พอล ครุกแมนชี้ โลกผ่านพ้นจุดเลวร้ายที่สุดทางเศรษฐกิจแล้ว แต่ต้องใช้เวลา 2 ปี ในการฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ

tags:

พอล ครุกแมน เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2551 และนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สหรัฐฯ กล่าวในงานประชุมตลาดทุนโลกที่กัวลา–ลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า

วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐฯและโลก ได้ผ่านพ้นจุดที่เลวร้ายที่สุด หรือภาวะถดถอยลงต่ำสุดไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ จะต้องใช้เวลาอีกราว 2 ปีขึ้นไป

ไม่รวดเร็วเหมือนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จากวิกฤติการเงินเอเชีย หรือต้มยำกุ้ง ในปี 2540 ซึ่งขยายตัวอย่างน่าอัศจรรย์ จากการส่งออกที่ฟื้นตัว เพราะค่าเงินในเอเชียอ่อนตัวลงอย่างหนัก

สิ่งที่จะบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจ กำลังดำเนินไปในทิศทางใดนั้น ครุกแมน แนะให้จับตาดูที่ตำแหน่งงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ หลายสำนักคาดว่า อัตราการว่างงานในสหรัฐฯจะขยายตัวเพิ่มขึ้นไปแตะที่ระดับร้อยละ 10 จากเดือน มิ.ย.ที่พุ่งขึ้นแตะระดับร้อยละ 9.6%

แต่ปรากฏว่า ในเดือน ก.ค. อัตราการว่างงานได้ปรับตัวลดลง สวนทางกับการคาดการณ์ไปอยู่ที่ร้อยละ 9.4% ซึ่งเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 15 เดือน ในขณะที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ลดลงเหลือ 247,000 ตำแหน่ง จากเดือนก่อนหน้าที่ลดลง 467,000 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ การลดลงของอัตราการว่างงาน แม้จะมีน้อยนิด แต่ก็คาดเดาได้ว่า การผลิตในภาคอุตสาหกรรม และการส่งออกน่าจะเริ่มปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ครุกแมน สนับสนุน ให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เพิ่มการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

แม้จะมีเสียงกังวลกับปัญหาการขาดดุลงบประมาณก็ตาม  นอกจากนี้  ยังเรียกร้องให้รัฐบาลกลาง ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสอง เพื่อช่วยการสร้างงานดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อยอีก 1 ล้านตำแหน่งด้วย

คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือ Fed Funds Rate ไว้ที่ระดับร้อยละ 0.00-0.25 โดยระบุว่า สภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังคงเอื้อต่อการให้เฟดสามารถยืนอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำเป็นพิเศษไปอีกระยะเวลาหนึ่ง

ขณะเดียวกัน ก็ขยายกรอบระยะเวลาการซื้อพันธบัตรรัฐบาลกลางมูลค่า 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯออกไป จนถึงเดือน ต.ค. หลังจากที่ใช้ไปแล้ว 109,000 ล้านเหรียญฯ พร้อมคงกรอบวงเงินสำหรับซื้อตราสารหนี้ของหน่วยงานรัฐอีก 1.25 ล้านล้านเหรียญฯ ให้ครบในสิ้นปีนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ข้อมูลเศรษฐกิจของเยอรมนีและฝรั่งเศส ได้สร้างความประหลาดใจแก่ประเทศต่างๆเป็นอย่างมาก เมื่อรัฐบาลของทั้งสองประเทศ เปิดเผยว่า   จีดีพีของพวกเขากลับมาขยายตัวเป็นบวกได้แล้วในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และสิ้นสุดภาวะถดถอยเร็วกว่าที่เจ้าหน้าที่ผู้กำหนดนโยบาย หรือนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากคาดการณ์ไว้

โดยจีดีพีของเยอรมนี ปรับตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.3 หลังจากหดตัวลงเป็นเวลา 4 ไตรมาสติดต่อกัน ส่วนจีดีพีของฝรั่งเศส ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 เช่นกัน จากที่มีการคาดการณ์กันว่า จีดีพีของทั้งสองประเทศ จะติดลบราวร้อยละ 0.3

