เสื้อแดงปักหลัก สร้างหมู่บ้านที่เขายายเที่ยง ตั้งชื่อ 2 มาตรฐาน ใช้ยุทธวิธีเกลือจิ้มเกลือ
วันที่ 10 มกราคม 2553 เช้าตำรวจนำรถ 6 ล้อ ตราโล่ สำหรับ.ใช้บรรทุกกักขังผู้กระทำผิด มาตั้งปักหลักจุดประจำการ บริเวณปากทางขึ้นเขายายเที่ยง และตั้งจุดประจำการเป็นระยะห่างกัน 5-6 กิโลเมตร โดยตำรวจใช้บริเวณภายในวัดเขายายเที่ยงเหนือ เป็นที่พักผ่อน
ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงใช้พื้นที่บริเวณห่างจากปากทางขึ้นเขา 400 เมตร คือบริเวณสวนเมืองพร และพื้นที่บริเวณหน้าบ้านพักของ พล.อ.สุรยุทธ์ปักหลักเป็นสถานที่พัก โดยตั้งเต๊นท์เรือนนอนและโรงครัวกระจายอยู่เรียงราย มีการปักธงแดงเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้ที่มาร่วมชุมนุมได้รับรู้
กลุ่มคนเสื้อแดงใช้รถ 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียงเป็นเวทีปราศรัย นำรถไถมาไถตัดถางป่าละเมาะ เพื่อเตรียมพื้นที่ใช้เป็นฐานที่มั่น ที่พักอาศัย จนถึงตอนเที่ยงมีผู้ชุมนุมมารวมตัวกันไม่ต่ำกว่า 500 คน เชื่อว่าน่าจะทยอยมาสมทบกันอย่างต่อเนื่อง
เวลา 18.00 น. กลุ่มเสื้อแดงทยอยมามากขึ้นเรื่อยๆ โดยตลอดทางมีการธงสีแดงปักไว้ริมถนน บอกเส้นทางไปตลอดบอกเส้นทาง เข้าสู่บ้านพักของ พล.อ.สุรยุทธ์ ที่เขายายเที่ยง ขณะที่บริเวณปากทางเข้า ริมถนนมิตรภาพขาเข้า มีตำรวจคอยอำนวยความสะดวก
มีกลุ่มเสื้อแดงจำนวนหนึ่งพร้อมรถขยายเสียงปักหลักคอยบอกเส้นทาง มีการ์ดของกลุ่มคนเสื้อแดงหลายสิบคน คอยตรวจอาวุธรถทุกคัน ที่จะเข้าไปบ้านองคมนตรี ทำให้การจราจรในเส้นทางเข้าติดขัด เนื่องจากมีรถของผู้ชุมนุมจอดริมทางจำนวนมาก
สำหรับบริเวณหน้าบ้านพักกลุ่มเสื้อคนเสื้อแดงใช้รถไถ ปรับพื้นที่ นำโครงเหล็กมาก่อตั้งเป็นเวที ขนาดกลางข้างบ้าน พล.อ.สุรยุทธ์ หันหน้าไปทางถนนมิตรภาพ และมีกลุ่มเสื้อแดงทยอยจองพื้นที่กางเต๊นท์ไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน รอการชุมนุมในวันที่ 11 มกราคม ส่วนที่หน้าบ้าน พล.อ.สุรุยทธ์มีกำลังตำรวจยืนรักษาความปลอดภัยนับร้อยนาย
นายเขื่อนเพชร โพนรัมย์ แกนนำกลุ่มอีสานล้านนา พร้อมผู้ชุมนุมประมาณ 200 คน พร้อมการ์ดเดินไปยังบริเวณหน้าบ้านพักตากอากาศของ พล.อ.สุรยุทธ์ บนเขายายเที่ยง ด้วยรถกระบะ รถบรรทุก และรถเก๋ง
การ์ดกลุ่มคนเสื้อแดงได้ใช้คีมตัดลวดหนาม และรื้อถอนรั้วบริเวณตรงข้ามบ้านพักของ พล.อ.สุรยุทธ์ แล้วใช้รถไถปรับเกรดบริเวณที่ดินดังกล่าว เพื่อใช้เป็นสถานที่ชุมนุม
แล้วใช้รถบรรทุกติดตั้งเวทีพร้อมเครื่องขยายเสียงกล่าวปราศรัยโจมตีการเข้ายึดครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาติบนเขายายเที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ และโจมตีการทำงานของอัยการจังหวัดสีคิ้ว รวมทั้งประกาศทวงคืนที่ดินจาก พล.อ.สุรยุทธ์ให้กับทางราชการ
นายเขื่อนเพชรกล่าวถึง กลุ่มคนเสื้อแดงตัดทำลายลวดหนามและรื้อรั้วที่ปักกั้นอาณาเขตพื้นที่บริเวณหน้าบ้านพล.อ.สุรยุทธ์ว่า พื้นที่ตรงนี้เดิมทีไม่กี่วันที่ผ่านมา ยังไม่มีการปักปันเขตแดน
แต่เพิ่งจะมีการมาปักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และรับรู้มา มีนายทหารคนหนึ่งซื้อลวดหนามให้กับชาวบ้านนำมาปักเป็นรั้วในพื้นที่แห่งนี้ไม่รู้ว่าเป็นที่ของใคร พื้นที่แห่งนี้ถือเป็นทรัพย์สินของชาติ สามารถที่จะทวงคืนให้กับประเทศได้ จึงไม่หวั่นไหวว่าจะถูกดำเนินคดี เพราะไม่ใช่มายึดถือครองเป็นของตัวเอง
