คุณูปการของ เหลือง-แดง
เหลือง – แดง คือทางเลือกของสังคมไทย ?
1. คุณูปการของ ‘เหลือง – แดง’
หากเราตั้งคำถามว่า การต่อสู้ของพลังมวลชน ‘เสื้อเหลือง’ กับ ‘เสื้อแดง’ ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไรในสังคมไทย คำตอบอาจเป็นไปได้ในหลายมุมมอง (ในขณะเดียวกัน ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้หลายมุมมองเช่นเดียวกัน)
และแม้ว่าคำตอบที่เป็น ‘ความเปลี่ยนแปลงขั้นสุดท้าย’ หรือความเปลี่ยนแปลงตามเป้าหมายของแต่ละฝ่าย (‘ล้มระบอบทักษิณ-สร้างการเมืองใหม่’ ตามเป้าหมายของเสื้อเหลือง ‘ล้มอำมาตยาธิปไตย -ได้ประชาธิปไตยเต็มใบ’ ตามเป้าหมายของเสื้อแดง) จะยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่พลังมวลชนของทั้งสองฝ่าย ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ดังนี้.-
1.1 กลุ่มคนเสื้อเหลืองได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การสร้างพลังมวลชนที่มีเป้าหมายร่วมกันอย่างแน่วแน่นั้นเป็นไปได้จริง และทำให้การเมืองบนท้องถนนมีพลังกดดันการเมืองภาคนักการเมือง และกลุ่มอำนาจอื่น ๆ เช่น ทหาร องคมนตรี ตุลาการ สื่อมวลชนให้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ตนต้องการได้ในระดับหนึ่ง และกลุ่มคนเสื้อแดงก็กำลังสร้างการเมืองบนท้องถนนในทำนองเดียวกัน เพียงแต่มีเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงที่ต่างกัน
1.2 คุณูปการของกลุ่มคนเสื้อเหลืองคือ การเปิดโปงให้สังคมเห็นธาตุแท้และอันตราย ของ ‘ทุนนิยมสามานย์’ หรือที่เรียกกันว่า ‘ระบอบทักษิณ’ ซึ่งหมายถึงพฤติการณ์ของกลุ่มทุนธุรกิจการเมือง ที่ใช้เงินซื้อพรรคการเมืองและนักการเมืองและซื้อเสียงเพื่อเข้ามายึดอำนาจ รัฐ เป็นเผด็จการรัฐสภา
และใช้อำนาจรัฐเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องภายใต้นโยบาย โครงการ วิธีบริหารจัดการ และการแทรกแซงวุฒิสภา องค์กรอิสระ สื่อมวลชน ฯลฯ ทั้งหลายทั้งปวงที่มีจุดยืนอยู่บน ‘ความทับซ้อนกัน’ ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ของชาติ
1.3 คุณูปการของกลุ่มคนเสื้อแดงคือ การเปิดโปงให้เห็นธาตุแท้และอันตรายของ ‘อำมาตยาธิปไตย’ ซึ่งหมายถึงเครือข่ายข้าราชการ ที่เกาะเยี่ยวยึดโยงกันภายใต้วัฒนธรรมอำนาจนิยมอุปถัมภ์นิยม และเครือข่ายเหล่านี้เข้ามาแทรกแซงอำนาจรัฐ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ทั้งการแทรกแซงโดยตรง เช่น การทำรัฐประหาร หรือแทรกแซงโดยอ้อม เช่น
การอยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาล การแต่งตั้งโยกย้ายผู้นำเหล่าทัพหรือข้าราชการระดับสูง เป็นต้นธาตุแท้และอันตรายของ ‘ทุนนิยมสามานย์’ และ ‘อำมาตยาธิปไตย’ มีงานทางวิชาการนำเสนอมาพอสมควรแล้ว แต่ยังเป็นที่รับรู้เฉพาะืในแวดวงผู้สนใจปัญหาบ้านเมืองในเชิงลึกเท่านั้น
