จะขอตายที่อีสาน
ในการสัมมนาพรรคเพื่อไทย เรื่อง "การทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างมีประสิทธิภาพ" เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน นายจำลอง ครุฑขุนทด และนายพินิจ จันทรสุรินทร์ อดีตรมว.เกษตรฯ ร่วมบรรยาย
ร.ต.อ.เฉลิม พูดเกริ่นมาว่า เดี๋ยวจะพูดคุยกับอดีตนายรัฐมนตรี จากนั้นมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งยื่นโทรศัพท์จ่อที่ไมโครโฟน ซึ่งทราบภายหลังว่า เป็นโทรศัพท์ส่วนตัวของ น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ บุตรสาวนายสมชายและนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
ขอขอบคุณทุกคนที่ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยในวันนี้ ต้องขอบคุณอย่างสูง ท่านทั้งหลายที่อยู่กับพรรคเพื่อไทยในวันนี้ ต้องถือว่ามีอุดมการณ์ทางการเมือง ไม่ขายตัวและสองยังรักผม ไม่อยากทิ้งผมไปในยามที่ผมยังลำบาก และขอย้ำว่าผมจะไม่ลืมบุญคุณ กับผู้ที่มีบุญคุณกับผมและเชื่อว่า วันหนึ่งผมจะได้กลับไปทำหน้าที่ในประเทศไทย อยู่กับท่านต่อไป
"ผมมั่นใจว่า จะได้กลับประเทศไทย จากที่ผมเคยประกาศว่า จะวางมือทางการเมือง แต่การกลั่นแกล้งทางการเมือง กลับเข้มข้นขึ้น ก็ขอบอกใหม่ว่า ผมพร้อมที่จะกลับไปสู้ทางการเมืองต่อไป เพราะถ้าผมยอมแพ้ เท่ากับว่าประชาชนทั้งประเทศที่เคยได้รับอานิสงส์ จากการทุ่มเททำงานของผมกับเพื่อนๆ ทั้งหลาย ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย
เราจึงไม่ยอมให้ประชาชนพ่ายแพ้ ผมแพ้ไม่เป็นไร ผมเจ็บปวดไม่เป็นไร ผมทุ่มเททำงานให้กับบ้านเมืองขนาดนี้ แต่ผมถูกรังแกขนาดนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่า มีบุคคลที่ไม่ต้องการให้มีผู้นำ ที่จะมาทำงานให้บ้านเมือง ต้องการแค่ผู้นำที่อยู่ไปวันๆ หนึ่ง แต่ประชาชนไม่ต้องได้อะไร "
"ผมคิดว่ามันเป็นความเจ็บปวดของคนทั้งประเทศ ผมคิดว่าจำเป็นจะต้องต่อสู้และความรับผิดชอบบนแผ่นดินไทยของผมยังมีอยู่ การที่เขาชนะและคิดว่าจะต้องล้มผมให้ได้ ก็ต้องกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี และมีกระบวนการให้เห็นว่า การไม่จงรักภักดี จะต้องลงโทษอย่างไร ซึ่งไร้สาระที่สุด และผมจะไม่ยอมให้ความเข้าใจผิดอย่างนี้ มีอย่างต่อเนื่อง
ผมก็จะต่อสู้และพูดพร้อมกันไป ถ้าจะให้ผมยอมแพ้ ผมทำไม่ได้ และพวกท่านที่อยู่ข้างเคียงผมวันนี้ ก็ขอให้สบายใจได้เลยว่า ผมจะไม่ทิ้งพวกท่านเช่นกัน ผมอยากเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคมไทย ผมจึงจะหาความยุติธรรมให้เจอ ไม่ว่าจะเจอมันบนสวรรค์หรือในนรกก็ตาม
แม้วันนี้คนจะเห็นว่า พรรคเราไม่มีผู้นำ แต่ความจริงแล้ว พวกท่านทั้งหลายทุกคนคือผู้นำ ท่านก็ต้องช่วยกัน แบบนักการเมืองผู้ใหญ่ที่อยู่กันแบบพี่น้อง เพื่อนฝูง ที่จะต้องช่วยกันประคับประคอง โดยผมเอง จะคอยดูแล ให้กำลังใจและสนับสนุนผู้ที่ทำงาน ให้มีกำลังใจในการทำงาน ให้สำเร็จอยู่ใกล้ๆ
ผมให้เบอร์โทรศัพท์ ส.ส.ทุกท่านอยู่แล้ว โทรหาได้ตลอดเวลา มีใครมาอ้างชื่อผม ก็โทรมาสอบถามได้ตลอดเวลา ถ้าผมไม่รับ แสดงว่าเป็นเวลากลางคืน แล้วผมจะโทรกลับหาท่านตอนเช้า
