ศาลปกครองกลาง สั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้หยุด 76 โครงการมาบตาพุด มูลค่าร่วม 4 แสนล้านบาท
วันที่ 29 ก.ย.52 ศาลปกครองกลาง โดยนายภานุพันธ์ ชัยรัต ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลางและคณะ มีคำสั่งบรรเทาทุกข์ ให้ระงับ 76 โครงการตามคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2552 ที่อนุญาตให้มีการออกใบอนุญาตแก่โรงงาน ที่จะก่อสร้างใน เขต อ.มาบตาพุด จ.ระยอง ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
ตามคำร้อง ของนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อน และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และพื้นที่ใกล้เคียง จ.ระยอง จำนวน 43 คน ที่ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 8 คน ต่อศาลปกครอง
โดยขอให้ไต่สวนฉุกเฉินและมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว รวมทั้งขอให้มีคำสั่งระงับโครงการ หรือกิจกรรมใดที่จะก่อสร้างใน เขต อ.มาบตาพุด จ.ระยอง ไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา นอกจากนี้ยังขอให้ศาลเพิกถอน มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2552 ที่อนุญาตให้มีการออกใบอนุญาตแก่โรงงาน โดยไม่ได้ยึดหลักตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากคำชี้แจงของชาวบ้าน ผู้ฟ้องคดี ประกอบรายงานการประชุมของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการประกาศเขตควบคุมมลพิษเมื่อวันที่ 30 เม.ย.52 แสดงให้เห็นข้อเท็จจริงที่ตรงกันว่า
ในเวลาที่ผ่านมาและในปัจจุบัน ปัญหามลพิษจากการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมบริเวณชุมชนมาบตาพุด มีอยู่จริงและมีอยู่อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และสถานการณ์ของปัญหามลพิษมีแนวโน้มที่รุนแรงมากขึ้น จึงต้องประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษเพื่อดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษ
อีกทั้งคำชี้แจงของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดที่ว่า ภายหลังรัฐธรรมนูญ 2550 มีผลใช้บังคับเมื่อ 24 ส.ค. 2550 มีการออกใบอนุญาตให้แก่โครงการหรือกิจกรรมตามเอกสารคำท้ายฟ้องยังไม่ได้ ปฏิบัติให้ครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ ในมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ
ศาลเห็นว่า เป็นกรณีที่มีปัญหาความน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบ ของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ปัญหามลพิษจากการประกอบกิจการ ของโรงงานอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษสูงซึ่งรวมกัน อยู่ในพื้นที่มาบตาพุด อันเป็นแหล่งอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดของประเทศมีอยู่จริง และส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์ของปัญหามลพิษ มีแนวโน้มที่รุนแรงมากขึ้น
จึงมีเหตุจำเป็นและสมควรกำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์เป็นการ ชั่วคราว ก่อนการพิพากษาคดี ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดสั่งระงับ 76 โครงการ(มูลค่า 400,000 ล้านบาท) ตามเอกสารท้ายคำฟ้อง ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือศาลมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
ยกเว้น โครงการหรือกิจกรรมที่ได้รับใบอนุญาต ก่อนวันประกาศใช้บังคับรัฐธรรมนูญ 2550 โครงการหรือกิจกรรมที่ไม่ได้กำหนด ให้เป็นประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่ต้อง จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามประกาศกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เรื่องกำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานการ วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 16 มิ.ย.2552
ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ 2550
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

