สนธิ ลิ้มทองกุล ระบุ ต้องการตัดหัวเสียบประจาน นายฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา
แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเตรียมตั้งกองทุนทวงคืนเขาพระวิหาร พร้อมกล่าวหาชาวกัมพูชาไม่รู้บุญคุณของกษัตริย์ไทยที่เคยช่วยเหลือ แต่ก็ยังทรยศ จึงไม่แปลกที่ "พระนเรศวร" เอาเลือดมาล้างพระบาท ขู่ลั่น "ฮุนเซน" "อย่าว่าแต่เอาเลือดมาล้างเท้า ต้องตัดหัวเสียบประจานด้วย"
ช่วงค่ำวานนี้ (20 ส.ค.) ในรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ออกอากาศสดทางเอเอสทีวี นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการตั้งกองทุนเพื่อทวงคืนเขาพระวิหารว่า กองทุนนี้จะตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างสำนึกทางประวัติศาสตร์ให้กับประชาชน ซึ่งขณะนี้เป็นปัญหาใหญ่มาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชนิชีนาถเคยมีพระราชดำรัสเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2551 ทรงเป็นห่วงที่คนไทยไม่ได้เรียนวิชาประวัติศาสตร์ในโรงเรียน ซึ่งทำให้คนไทยไม่รู้จักรากเหง้าที่มาของตัวเอง
นายสนธิกล่าวต่อว่า กองทุนดังกล่าวจะมีการเปิดบัญชีรับบริจาคเป็นกองทุนหนึ่งที่อยู่ภายใต้ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินเหมือนกับกองทุนอื่นๆ เช่น กองทุนพันธมิตรฯ สู้คดี กองทุนช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ชุมนุม 193 วัน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้การรับบริจาคมีหลักฐานและเป็นไปด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยเงินที่ได้รับบริจาคจะนำไปใช้ในกิจกรรมการทวงคืนปราสาท พระวิหาร เช่น
เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสัมมนา ให้นักวิชการ อาทิ นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นายศรีศักดิ์ วัลลิโภดม ดร.สมปอง สุจริตกุล ไปหาเอกสารหลักฐานนำไปสู่การทำคดีทวงคืนปราสาทพระวิหาร หรือใช้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ปลุกสำนึกรักชาติรักแผ่นดินเกิด ให้การศึกษาคนรุ่นใหม่ให้รู้จักประวัติศาสต่ไทยให้ถูกต้อง ซึ่งงานเหล่านี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ แต่เขาไม่สอนแล้ว
เราอาจจัดรถเคลื่อนที่ไปสอนประวัติศาสตร์ที่มาที่ไปของจังหวัดเขา เพื่อให้ประชาชนมีสำนึกทางประวัติศาสตร์ หรือถ้ามีเหลือก็อาจจะช่วยทหารที่บาดเจ็บจาการสู้รบ โดยจะมีการชี้แจงรายละเอียดการใช้จ่ายทางเว็บไซต์ ให้สามารถตรงจสอบและยืนยันได้ว่าเงินก้อนนี้จะไม่เข้ากระเป๋าส่วนตัวใคร
นายสนธิกล่าวอีกว่า การสัมมนาเรื่องชายแดนเขาพระวิหารนั้น อาจจะจัดพร้อมกันหลายภูมิภาค ถ้ามีเงินมากพอก็อาจจัดหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ เราไม่ได้ทวงปราสาทพระวิหารด้วยการโกง แต่เป็นการทวงสิทธิอันชอบธรรมที่เรา เป็นเจ้าของ เราไม่ได้โกงแบบนายฮุนเซน นายกฯ กัมพูชา พันธมิตรฯ เรียกร้องเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2551 จนมาถึงรัฐบาลนายอภสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลก็ยังไม่ได้ทำอะไร แม่ล่าสุดนายอภสิทธิ์ได้บอกว่าจะใช้ทั้งวิธีการทูตและการทหาร แต่จนขณะนี้ก็ยังม่ได้ทำอะไร เพราะฉะนั้นพวกเราต้องมาทำเอง
นายสนธิย้ำว่า การที่เราไม่รู้ประวัติศาสตร์ไม่รู้รากเหง้าที่มาของตัวเอง ทำให้ไม่รู้บุญคุณของบรรพบุรุษ เหมือนเขมรที่ไม่รู้บุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตที่เคยช่วยเหลือหลาย ครั้งแต่ก็ยังทรยศ จึงไม่แปลกที่สมเด็นพระนเรศวรมหาราชทรงเอาเลือดมาล้างพระบาท ในสมัยที่เกิดสงครามในกัมพูชาและมีคนเขมรอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทยจำนวนมาก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศษนุวงศ์ไปเยี่ยมดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ก็ยังไม่สำนึกในบุญคุณ นายฮุนเซนยังสร้างความแตกร้าวให้คนในประเทศไทย ด้วยการให้ที่พึ่งพิงแก่กลุ่มผู้ก่อการร้าย คิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย
คนที่ไม่เคยสำนึกอย่าง นายฮุนเซน อย่าว่าแต่เอาเลือดมาล้างเท้า ต้องตัดหัวเสียบประจานด้วย
เรียบเรียงจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์
ที่มา ประชาไท
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