“ทุกวันนี้มีคนมาอ้าง ซึ่งผมจะยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง คือมีคนเอาเงินมาแจก ส.ส. และพวกเราบางคนก็ไปรับด้วย แล้วก็บอกว่าเฮ้ย กูจะมีเงินอะไร กูทำให้นาย มึงไปถามนาย นายก็ไม่รับหรอก เพราะกูทำให้นาย บอกได้เลยว่า เป็นการโกหกที่ใช้ไม่ได้เลย ผมไม่ได้เป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก ผมเป็นคนตรงไปตรงมา ผมไม่มีวันให้เงินใครมาทำร้าย มาแข่งขันกับคนที่เป็นเนื้อแท้ของเราเด็ดขาด
คนที่แอบอ้างคือคนที่ขี้ขลาด คนจริงต้องสู้กันแบบลูกผู้ชาย ไม่ใช่ใช่วิชาโกหกตอแหล ก็ขอให้ทุกคนสบายใจได้ว่าเราเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีสอง ส่วนคนที่อาจจะเดือดร้อน มีอะไรก็ให้คุยกับแกนนำของเราหรือไม่ก็โทรหาผม พวกเราจะต้องเป็นเสือ ที่เวลาหิวจะนอน เวลาหมาหิวมันจะร้อง ดังนั้นทุกคนมีอะไรก็พูดกันมา ใครมีปัญหา มีอะไร ผมช่วยได้ ผมก็จะทำ
วันนี้ ผมฟังสัมภาษณ์คนเสื้อแดงหลายคน ก็ยืนยันว่ามาต่อสู้เพื่อผม เพราะเขาไม่เคยเห็นใคร ทุ่มเททำงานให้บ้านเมือง แล้วโดนรังแกขนาดนี้ ก็เลยอยากบอกทุกคนว่า มีประชาชนจำนวนมากที่มองเห็นความไม่เป็นธรรมครั้งนี้
สิ่งที่เขาจะทำต่อไปนี้คือ ระบบสองมาตรฐานคือ ประชาธิปัตย์ทำอะไรไม่ผิด แต่ไทยรักไทยทำอะไรผิดหมด เขาทำไปเรื่อยๆ โดยเราก็ต้องยิ้ม ให้เขาทำ วันนี้การดำเนินการสองมาตรฐาน การกลั่นแกล้งพวกเราสีแดงผิดหมด สีเหลืองถูกหมด มันสั่งสม สักวันมันระเบิดขึ้นมา แล้วมันจะไม่คุ้มเลยสำหรับประเทศไทย
สำหรับคนที่ทำ อาจจะอายุมากแล้ว แต่กำลังทิ้งบาปไว้ให้กับสังคมไทย วันนี้ผมอาจจะเจ็บปวดที่สุด แต่ก็เป็นคนเดียว ครอบครัวเดียว แต่ความเจ็บปวด มันกำลังตอกลิ่ม ลงไปในใจคนจำนวนมากหลายล้านคนในประเทศไทย หากเขาคิดเป็นและฉลาดพอ จะรู้ว่าเขากำลังสั่งสมความไม่ดีในหัวใจคน จนเสื่อมความศรัทธา
อยากจะบอกว่า ให้ทุกคนรักประชาชนให้มาก เป็นนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ ก็ไม่ต้องไปหวั่นไหว การเป็นฝ่ายค้านวันนี้ มันต้องอดทน เมื่อมีฝนตก ก็ต้องมีแดดออก
การเป็นฝ่ายค้านวันนี้ กำลังสั่งสมคะแนนครั้งใหญ่ เพราะรัฐบาลชุดนี้ มันเป็นรัฐบาลเสือหิว รวบรวมเสือหิว เสือหาย เสือโหย ทั้งนั้นไปอยู่ด้วยกัน หลายคนที่ออกไป เพราะมีโครงการรออยู่ ทำโครงการเอาไว้ ก็คิดจะไปถอนทุนกันต่อ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์นั้น ถูกสร้างมาเพื่อทำลาย ไม่ได้สร้างมาเพื่อแก้ปัญหา ดังนั้นแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ยากมาก
ดังนั้น พวกเราอย่าหวั่นไหวไปกับงบประมาณที่มันผิดกฎหมาย ที่เขากล้าทำ วันนี้อย่าไปหวั่นไหวกับสิ่งเหล่านี้ แล้วก็ให้ประจาน เปิดเผยว่ามีสิ่งผิดปกติอะไรบ้าง
"บอกประชาชนว่า ผมพร้อม ถ้าประชาชนพร้อม ผมพร้อมจะกลับไป เป็นนายกฯให้ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ถ้าประชาขนพร้อมเมื่อไร ผมก็พร้อมเมื่อนั้น ถ้าประชาชนยอมพ่ายแพ้ ก็ถือว่าผมหมดหน้าที่
ถึงแม้ผมจะต้องอยู่ต่างประเทศอีกนาน แต่ผมจะไม่ยอมตายในต่างประเทศแน่นอน อย่างมากที่สุด ผมสู้ไม่ได้ ผมก็จะแอบลักลอบ เข้าไปตายในอีสาน ถ้าสักวันหนึ่ง พี่น้องประชาชนบอกว่า บ้านเมืองต้องการผม ผมก็จะกลับไปทำหน้าที่
