พลเมืองในยุคการปฏิวัติดิจิตอล

tags:

หมายเหตุ ชื่อบทความเดิม - พลเมืองในยุคการปฏิวัติดิจิตอล รากฐานดิจิตอล คือ 0-1 รากฐานประชาธิปไตย คือ ประชาชน โดย บก.ลายจุด จาก เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน

000000000000000000000000000000000000000000

เป็นเวลานับสิบปีมาแล้ว ที่มีนักพยากรณ์ศาสตร์ ได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากการปฏิวัติดิจิตอล โลกที่เราเห็นตอนนี้ เปลี่ยนแปลงไปด้วยอัตราเร่ง 7 เท่า (Year Dog) การจากไปของเครื่องพิมพ์ดีด กล้องใช้ฟิลม์ โทรเลข ถูกแทนที่ด้วย คอมพิวเตอร์ในแบบตั้งโต๊ะ วางบนตัก(Laptop)หรือแม้แต่ในฝามือ

การเมืองจะเป็นเช่นใด หากรัฐประหาร 19 กย. 49 ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต
พวกเราคงได้แต่นั่งดูทีวี อ่านข้อความบนจอที่เขียนว่า "ขออภัยในความไม่สะดวก" และดูผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่แต่งตัวเต็มยศ นั่งบนเก้าอี้ หลังฉากเป็นบรรยากาศเก่า ๆ ที่คนไทยคุ้นเคยกันมา

พลเมือง ที่แปลว่า พลังในการสร้างชาติ (ในทัศนะผม) คงทำได้แค่ การเป็นคนเกาะรั้วดูพวกชนชั้นนำในสังคมไทยนี้ เล่นเกมแย่งชิงอำนาจกัน โดยอ้างว่า พวกเขาทำเพื่อพวกเรา (ประชาชน)

เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน การสื่อสารก็เปลี่ยน
เมื่อวิธีการสื่อสารเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน
คนเปลี่ยน สังคมย่อมเปลี่ยนแปลง


โลกเคยเปลี่ยนไปอย่างมากมาย เมื่อคนจีนค้นพบกระดาษและเปลี่ยนแปลงใหญ่อีกครั้งเมื่อแท่นพิมพ์ถูกสร้างขึ้น คริสจักรใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ ผลิตไบเบิลจำนวนมากเพื่อเผยแผ่ศาสนา

สถานีวิทยุและโทรทัศน์ในประเทศไทย ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานความคิดด้านความมั่นคง มันจึงไม่แปลกที่คลื่นเหล่านี้เป็นของหน่วยงานรัฐและหน่วยงานความมั่นคงจนถึงปัจจุบัน

หนังสือพิมพ์ เป็นเครื่องมือของนักคิด ปัญญาชน นักธุรกิจและกลุ่มการเมืองทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น แต่มันไม่เคยเป็นของประชาชน ยามบ้านเมืองปกติ นักหนังสือพิมพ์ทำหน้าที่เหมือนสุนัขที่ซื่อสัตย์ คอยดมกลิ่นเน่าเหม็นแม้แต่เพียงน้อยนิด

แต่ยามประเทศชาติวิบัต ด้วยการยึดอำนาจรัฐประหาร เหล่าสื่อมวลชนก็ทำหน้าที่เป็นสุนัขที่รู้จักรับใช้คนที่มีอำนาจ ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

ม็อบมือถือ เพจเจอร์ เมื่อเหตุการณ์เดือน พค 35 ยังเป็นการสื่อสารแบบ P2P (บุคคลต่อบุคคล) ในขณะที่การต่อต้านการรัฐประหาร และการมีส่วนร่วมของประชาชนในโลกอินเทอร์เน็ต คือ ยุค People 3.0 (Many to Many)

เครือข่ายสื่อสารของปัจเจกบุคคลที่เป็นอิสระและแข็งแรง สร้างกระแสโต้กลับ TV ดาวเทียม ซึ่งกลุ่มก่อการร้าย พธม. ใช้เป็นเครื่องมือในการสะกดจิตผู้คน โดยการป้อนสารสนเทศที่เป็นพิษเข้าสู่ระบบการรับรู้และกระบวนการคิดวิเคราะห์ ที่แข็งทื่อ

ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำให้ข้อมูลหรือทิศทางเนื้อหาในอินเทอร์เน็ต เป็นไปในแนวทาง
เดียวกัน แต่อินเทอร์เน็ตควรทำหน้าที่เป็นกระจก 6 ด้าน เพื่อให้ข่าวสารและสารสนเทศในเรื่องนั้น ๆ ถูกนำมาเสนอและวิเคราะห์ในหลากหลายมิติ

หมดยุคผูกขาดกระบวนการคิด จากนักปกครอง สื่อมวลชน นักวิชาการ หรือ ปัญญาชนเพี้ยน ๆ ประชาชนไม่ได้อยู่ในฐานะเสพข่าวเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อยู่ในฐานะผู้มีส่วนร่วมในข่าวสารนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้รายงานข่าว นักวิเคราะห์ข่าวสาร และเป็นผู้บริโภคไปพร้อม ๆ กัน จากการปฏิสัมพันธ์กับข่าวสารแบบ Passive เป็น Active

พลเมืองยุคดิจิตอล จะช่วยกันสร้างสมดุลย์ใหม่ ทำลายโครงสร้างการผูกขาดทางความคิด และเมื่อความคิดที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ถูกทำลาย พลเมืองดิจิตอล จึงมาแทนที่ อภิชนในสังคมเก่า

 

แหม ชื่อก็บอกว่า เป็นโลกความจริงเสมือน มันก็ย่อมแตกต่างจากโลกความจริง ( physical world ) 

มีหลายอย่างเหมือนกัน และมีหลายอย่างที่ต่างกัน  เป็นธรรมดา 

เราจึงควรศึกษาและตระหนักรู้ว่า อะไรเหมือนกันและอะไรต่างกัน 

ระบบที่พลเมืองดิจิตอลใช้ ไม่ใช่ Democracy แบบที่รู้จักกัน

แต่เป็นระบบ Meritocracy (ตามคำแนะนำของ Linus Torvald -ผู้ริเริ่มโครงการพัฒนาของ Linux Kernel )

ซึ่งเป็นระบบที่พวกคนงานคอปกขาว และกลุ่มนักวิชาชีพ นิยมใช้และยึดถือมาช้านานแล้ว

ระบบนี้ กล่าวโดยสรุป คือระบบที่ถือว่า ตำแหน่ง อำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ การลงโทษ รางวัล ค่าตอบแทน ต้องตัดสินกันตามผลงานและความสามารถ

ไม่ใช่ตัดสินด้วยฐานะความมั่งคั่ง (plutocracy ) ทุนหรือการถือหุ้น(capitalism)

ความเป็นญาติพี่น้อง(nepotism) อภิสิทธิของชนชั้น (oligarchy)

พรรคพวก (cronyism) หรือ เสียงข้างมาก (democracy)

 

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

เว็บเพื่อนบ้าน

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้