กฎบัตรอาเซียน : ต้องให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

tags:

โดย : นุศจี ทวีวงศ์  เมื่อ : 26/02/2009

นับตั้งแต่การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 9 ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในปี พ.ศ. 2546 ผู้นำอาเซียน ได้มีการลงนามในปฏิญญาความร่วมมืออาเซียนฉบับที่สอง (Bali Concord II) เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นที่จะก่อตั้งประชาคมอาเซียน และกำหนดให้มีความร่วมมือกันในสามด้านหลัก

อันได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรม ความตกลงนี้เป็นการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมความมั่นคงอาเซียน ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนขึ้น ซึ่งเรียกกันว่าเป็นสามเสาหลักของอาเซียน

และในวันที่ 20 พฤศจิกายน  พ.ศ 2550 ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 13 ที่ประเทศสิงคโปร์ ได้มีการลงนามยอมรับกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) และพิมพ์เขียวแผนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Blueprint - AEC)

โดยการลงนามในครั้งนี้เป็นการแสดงถึงเจตจำนงของสมาคมประชาชาติอาเซียนที่ต้องการผนึกความร่วมมือกันอย่างเป็นทางการ เป็นองค์กรระหว่างรัฐที่มีกฎกติกาของตนเองร่วมกัน

กฎบัตรอาเซียนนั้น คือข้อตกลงที่กำหนดกรอบโครงสร้าง วัตถุประสงค์และหลักการขององค์กรอาเซียน อีกทั้งยังกำหนดถึงวิธีปฏิบัติของเหล่าประเทศสมาชิกและกระบวนการปกครองร่วมกันอีกด้วย ซึ่งกล่าวได้ว่ากฎบัตรอาเซียนนั้น เปรียบเสมือนกับรัฐธรรมนูญที่ใช้ปกครองกลุ่มประเทศสมาชิกอาเชียนนั่นเอง

กฎบัตรอาเซียนนั้น ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยตลาด เป้าหมายที่จะผูกโยงเศรษฐกิจของทุกประเทศเข้าด้วยกัน เป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตเดียว มีการตีความแนวเดียวคือ การเปิดเสรีให้เป็นตลาดที่มีการแข่งขันแบบเสรี โดยไม่ได้ใส่ใจถึงทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้

เหล่านี้ปรากฎชัดเจนอยู่ในพิมพ์เขียว แผนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่กำหนดเป้าหมายว่า ภายในปี พ.ศ. 2558 อาเซียนจะกลายเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตเดียว ความพยายามจะทำให้อาเซียนเป็นตลาดเดียวนั้นเริ่มมาตั้งแต่ การจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ในปี 2535 ซึ่งมีการดำเนินงานตามโครงการลดภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากประเทศอาเซียนด้วยกัน

โดยมีเป้าหมายที่จะขจัดภาษีศุลกากรให้หมดไป ภายในปี พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010) สำหรับประเทศสมาชิกเดิม 6 ประเทศ และภายในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) สำหรับสมาชิกใหม่ 4 ประเทศคือ กัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม รายการสินค้าอ่อนไหวทั้งหมดที่ยกเว้นไว้ จะต้องนำมาเข้าโครงการนี้ทั้งหมดภาย ในปี พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018)

แต่การปฏิบัติตามพันธะกรณี ในการเปิดตลาดก็เลื่อนมาโดยตลอด ความพยายามผลักดันกลไกการเปิดเสรีอีกรายการหนึ่ง คือข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี เจ้าพระยา แม่โขง (ACMECs) ในปี 2547 รายการนี้ค่อนข้างได้ผล เห็นได้ชัดเจนคือ ข้าวโพดราคาถูกทะลักทะลายมาจากประเทศเพื่อนบ้านในลุ่มน้ำแม่โขงและลุ่มน้ำอิรวดี

ในการเร่งรัดการหลอมรวมตลาดและฐานการผลิตของประชาคมอาเซียน แผนประชาคมเศรษฐกิจได้เน้น 2 เรื่องเป็นพิเศษ คือ รายการสาขาการผลิตที่จะเร่งลดภาษีนำเข้าเป็นอันดับแรก (Priority Integration Sectors) และอาหาร การเกษตร และ ป่าไม้ ซึ่งภาคการผลิตที่จะลดภาษีนำเข้าเป็นอันดับแรก นั้นมีอยู่ 12 สาขา คือ

ผลิตภัณฑ์เกษตร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ประมง ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งทอและเครื่องนุ่มห่ม ผลิตภัณฑ์จากไม้ การเดินทางทางอากาศ สินค้าและบริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ (e-ASEAN) บริการสุขภาพ การท่องเที่ยว และงานพลาธิการ (การจัดการด้านธุรการ)

