คกป. " เสียดายคนตายไม่ได้ปฏิรูป " นพดล "สิ่งที่ทำอยู่ ไม่ใช่การปรองดอง"
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2553 ช่วงบ่าย เครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย (คกป.) ประมาณ 10 คน มารวมตัวกันที่หน้าบ้านพิษณุโลก ส่วนใหญ่เป็นอดีตนักศึกษา นำโดยนายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ ได้อ่านแถลงการณ์โจมตีการตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวอย่างรุนแรง
โดยระบุว่า การตั้งคณะกรรมการชุดนี้ เป็นการซื้อเวลาของรัฐบาลที่จะไม่คืน อำนาจให้ประชาชนผ่านการเลือกตั้ง และเป็นเครื่องมือรัฐบาลที่ใช้เบี่ยงเบนประเด็นความสนใจของสังคม ต่อข้อเรียกร้องที่ให้มี การพิสูจน์ข้อเท็จจริงและรับผิดชอบในกรณีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหายและผู้พิการนับพันราย
"ดังนั้น การเข้าร่วมกระบวนปฏิรูป เท่ากับเป็นการสนับสนุนให้รัฐบาลมีความชอบธรรม ที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อการ ใช้ความรุนแรง และใช้อำนาจรัฐอย่างไร้ความเป็นธรรม การกระทำดังกล่าวย่อมเป็นความอำมหิตแบบหนึ่ง
นอกจากนี้ การแต่งตั้งคณะกรรมการทั้งสองชุด ยังสวนทางกับหลักการประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง ใช้วิธีแต่งตั้งจากบนลงล่าง นับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งประธาน ประธานแต่งตั้งกรรมการ จึงทำให้คณะกรรมการทั้งสองชุดไร้เกียรติและศักดิ์ศรีอย่างที่สุด" แถลงการณ์ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกของ คกป.ได้นำสีแดงมาทาทั่วร่างกาย แล้วพร้อมใจกันลงไปนอนแกล้งตายพื้นถนนที่ร้อนจัดหน้าบ้านพิษณุโลก เพื่อประชดประชันคณะกรรมการปฏิรูปฯ โดยสมาชิกส่วนหนึ่งชูป้าย ข้อความ อาทิ " เสียดายคนตายไม่ได้ปฏิรูป ", " ตาย 90 พวกคุณไม่แคร์"
สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีกรรมการเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายนิธิ เอียวศรีวงศ์, นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นต้น ขาดแต่เพียงพระไพศาล วิสาโล ที่ติดภารกิจได้แจ้งไว้เป็นการล่วงหน้า
ก่อนการประชุม นายอานันท์กล่าวว่า การประชุมวันนี้ จะเป็นการพบปะกันของกรรมการโดยจะหารือกันถึงเรื่องกรอบการทำงาน วางแผนงาน เพื่อกำหนดทิศทางว่าจะทำเรื่องใดก่อนหลัง เรื่องใดเป็นข้อเสนอเร่งด่วนที่ต้องกระตุ้นให้รัฐบาล ดำเนินการในทางการบริหารหรืองบประมาณ หรือเรื่องใดมีความยากและซับซ้อน ก็อาจจะต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาให้ข้อมูลหรือมอบหมายให้ทำวิจัยเพิ่มเติม
"วันนี้ได้เชิญ นพ.ประเวศ วะสี ประธานสมัชชาปฏิรูปฯ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการปฏิรูปครั้งนี้ เข้ามาร่วมพูดคุยถึงแนวทางการทำงาน เพราะกรรมการทั้งสองชุดจะทำงานคู่ขนานกันเหมือนแฝดอิน-จัน โดยอาจจะทำคนละเรื่องในเรื่องเดียวกัน จะมีการประชุมทุกสัปดาห์ คนที่มาประชุม 19 คนก็มี 19 ความเห็น แต่เราจะต้องทำให้ทั้งหมดนี้มีความเห็นให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน" นายอานันท์ระบุ
