10 ผู้นำประเทศอาเซียน ลงนาม "ปฏิญญาชะอำ-หัวหิน"
เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2552 ระหว่างเวลา 11.15-11.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศ ได้ร่วมลงนามเอกสารผลการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ได้แก่
ปฏิญญาชะอำ-หัวหิน ว่าด้วยแผนงานสำหรับประชาคมอาเซียน ปี ค.ศ. 2009 – 2015 ณ ห้องรอยัล ดุสิต แกรนด์ บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ. ชะอำ จ. เพชรบุรี
นอกจากนี้ ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน ได้ให้การรับรองและออกเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการ ประชุมฯ อีก 6 ฉบับ และรับทราบเอกสารอีก 7 ฉบับ รวมทั้งเป็นพยานเอกสารที่ลงนาม โดยรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน 1 ฉบับ ดังนี้
เอกสารที่ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนให้การรับรอง จำนวน 6 ฉบับ ได้แก่
1. แผนงานการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน
2. แผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
3. แผนงานข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน ฉบับที่สอง ค.ศ. 2009-2015
4. ปฏิญญาร่วมว่าด้วยการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษในอาเซียน
5. แถลงการณ์ว่าด้วยความมั่นคงด้านอาหารในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งแผนนโยบาย บูรณาการความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน และแผนกลยุทธ์ความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน
6. แถลงการณ์ว่าด้วยวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลก
เอกสารที่ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนรับทราบ จำนวน 7 ฉบับ ได้แก่
1. รายงานประจำปีของเลขาธิการอาเซียน เรื่องการดำเนินงานของอาเซียน ต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14
2. รายงานของเลขาธิการอาเซียน ว่าด้วยพัฒนาการการอนุวัติแผนปฏิบัติการเวียงจันทน์
3. รายงานของเลขาธิการอาเซียน ว่าด้วยการติดตามผลการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง
4. รายงานของผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน
5. สรุปรายงานตารางความคืบหน้าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และตารางความคืบหน้าประชาคมอาเซียน
6. รายงานการดำเนินโครงการเผยแพร่ ปีแห่งความรู้เกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2551
7. รายงานว่าด้วยการแข่งขันเพลงประจำอาเซียน
เอกสารที่ลงนามโดยรัฐมนตรีต่างประเทศ โดยมีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นพยาน จำนวน 1 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียม
***********
แถลงการณ์ของประธานอาเซียน
ในโอกาสการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 อำเภอชะอำ วันที่ 28 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2552 โดยสำนักโฆษกฯ (คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)
1. เราประมุขของรัฐและหัวหน้ารัฐบาล ของรัฐสมาชิกของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้มาพบกันที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ประเทศไทย เป็นครั้งแรกภายใต้กฎบัตรอาเซียน ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์- 1 มีนาคม 2552เราได้หารือกันอย่างกว้างขวางเปิดกว้างและบรรลุผลสำเร็จ ภายใต้หัวข้อหลัก “ กฎบัตรอาเซียนเพื่อประชาชนอาเซียน ”
กฎบัตรอาเซียน
2. เราได้ฉลองการมีผลใช้บังคับของกฎบัตรอาเซียน เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 กฎบัตรนี้ได้วางกรอบทางกฎหมายและทางสถาบัน สำหรับอาเซียนให้เป็นองค์การที่มีกฎหมายเป็นพื้นฐาน มีประสิทธิภาพและมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อปูทางไปสู่การบรรลุประชาคมอาเซียนภายในปี 2558ในการนี้ เราได้มีอาณัติให้องค์กรต่าง ๆ ของอาเซียนปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎบัตรอาเซียนโดยสมบูรณ์
3. เรายินดีในผลสำเร็จของการประชุม ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของเรา กับสมาชิกของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระดับสูงว่าด้วยกฎบัตรอาเซียน ซึ่งในระหว่างนั้น ข้อเสนอแนะต่างๆ ได้มีขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับ สภาพบุคคลทางกฎหมายของอาเซียน การจัดตั้งกลไกระงับข้อพิพาทและประเด็นทางกฎหมายอื่นๆ ภายใต้กฎบัตรอาเซียน