การออกมาตะโกนดังๆของกลุ่มคนเสื้อเหลือง – เสื้อแดง ทำให้สังคมมองเห็นภาพและรายละเอียดของ ‘สองอันตราย’ นี้ได้ชัดเจนขึ้น
2. ปมปัญหาของ ‘เหลือง-แดง’
2.1 ปมปัญหาของ ‘เสื้อเหลือง’ คือ แม้จะเปิดโปง ‘ทุนนิยมสามานย์’ แต่ก็เกาะเกี่ยวสัมพันธ์อย่างเหนียวแน่นกับ ‘อำมาตยาธิปไตย’ หรือมีภาพลักษณ์เป็นแนวร่วมกับอำมาตยาธิปไตย การเมืองใหม่ที่เสื้อเหลืองเสนอ ก็ค่อนไปทางการส่งเสริมความเข้มแข็งของอำมาตยาธิปไตย และสิทธิประโยชน์ของคนชั้นกลาง
ประชาธิปไตยในมือของอำมาตย์และคนชั้นกลาง หรือประชาธิปไตยภายใต้อิทธิพลของ ‘กลุ่มทุนเก่า’ ที่คอรัปชันอย่างไร้การตรวจสอบ และไม่เก่งในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่จำต้องเคลื่อนไปตามระบบตลาดเสรีโลกาภิวัตน์ จึงไม่ใช่ประชาธิปไตยเต็มใบ และไม่ใช่ประชาธิปไตย ที่จะนำพาประเทศไปสู่ความก้าวหน้าและความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจได้ จริง
2.2 ปมปัญหาของ ‘เสื้อแดง’ คือ แม้จะเปิดโปงให้สังคมเห็นธาตุแท้และอันตรายของ ‘อำมาตยาธิปไตย’ แต่ก็เกาะเกี่ยวสัมพันธ์อย่างเหนียวแน่นกับ ‘ระบอบทักษิณ’ หรือมีภาพลักษณ์เป็นแนวร่วมกับทักษิณ การเรียกร้องให้ล้มอำมาตยาธิปไตย เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยเต็มใบ พร้อมกับให้ ‘นิรโทษกรรม’ ทักษิณ หรือให้ทักษิณคืนสู่อำนาจนั้น ไม่น่าจะทำให้ได้ประชาธิปไตยที่จะสร้างความเป็นธรรมทางสังคมได้จริง
แต่จะเป็นประชาธิปไตยภายใต้อุ้งมือของ ‘กลุ่มทุนใหม่’ ที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน ของกลุ่มทุนธุรกิจการเมืองที่ยึดกุมอำนาจรัฐ
3. ทางเลือกของ ‘เหลือง-แดง’ ไม่อาจเป็นทางเลือกของสังคมไทย
ไม่ว่าจะเป็น ‘การเมืองใหม่+อำมาตยาธิปไตย’ หรือ ‘ประชาธิปไตย+ทุนิยมสามานย์’ ก็ตาม ล้วนแต่ไม่ควรจะเป็นทางเลือกของสังคมไทย พูดอย่างถึงที่สุด แม้แต่จะเป็นทางเลือกเฉพาะของกลุ่มคนเสื้อเหลือง-แดงเท่านั้น ก็ไม่ควรจะเป็น เพราะมันเป็นทางเลือกที่เป็นความขัดแย้งไม่สิ้นสุด และจะฉุดสังคมลงสู่ ‘นรกของความขัดแย้ง’ ที่เผาไหม้ความสงบสุขและผลาญเศรษฐกิจที่แย่อยู่แล้ว ให้ย่อยยับเร็วขึ้น
4. ทางเลือกของสังคมไทย
ทางเลือกของสังคมไทย คือ ‘ประชาธิปไตยที่พ้นไปจากอำมาตยาธิปไตยและทุนนิยมสามานย์’ หรือประชาธิปไตยที่สลายชนชั้นทางสังคมและชนชั้นทางเศรษฐกิจ หรือประชาธิปไตยที่สามารถสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และสังคมอย่างแท้จริง เป็น ‘ประชาธิปไตยที่กินได้’ โดยสามารถลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและสร้างรัฐสวัสดิการขึ้นมาได้จริง
