ตร. เตรียมจัดการอีก 6 เว็บข้อหาผิด พรบ.คอมฯ ‘พลเมืองเน็ต’ เตือนอย่าผลักพลเมืองที่เห็นต่างเป็นผู้ร้าย

tags:

7 เม.ย. 2552 แหล่งข่าวจากกองบังคับการปราบปราม สำนักข่าวตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับ ‘ประชาไท’ ว่า หลังเทศกาลสงกรานต์ เตรียมดำเนินคดีกับผู้ดูแลเว็บไซต์ 6 เว็บตามมาตรา 15 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เนื่องจากปล่อยให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 14 และ 15

ทั้งนี้ แหล่งข่าวคนดังกล่าว ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดว่ามีเว็บไซต์ใดที่อยู่ในข่ายดำเนินคดีบ้าง


มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบาง ส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

(๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย ต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

(๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา

(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑)(๒) (๓) หรือ (๔)

มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใด จงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมา

ด้านนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต http://thainetizen.org/ แสดงความเห็นต่อกรณีนี้ว่า เป็นเรื่องที่น่าตระหนกตกใจ เพราะแสดงว่า แนวทางของตำรวจไม่สอดคล้องกับนายกฯ ที่เคยรับปากกับเครือข่ายพลเมืองเน็ตก่อนหน้านี้ว่า จะใช้วิธีที่ละมุนละม่อมกว่านี้ในการดำเนินการ ซึ่งนั่นหมายความว่า นายกฯ ไม่สามารถกำกับตำรวจได้ตามที่มุ่งหวัง หรือ ตำรวจอาจไม่ได้ดำเนินการตามแนวทางของนายกฯ

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น เครือข่ายพลเมืองเน็ตอาจตั้งหน่วยให้คำปรึกษาเร่งด่วนและให้ความช่วยเหลือ ทางกฏหมายสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ถูกดำเนินคดี นอกจากนี้ นส.สุภิญญายังเรียกร้องให้ประชาคมผู้ใช้อินเทอร์เน็ต สมาคมผู้ดูแลเว็บ ผู้ประกอบธุกิจไอซีที ลุกขึ้นมาส่งเสียง เพื่อให้รัฐทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ว่าำทำให้ประชาชนตื่นตระหนก และจะส่งผลต่อการพัฒนาทางเทคโนโลยี

น. ส.สุภิญญา กล่าวต่อว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีใครจำกัดความว่าอะไรที่ขัดต่อความมั่นคงของรัฐ คดีก่อนหน้านี้ก็ไม่มีข้อมูล เพราะเปิดเผยไม่ได้ จึงเสนอว่าคงต้องมาหามาตรฐานร่วมกัน เนื่องจากที่ผ่านมา เว็บบอร์ดต่าง ๆ ก็ได้ระบุแนวทางแล้ว เมื่อมีการแจ้่งก็ลบแล้ว อย่างกรณีเว็บไซต์เอ็กซ์ทีน หรือเว็บบอร์ดประชาไท

แต่ตำรวจก็ยังตีความว่าลบช้าเกินไป ซึ่งทั้งหมดอาจกลายเป็นว่า ถ้าไม่ต้องการเสี่ยงก็ต้องควบคุม 100% กลายเป็นพื้นที่ปิด ซึ่งก็จะทำให้อินเทอร์เน็ตไม่ต่างจากสื่อวิทยุหรือโทรทัศน์ ธรรมชาติของสื่อก็จะเปลี่ยนไป ดังนั้น คนในแวดวงไอทีต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อรักษาหลักการตรงนี้

ทั้งนี้ นส.สุภิญญา ได้ฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ให้ไตร่ตรองมากขึ้นก่อนจะจับใครเข้าคุก โดยที่ผ่านมาซึ่งตำรวจมักคิดว่ามีขบวนการนั้น เท่าที่ติดตามหลายกรณีพบว่า เป็นการจับคนเล็กคนน้อย ซึ่งเป็นการแสดงออกโดยปัจเจกซึ่งต้องการแสดงออกเท่านั้น ทั้งนี้ตั้งคำถามว่า มีขบวนการดังกล่าวจริงหรือไม่

นอกจากนี้ ยังฝากถึงเจ้าหน้าที่รัฐว่า ควรจะใช้วิธีที่อารยะกว่าการจับกุมด้วย แม้อาจมีคนโต้แย้งว่ากระบวนการยุติธรรมก็อารยะกว่าการอุ้มหายหรือทรมานแล้ว ซึ่งก็ใช่ แต่คนที่ถูกจับเหล่านี้เขาถูกทำให้เป็นอาชญากรทางความคิด ซึ่งไม่ใช่อาชญากรรมโดยแท้เลย

“ดังนั้น ถ้าเปลี่ยนความคิดของคนก็ควรใช้วิธีอารยะมากกว่านี้ เช่นการพูดคุยเจรจา หรืออะไรก็ตามแต่ แทนที่จะจับคนเข้าคุกอย่างเดียว ซึ่งเป็นการทำให้พลเมืองที่เห็นต่างกลายเป็นผู้ร้าย เป็นศัตรูของรัฐไปโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะพลเมืองในอินเทอร์เน็ต เขาก็แค่อยากแสดงออกทางการเมืองแบบนิรนาม เป็นการคลายความอึดอัดทางหนึ่ง ถ้ารัฐใช้แนวทางปราบปรามรุนแรงก็จะยิ่งสร้างรอยร้าวและความตึงเครียดในสังคมมากขึ้น” น.ส.สุภิญญา กล่าว

น.ส.สุภิญญากล่าวเสริมว่า อีกประการหนึ่งคือ คนที่ถูกดำเนินคดีฐานกรณีความผิดแบบนี้ซึ่งถือว่าเป็นอาชญากรรมทางความคิด เขาควรจะได้รับการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีจนถึงที่สุดตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลด้วย เพราะคนเหล่านี้ไม่มีอาวุธอย่างปืน ดาบ รถถัง เขามีแค่ความคิดและความรู้สึกทางการเมืองเท่านั้น ไม่ได้เป็นอันตรายต่อใครเลย ถ้าเราเปิดกว้างรับฟังกันและกันมากขึ้น

ที่มา ประชาไท

เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด

ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ

tags:
บทนี้ มีเนื้อหาสำคัญคือ

1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4.  ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5.  ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์

ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

tags:

กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554  ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้

กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน

tags:

มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก

ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด

กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

อ่านต่อ

เว็บเพื่อนบ้าน

อ่านต่อ

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

อ่านต่อ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้