4. เรายินดีกับความคืบหน้าในการจัดตั้ง คณะกรรมการผู้แทนถาวรประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อเริ่มปฏิบัติหน้าที่แล้ว คณะผู้แทนถาวรประจำอาเซียน จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือ ระหว่างรัฐสมาชิกอาเซียน ปรับปรุงการประสานงานกับสำนักเลขาธิการอาเซียน และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนภายนอกภูมิภาค
5. เราชื่นชมความก้าวหน้าของคณะทำงานระดับสูง ว่าด้วยองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ซึ่งได้เสนอร่างขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ต่อที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552เรารับทราบว่า การจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนอาเซียน จะเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่จะทำให้ อาเซียนเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้ เราตกลงว่า องค์กรนี้ ควรเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ ภายในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ในช่วงปลายปี 2552
6. เราย้ำถึงความจำเป็น ที่จะต้องจัดสรรทรัพยากรอย่างพอเพียง อันรวมถึงงบประมาณและบุคลากรเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ของสำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อให้สำนักเลขาธิการอาเซียน สามารถบรรลุภารกิจและความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นตามกฎบัตรอาเซียน
การเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อสถานการณ์ในระดับภูมิภาค
เสถียรภาพทางการเงิน
7. เราชื่นชมแถลงการณ์ร่วม สำหรับสื่อมวลชนของการประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียน+3 สมัยพิเศษที่จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งสะท้อนถึงพันธกรณีที่แน่วแน่ของประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศ + 3 ที่จะร่วมมือกัน แก้ไขผลกระทบในทางลบของวิกฤตการณ์การเงินโลกปัจจุบัน ที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
8. เรายินดีต่อความคืบหน้าของข้อริเริ่มเชียงใหม่แบบพหุภาคี และชื่นชมต่อการตัดสินใจ ที่จะเพิ่มจำนวนเงินของข้อริเริ่มเชียงใหม่ฯ จากที่เคยตกลงกันไว้ที่ 80 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 120 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยการสนับสนุนทางการเงินที่เพียงพอ และการทำให้กระบวนการเฝ้าระวังมีความเข้มแข็งมากขึ้นข้อริเริ่มเชียงใหม่แบบพหุภาคี จะสามารถเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ ที่จะส่งเสริมความเชื่อมั่น และรื้อฟื้นเสถียรภาพทางการเงินในภูมิภาค เราเรียกร้องให้รัฐมนตรีคลัง ทำงานต่อไปกับประเทศ+3 เพื่อเร่งรัดกระบวนการข้อริเริ่มเชียงใหม่แบบพหุภาคี
นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนการดำเนินการ ตามข้อริเริ่มตลาดพันธบัตรเอเชีย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตลาดการเงินในภูมิภาค โดยเสนอทางเลือกที่เพิ่มขึ้นและความหลากหลายของรูปแบบ ในการออมและการลงทุนในภูมิภาค
9. เราเห็นพ้องกันว่า นโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่สวนกระแสและประสานงานกันมากขึ้น เป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการรับมือกับวิกฤตการณ์การเงินโลก บางรัฐบาลได้ดำเนินแผนกระตุ้นทางการเงิน เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ รวมทั้งดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อให้ภาคธนาคารสามารถดำเนินการได้ต่อไปเราจะพยายามต่อไปเพื่อทำให้แน่ใจว่าโครงข่ายความคุ้มครองทางสังคม อยู่ในสถานะที่จะบรรเทาผลกระทบ ต่อคนยากจนและกลุ่มผู้เสียเปรียบทางสังคม
10. เราตกลงที่จะทำงานคู่ขนานกับข้อเสนอแนะของที่ประชุมสุดยอดของกลุ่ม G-20 โดยเฉพาะในเรื่องการปฏิรูปสถาบันและตลาดการเงินระหว่างประเทศ เรายึดมั่นที่จะต่อต้านมาตรการกีดกันทางการค้าต่างๆ ซึ่งจะทำให้การค้าโลกเลวร้ายลงและทำให้การฟื้นฟูทางเศรษฐกิจล่าช้า
ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน
11. เราตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความท้าทาย จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ และความต้องการของอาเซียนที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และกับประเทศคู่เจรจาอื่นๆ เพื่อให้การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ ที่กรุงโคเปนเฮเกนประสบผลสำเร็จ
12. เราตระหนักถึงความต้องการที่จะแก้ไขปัญหา ที่เกี่ยวโยงกัน ระหว่างความมั่นคงด้านอาหารและความมั่นคงด้านพลังงานอย่างรอบด้าน เราให้คำมั่นที่จะกระชับความร่วมมือกัน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ทั้งภาคการผลิตและภาคการจัดจำหน่ายเราจะทำให้แน่ใจว่า ทรัพยากรและเทคโนโลยี จะได้รับการจัดสรรอย่างเพียงพอเพื่อเพิ่มผลผลิตทาง อาหาร ขณะที่กลไกที่เหมาะสม จะต้องได้รับการพัฒนาเพื่อขจัดการบิดเบือนทางการตลาด สำหรับอาหาร ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในความมั่นคงด้านอาหารในยามวิกฤต
เรายินดีต่อความพยายามที่กำลังดำเนินอยู่ ในการจัดตั้งกองทุนสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนกับประเทศ +3 เพื่อเป็นกลไกถาวรในภูมิภาค
13. เรารับทราบความสำคัญของความร่วมมือด้านพลังงาน เพื่อที่จะรับประกันการเพิ่มพูนความมั่นคงและความยั่งยืนของพลังงาน โดยอาศัยการทำให้มีความหลากหลายของทรัพยากร การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากร การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างกว้างขวางในการนี้ เรายินดีต่อการลงนามในความตกลงอาเซียน ว่าด้วยความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งจะเป็นคุณูปการสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงาน
14. เราเน้นความจำเป็น ที่จะกระชับความร่วมมือในการพัฒนาพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก รวมทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพ เราเน้นย้ำความจำเป็นที่จะส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ร่วมกับพลังงานรูปแบบอื่น ๆ ในสัดส่วนที่มากขึ้นในการนี้ เราได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ร่วมกันกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณ ของพลังงานทดแทน ร่วมกับพลังงานรูปแบบอื่นๆ ภายในห้าปีข้างหน้า เราได้ตกลงที่จะพิจารณาลู่ทางในการพัฒนาภูมิภาคนี้ เป็นศูนย์กลางสำหรับการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานทดแทน
การจัดการด้านภัยพิบัติ
15. เรายินดีกับความสำเร็จของกลไกที่อาเซียนมีบทบาทนำ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากไซโคลนนาร์กิส และให้คำมั่นจะสนับสนุนพม่า ในความพยายามฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยต่อไป โดยเฉพาะหลังการเปิดตัวแผนฟื้นฟูและเตรียมความพร้อม หลังภัยพิบัติไซโคลนนาร์กิสเรายินดีต่อมติที่ประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่จะขยายระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ ของกลุ่มแกนนำสามฝ่ายจนถึงเดือนกรกฎาคม 2553 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการบรรเทาทุกข์ภัยพิบัติ
เราตกลงที่จะพัฒนากลไกระดับภูมิภาค ในลักษณะบูรณาการ เพื่อรับมือกับมหาภัยพิบัติในอนาคต เรารับทราบข้อเสนอของประเทศไทย ที่จะให้การฝึกอบรมและการเพิ่มขีดความสามารถ ในการจัดการภัยพิบัติ โดยศูนย์เตรียมความพร้อมด้านภัยพิบัติในเอเชีย
16. เราตกลงที่จะให้เลขาธิการอาเซียน ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมของอาเซียน ซึ่งสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที เมื่อได้รับการร้องขอจากประเทศสมาชิกอาเซียนที่ประสบภัย ในกรณีมหาภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติธรรมชาติหรือโรคระบาด
เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษและการลดช่องว่างการพัฒนา
17. เรายินดีกับความคืบหน้าของการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ โดยเฉพาะในด้านการให้การศึกษาในเบื้องต้น ความเท่าเทียมกันทางเพศและการต่อสู้กับโรคติดต่อ เราย้ำความจำเป็นที่จะต้องรักษาความสมดุล ระหว่างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ กับการพัฒนาทางสังคมและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มความพยายามของเราในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ
18. เราเน้นความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ของความพยายามร่วมกันในการลดช่องว่างการพัฒนา เพื่อ ทำให้ประชาคมอาเซียน ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางบรรลุผลเรารับรองแผนงานของข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวกันของอาเซียน ฉบับที่ 2 ระหว่างปี 2552-2558 และรับทราบว่า แผนงานดังกล่าว รวมทั้งแผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียนสามเสาหลัก จะช่วยผลักดันให้กระบวนการสร้างประชาคมเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างสมดุล ครอบคลุมและยั่งยืน
ประชาคมการเมืองและความมั่นคง
19. เรายินดีที่แผนงานการจัดตั้งประชาคมการเมือง และความมั่นคงอาเซียนแล้วเสร็จแผนงานดังกล่าว ได้ตั้งเป้าหมายให้อาเซียนเป็นประชาคมที่มีกฎเกณฑ์และมีค่านิยม และบรรทัดฐานร่วมกัน เป็นภูมิภาคที่เป็นปึกแผ่น มีสันติภาพ เสถียรภาพและมีความสามารถตอบสนองกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยยึดมั่นความรับผิดชอบร่วมกันต่อความมั่นคงอย่างรอบด้าน และเป็นภูมิภาคที่ มองออกไปสู่ภายนอกและมีพลวัตร ในโลกที่มีความพึ่งพาซึ่งกันและกันและบูรณาการมากขึ้น
20. เราเรียกร้องให้ดำเนินการ ตามแผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียนด้านการเมือง และความมั่นคงอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพและความรุ่งเรืองในภูมิภาคของเรา รวมทั้งเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์และสวัสดิการของประชาชนอาเซียนในการนี้ เรามอบหมายให้คณะมนตรีประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน จัดลำดับความ สำคัญของการดำเนินการและกิจกรรม เพื่อให้ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน บรรลุผลตามเป้าหมายและสอดคล้องกับหลักการและวัตถุประสงค์ของกฎบัตรอาเซียน
21. เราชื่นชมผลการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนครั้งที่ 3 ที่เมืองพัทยา ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งมีความสำคัญ ต่อการสร้างประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน และเสริมสร้างความสามารถของอาเซียน ในการจัดการกับความท้าทายทางความมั่นคง ใน รูปแบบใหม่ อันรวมถึงภัยพิบัติต่างๆ
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
22. เรายินดีกับผลการประชุมคณะมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนครั้งแรก โดยเฉพาะระบบใบคะแนนของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่ใช้สำหรับติดตามผลการดำเนินการตามพันธกรณีของเรา และแผนการสื่อสารของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะเสริมสร้างความตระหนักในการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
23. เราชื่นชมความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น หลังจากการลงนามปฏิญญาว่าด้วยแผนงาน การจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่เกิดขึ้นในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้ง ที่ 13 ที่สิงคโปร์เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2551 และเน้นย้ำความสำคัญของการบูรณาการทางเศรษฐกิจอาเซียน อย่างทันกาลภายใต้หัวข้อ “ก้าวเดินด้วยกัน ทำงานร่วมกันไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”
สินค้า
24. เราชื่นชมผลสำเร็จของการจัดทำความตกลงอาเซียนว่าด้วยการค้าสินค้า และการลงนามความ ตกลงดังกล่าว โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้เราตระหนักว่า ความตกลงฉบับนี้ ได้บรรจุองค์ประกอบสำคัญต่างๆ ที่จะเสริมสร้างความโปร่งใส ความแน่นอนและการคาดการณ์ได้ ภายในกรอบทางกฎหมายของอาเซียน และเสริมสร้างระบบข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน ซึ่งมีกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐาน อันมีความสำคัญต่อประชาคมธุรกิจอาเซียนและผู้บริโภค
25. เราได้แสดงความยินดีต่อการจัดทำความตกลง ยอมรับร่วมรายสาขาของอาเซียนสำหรับ การตรวจผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยา ตลอดจนการลงนามความตกลงดังกล่าว โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14
การบริการ
26. เรารับทราบความคืบหน้าสำคัญที่มีขึ้น ในการเปิดเสรีการค้าบริการในรอบต่างๆ ของการเจรจากรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน นอกจากนี้ เราพอใจในการดำเนินงานในการเจรจารอบที่ 5 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน ซึ่งส่งผลให้มีการลงนามพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันชุดที่ 7 ในระหว่างการประชุมสุดยอดครั้งนี้