ข้อมูลนี้ ทำให้บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปคึกคัก และปรับตัวขึ้นราวร้อยละ 13 นับแต่ร่วงแตะระดับต่ำสุดในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ทรุดหนักลงไปถึงร้อยละ 45 ในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ตลาดหุ้นดาวโจนส์ และเอเชีย ได้รับแรงหนุนจากการคงอัตราดอกเบี้ยต่ำของเฟดต่อไป

รัฐบาลสิงคโปร์ เปิดเผยว่า จีดีพีของสิงคโปร์ในไตรมาสที่ 2 ปรับตัวพุ่งขึ้นไปถึงร้อยละ 20.7 เมื่อเทียบรายไตรมาส หลังปรับค่าตามฤดูกาลเทียบกับตัวเลขเบื้องต้น ที่ประเมินไว้ก่อนหน้าว่า จีดีพีจะขยายตัวราว ร้อยละ 20.4

ตัวเลขนี้ แสดงถึงการขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า  เศรษฐกิจสิงคโปร์เริ่มหลุดพ้นจากภาวะถดถอยครั้งร้ายแรงที่สุด นับแต่ประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ เมื่อ 44 ปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบรายปี จีดีพีขั้นสุดท้ายของไตรมาสที่ 2 ลดลงร้อยละ 3.5% โดยรัฐบาลสิงคโปร์คาดว่า จีดีพีทั้งปีจะหดตัวร้อยละ 4 ถึง 6 จากเดิมที่คาดว่า จะหดตัวลงร้อยละ 6-9

ลิม เฮง เตียง รมว.กระทรวงการคลัง ของสิงคโปร์ กล่าวด้วยว่า ยังเร็วเกินไปที่จะแถลงว่า เศรษฐกิจของสิงคโปร์ฟื้นตัวแล้วเพราะการผลิตในภาคอุตสาหกรรม และการบริโภคในตลาดส่งออกหลักของสิงคโปร์ เช่น สหรัฐฯ และยุโรป ยังคงปรับตัวลดลง

ขณะที่อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับสูง หากปัจจัยเหล่านี้ ยังไม่เปลี่ยน–แปลงในทางที่ดีขึ้น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี ก็อาจไม่เป็นไปอย่างที่คิดไว้ ทั้งนี้ สิงคโปร์เป็นประเทศแรกในเอเชีย ที่ประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงในช่วงครึ่ง หลังของปีก่อนจากวิกฤติการเงินในสหรัฐฯ

ไมเคิล บูคานัน หัวหน้าเจ้าหน้าที่เศรษฐศาสตร์ ภาคพื้นเอเชียของ โกลด์แมนแซคส์ เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับการคาดการณ์การขยายตัวของ จีดีพีเอเชีย ไม่รวมญี่ปุ่นขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 5.6 สำหรับปีนี้ จากเดิมที่คาดว่า จะขยายตัวร้อยละ 4.9 ส่วนปีหน้าจีดีพีจะขยายตัวร้อยละ 8.3 จากที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 7.8

โกลด์แมนแซคส์ ปรับตัวเลขคาดการณ์จีดีพีดังกล่าวของฮ่องกง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน แต่ยังคงตัวเลขคาดการณ์จีดีพีอินโดนีเซีย และไทย ไว้ในระดับเดิม

บูคานัน ระบุด้วยว่า เศรษฐกิจของเอเชียน่าจะได้รับประโยชน์ จากการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ของเศรษฐกิจจีน ซึ่งจะขยายตัวในปีนี้ ราวร้อยละ 9.4 และปีหน้าร้อยละ 11.9 ขณะที่อินเดียจะขยายตัวร้อยละ 7.8 ในปีนี้

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ตัดสินใจตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ร้อยละ 0.1 เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง หลังจากที่บีโอเจแถลงว่า เศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้หลุดพ้นจากภาวะถดถอย อย่างรุนแรงไปแล้ว และยอดการส่งออก รวมถึงภาคการผลิตที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยในเดือน มิ.ย. ผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 2.3 โดยคาดว่า การฟื้นตัวจะเริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี

ที่มา ไทยรัฐ

เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด

ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ

tags:
บทนี้ มีเนื้อหาสำคัญคือ

1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4.  ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5.  ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์

ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

tags:

กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554  ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้

กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน

tags:

มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก

ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด

กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

อ่านต่อ

เว็บเพื่อนบ้าน

อ่านต่อ

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

อ่านต่อ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้