พอจะคาดเดาได้ว่า กฎบัตรและพิมพ์เขียว จะทำหน้าที่สำคัญในการบังคับดำเนินการตามพันธะกรณีอย่างจริงจัง และเป็นจริง ซึ่งหมายความว่า อาเซียนทุกประเทศ จะเปิดให้สามารถเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานที่มีฝีมือข้ามพรมแดนของกันและกันได้อย่างเสรีเต็มที่

นอกเหนือจากการเปิดตลาดเสรียังมีความพยายามในการจัดตั้ง "ธนาคารอาหารสำรองอาเซียน" ที่แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตการเกษตร ดูเหมือนจะไปเข้าทางบรรษัทเทคโนโลยี่การเกษตร ที่พยายามผลักดันส่งเสริมพันธุ์ลูกผสมที่เป็นหมัน ร้ายกว่านั้นคือ จีเอ็มโอ

ที่น่าสังเกตอย่างยิ่งคือ ในพิมพ์เขียวเศรษฐกิจ ที่เน้นเรื่องการเปิดเสรี ภาคอาหาร เกษตร และป่าไม้ ไม่ได้กล่าวถึง เกษตรกรรายย่อย ชาวประมงรายย่อย แม้แต่คำเดียว

ปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้น จากการเปิดเสรีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการเปิดเสรีสินค้าเกษตรภายใต้โครงการเก็บเกี่ยวล่วงหน้าไทย-จีน (Early Harvest Program) ที่ส่งผล ในการลดภาษีนำเข้าและอำนวยความสะดวก ในการนำเข้าส่งออก

ได้ส่งผลให้พืชผักนำเข้าจากจีนเข้าสู่ ตลาดไทยได้ดียิ่งขึ้น เฉพาะพืชที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากของถูกจากประเทศจีนมาตีตลาดได้แก่ กระเทียม หอมแดง และหอมหัวใหญ่

ส่วน เอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย เอฟทีเอไทย-นิวซีแลนด์ ก็ได้ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกว่า 150,000 คน และผู้เลี้ยงโคเนื้อนับล้านครอบครัว จะสูญเสียอาชีพ ในระยะ 10-20 ปี มีการประกาศแนวนโยบายให้เกษตรกรปรับตัว เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ให้สู้กับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นเจ้าของความรู้ เจ้าของพันธุ์วัวเนื้อ วัวนมให้ได้

มิฉะนั้นก็ต้องเลิกอาชีพไป เนื่องจากนม เนื้อ ถูกกว่าจากประเทศเหล่านั้น มาตีตลาด เรื่อยมาจนถึงการทำข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจในลุ่มน้ำอิรวดี เจ้าพระยา และแม่โขง (ACMECS) ก็สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในปีนี้ ที่ข้าวโพดอาหารสัตว์ราคาถูกกว่าจากประเทศเพื่อนบ้านทะลักเข้ามาถล่มตลาดบ้านเรา

จนเกิดภาพชาวไร่ข้าวโพดพากันชุมนุมประท้วงปิดถนนไปทุกจังหวัดที่มีการเพาะปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ มาถึงยุควิกฤตพลังงาน วิกฤตอาหาร เรื่อยมาถึงวิกฤตเศรษฐกิจ ทิศทางการพัฒนาที่ยิ่งมุ่งหน้าสู่การเปิดเสรี ยิ่งดูเป็นการเปิดทางให้ บริษัทยักษ์ใหญ่ทางการเกษตรในภูมิภาคแสวงหา กอบโกยประโยชน์จากระบบการผลิต และการค้า อาหาร และการเกษตรอีกระลอกใหญ่

เราเริ่มได้ยินข่าว การลงทุนของนักลงทุนขนาดใหญ่ มาแสวงหาที่ดินทำนาปลูกข้าว ธุรกิจการเกษตรขนาดใหญ่ เคลื่อนย้ายไปหาที่ดินอุดมสมบูรณ์ ในภูมิภาคแม่โขง ทำไร่อ้อย สวนยางพาราขนาดใหญ่ การขยายตัวของพืชพลังงาน ไปจนถึงการเพาะเลี้ยงชายฝั่งขนาดใหญ่

คณะทำงานความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนและเครือข่ายองค์กรชาวบ้าน ด้านเกษตร ฐานทรัพยากร เห็นว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและการค้า ต้องไม่ทำลายวิถีการผลิตวิถีชีวิตของคนแต่ละประเทศ