ในที่นี้มีอยู่ 2 ส่วนคือ ส.ส.ปัจจุบันกับ ส.ส.ในอนาคต แต่ก็หวังว่า ผู้เป็น ส.ส.อยู่ จะไม่หนีทัพกลางคัน หลายคนถูกเรียกให้ไปเอางบประมาณ แล้วพออภิปรายไม่ไว้วางใจ "เอ็งต้องอย่ามา ไปหลบอยู่ที่บ้านข้า" ผมรู้หมด ซึ่งท่านต้องคิดว่า ทำอะไร มองยาว อย่ามองสั้น
การเมืองยังอีกยาวนานและการเมืองตอนนี้ ผมคิดว่า เศรษฐกิจและสังคมในประเทศมีปัญหา ทั่วโลกมีปัญหา ความสามารถในการแก้ปัญหาโดยเด็กสองคน ก็ลำบาก เด็กสองคนช่วยกันแก้ ก็คงยาก มันไม่ง่ายอย่างที่คิด
ผมขอขอบคุณที่ไม่ทิ้งผมยามนี้ แต่เมื่อเราเดินทางมาถึงทางแยก ผมจะตรงไป บางคนจะขอเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ก็ไม่ว่ากัน แต่ไม่เป็นไร เพราะผมมั่นใจว่า จะกลับไปทำงานให้บ้านเมืองแน่นอน แม้เมื่อไรยังไม่รู้ แต่เมื่อไรก็ไม่เป็นไร ผมจะรักษาเนื้อรักษาตัวให้แข็งแรง
เมื่อวานเพิ่งไปตรวจเลือดมา ก็พบว่าร่างกายก็ยังแข็งแรงอยู่ ไม่มีโรค ไม่มีไข้ ไม่เจ็บ ไม่ป่วย สุขภาพจิตใจ ได้รับการชะโลมจากกองเชียร์ พี่น้องประชาชนคนเสื้อแดง ที่รักผมทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพรรคเพื่อไทย และพวกที่กำลังจะกลับมาอยู่ในพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นกำลังใจชะโลมใจผม
ตรงนี้ต้องขอบคุณอีกครั้ง ในน้ำใจที่มีต่อผม ท่านเฉลิม ท่านวิทยา ท่านพินิจ (จันทรสุรินทร์) ท่านจำลอง (ครุฑขุนทด) ท่านปลอดประสพ (สุรัสวดี) ท่านยงยุทธ โดยเฉพาะน้องสาวผมสองคน เยาวภากับยิ่งลักษณ์ ที่เหนื่อย เครียด บางทีก็ถูกด่าบ้าง ก็ทนกันมา วันนี้ทุกคนได้ช่วยกันเต็มที่ จตุพร ณัฐวุฒิ วีระ อดิศร จาตุรนต์ ทุกคนช่วยกันหมด
ก็ขอให้ทุกคนอย่าต้องมาประสบเคราะห์ภัยอย่างผม ผมรับมาทั้งหมดพอแล้ว ขอยืนยันอีกครั้ง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมสู้ไม่ถอยครับ ผมเป็นคนที่ยิ่งโดนยิ่งสู้ ถ้าพูดกันดีๆให้ถอย ผมก็จะถอยนะ เต็มใจถอย แต่ยิ่งโดน ยิ่งสู้ แล้วถ้าโดนอีก ก็จะสู้หนักขึ้นไปอีก ถ้าเล่นผมหนักขึ้นอีก ผมก็จะเล่นหนักขึ้นอีก ผมก็ไม่กลัว แต่ถ้าเลิกเล่นกับผม คุยกับผมดีๆ ผมก็คุยทุกเรื่อง นี่คือนิสัยผม
อีกเรื่องก็เรื่องที่พูดว่า ผมโดนยึดเงินที่ประเทศอังกฤษ มันโกหกทั้งนั้น เพราะผมไม่เคยมีบัญชีที่อังกฤษแม้แต่บาทเดียว ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผมก็เพิ่งขายทีมฟุตบอลไป เงินก็ไม่ได้ใช้อะไร แค่เดินทางปีละร้อยกว่าล้าน ก็พออยู่ได้อยู่ คงไม่ได้ไปเก็บตังค์ชาวบ้านมาส่งผม ฟังแล้วอยากร้องไห้ ขอขอบคุณทุกคนและไม่ว่าจะมีอะไร สามารถโทรหาผมได้ทุกคน "
พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดสัมมนา ส.ส.พรรคขึ้นที่โรงแรมกรีนเนอร์รี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 ในหัวข้อ "เพื่อไทย เพื่ออนาคตประเทศไทย" "เพื่อไทย ผูกพัน ร้อยประสบการณ์" โดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคและ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ประธานที่ปรึกษาพรรค ทำหน้าที่เป็นประธาน
