จับตา 5 อุตสาหกรรมไทย ส่อเจ๊ง จากผลการเปิดเสรีทางการค้าระหว่างสมาชิกอาเซียนเต็มรูปแบบในปี 2558

tags:

วันที่ 14 ก.ค. 2552 นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึง ผลการศึกษาผลกระทบของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ที่จะเปิดเสรีทางการค้าระหว่างสมาชิกอาเซียนเต็มรูปแบบในปี 2558 ที่มีต่อเศรษฐกิจการค้าของไทยใน 12 กลุ่มสินค้าว่า

แม้ภาพรวมไทยจะได้ประโยชน์ทางการค้า แต่จะมีการย้ายเงินทุนและแรงงานเกิดขึ้น จนทำให้ 5 อุตสาหกรรมของไทย เพิ่มความเสี่ยง จนอาจต้องปิดกิจการ ได้แก่ อุตสาหกรรมประมง อาหารสัตว์แปรรูป สิ่งทอ แร่ธาตุ และปิโตรเลียม ที่อาจย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านแทน เช่น ลาว เวียดนาม กัมพูชา เพราะประเทศเพื่อนบ้าน มีทรัพยากรธรรมชาติมากกว่า และมีค่าแรงงานต่ำกว่าไทย

ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาระหว่างประเทศ มกค.กล่าวว่า “ ไม่ใช่แค่ภาคธุรกิจที่จะเสียหาย แรงงานใน 5 ภาคอุตสาหกรรม ก็จะถูกปลด รวมถึงอาชีพวิศวกรรม บัญชี ของสิงคโปร์ อาจเข้ามาแย่งงานไทย มีปัญหาต่อภาคแรงงานในอนาคต

ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งประชาสัมพันธ์ และจัดทำยุทธศาสตร์การเปิดรับเออีซีในอีก 6 ปีอย่างจริงจัง เพราะตอนนี้เท่าที่สอบถามหอการค้าในหลายจังหวัด ยังไม่ทราบว่าเออีซี จะเริ่มในปีไหน และไม่รู้มีผลดี ผลเสียอย่างไร ”

สำหรับรายละเอียดผลการศึกษาการปรับลดภาษีในกรอบเออีซีในปี 58 พบว่า ทำให้เศรษฐกิจไทยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2558 เพิ่มขึ้น 1.75% หรือมีมูลค่า 203,951 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 29,135 ล้านบาท เติบโตเป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ และทำให้การส่งออกของไทยไปอาเซียนเพิ่มขึ้น 2.7% มูลค่าเพิ่มขึ้น 160,487 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นปีละ 22,925 ล้านบาท

ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้น 2.6% หรือมูลค่าเพิ่มขึ้น 113,703 ล้านบาท หรือนำเข้าเพิ่มขึ้นปีละ 16,242 ล้านบาท โดยไทยจะเกินดุลการค้า 46,786 ล้านบาท โดยสินค้าเกินดุลการค้ามากที่สุด คือ ยานยนต์และชิ้นส่วน และเกษตรแปรรูป แต่จะขาดดุลในกลุ่มปิโตรเลียม และกลุ่มผลิตภัณฑ์แร่

ทั้งนี้ เมื่อแยกเป็นกลุ่มสินค้า พบว่า สินค้าเกษตรแปรรูป จะเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้น 12.5% สินค้าเกษตรและปศุสัตว์เกินดุลการค้าเพิ่ม 16.5% สินค้าประมงเกินดุลเพิ่ม 6.7% เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ขาดดุลการค้าน้อยลง 84%

สิ่งทอ เกินดุลการค้าเพิ่ม 13.9% เคมีภัณฑ์ ยาง และพลาสติก เกินดุลเพิ่มขึ้น 12.6% ผลิตภัณฑ์ไม้ เกินดุลเพิ่มขึ้น 14.9% ปิโตรเลียม ขาดดุลเพิ่ม 4.5% ผลิตภัณฑ์แร่ ขาดดุลเพิ่มขึ้น 16.3% เหล็กและโลหะ ขาดดุลเพิ่ม 7.2%

ด้านนาย ชัยนันท์ อุโฆษกุล ประธานคณะอนุกรรมการการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าไทยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนมีความเป็นห่วงว่า เมื่อเปิดเสรีแล้ว ทุกประเทศจะออกมาตรการกีดกันทางการค้า ที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษีเพิ่มมากขึ้น เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในของตัวเอง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคการค้ามากกว่าการเก็บภาษีอีก

เช่น อินโดนีเซีย ห้ามนำเข้าอาหารฮาลาลโดย อ้างว่าไทยมีกรรมวิธีการผลิตที่ขัดหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งต้องการให้รัฐบาลนำมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีของแต่ละประเทศ ไปหารือในระดับอาเซียน เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมทางการค้า

ที่มา ไทยรัฐ

ความเห็น

การเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนภายในประเทศประชาคมอาเชี่ยน  เป็นทิศทางของภูมิภาคอาเชี่ยนและเป็นทิศทางของโลกในยุคปัจจุบัน การเปิดเสรี ดังกล่าว นอกจากมีผลดีนานัปการแล้ว แน่นอนว่า ย่อมต้องมีผลเสียด้วย 

ดังนั้น รัฐและเอกชนไทย จึงต้องมีโครงการและมาตราการในการช่วยเหลือและบรรเทาผลเสียจากการรวมตัวดังกล่าว โดยการเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันของกิจการที่ได้รับผลเสียจากการเปิดเสรีดังกล่าว ทั้งยังต้องส่งเสริมให้กิจการที่ได้รับผลดี ขยายและช่วงชิงโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนอย่างเต็มที่ด้วย

ท่าทีที่ถูกต้อง จึงไม่ใช่การต่อต้านการเปิดเสรีการค้าและการลงทุนของประชาคมอาเชี่ยน ซึ่งเป็นท่าทีที่ล้าหลังและเป็นปฏิกริยา แต่จะต้องส่งเสริมผลดีและบรรเทาผลเสีย ดังกล่าวข้างต้น

เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด

ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ

tags:
บทนี้ มีเนื้อหาสำคัญคือ

1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4.  ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5.  ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์

ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

tags:

กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554  ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้

กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน

tags:

มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก

ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด

กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

อ่านต่อ

เว็บเพื่อนบ้าน

อ่านต่อ

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

อ่านต่อ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้