ต่อมา กลุ่มเสื้อแดงทยอยมาสมทบเพิ่มรวม 1,000 คน กางเต๊นท์ปักหลักชุมนุมค้างคืนอยู่บริเวณดังกล่าว และยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงจากหลายพื้นที่ทยอยขึ้นมาตลอดเวลา ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาวเหยียดกว่า 4 กิโลเมตร
กลุ่มคนเสื้อแดงเดินไปยังหน้าบ้านของ พล.อ.สุรยุทธ์ที่ปิดประตูไว้ ซึ่งมีกำลังตำรวจนับร้อยนายรักษาการณ์อยู่บริเวณหน้าบ้าน พร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก โดยตำรวจยืนดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด
รายงานข่าวจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ที่จะไปชุมนุมที่บ้านพักตากอากาศ เขายายเที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ ในวันที่ 11 มกราคมนี้ ว่า
จากการตรวจสอบกลุ่มที่จะมาเคลื่อนไหว ประมาณ 5,500-6,000 คน ส่วนใหญ่มาจาก จ.อุดรธานี ของนายขวัญชัย ไพรพนา อีกกลุ่มมาจาก จ.ปราจีนบุรี เนื่องจากมีการรวมตัวกันอยู่แล้วของบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ไปช่วยดูแลการเลือกตั้งซ่อมใน จ.ปราจีนบุรี
และจะมาจากหลายส่วนในภาคอีสาน คาดว่าน่าจะชุมนุมไม่นาน เพราะมีส่วนของการเตรียมหุงหาอาหารและเครื่องนอนมาเพียงเล็กน้อย คาดว่าน่าจะชุมนุมเพียง 1 วัน เช้าวันที่ 12 มกราคม คงจะสลายตัว
ส่วนเหตุความรุนแรง รายงานข่าวแจ้งว่า ไม่น่าจะมีเพราะไม่มีเงื่อนไขอะไร ประกอบกับแกนนำที่นิยมความรุนแรง อย่างนายอริสมันส์ พงศ์เรืองรอง ไม่เข้าร่วมชุมนุม เนื่องจากเกรงจะถูกควบคุมตัว
ส่วนกำลังของตำรวจลดเหลือประมาณ 3,000 นาย นอกนั้นเตรียมพร้อมในที่ตั้ง และสั่งยกเลิกตำรวจอาสามาร่วมทำงาน เนื่องจากเกรงใช้กำลังรุนแรง เมื่อถูกการยั่วยุ เพราะขาดการฝึกควบคุมฝูงชน ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารมีเพียงหน่วยข่าวเท่านั้นที่มาสังเกตการณ์
นายสุภรณ์ อัตถาวงษ์ อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทยในฐานะกองกำลังส่วนหน้าของกลุ่มคนเสื้อแดง เปิดเผยว่า ยุทธวิธีชุมนุมครั้งนี้ จะใช้กระบวนการ "เกลือจิ้มเกลือ" เพื่อทดสอบการบังคับข้อกฎหมายที่ใช้ 2 มาตรฐาน เลือกปฏิบัติในความผิดเหมือนกัน คนจนไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองถูกตัดสินจำคุก แต่อำมาตย์ที่มีเงินและอำนาจล้นฟ้ากลับถูกยกเว้น
"เตรียมรถไถนาไว้กว่า 10 คัน อุปกรณ์จอบ-เสียมจำนวนมาก เพื่อปรับที่ดินปักหลักสร้างที่อยู่อาศัย พี่น้องเสื้อแดงไม่ต้องกังวลใจกับเรื่องอาหารการกิน มีการตั้งโรงครัวไว้รองรับ 5 แห่ง พร้อมอุปกรณ์เครื่องนอนที่จะมีเต๊นท์ไว้จำนวนนับพันหลัง
จากนั้นจะมีการตั้งหมู่บ้านคนเสื้อแดง เพื่อจะได้มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองบ้าง โดยจะใช้ชื่อ หมู่บ้าน 2 มาตรฐาน บ้านเลขที่ 1 หมู่ 11 ซึ่ง ต.คลองไผ่ มีเพียง 10 หมู่ เราก็จะแยกออกมาตั้งเพิ่มอีก 1 หมู่ โดยจะมีการเลือกผู้ใหญ่บ้าน ให้ถูกต้องตามหลักการของกรมการปกครอง หลังจากมีการจัดสรรที่ดินเรียบร้อย" นายสุภรณ์กล่าว
นายสุภรณ์กล่าวว่า การชุมนุมจะยืดเยื้อหรือจะเป็นอย่างไรต่อไป เจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นผู้กำหนดเกม ซึ่งทำความเข้าใจกับแกนนำชาวบ้านในพื้นที่แล้วว่ากิจกรรมการเมืองครั้งนี้ พวกเรามายึดที่ดินทำกินในส่วนพื้นที่ของอำมาตย์ ซึ่งก็เข้าใจ และยังมี ส.อบต.จำนวนหนึ่ง ขอขึ้นเวทีปราศรัยด้วย