เป้าหมายสำคัญของการพัฒนา ที่จะสร้างความมั่นคงแก่ประชาชนอาเซียนคือ การรักษาอธิปไตยทางอาหารของประชาชน หมายถึง การปฏิรูปที่ดินอย่างแท้จริง และการปฏิรูประบบเกษตรกรรมทั้งระบบ บนพื้นฐานของการสร้างความเข้าใจในมิติสังคม วัฒนธรรมของประชาชนอาเซียน ลดการแข่งขันทางการค้า แสวงหาความร่วมมือระหว่างประชาชนเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีอาหารและการเกษตร

ทั้งนี้ มีข้อเสนอต่อเวทีประชาชนอาเซียน เพื่อปกป้องอธิปไตยทางอาหารของประชาชนอาเซียนดังต่อไปนี้

  1. ต้องมีการปฏิรูปที่ดินอย่างแท้จริง ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึง ถือครองและใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน
  2. ต้องมีการคุ้มครองพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรรายย่อย โดยมิให้มีการซื้อขายที่ดินโดยเสรี และมีมาตรการป้องกันทุนขนาดใหญ่มาฮุบที่ดิน
  3. ต้องคุ้มครองแหล่งประมงพื้นบ้าน
  4. คุ้มครองและสร้างความเข้มแข็งจัดการพันธุกรรมของเกษตรกรและชุมชน
  5. ยุบสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI) ซึ่งนำเอาเมล็ดพันธุ์จากหลายประเทศไปเก็บไว้เกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงได้ เปลี่ยนมาสนับสนุนการพัฒนาและแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ระหว่างเกษตรกรแต่ละประเทศ ที่ทำให้ระบบพันธุกรรมเป็นทรัพย์สินร่วมกัน และเป็นสิทธิของเกษตรกรอย่างแท้จริง
  6. สนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืนเป็นหลักที่เอื้อต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคอาเซียน
  7. ส่งเสริมบทบาท สิทธิและอำนาจการตัดสินใจของเกษตรกรผู้หญิง เช่น สิทธิในการจัดการและถือครองที่ดิน
  8. ส่งเสริมให้อาเซียนเป็นเขตปลอด GMOs
  9. จัดทำแผนและปฏิบัติการพัฒนาเกษตรกรเพื่อการพึ่งตนเองในระดับภูมิภาคระยะเร่งด่วน กลาง และยาว 10 ปี
    ข้อวิพากษ์ของภาคประชาชนไทยต่อสามเสาหลักของอาเซียน อันประกอบด้วย ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมความมั่นคงอาเซียน ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน กฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) และ พิมพ์เขียวแผนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Blueprint - AEC)

ภาคประชาชนไทย อันประกอบด้วยเครือข่ายต่างๆ ของภาคประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน และนักวิชาการ ได้เฝ้าติดตาม ทิศทางการพัฒนาของสมาคมประชาชาติอาเซียนและบทบาทของรัฐบาลไทย ในสมาคมประชาชาติอาเซียนนี้อย่างใกล้ชิด และมีข้อวิพากษ์จากฐานผลประโยชน์ของประชาชนไทยและประชาชนแห่งภูมิภาคอาเซียน ดังนี้คือ

  1. ที่ผ่านมา นับแต่ก่อตั้งสมาคมประชาชาติอาเซียนเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน อาเซียนยังคงเป็นเรื่องของรัฐบาล ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ไม่มีช่องทางและกลไกรูปธรรมที่ประชาชนจะสามารถเสนอแนะแนวคิด ทิศทางของอาเซียน ไม่มีแผนงานที่จะสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

"อาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง" และ "การเสริมสร้างหลังประชาชน" ตามที่ระบุไว้ในความมุ่งประสงค์ของอาเซียน ข้อที่ 13 และข้อที่ 10 จึงยังคงเป็นแต่เพียงวาทกรรมที่ยากจะเป็นจริง

2. ความแตกต่างกันของลัทธิการเมือง ระบอบการปกครองของบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน และหลักการไม่แทรกแซง (non intervention) กิจการภายใน การกระทบกระทั่งและข้อพิพาทต่างๆ ที่มีระหว่างกันของรัฐสมาชิก เป็นความท้าทายประการสำคัญของสมาคมประชาชาติอาเซียนในการสร้างความร่วมมือ ด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม ให้ "แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น" ตามความมุ่งประสงค์ของอาเซียน ข้อที่ 2