5. แนวทางสร้างทางเลือกของสังคมไทย
5.1 ที่จริงกลุ่มคนสีเหลืองกับกลุ่มคนสีแดง ต่างก็เรียกร้อง ‘ประชาธิปไตย’ แต่ประชาธิปไตยของคนสีเหลืองอิงแอบอยู่กับอำมาตยาธิปไตย และประชาธิปไตยของคนสีแดงอิงแอบอยู่กับทุนนิยมสามานย์
ถ้าคนสีเหลืองกับคนสีแดง ตัดสิ่งที่พวกตนอิงแอบออกไป แล้วต่างชู ‘ธงประชาธิปไตย’ จริงๆ (เอา ‘ธงสถาบัน’ กับ ‘ธงทักษิณ’ ลง) เชื่อว่าคนทั้งสองฝ่ายจะหันหน้ามาคุยกันได้ หาแนวทางหรือข้อยุติที่ยอมรับร่วมกันได้ และการต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย อาจทำให้สังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ได้
5.2 นักวิชาการ สื่อมวลชน คนไทยส่วนใหญ่ที่ไม่เห็นด้วยกับการที่เสื้อเหลือง-แดง ชู ‘ธงสถาบัน’ กับ ‘ธงทักษิณ’ สร้างความขัดแย้งในบ้านเมือง ควรออกมาส่งเสียงปฏิเสธแนวทางการต่อสู้เอาชนะคะคานของทั้งสองฝ่าย และร่วมกันเรียกร้องประชาธิปไตย ที่พ้นไปจากอำมาตยาธิปไตยและทุนนิยมสามานย์ ผ่าน ‘เวทีปฏิรูปการเมือง’ รอบใหม่
5.3 ต้องให้ทุกฝ่ายเข้าสู่การพิสูจน์ตนเองตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นคุณทักษิณ ฝ่ายเสื้อเหลือง-แดง ที่ละเมิดกฎหมายในช่วงเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำผิด แม้กระทั่ง คณะผู้ก่อรัฐประหารก็ควรถูกสังคมประณาม ควรสร้างกฎหมายและความเข้มแข็งของการเมืองภาคประชาชน ที่มีพลังป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารเกิดขึ้นได้อีก
5.4 สังคมต้องร่วมกันสร้าง ‘ระบบที่ดี’ ที่เป็นประชาธิปไตยสากลผ่านการปฏิรูปการเมือง และสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ที่ยึดความถูกต้องตามระบบมากกว่ายึดตัวบุคคล หรือหวังพึ่งตัวบุคคลประเภท ‘อัศวินม้าขาว’ ที่จะมา ‘เนรมิต’ ความเจริญให้ (ดังที่ ‘ทักษิณ’ พยายามโอ้อวดตัวเองว่าเป็น ‘คนเก่ง’ และ ‘เปรม’ พยายามโอ้อวดหรือการันตีคนนั้นคนนี้ว่าเป็น ‘คนดี’) เพราะระบบที่ดีจะทำให้สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ดีอย่างยั่งยืน
6. บทสรุป
ทางเลือกของคนเสื้อเหลือง-แดง ที่ฝ่ายหนึ่งอิงแอบอำมาตยาธิปไตยและอีกฝ่ายอิงแอบทุนนิยมสามานย์ หรือฝ่ายหนึ่งชู ‘ธงสถาบัน’ ฝ่ายหนึ่งชู ‘ธงทักษิณ’ นั้น ไม่ใช่ทางเลือกที่จะทำให้สังคมเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงได้
นอกจากนั้น ยังเป็นทางเลือกที่สร้างความขัดแย้งแตกแยกไม่สิ้นสุด สังคมไทยควรสร้างทางเลือก ที่พ้นไปจากอิทธิพลของอำมาตยาธิปไตยและทุนนิยมสามานย์ ผ่านการปฏิรูปการเมืองรอบใหม่ เพื่อให้ได้ ‘ระบบที่ดี’ ที่เป็นประชาธิปไตยสากล และสร้างวัฒนธรรมการใช้ระบบที่ดีเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและอื่น ๆ อย่างแท้จริง