การลงทุน
27. เรายินดีกับการลงนามความตกลง ว่าด้วยการลงทุนฉบับครอบคลุม (เอซีไอเอ) ในระหว่างการประชุมสุดยอดปีนี้ เราชื่นชมที่จะนำเสนอเอซีไอเอที่ทันท่วงที เนื่องการความตกลงฉบับครอบคลุมนี้จะทำให้อาเซียนเป็นที่น่าสนใจ ในฐานะจุดหมายของการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจอาเซียน
การท่องเที่ยว
28. เราชื่นชมพันธกรณีและความพยายามของรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ในการส่งเสริมบูรณาการด้านการท่องเที่ยว เพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน ปี 2554-2558 และการจัดทำแนวพื้นที่เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวอาเซียนเรารับทราบมาตรการแก้ไข เพื่อตอบสนองต่อการถดถอยทางเศรษฐกิจ โดยการประกาศให้ ปี 2551 -2553 เป็นปีแห่งเยาวชนนักเดินทาง ภายใต้ข้อคิดริเริ่มอาเซียนด้านการท่องเที่ยว
วาระการพัฒนารอบโดฮา
29. เรายืนยันเจตนารมณ์ที่จะบรรลุผล วาระการพัฒนารอบโดฮา ดังนั้น เราเรียกร้องให้สมาชิกองค์การการค้าโลก โดยเฉพาะผู้มีบทบาทสำคัญ ให้เร่งรัดการเสริมสร้าง และใช้ความยืดหยุ่นเพื่อให้สามารถสรุปรอบการเจรจานี้ได้ เรายังเรียกร้องให้ประเทศผู้ค้าทั้งปวง ระงับการเพิ่มการกีดกันทางการค้าหรือ การใช้มาตรการบิดเบือนทางการค้า ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ที่อ่อนไหวของตลาดโลกเลวร้ายลง
30. เราเรียกร้องให้ประเทศพัฒนาแล้ว เพิ่มความช่วยเหลือแก่ประเทศกำลังพัฒนา และโดยเฉพาะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด เพื่อเพิ่มพูนการมีส่วนร่วมของประเทศเหล่านั้นในการค้าโลก รวมทั้งลดแรงกระทบจากวิกฤตการณ์โลกในปัจจุบัน
31. เราเรียกร้องให้ เอื้ออำนวยและเร่งรัดกระบวนการภาคยานุวัติองค์การการค้าโลก ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาของประเทศนั้น
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
32. ด้วยส่วนแบ่งที่ใหญ่ที่สุดในระบบเศรษฐกิจ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถมีบทบาทสำคัญในการรองรับผลกระทบของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยการสร้างงานในภาคการผลิตและการบริการ จุดแข็งของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ควรจะถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ พัฒนาต่อไป และป้องกันไม่ให้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันบรรษัทที่เติบโตขึ้นทั้งหลาย ควรจะถูกส่งเสริมให้เป็นหุ้นส่วนกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในสาขาเดียวกัน รวมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เข้ากับห่วงโซ่การผลิตต่างๆ และให้ความสนับสนุนในเรื่องการวิจัยและการพัฒนา การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ แนวทางดำเนินการ และเทคโนโลยี
โดยที่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นหนึ่งในสาขาสำคัญอันดับแรกๆ ที่อยู่ในแผนงานการสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เราจึงควรเร่งรัดการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่างๆ ในการนี้ เราได้มอบหมายให้คณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พัฒนาแผนการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ที่มุ่งเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และปรับตัวต่อสถานการณ์ในภูมิภาค
ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
33. เรารับรองแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เป็นแผนงานในการมุ่งสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อความเป็นปึกแผ่น เป็นเอกภาพ และมีอัตลักษณ์ร่วมกัน ตลอดจนสร้างสังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน ที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและด้วยการผสมกลมกลืนเป็นประชาคมซึ่งความเป็นอยู่ที่ดี การทำมาหากิน และสวัสดิการของประชาชนได้รับการส่งเสริม โดยคำนึงถึงที่กล่าวนี้ เราเน้นความสำคัญของการส่งเสริมความร่วมมือ ในการพัฒนามนุษย์ สวัสดิการสังคม ความยุติธรรมและสิทธิต่าง รวมถึงมุ่งให้เกิดความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน และการลดช่องว่างทางการพัฒนา
