สกู๊ปรอยเตอร์ ถาม-ตอบ: ไม่มีทางออกง่ายดายสำหรับวิกฤตการเมืองในประเทศไทย

tags:

กลุ่มผู้ประท้วงคนเสื้อแดง พยายามเสริมสร้างป้อมปราการ บริเวณสถานที่ชุมนุมย่านสี่แยกราชประสงค์อย่างแน่นเหนียว เพื่อเตรียมรับมือกับการปราบปราม ที่อาจเกิดขึ้นได้จาก เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของรัฐซึ่งกำลังถูกกดดันอย่างหนัก

วิกฤตการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยที่ดำเนินมา 5 ปี ได้เดินทางไปถึงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญสูงสุด รวมทั้งตกอยู่ในความเสี่ยงที่ความขัดแย้ง ระหว่างพลเมืองกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งต่างมีจุดยืนอันมั่นคง กำลังกระจายตัวไปทั่ว

วิธีเดินออกจากทางตันดังกล่าวมีอยู่หลายหนทาง ตั้งแต่การพูดคุยกันอย่างยากลำบาก ระหว่างกลุ่มการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์กัน เรื่อยไปจนถึงความเป็นไปได้ของการปราบปราม กลุ่มผู้ชุมนุมจนเกิดการสูญเสียเลือดเนื้อตามมา

ต่อไปนี้ คือบางคำถามและบางคำตอบเกี่ยวกับ วิกฤตการณ์ทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย

จะมีความเปลี่ยนแปลง โดยการเจรจาเกิดขึ้นไหม?

นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพิ่งปฏิเสธข้อเสนอที่จะนำไปสู่ การเจรจาเพื่อแก้ไขวิกฤตครั้งใหม่ของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยให้เหตุผลว่า กลุ่มผู้ชุมนุมปราศจากความจริงใจ และคิดว่าไม่สามารถจะมีการเจรจาใด สามารถเกิดขึ้นได้ในบรรยากาศของการข่มขู่คุกคาม

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนกลับมองไม่เห็นถึงทางออกอื่น และกล่าวว่าอภิสิทธิ์ จำเป็นจะต้องเปิดการเจรจากับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเข้าสักวันหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาผ่านบุคคลที่สามหรือการเจรจาทางลับก็ตาม

ในขณะนี้ พวกเขาเชื่อว่า นายกรัฐมนตรีต้องการจะแสดงให้เห็นว่า ตนเองไม่ได้ถูกกดดันให้เปิดการเจรจากับกลุ่มเสื้อแดง รวมทั้งต้องการทำให้ตนเอง เป็นฝ่ายได้เปรียบเสียก่อนที่จะมีการต่อรองผลประโยชน์ใด ๆ เกิดขึ้น

แต่กรอบเวลาที่เสนอให้มีการยุบสภาภายใน 30 วัน และจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วันหลังจากนั้น ของกลุ่มคนเสื้อแดง ก็ดูคล้ายจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลยอมรับไม่ได้ นายกฯอภิสิทธิ์จึงต้อง เผชิญหน้ากับแรงกดดันหนักหน่วง 2 ด้าน

ด้านหนึ่งคือการเลือกเดินสายกลางโดยยอมเจรจากับผู้ชุมนุม อีกด้านคือ การยึดมั่นในคำเรียกร้องของคนกรุงเทพฯ ที่ต้องการให้ใช้กำลังขับไล่กลุ่มคนเสื้อแดงออกไปเสีย โดยไม่คำนึงถึงโอกาสนองเลือดอันอาจเกิดขึ้นตามมา

จะมีความรุนแรงเกิดขึ้นอีกหรือไม่?

กรุงเทพฯถูกปกคลุมไปด้วยความตึงเครียด, ข่าวลือ, ความหวาดกลัว และการใช้วาทศิลป์ตอบโต้กันอย่างปราศจากท่าทีประนีประนอม ในบรรยากาศเช่นนี้ เหตุการณ์รุนแรงเล็กน้อยก็สามารถแพร่กระจายไปจนยากแก่การควบคุมได้ ในลักษณะของ "น้ำผึ้งหยดเดียว"

ทหารและตำรวจดูเหมือนจะขาดความสามารถที่จะทำหน้าที่รักษาความมั่นคง หรือแม้กระทั่งทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่แกนนำกลุ่มคนหลากกลุ่ม ซึ่งออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนในลักษณะขัดแย้งกัน ก็ไม่สามารถควบคุมผู้ชุมนุมของตนเองได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