3. การมุ่งเน้นแต่เฉพาะเสาหลักด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง และการเลือกระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยตลาดเป็นทิศทางร่วมกันของรัฐสมาชิก และการมีเป้าหมายที่จะผูกโยงเศรษฐกิจของทุกประเทศเข้าด้วยกันเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตเดียว

การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน การเปิดให้มีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของสินค้า บริการ และการลงทุน เพื่อความสะดวกของนักธุรกิจ ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้มีความสามารถพิเศษหรือแรงงานที่มีทักษะฝีมือ (ตามความมุ่งประสงค์ของอาเซียน ข้อที่ 5) จะเป็นผลประโยชน์เฉพาะธุรกิจข้ามชาติ และธุรกิจขนาดใหญ่

แต่กลับจะกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของเกษตรกรรายย่อย ประมงรายย่อย ผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นประชาชนพื้นฐานของทุกรัฐสมาชิก

4.มีโครงการความร่วมมือขนาดใหญ่จำนวนมากที่เกิดขึ้นในภูมิภาค ภายใต้ข้ออ้างของการพัฒนา และการแสวงหาแหล่งพลังงาน ที่รัฐสมาชิกที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจทำต่อรัฐสมาชิกที่ยากจน ส่งผลในทางทำลายระบบนิเวศน์ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิถีการเกษตรและการพึ่งตนเองของชุมชน และเป็นเหตุแห่งความยากจนของเกษตรกร กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง

5. ประเด็นสิทธิมนุษยชนยังคงเป็นประเด็นที่ถูกละเลยในบรรดารัฐสมาชิกของสมาคมประชาชาติอาเซียน แม้จะมีการระบุประเด็นสิทธิมนุษยชนในแถลงการณ์ร่วมที่สิงคโปร์เมื่อปี 2546 ( ค.ศ.1993) แต่การมุ่งเน้นเรื่องความมั่นคงทางการเมืองและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

รวมทั้งหลักการไม่แทรกแซง (non intervention) กิจการภายในระหว่างกันของรัฐสมาชิก และการไม่ยอมรับบทบาทขององค์กรภาคประชาชนด้านสิทธิมนุษยชนที่ปฏิบัติการจริงอยู่ในภูมิภาค เป็นอุปสรรคอย่างสำคัญในการพัฒนาประเด็นสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคอาเซียน

ข้อเสนอของภาคประชาชนไทย ต่อรัฐบาลไทย และสมาคมประชาชาติอาเซียน เพื่อการก้าวไปข้างหน้า บนผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

ภาคประชาชนไทยจึงมีข้อเสนอรัฐบาลไทยและสมาคมประชาชาติอาเซียน เพื่อการก้าวไปข้างหน้า บนผลประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริงของประชาชนแห่งภูมิภาคอาเซียน ดังนี้