34. เราสนับสนุนให้รัฐสมาชิกอาเซียน ส่งเสริมการสร้างความตระหนักรับรู้เกี่ยวกับอาเซียนในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนผ่านการศึกษาและวัฒนธรรมภายใต้การศึกษา เราเห็นว่า การจัดทำหลักสูตรอาเซียนของแต่ละชาติ ในการศึกษาทุกระดับ จะช่วยเตรียมเยาวชนของเราให้พร้อม สำหรับการเก็บเกี่ยวผลสำเร็จจากประชาคมอาเซียน รวมไปถึงการมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียน
เราส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาตลอดชีพและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการส่งเสริมการศึกษาเกี่ยวกับอาเซียนและความรู้เกี่ยวกับอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มประชาชน ในพื้นที่ท้องถิ่นที่ถูกละเลยและกลุ่มผู้ด้อยโอกาส
35. เราเน้นความสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียน ดังนั้น เราจึงยินดีกับการริเริ่มของไทย ในการจัดตั้งสมาคมอาเซียน-ประเทศไทย ซึ่งจะเป็นเวทีให้ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษาและภาคประชาสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการก่อตั้งประชาคมอาเซียนเราส่งเสริมให้รัฐสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ให้จัดตั้งกลไกในลักษณะเดียวกันนี้ เพื่อให้เกิดเป็นเครือข่าย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแบ่งปันข้อมูลและกิจกรรมระดับภูมิภาค
36. เราต้อนรับเพลง The ASEAN Way เป็นเพลงประจำอาเซียนอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นผลที่เป็นรูปธรรม จากการดำเนินการตามกฎบัตรอาเซียน เพลง The ASEAN Way นี้ เป็นลิขสิทธิ์ของอาเซียน โดยสำนักเลขาธิการอาเซียนเป็นหน่วยงานหลัก ที่จะดูแลการใช้เพลงดังกล่าวอย่างเหมาะสมเราส่งเสริมให้ใช้เพลงดังกล่าว ในการประชุมอย่างเป็นทางการและกิจกรรมภายในอาเซียน รวมทั้งการประชุมกับประเทศคู่เจรจา เราสนับสนุนให้รัฐสมาชิกอาเซียน เผยแพร่เพลงประจำอาเซียนภายในประเทศของตน โดยการแปลเป็นภาษาท้องถิ่นและปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่นๆ เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียน
เราได้เน้นถึงความจำเป็น ที่จะพัฒนาความคิดและความรู้สึก ของการเป็นพลเมืองอาเซียนซึ่งมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียน ตลอดจนคุณค่าและหลักการของอาเซียนด้วย
ประเด็นในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ
พม่า
37. เราได้หารืออย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับปัญหาพม่า นายเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่าได้กล่าวสรุปเกี่ยวกับพัฒนาการทางการเมือง และความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ 7 ขั้นตอนที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยในพม่าเราสนับสนุนให้รัฐบาลพม่า อำนวยความสะดวกต่อกระบวนการปรองดองแห่งชาติ ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสร้างเอกภาพแห่งชาติ อันจะนำไปสู่สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในพม่า เราเรียกร้องพม่าให้ร่วมมือกับผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ และผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนต่อไป
ผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในมหาสมุทรอินเดีย
38. เราได้มีการหารือที่เป็นประโยชน์ ในเรื่องผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในมหาสมุทรอินเดีย โดยตระหนักถึงความซับซ้อนและละเอียดอ่อน โดยที่ประเด็นนี้ เป็นปัญหาระดับภูมิภาคและมีนัยด้านมนุษยธรรมเราได้ตกลงที่จะเพิ่มการแลกเปลี่ยนทัศนะ และทำงานร่วมกันภายในอาเซียน ในขณะเดียวกัน ปัญหานี้ ควรได้รับการแก้ไขในบริบทที่กว้างกว่า รวมทั้งกระบวนการบาหลี โดยรวมประเทศต้นทาง ประเทศทางผ่านและประเทศปลายทาง
สถานการณ์ในฉนวนกาซา
39. เราได้หารือกันเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา ซึ่งเกิดจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล เราเน้นว่า สวัสดิการและการกินดีอยู่ดีของชาวปาเลสไตน์ ในฉนวนกาซามีความสำคัญสูงสุดเราเรียกร้องให้มีการเข้าถึง ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างไม่มีอุปสรรค แก่ชาวปาเลสไตน์ทั่วพื้นที่ฉนวนกาซา เพื่อช่วยบรรเทาความยากลำบากของชาวปาเลสไตน์ เราสนับสนุนทุกความพยายาม ทั้งระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ที่จะนำมาซึ่งการหยุดยิงอย่างถาวร