นอกจากนี้ คำถามเกี่ยวที่มากับกลุ่ม "ทหารเงา" ซึ่งถูกกล่าวโทษว่า มีส่วนสำคัญในการก่อให้เกิดเหตุปะทะระหว่างกองทัพ กับคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เมษายน ก็ยังไม่ได้ถูกไขให้กระจ่างแจ้งขึ้น

เหตุระเบิดต่อเนื่องยังดำเนินต่อไป รวมทั้งเหตุระเบิดใกล้บ้านนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีและนักการเมืองอาวุโส เมื่อคืนวันที่ 25 เมษายน เหตุระเบิดต่อเนื่อง 5 ครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นในย่านสีลม-ศาลาแดงเมื่อวันที่ 22 เมษายน ได้สังหารชีวิตผู้ออกมาชุมนุมสนับสนุนรัฐบาล และยังทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 80 ราย รวมทั้งชาวต่างชาติ 4 คน

จนถึงขณะนี้  แม้ความรุนแรงจะยังไม่ลุกลามออกไปยังต่างจังหวัด  แต่กลุ่มคนเสื้อแดงในหลายจังหวัด ก็พยายามขัดขวางการเดินทางของตำรวจและทหาร ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ด้วยความหวาดระแวงที่ว่า เจ้าหน้าที่เหล่านั้นจะมุ่งหน้าเดินทางมายังกทม. เพื่อปฏิบัติภารกิจปราบปรามกลุ่มเพื่อนผู้ชุมนุม ณ แยกราชประสงค์

อภิสิทธิ์จะสามารถอยู่รอดจากวิกฤต ครั้งนี้ได้หรือไม่?

อภิสิทธิ์ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันหนักหน่วงจากทุกทิศทาง คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นฟ้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ของเขา โดยกล่าวหาว่า ทางพรรครับเงินบริจาคอย่างผิดกฎหมาย

นักวิเคราะห์จำนวนมากตั้งข้อสงสัยว่า อภิสิทธิ์จะสามารถชนะการเลือกตั้งได้ หรือไม่? ถ้ารีบจัดให้มีการเลือกตั้งทันทีในตอนนี้ ขณะเดียวกัน ความอึดอัดคับข้องใจในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล ที่มีความสัมพันธ์อันแสนเปราะบาง ก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนั้น กองทัพไทยยังมีแนวโน้มที่จะก่อรัฐประหารได้อยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ทางการเมืองเห็นว่า อภิสิทธิ์ยังมีกลุ่มพลังอำนาจสำคัญในสังคมไทยกลุ่มหนึ่ง ที่เลือกยืนอยู่เคียงข้างเขา นั่นคือ กลุ่มบุคคลผู้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งรวมถึงกองทัพด้วย

กลุ่มพลังอำนาจดังกล่าว สามารถคุ้มครองให้อภิสิทธิ์ยังอยู่ในอำนาจต่อไปได้ แม้ยังไม่แน่ชัดว่า เขาจะสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปได้อีกนานเท่าใดก็ ตาม

นักวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่รัฐบาลจำนวนหนึ่งเชื่อว่า กลุ่มคนเสื้อแดงอาจพยายามที่จะปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง เพื่อยกระดับวิกฤตและบีบบังคับให้ อภิสิทธิ์ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เพราะผู้นำประเทศก่อนหน้าเขาหลายคนก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ หากมีเหตุการณ์ทหารปราบปรามประชาชน หรือสภาวะโกลาหลวุ่นวายโดยฝูงชนส่วนใหญ่ บังเกิดขึ้น

แม้จะมีความเป็นผู้ดีโดยธรรมชาติ ทว่านักเรียนอ๊อกซ์ฟอร์ดที่เกิดในอังกฤษอย่างอภิสิทธิ์ ก็เป็นนักสู้ผู้มีความทรหดอดทนเป็นอย่างยิ่ง อภิสิทธิ์สามารถหลุดรอดจากแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เขาเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร

โดยการจัดการของกองทัพในเดือนธันวาคม 2551 ถ้าหากอภิสิทธิ์จะตัดสินใจเดินลงจากตำแหน่งผู้นำประเทศ เขาก็คงจะสละตำแหน่งดังกล่าวไปเรียบร้อยตั้งนานแล้ว

จะมีความเปลี่ยนแปลงโดยรัฐประหารเกิด ขึ้นไหม?