ด้านนายเขื่อนเพชร โพนรัมย์ แกนนำกลุ่มอีสานล้านนา กล่าวว่า ติดต่อประสานขอรถบรรทุกน้ำจาก อปท.ในพื้นที่ เพื่อใช้อุปโภค-บริโภค จำนวนกว่า 10 คัน พร้อมกับตระเตรียมสถานที่ห้องน้ำ ห้องสุขาไว้เพิ่มเติม
"วันนี้เราได้เรียกการ์ด หรือหน่วยรักษาความปลอดภัยมาประชุมหารือ ต้องใช้จำนวนกว่า 500 คน ในการดูแล รักษาความสงบ ที่อาจจะมีการแฝงตัวเข้ามาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายให้เกิดความรุนแรง ซึ่งเป็นการสร้างความชอบธรรมในการสลายพวกเรา" นายเขื่อนเพชรกล่าว
เวลา 15.30 น. นายอารีฟีน วิเศษศักดิ์ ครูสอนศาสนาอิสราม มัสยิสดารุนอามิน ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเขายายเที่ยงใต้ หมู่ 10 ต.คลองไผ่ นำชาวบ้านกว่า 30 คน นำดอกไม้มาเจรจากับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า
โปรดอย่าใช้วิธีนำเกมการเมืองมาสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ เราชาวบ้านและบ้านพักขององคมนตรีอยู่ร่วมกันมาหลายสิบปี ไม่เคยสร้างปัญหาแต่อย่างใด ควรจะหาทางออกที่ละมุนละม่อมกว่านี้
วันเดียวกัน นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณว่าขณะนี้ยังอยู่ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยทีมงานฝ่ายกฎหมาย และการเมืองประเมินสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยว่า
จะมีการต่อสู้ที่เข้มข้นขึ้นจากฝ่ายประชาชนที่รักประชาธิปไตย และขยายแนวร่วมไปเรื่อยๆ เพราะฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ไม่ผิด ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ผิดหมด ทั้งยังมีความพยายามกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ จากฝ่ายอำมาตย์ และผู้มีอำนาจ
ทั้งนี้ ตราบใดที่ผู้มีอำนาจไม่ขจัดความอยุติธรรม และใช้กฎหมายให้เท่าเทียมกัน บ้านเมืองก็จะไม่มีวันสงบ
"วันนี้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ปิดกั้นสื่อ และใช้ประโยชน์จากสื่อป้ายสีฝ่ายตรงข้าม พร้อมทั้งสร้างภาพให้ตัวเองดูดี พยายามโจมตีว่าเสื้อแดงเป็นตัวป่วน หรือ พ.ต.ท.ทักษิณทำให้เกิดความไม่สงบ ก็อยากขอความเห็นใจประชาชนผู้รักประชาธิปไตย อย่าหลงเชื่อไปกับกลเกมใส่ร้ายป้ายสีดังกล่าว"
นายนพดลกล่าวว่า จากสถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้นเชื่อว่า จะเป็นตัวชี้วัดว่ารัฐบาลจะอยู่หรือไปภายในปีนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังคงเน้นย้ำว่า จะใช้สันติวิธี ดำเนินการทุกอย่างในกรอบกฎหมาย ไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ขณะเดียวกันอดีตนายกฯก็ไม่เคยปิดประตูเจรจา
เพราะปัญหาทุกอย่างยุติได้ ก็ด้วยการหันหน้าพูดคุยกัน สงครามโลกทุกครั้งก็ต้องจบลงที่การเจรจา ส่วนกรณีที่นายเทพไท กล่าวหาโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณเน้นย้ำเรื่องความไม่จงรักภักดี จาบจ้วงสถาบันนั้น
ขอย้ำว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยกระทำตามที่ถูกใส่ร้าย ขอให้ยุติการสาดโคลน ซึ่งต้องถามไปถึงนายอภิสิทธิ์ด้วยว่านโยบายสร้างความสมานฉันท์ที่เคยพร่ำบอกว่าจะทำ คือการให้โฆษกประจำตัวออกมาพูดจาสร้างความแตกแยกอย่างนั้นหรือ
ที่มา มติชน
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