  1. สมาคมประชาชาติอาเซียนต้องมีความจริงใจและกระตือรือร้น ที่จะสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยการพัฒนาช่องทางกลไก และแผนงาน ที่จะนำไปสู่ "อาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง" และ "การเสริมสร้างหลังประชาชน" ตามที่ระบุไว้ในความมุ่งประสงค์ของอาเซียน ข้อที่ 13 และข้อที่ 10
  2. แนว นโยบายใดๆ เสาหลักใดๆ กฎบัตรใดๆ และพิมพ์เขียวใดๆ ของสมาคมประชาชาติอาเซียน จะต้องถูกทบทวน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อเพิ่มพูนความเป็นอยู่ที่ดีและการดำรงชีวิตของประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงการพัฒนามนุษย์ สวัสดิการสังคม และความยุติธรรม ตามที่ระบุไว้ในความมุ่งประสงค์ของอาเซียน ข้อที่ 11 และเสริมสร่างคุณค่าของสันติภาพในภูมิภาค ตามความมุ่งประสงค์ของอาเซียน ข้อที่ 11
  3. สมาคมประชาชาติอาเซียน จะต้องเพิ่มการให้ความสำคัญกับเสาหลักประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ ส่งเสริมการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์ ลดช่องว่างการพัฒนา สร้างหลักประกันความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการสร้างทางเลือกการพัฒนา แทนการมุ่งเน้นแต่เฉพาะเสาหลักด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง และยกเลิกการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน และการผูกโยงเศรษฐกิจของทุกประเทศเข้าด้วยกันเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตเดียว
  4. มีโครงการความร่วมมือขนาดใหญ่จำนวนมากที่เกิดขึ้นในภูมิภาค ที่รัฐสมาชิกที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจทำต่อรัฐสมาชิกที่ยากจน ส่งผลในทางทำลายระบบนิเวศน์ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิถีการเกษตรและการพึ่งตนเองของชุมชน และเป็นเหตุแห่งความยากจนของเกษตรกร กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองจะต้องได้รับการทบทวน
  5. ประเด็นสิทธิมนุษยชนจะต้องถูกยกระดับขึ้นเป็นวาระเร่งด่วนของภูมิภาค สมาคมประชาชาติอาเซียนจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกสิทธิมนุษยชนของอา ซียน ดำเนินการขจัดข้อจำกัดและอุปสรรคขัดขวางการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชน และทำงานร่วมกับองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค
  6. รัฐไทยในฐานะรัฐสมาชิกที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ จะต้องมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นในการสร้างภูมิภาคนี้ให้เป็นภูมิภาคแห่งสันติภาพ ความปรองดอง การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชน และการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของภูมิภาค
  7. ชะลอการเปิดเสรีสินค้าเกษตร อาหาร หากจะเปิดเสรีให้มีการเจรจาเปิดเป็นรายสินค้า ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบการผลิต ความต้องการและนโยบายความมั่นคงทางอาหารแต่ละประเทศ
  8. ส่ง เสริมการค้าที่เป็นธรรม เสริมสร้างเกษตรกรรายย่อยเพื่อการค้า ส่งเสริมการผลิตที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคโดยตรงและเอื้ออำนวยกับเกษตรกรราย ย่อย
  9. สร้างกลไก และมาตรการในการกำกับควบคุมพฤติกรรมของธุรกิจการเกษตรข้ามชาติ เฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นการใช้ที่ดิน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการทำสัญญาที่เป็นธรรมในกรณีเกษตรพันธะสัญญา
  10. มีมาตราการ ตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการที่เกิดจาการการลงทุนระหว่างประเทศจำกัดขอบเขตการใช้ ประโยชน์ที่ดินของภาคอุตสาหกรรมในบางพื้นที่
  11. สนับสนุนให้มีกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนที่มีอำนาจ และบทบาทแท้จริงในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนทุกภาคส่วนในอาเซียน
  12. ต้อง กำหนดมาตรฐานการคุ้มครองเกษตรกรรายย่อยของทุกประเทศที่เป็นฐานเดียวกันทั้ง นี้กลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนต้องคุ้มครองสิทธิเกษตรกรรายย่อย ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์เอฟเอโอ
  13. สนับสนุนการรวมกลุ่มและความร่วมมือของเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยระหว่างประเทศในภูมิภาค เพื่อสร้างองค์กรเกษตรกรในอาเซียน
  14. พัฒนาการสื่อสารและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างประเทศ

เรื่องราวในกฎบัตรอาเซียนเป็นประเด็นสำคัญที่ยังไม่อาจสื่อสารสร้างความเข้าใจต่อสังคม ขณะเดียวกัน จะสามารถทำให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริงได้แค่ไหน

ความแตกต่างระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกันเอง ก็ยังคงเป็นปัญหาในการสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นได้ และยังคงเป็นเรื่องที่ยังจะต้องถกร่วมกันระหว่างภาคประชาชนและภาครัฐ

ในประเทศไทยเองภาคประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน ได้พยายามอย่างยิ่ง ที่จัดเวทีคู่ขนาน เพื่อนำข้อเสนอในภาคประชาชนเอง สู่เวทีการประชุมอาเซียนที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเวทีนี้จำเป็นจะต้องรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน เพื่อผลักดันไปสู่ทิศทางที่ดี เพราะมันคือการมีส่วนร่วมที่แท้จริง

หมายเหตุ: ข้อมูลจาก กปพอช. www.ngosthailand.com

ที่มา - ไทยเอ็นจีโอ

เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด

ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ

tags:
บทนี้ มีเนื้อหาสำคัญคือ

1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4.  ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5.  ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์

ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

tags:

กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554  ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้

กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน

tags:

มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก

ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด

กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

ข่าวน่าสนใจ

นักวิชาการเหนือ-อีสาน-ใต้ เสนอผลสรุปวิจัย พลเมืองไทยต้องการประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์

tags:

วันที่ 8 ก.พ. 2555 โครงการสร้างสำนึกพลเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในท้องถิ่น จัดการสัมมนาสรุปผลการวิจัย ซึ่งทำการวิจัยในพื้นที่อิสาน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยะลา

เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

tags:

3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน  “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์"  จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์

วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.

tags:

3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

 

 

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

อ่านต่อ

เว็บเพื่อนบ้าน

อ่านต่อ

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

อ่านต่อ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้