"เวิลด์อีโคโนมิก ฟอรั่ม" เผยความสามารถแข่งขันไทย ร่วงเป็นลำดับที่ 36 เจอทั้งปัญหาศก.-การเมืองซ้ำ

tags:

วันที่ 8 กย. 2552 ที่ประชุมเศรษฐกิจโลก หรือเวิลด์อีโคโนมิก ฟอรั่ม ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดประชุมนักธุรกิจชั้นนำทั่วโลกทุกปีที่สวิตเซอร์แลนด์ เผยแพร่รายงานเรื่องความสามารถการแข่งขันของประเทศต่างๆ ทั่วโลกประจำปีนี้ ว่า

มีประเทศที่ถูกจัดอันดับ 133 ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์แซงหน้าสหรัฐอเมริกา ขึ้นมาอยู่อันดับ 1 ขณะที่สหรัฐร่วงลงไปอยู่อันดับ 2 ตามด้วยสิงคโปร์อันดับ 3 ซึ่งขยับจากอันดับ 5 ในปีที่แล้ว อันดับ 4 สวีเดน อันดับ 5 เดนมาร์ก อันดับ 6 ฟินแลนด์ อันดับ 7 เยอรมนี ลำดับ 8 ญี่ปุ่น ขยับจากอันดับ 9 ในปีที่แล้ว

แคนาดาอยู่อันดับ 9 หรือดีขึ้น 1 อันดับ และเนเธอร์แลนด์ตกจากอันดับ 8 ไปอยู่ลำดับ 10 โดยประเทศไทยปีนี้ ร่วงไปอยู่ลำดับ 36 จากที่เคยอยู่อันดับ 34 ในปีที่แล้ว นับว่าอันดับร่วงลงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยติด 30 อันดับแรกของประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขัน

สาเหตุนอกจากเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยแล้ว ยังถูกซ้ำเติมจากปัญหาความปั่นป่วนอย่างรุนแรงทางการเมืองและความไม่สงบทางสังคม ทำให้คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะติดลบระหว่าง 3-4 % ซึ่งเป็นครั้งแรกนับจากวิกฤตการเงินปี 2540 ที่เศรษฐกิจไทยหดตัว

รายงานของเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม ชี้ว่า รัฐบาลของไทยซึ่งประกอบด้วย พรรคร่วมหลายพรรคกำลังเผชิญกับความท้าทายสองด้าน คือ การพลิกฟื้นเศรษฐกิจและการสร้างเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้ความสามารถการแข่งขันของไทยต้องประสบกับความไร้เสถียรภาพอย่างยืดเยื้ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะเดียวกัน สถาบันสาธารณะต่าง ๆ ของไทย ก็เสื่อมทรามลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและความมั่นคงที่ไม่เพียงพอของไทย สร้างความกังวลต่อบรรดานักธุรกิจ

ในด้านสาธารณสุข ประเทศไทยมีประชากร 1.4% ทนทุกข์จากเอดส์และเชื้อเอชไอวี  ส่วนด้านเทคโนโลยี ประเทศไทยถือว่ายังพัฒนาช้า แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ ประชากรมีอัตราการใช้โทรศัพท์มือถือหนาแน่นที่สุดในโลก ด้วยสัดส่วนประชากร 100 คนมีโทรศัพท์ใช้ 124 หมายเลข/เครื่องก็ตาม

แต่ทว่าการใช้หรือเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และการมีคอมพิวเตอร์ใช้ยังขาดแคลน โดยประชากร 100 คนมีอินเตอร์เน็ตใช้เพียง 21 คน ส่วนคอมพิวเตอร์ ประชากร 100 คนมีคอมพิวเตอร์ใช้เพียง 6 คน

เวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่มชี้ว่า มุมบวกของประเทศไทยก็มีอย่างเช่น สถานะของเศรษฐกิจมหภาคปรับตัวดีขึ้นในระหว่าง พ.ศ.2550-2551 ประสิทธิภาพของตลาดแรงงานแข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งขนาดของตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศที่ค่อนข้างใหญ่ ก็เป็นคุณต่อประเทศไทย ในแง่ที่ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากการผลิตจำนวนมากเพื่อลดต้นทุนได้

เอเอฟพีรายงานว่า นายโจเซฟ สติกลิตซ์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลปี 2544 และอดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลก กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกอาจเผชิญกับการถดถอยซ้ำสอง

เนื่องจากยังมีความเสี่ยงหลายอย่าง เช่น ความเสี่ยงจากภาคการเงิน หรือภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งการที่ประเทศต่าง ๆ มีรายได้ไม่เพียงพอ รวมถึงการที่รัฐบาลต่าง ๆ จะเลิกกระตุ้นเศรษฐกิจในอีก 2 ปีข้างหน้า จะสร้างผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจ

" ขณะนี้ ยากที่จะทราบว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจรูปตัว W จะเกิดขึ้นหรือไม่ และเกิดขึ้นเมื่อไหร่ " นายสติกลิตซ์กล่าว และว่า แม้ในขณะนี้บริษัทต่าง ๆ จะเพิ่มสต๊อคสินค้า เพราะเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น คนเริ่มใช้จ่าย

แต่ความไม่แน่นอนยังมีอยู่มาก เพราะขณะนี้ชาวอเมริกันออมเงินมากขึ้น และอัตราการว่างงานยังสูง การยึดบ้านขายทอดตลาด ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ จะกระทบต่อความสามารถในการใช้จ่ายของผู้บริโภคอเมริกัน ดังนั้น เป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะถดถอยอีกครั้ง

นายสติกลิตซ์กล่าวถึง กรณีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ได้ปล่อยกู้ช่วยเหลือแก่ประเทศไอซ์แลนด์ 2.1 พันล้านดอลลาร์ ด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่าประเทศอื่น ๆ ว่า ถือเป็นสิ่งผิดปกติอย่างมากและไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานที่ไอเอ็มเอฟกำหนดไว้สำหรับประเทศอื่น

โดยประเทศอื่น ๆ นั้น ถูกไอเอ็มเอฟกำหนดให้ ต้องลดการใช้จ่ายงบประมาณลง โดยทันที ห้ามควบคุมเงินทุนไหลเข้าและต้องใช้อัตราดอกเบี้ยสูง การปฏิบัติเช่นนี้ของไอเอ็มเอฟ สร้างความไม่พอใจแก่หลายประเทศ เช่น กรณีของไทยที่กู้เงินจากไอเอ็มเอฟ ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดเมื่อปี 2540

" การที่ไอเอ็มเอฟใจดีกับไอซ์แลนด์เช่นนี้ สร้างความไม่พอใจ ให้กับหลายประเทศอย่างมาก ผมอยู่ในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ และหลายคนก็พูดว่า ไอเอ็มเอฟใช้ 2 มาตรฐาน ไอเอ็มเอฟปฏิบัติต่อชาติยุโรปดีกว่าชาติเอเชีย " นายสติกลิตซ์กล่าว

ที่มา มติชน

เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด

ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ

tags:
บทนี้ มีเนื้อหาสำคัญคือ

1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4.  ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5.  ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์

ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

tags:

กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554  ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้

กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน

tags:

มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก

ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด

กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

อ่านต่อ

เว็บเพื่อนบ้าน

อ่านต่อ

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

อ่านต่อ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้