มีบุคคลใน "ครอบครัวชินวัตร" เข้าร่วมสังเกตการณ์ อาทิ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คณะกรรมการเลือกผู้สมัคร ส.ส.พท. นายพายัพ ชินวัตร น้องสาว-น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ชินณิชา ชินวัตร ส.ส.เชียงใหม่
มีแกนนำพรรค อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา และประธานวิปฝ่ายค้าน นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน เข้าร่วมประชุม พร้อมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน เช่น นายชานนท์ สุวสิน อดีตผู้อำนวยการพรรคไทยรักไทย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลพรรคไทยรักไทย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
‘ทนง’ ให้นึกอีก 3 ปี 111 พ้นโทษ เราคุมทั้งประเทศ
นายทนง พิทยะ กล่าวบรรยายในหัวข้อ "อุดมการณ์และแนวทางสู่ความสำเร็จของพรรค" ว่า ต้องขอแสดงความยินดีกับ พท.ที่ถือว่า พรรคนี้เป็นพรรคที่ 3 ซึ่งที่ผ่านมาพวกเราคิดยาว ดังนั้น ให้ลองนึกภาพว่า อีก 3-5 ปีนั้น เราจะเดินทิศทางไหน เพราะอีกเพียง 3 ปี นายยงยุทธ ติยะไพรัช และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คนก็จะกลับมารวมกันในทีมอีกครั้ง
" ตอนนั้น จะไม่มีใครใหญ่เท่าเราแล้ว เราคุมทั้งประเทศ แต่ตอนนี้ให้คิดว่า กำลังฝึกงานอยู่ ซึ่งตอนที่อยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ พวกเราได้คิดถึงอนาคตตลอด มีการวางวิสัยทัศน์ตลอด แม้ขณะนี้จะเป็นฝ่ายค้าน แต่ก็เป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นขอให้พวกเราอดทนนิดเดียว ใจเย็นๆ" นายทนงกล่าว
‘เสื้อแดง’ จัดวาเลนไทน์ขายบัตรระดมทุน อาจชุมนุมยืดเยื้อ
ด้านแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เตรียมวางยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน กดดันรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถ้าไม่ได้รับการตอบรับในเงื่อนไข 4 ข้อ ที่เรียกร้อง คือ
1.ให้ปลดนายกษิต ภิรมย์ จากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
2.ให้ดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จากกรณียึดทำเนียรัฐบาล ปิดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง
3.ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 โดยใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ คปพร. และ
4.ให้นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภา โดยให้เวลาดำเนินการ 15 วัน นับตั้งแต่คืนวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา หลังนำผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 30,000 คน จากสนามหลวงบุกล้อมหน้าทำเนียบรัฐบาลพร้อมประกาศ 4 เงื่อนไขดังกล่าว
ทั้งนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะแกนนำ นปช. และผู้จัดรายการความจริงวันนี้ ทางดี สเตชั่น ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ว่า ในช่วงระยะเวลา 15 วันนี้ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะดำเนินการตาม 4 ข้อเรียกร้อง แต่หลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของคนเสื้อแดงที่จะดำเนินการต่อไป
ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ คนเสื้อแดงจะจัดงาน "วันแห่งความรักประชาธิปไตย" ที่วัดเวฬุวนาราม (วัดไผ่เขียว) เขตดอนเมือง เพื่อเป็นการสังสรรค์ครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะออกรบ โดยงานดังกล่าวจะประกาศถึงยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนของคนเสื้อแดงว่า จะมียุทธวิธีอย่างไร นอกจากนี้ ยังถือเป็นการจัดงานระดมทุน เพื่อสะสมเสบียงกรังก่อนออกศึกที่อาจจะยาวนานด้วย
"วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันสุดท้ายที่เราสนุกสนานเฮฮากัน โดยเปิดขายบัตรที่นั่งละ 1,000 บาท จากนั้น จะเดินหน้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยเมื่อครบ 15 วัน คนเสื้อแดงจะนัดชุมนุมกันอีกครั้งหนึ่ง ส่วนจะเป็นวันไหนนั้นยังไม่แน่ชัด
แต่กำหนดไว้ที่วันอังคารใด อังคารหนึ่งหลังจากครบ 15 วันไปแล้ว โดยจะนัดรวมตัวกันที่ท้องสนามหลวง ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล ภายในเวลา 11.00 น." นายจตุพรกล่าว
วันเดียวกัน ที่โรงแรมพลาซา แอทธินี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีกลุ่ม นปช.ประกาศชุมนุมใหญ่และยืดเยื้อในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เพื่อทวงข้อเรียกร้อง 4 ข้อ จากรัฐบาลว่า ถ้าเคลื่อนไหวภายใต้กรอบของกฎหมายเป็นสิทธิที่ทำได้ ไม่เป็นปัญหา ก่อนหน้านี้ ก็มีหลายกลุ่มชุมนุมยืดเยื้อ
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าสถานการณ์จะกลับมาสู่วังวนเก่าๆ เหมือนที่กลุ่มพันธมิตรทำหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เชื่อว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะแนวทางการทำงานของรัฐบาลไม่เหมือนกัน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยังคงกล่าวย้ำถึงการพิจารณาข้อเสนอของกลุ่ม นปช. ว่า บางเรื่องรัฐบาลกำลังทำอยู่ เช่น เรื่องการดำเนินคดีกับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย แต่บางเรื่องรัฐบาลทำไม่ได้ เช่น การยุบสภา ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะกำลังแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอยู่ จะให้สะดุดไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มเสื้อแดงตั้งข้อสังเกตว่า ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปลอดภัยและรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ศ… จะบังคับให้มีผลย้อนหลัง ทำให้โทษที่ดำเนินกับกลุ่มพันธมิตรมีโทษปรับแค่ 500 บาท เท่านั้น
นายสุเทพกล่าวว่า กฎหมายยังไม่ตราออกมา ซึ่งถ้ากฎหมายออกมา ก็ไม่มีผลย้อนหลัง ส่วนจะไปเจรจากับกลุ่ม นปช.หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า "เขาคงไม่อยากคุยกับผม" เมื่อถามว่า รัฐบาลประมาทกลุ่ม นปช.เกินไปหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ได้ประมาท
นายสุเทพยังกล่าวปฏิเสธข้อเรียกร้องให้ปลดนายกษิต เนื่องจากมีประวัติมัวหมอง มีส่วนร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรยึดทำเนียบรัฐบาล และยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า คำว่าประวัติมัวหมอง สำหรับคนที่มีคุณสมบัติที่จะเป็นรัฐมนตรี หมายถึงความมัวหมองในการปฏิบัติราชการ