40. เราเน้นความสำคัญของการส่งเสริมการฟื้นฟูบูรณะในฉนวนกาซา และความจำเป็นที่จะได้รับความช่วยเหลือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ในการนี้ เราเรียกร้องให้ทุกประเทศที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน ในการประชุมระหว่างประเทศที่จะส่งเสริมการบูรณะฟื้นฟูในฉนวนกาซา ที่จะจัดโดยอียิปต์ในเดือนมีนาคม 2552เรายินดีต่อความพยายามที่จะทำให้ ชาวปาเลสไตน์มีความปรองดองกัน โดยเฉพาะความตกลงล่าสุดระหว่างกลุ่มปาเลสไตน์ต่าง ๆ ที่จะจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีเอกภาพ
เราเรียกร้องความพยายามครั้งใหม่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และประชาคมระหว่างประเทศที่จะนำมาซึ่งสันติภาพที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นฐานของวิสัยทัศน์ที่จะมีรัฐประชาธิปไตยสองรัฐ ได้แก่ อิสราเอล และปาเลสไตน์ อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ภายใต้เขตแดนที่มั่นคงและได้รับการยอมรับ ตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติที่ 1850 (2008) และข้อริเริ่มสันติภาพของอาหรับ
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ การหารือระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ควรจะมีขึ้นโดยเร็วที่สุด
ความสัมพันธ์ภายนอกของอาเซียน
41. เรายินดีต่อการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำอาเซียน ของประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก ซึ่งเอกอัครราชทูตเหล่านี้ มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ และความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจาภายนอก
42.เรายินดีต่อการที่จะมีการจัดการประชุมสุดยอด เพื่อฉลองครบรอบความสัมพันธ์ 20 ปี อาเซียน – เกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน 2552 (2009) ณ เกาะเจจู เกาหลีใต้ เราเห็นร่วมกันว่า การประชุมสุดยอด จะเป็นโอกาสดีที่จะทบทวนความสัมพันธ์ใน 20 ปีที่ผ่านมา และกำหนดทิศทางความร่วมมือในอนาคตระหว่างอาเซียนกับเกาหลีใต้
43. เราตระหนักว่าความตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรีของอาเซียน ที่มีอยู่กับประเทศคู่เจรจาต่างๆ มีความสำคัญในการเสริมสร้างการเข้าถึงตลาด สำหรับผลิตผลและบริการของอาเซียน ตลอดจนเป็นพื้นฐานสำหรับอาเซียน ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่แฟ้นกับเขตเศรษฐกิจต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียและในภูมิภาคอื่นของโลก
44. ในการนี้ เราชื่นชมความคืบหน้าในการทำให้ ความตกลงการค้าสินค้าอาซียน-จีน ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-เกาหลีใต้ และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมอาเซียน-ญี่ปุ่น (ASEAN-Japan Comprehensive Economic Partnership Agreement) มีผลใช้บังคับเรารับทราบด้วยความยินดี ที่ความตกลงการลงทุนอาเซียน-จีนแล้วเสร็จ ซึ่งจะได้มีการลงนามระหว่างการประชุมสุดยอดกับประเทศคู่เจรจา ในเดือนเมษายน 2552
45. เราขอแสดงความยินดีต่อการลงนามความตกลง ว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย- นิวซีแลนด์ เรายังเชื่อว่าความตกลงดังกล่าวเป็นพัฒนาการสำคัญ ต่อการเพิ่มพูนมูลค่าการค้าสินค้าและบริการของภูมิภาค ให้ขยายออกไปภายนอกอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
46. เราสนับสนุนข้อเสนอของไทยที่จะจัดการประชุมอาเซียน+1 อาเซียน+3 และ การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 10 – 12 เมษายน 2552 นอกจากนั้น เรายังได้เรียกร้องให้ประเทศคู่เจรจาที่เกี่ยวข้อง หาข้อยุติเกี่ยวกับกำหนดวันประชุมสุดยอด กับประเทศคู่เจรจาของอาเซียน
เรื่องอื่น ๆ
47. เราขอยืนยันพันธกรณี ในการสร้างอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ในกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียนในการนี้ เราพอใจกับผลการหารืออย่างไม่เป็นทางการ กับกลุ่มผู้แทนของภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม ได้ก่ สมัชชารัฐสภาอาเซียน เยาวชนอาเซียน และภาคประชาสังคมอาเซียน และเราได้ชื่นชมข้อสังเกต ที่มีประโยชน์จากสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจอาเซียน ในช่วงการประชุมระหว่างอาหารกลางวันด้วย
ที่มา - ประชาไท
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