สังคมไทยต้องประสบกับการรัฐประหารทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จมาแล้ว ทั้งสิ้น 24 ครั้ง นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475  ดังนั้น รัฐประหารจึงเป็นสิ่งที่ไม่เคยจางหายไปจากประเทศนี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และแหล่งข่าวในกองทัพบอกตรงกันว่า ไม่น่าจะเกิดรัฐประหารขึ้นในช่วงเวลานี้ เพราะกองทัพต้องการให้การเปลี่ยนผ่าน ตำแหน่งผู้นำเหล่าทัพดำเนินไปอย่างราบรื่นในช่วงเดือนกันยายน 2553 และหากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย

ดังนั้น คนส่วน ใหญ่จึงเชื่อว่าหนทางเดียวที่จะก่อให้เกิดรัฐประหารขึ้นมา ก็คือเมื่อนายกฯอภิสิทธิ์ตัดสินใจยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนเดือนกันยายน

กองทัพจะปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมอีก หรือไม่?

นี่เป็นคำถามใหญ่ที่ยังไร้คำตอบ รัฐบาลและกองทัพ ยังส่งสารออกมาอย่างสับสนว่าพวกเขาจะใช้กำลังขับไล่กลุ่มคน เสื้อแดงออกจากสถานที่ชุมนุมย่านราชประสงค์จริงหรือไม่ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุม ก็เตรียมรับมือการปราบปรามและกล่าวว่า พวกตนจะไม่เคลื่อนย้ายหนีไปไหน

แน่นอนว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะยกระดับการต่อสู้ให้เข้มข้นรุนแรงขึ้น แม้ผู้ชุมนุมจำนวนมากอาจจะหลบหนีจากการโจมตีของกองทัพ แต่คนเสื้อแดงอีกหลายพันคน ก็ยังจะยืนหยัดต่อสู้ต่อต้านการโจมตีดังกล่าว ส่งผลให้มีความเป็นไปได้ ที่จะเกิดการบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากแก่บุคคลทั้งสองฝ่าย

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงบางรายให้ความเห็นว่า การเลือกปราบปรามผู้ชุมนุมอาจจะเป็นการฆ่าตัวตายของกองทัพ ท่ามกลางผู้คนเสื้อแดง ที่หลบซ่อนอยู่หลังแนวป้องกันภัยขนาดใหญ่ซึ่งสร้าง ขึ้นจากบังเกอร์ยางรถยนต์และรั้วไม้ไผ่

พวกเขาปิดกั้นถนนหลายสายด้วยยานพาหนะและเสาคอนกรีต ขณะที่รัฐบาลเชื่อว่า มีอาวุธปืนไรเฟิลอย่างน้อย 300 กระบอก และมีระเบิดเอ็ม 79 ถูกซุกซ่อนอยู่ในบริเวณสถานที่ชุมนุม

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลและกองทัพจึงมีท่าทีลังเลใจที่จะแถลงออก มาอย่างแข็งกร้าวว่าตนเองจะเข้าปราบปรามกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ ทั้งนี้ ทหารเคยพยายามใช้กำลัง สลายกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณถนนราชดำเนินเมื่อวันที่ 10 เมษายนมาแล้ว แต่ปฏิบัติการดังกล่าวกลับล้มเหลวลงอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีและกองทัพย่อมรู้ว่าพวกเขาไม่ สามารถจะปล่อยให้ผู้ชุมนุมปักหลัก อยู่ที่สี่แยกราชประสงค์ไปได้ชั่วนิจนิรันดร์ ไม่ใช่เพียงเพราะนั่นจะส่งผลเสียหายร้ายแรง ต่อเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น แต่มันยังเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือ ของอภิสิทธิ์ให้เสียหายย่อยยับตามไปด้วย

ที่มา มติชน

เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด

ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ

tags:
บทนี้ มีเนื้อหาสำคัญคือ

1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4.  ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5.  ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์

ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

tags:

กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554  ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้

กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน

tags:

มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก

ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด

กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

อ่านต่อ

เว็บเพื่อนบ้าน

อ่านต่อ

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

อ่านต่อ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้