แต่นายกษิตไม่มีความมัวหมองในส่วนนี้ เพราะก่อนขึ้นเวทีพันธมิตรหรือเวทีอะไรก็ตาม ก็พูดจากันไปตามความเชื่อตามความคิดของแต่ละคน ตนก่อนที่จะมาเป็น ส.ส. ก็ขึ้นเวทีปราศรัยมามากมาย ซึ่งรัฐบาลไม่นำประเด็นนี้มาพิจารณาคุณสมบัติของคนที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี
ส.ส.ปชป.แหยง องค์กรนอกประเทศแทรกแซง
ที่ รัฐสภา นพ.บุรณัชย์ สมุทรรักษ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า อยากให้แกนนำพรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่ม นปช. ทบทวนและยุติการเคลื่อนไหว เพราะหลังจากที่ได้ทำหนังสือถึงศาลโลก สหประชาชาติ สหพันธ์รัฐสภาระหว่างประเทศ
รวมถึงกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำ นปช. ที่ทำหนังสือถึงเอกอัครราชทูตอาเซียน 9 ประเทศ เพื่อไม่ให้มาร่วมประชุมอาเซียนซัมมิท ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทำให้ทั้งหมดเป็นคำถามที่สื่อต่างชาติมีต่อไทย ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีไปประชุมที่เมืองดาวอส สหพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์
และการกระทำดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้องค์กรนอกประเทศเข้ามาแทรกแซงการเมืองของไทย หากพรรคเพื่อไทย มีข้อสงสัยเรื่องของความชอบธรรมของรัฐบาล องค์กรอิสระภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญ เปิดช่องให้ตรวจสอบอยู่แล้ว
นพ.บุรณัชย์กล่าวต่อว่า การสร้างความเชื่อมั่นจากต่างชาติเป็นเรื่องสำคัญ การชุมนุมของ นปช.แม้ที่ผ่านมาจะชุมนุมอย่างสงบ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตั้งใจชุมนุมในวันที่นายกรัฐมนตรีร่วมประชุมอยู่กับผู้นำในเวทีโลก ทำให้การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนต่างชาติ ต้องเสนอข่าวการชุมนุมในไทยไปด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในประเทศไทย
ทั้งนี้ เห็นว่าพรรคเพื่อไทยควรมีบทบาทช่วยคลี่คลายวิกฤตทางการเมือง เพราะเงื่อนไขของกลุ่ม นปช.ที่เสนอมา 4 ข้อ เป็นการเสนอคำขาด แต่พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นแนวทางเจรจา จึงหวังว่า ช่วง 15 วัน ที่ นปช.ขีดเส้นตายรัฐบาลนั้น จะเป็นโอกาสที่การเจรจาหารือเริ่มต้นขึ้น ซึ่งทราบมาว่ารัฐบาลพยายามร้องขอให้กลุ่มเสื้อแดง ส่งแกนนำมาเจรจา แต่ได้รับการปฏิเสธมาตลอด เช่นเดียวกับที่วิปฝ่ายค้าน ก็ปฏิเสธเช่นเดียวกัน
"พรรคประชาธิปัตย์อยากให้แกนนำพรรคเพื่อไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อแดง ให้ช่วยเปิดทางมีการพูดคุยถึงข้อห่วงใยต่างๆ กับรัฐบาล เพราะมิเช่นนั้น จะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายหากมีการชุมนุมในช่วงประชุมอาเซียนซัมมิท ปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้" น.พ.บุรณัชย์กล่าว
ที่มา - ประชาไท
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