ภายหลังการประชุมกว่า 3 ชั่วโมง นายอานันท์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้คิดและพูดออกมาดังๆ เป็นการคุยทั่วๆ ไป ซึ่งจะนำไปสู่การเขียนแผนงาน ทั้งนี้การปฏิรูปไม่มีวันเสร็จสิ้น ทุกประเทศก็มีการปฏิรูปอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นวาระการทำงาน 3 หรือ 5 ปี คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรามีเวลาเท่าใด ก็ทำไปเท่านั้น แค่ต้องรู้ว่า จะปฏิรูปเรื่องใด หากกว้างไปคงจะทำเสร็จยาก หากแคบไปก็ไม่สำเร็จ
"คณะกรรมการฯ เราไม่มีอำนาจด้านบริหาร คงไปล้วงลูกไม่ได้ แต่เมื่อคณะกรรมการฯ เห็นว่ามีปัญหาต้องแก้ให้ชาวบ้านอย่างปัจจุบันทันด่วน เช่น เรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความไม่ยุติธรรม หรือกรณีถ้าพบว่าต้องมีการปรับปรุงระบบราชการแผ่นดิน การจัดงบประมาณรูปแบบใหม่ หรือต้องแก้ไขกฎกระทรวง ก็สามารถกระตุ้นให้รัฐบาลที่มีอำนาจไปดำเนินการแก้ไขได้" นายอานันท์กล่าว
นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด เลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปฯ และนักวิชาการด้านการเกษตร กล่าวว่า การสะท้อนปัญหาต่างๆ ของกรรมการครั้งนี้ พบว่ามีทั้งปัญหาในเชิงประเด็นและปัญหาของกลุ่มคน เช่น ปัญหาของเกษตรกร ที่เป็นประเด็นใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้านอาหาร เนื่องจากเกษตรกรมีอายุมากขึ้น แต่คนวัยรุ่นส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรน้อยลงรวมทั้ง ยังมีปัญหาเรื่องการ กระจายการทรัพยากรที่ดินทำกินและปัญหาหนี้สิน นอกจากนี้ที่ประชุม ยังพูดถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในเรื่องของระบบงบประมาณ เกี่ยวกับความไม่สมดุลของการกระจายงบประมาณลงสู่ท้องถิ่น รวมทั้งสิ่งที่ไม่ใช่ปัญหา
"แต่เราต้องมองไปถึงอนาคต ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในอีก 10 ปี 20 ปีข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร ขั้นตอนการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปฯ ในระยะต่อไปจะดูว่า มีวิธีแก้ไขปัญหาอย่างไร โดยจะนำสิ่งต่างๆ ที่รับรู้และปัญหาที่เสนอมาจาก คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปมาจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหา" นายเดชรัตน์กล่าว
ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า ได้คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณรวมทั้งคนเสื้อแดง ล้วนอยากเห็นความปรองดองที่แท้จริง ใจจะขาด อยากเห็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางลงพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานได้
แต่ปัญหาคือ วาทกรรมกับการกระทำของรัฐบาลนั้นสวนทางกัน นายกฯ เขียนแผนปรองดอง แต่ในเนื้อหาสาระไม่ได้นำไปสู่การปรองดองที่แท้จริง โดยนพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ก็ระบุว่าไม่ได้ทำเรื่องการปรองดง แต่ทำเรื่องปฏิรูป ฉะนั้นมันคงไม่ช่วยเยียวยาบาดแผลได้ในระยะเวลาอันสั้น
"เราไม่คัดค้านแนวทางการปฏิรูป เพียงแต่ไม่อยากให้นายกฯ บอกว่า กำลังทำการปรองดอง เพราะสิ่งที่กำลังทำอยู่มันไม่ใช่ โดยผมยัง ยืนยันว่า พีซทอล์ก การมาเปิดอกพูดคุยกันเท่านั้น จะนำไปสู่การปรองดองที่แท้จริงได้" นายนพดลกล่าว.
ที่มา ไทยโพสต์
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

